เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 24 - การซ่อมแซมที่สมบูรณ์แบบ!

ตอนที่ 24 - การซ่อมแซมที่สมบูรณ์แบบ!

ตอนที่ 24 - การซ่อมแซมที่สมบูรณ์แบบ!


ไปทำภารกิจเสี่ยงตายในหนังกันเถอะ ตอนที่ 24 - การซ่อมแซมที่สมบูรณ์แบบ!

 

“นี่.. นี่แกมีอยู่ถึงสองชิ้น!?”

 

เสียงของวินเซนส์เต็มไปด้วยความประหลาดใจและความตื่นเต้น สำหรับนักวิจัยแล้ว จำนวนของวัสดุที่ใช้ทดลองจะส่งผลต่อความเร็วในการวิจัยเป็นอย่างมาก ถ้าหากมีเพียงชิ้นเดียว วินเซนส์จะต้องทดลองอย่างระมัดระวัง ทำให้งานเป็นไปอย่างล่าช้า แต่ถ้ามีอีกชิ้น เขาก็เหมือนกับเสือติดปีก ความเร็วในการวิจัยก็จะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสองเท่า!

 

“มาคุยกันเรื่องข้อตกลงกันเถอะ”

 

ในเมื่อมาถึงจุดนี้ วินเซนส์ก็เริ่มสงบสติอารมณ์ ก่อนที่จะนั่งลง พลางคิดว่า ‘เจ้าบัดซบตรงหน้าช่างวางแผนมาอย่างแยลยลนัก’ เขาแทบจะกลายเป็นลูกไก่ในกำมือไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าชีหยานเตรียมตัวมาดีมากก่อนที่จะมาที่นี่

 

อย่างไรก็ตาม วินเซนส์ต้องการไมโครชิพทั้งสองชิ้นเป็นอย่างมาก แม้จะรู้ตัวว่าเสียเปรียบ แต่ถ้าพลาดโอกาสนี้ไป เขาคงจะเสียใจไปตลอดชีวิต

 

ชีหยานเหลือบไปมองรอบๆอย่างระมัดระวัง ก่อนที่จะกระซิบว่า

 

“มีที่ๆเงียบกว่านี้มั้ย?”

 

วินเซนส์เข้าใจว่าชีหยานไม่ต้องการให้ความลับรั่วไหล เขาลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า

 

“รถของฉันค่อนข้างกว้าง เราไปคุยกันที่นั่นแล้วกัน”

 

รถของวินเซนส์เป็นรถจิ๊ปที่มีไว้ใช้สำหรับเดินทางท่องเที่ยวข้ามประเทศ มันช่างเหมือนกับเจ้าของเสียจริง  ตัวรถกระดำกระด่าง เห็นได้ชัดว่าขาดการดูแลมาเป็นเวลานาน ทั้งสองเดินเข้าไปนั่งในรถจิ๊ป เมื่อเข้าไป ชีหยานไม่รอช้า เขาหยิบไอเท็ม’แขนจักรกลโคบอลต์(เสียหาย)’ขึ้นมาทันที

 

“ถ้านายสามารถซ่อมไอเท็มชิ้นนี้ให้กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ได้ ไมโครชิพทั้งสองจะเป็นของนาย”

 

วินเซนส์รับแขนจักรกลมาและตรวจสอบมัน วิธีตรวจสอบของวินเซนส์ช่างดูเป็นมืออาชีพ เริ่มจากเคาะเบาๆตามจุดต่างๆ พร้อมกับเงี่ยหูเข้าไปใกล้ๆเพื่อฟังเสียงสะท้อน จากนั้นก็ลองบิดส่วนที่เป็นข้อต่อเพื่อทดสอบความแข็งและความยืดหยุ่นของมัน เมื่อตรวจสอบเสร็จวินเซนส์ก็หันมาพูดกับชีหยานอย่างเย็นชาว่า

 

"เป็นไปไม่ได้ที่จะซ่อมไอเท็มชิ้นนี้ "

 

ชีหยานกำลังจะเปิดปากพูด แต่เขาก็ถูกวินเซนส์ขัดจังหวะเสียก่อน

 

“การออกแบบไอเท็มชิ้นนี้ใช้แบบจำลองมาจากโครงสร้างร่างกายของมนุษย์! ถ้าให้ซ่อมที่นี่ ฉันสามารถซ่อมได้เพียงซอร์ฟแวร์ของมันเท่านั้น ถ้าแกต้องการซ่อมมันให้กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ … คำตอบของฉันคือ เป็นไปไม่ได้ที่จะซ่อมไอเท็มชิ้นนี้ เพราะวัสดุของไอเท็มชิ้นนี้แปลกมาก มีทั้งความแข็งของเหล็ก แต่กลับยืดหยุ่นอย่างไม่น่าเชื่อ ถ้าฉันเดาไม่ผิด เจ้าสิ่งนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ กองทุนร็อคกี้เฟลเลอร์ ได้พยายามสร้างขึ้นมาเมื่อไม่นานมานี้ มันคือโลหะผสมโคบอลต์ ขนาดวัสดุของมันยังหายากขนาดนี้ แล้วฉันจะไปซ่อมมันได้ยังไง?”

 

อย่างไรก็ตาม ชีหยานรีบถามกลับทันทีว่า

 

“นายหมายความว่าที่ซ่อมไม่ได้ก็เพราะขาดวัสดุที่จำเป็น?”

 

"ถูกต้อง!"

 

“งั้นนายก็ไปเตรียมวัสดุให้พร้อม พร้อมจะซ่อมเมื่อไหร่ เราค่อยมาคุยกันเรื่องข้อตกลงกันต่อ”

 

วินเซนต์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบกลับไปว่า

 

“ฉันจะต้องกลับเข้าไปในแผนกวิศวกรรม จากนั้นก็ไปขอวัสดุจากแผนกโลหะ ซึ่งจะได้รึเปล่าก็ไม่รู้ ที่สำคัญที่สุดไอเท็มชิ้นนี้อาจจะมีแหล่งกำเนิดเดียวกันกับไมโครชิพนั่น ถึงฉันจะไม่สนใจมัน แต่ไม่ได้หมายความว่าแผนกโลหะจะไม่สนใจ เพราะฉะนั้น ในตอนที่ฉันกลับเข้าไปในบริษัท คงต้องระมัดระวังอย่างมาก ถ้ามีวัสดุพร้อม ไอเท็มชิ้นนี้น่าจะใช้เวลาซ่อมประมาณ 3 ชั่วโมง! ช่วงพักเที่ยงฉันจะเอามันมาส่งให้”

 

ชีหยานจ้องมองวินเซนส์อยู่นาน เขารู้สึกว่าวินเซนส์ไม่ได้โกหก จึงตอบตกลงไป เพราะยังไงเสียไมโครชิพทั้งสองที่วินเซนส์ต้องการก็อยู่ในมือเขา  แน่นอนว่าวินเซนส์คงจะไม่ยอมปล่อยให้มันหลุดมือไปแน่ๆ 3ชั่วโมง …. ชีหยานทนรอได้

 

ชีหยานลงจากรถ เขาจ้องมองวินเซนส์ที่รีบขับรถจิ๊ปกลับไปที่บริษัทอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เดินกลับไปนั่งในร้านอาหาร และเลือกที่นั่งริมหน้าต่าง ชีหยานยังคงสั่งเพียงแค่กาแฟแก้วเดียวเหมือนเดิม ทำให้พนักงานไม่พอใจเล็กน้อย เขาเลยโยนทิปก้อนใหญ่ให้พนักงานไป --- พนักงานหุบปากเงียบทันที ในเมื่อนั่งอยู่เฉยๆไม่มีอะไรทำ ชีหยานจึงเดินไปหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่าน

 

ถึงแม้ชีหยานจะนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ แต่สมาธิของเขาในตอนนี้จดจ่ออยู่กับตึกสูงอันโดดเด่นที่อยู่ใกล้ๆ เขากังวลว่า ‘X’ ที่ไม่รู้จักจะเกิดขึ้นระหว่างรอการซ่อมแซม --- บางทีวินเซนส์อาจจะเกิดความโลภเมื่อสัมผัสกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไอเท็มชิ้นนี้ แล้วไม่ยอมนำมันกลับมาคืนเขาก็เป็นได้

...

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ชีหยานมองไปยังนาฬิกาที่อยู่ใกล้ๆ … อีก 30 นาทีจะถึงเวลาที่นัดกันไว้ เขาพยักหน้าเบาๆอย่างอารมณ์ดี และกำลังคาดเดาว่าไอเท็มแขนจักรกลโคบอลต์จะถูกอัพเกรดขึ้นขนาดไหน ในตอนนี้ชีหยานเติมกาแฟไป 4 แก้วแล้ว และภายในร้านก็เริ่มมีผู้คนเข้ามามากขึ้นๆ เสียงพูดคุยก็ดังขึ้นตามไปด้วย

 

ในโลกก่อนหน้าของชีหยาน เวลาว่างๆ เขามักจะชอบฟังเพลงบลูส์หรือฟังแซ็กโซโฟนอยู่บ่อยๆ  แต่ตอนนี้ชีหยานกับตระหนักได้ว่าเขานั้นชอบเสียงและสภาพแวดล้อมที่วุ่นวายของผู้คนมากกว่า เพราะการได้อยู่อยู่ในสถานที่วุ่นวายนั้นจะทำให้ตัวเขาเปรียบดั่งก้อนกรวดที่แอบอยู่ริมแม่น้ำ ยากที่จะสังเกตุเห็นและมันค่อนข้างที่จะปลอดภัย

 

ในที่สุดวินเซนส์ก็เปิดประตูเข้ามาในร้านอาหาร ใต้แขนซ้ายของเขามีกระเป๋าสีดำอยู่ วินเซนส์เดินมานั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามกับชีหยาน ก่อนที่จะวางกระเป๋าสีดำลงบนโต๊ะ รวมไปถึงนาฬิกาและเงินสดอีกด้วย วินเซนส์ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา ได้แต่มองชีหยานอย่างเงียบๆ

 

ชีหยานยื่นไมโครชิพทั้งสองให้แก่วินเซนส์ --- การแลกเปลี่ยนเสร็จสมบูรณ์! หลังจากนั้นเขาก็ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบฝันร้ายว่าค่าสเตตัสร่างกายของเขา+1เนื่องจากการใส่นาฬิกา และHPเพิ่มขึ้นเป็น 190 หน่วย

 

ชีหยานเปิดกระเป๋าที่ได้มา เขาก็พบว่าแขนจักรกลโคบอลต์ถูกเก็บไว้ในกล่องโปร่งใส ชีหยานลองเขย่ามันดูเบาๆ แล้วสังเกตุเห็นว่ามีของเหลวหนืดๆ ห่อหุ้มไอเท็มของเขาอยู่ ในขณะที่กำลังสงสัยนั้นเอง วินเซนส์ก็พูดขึ้นด้วยสำเนียงเยอรมันว่า

 

“ในช่วงที่ซ่อมมันฉันพบว่าโครงสร้างภายในได้รับความเสียหายเล็กน้อย ฉันเลยซ่อมมันให้ นั่นคือเหตุผลที่ไอเท็มชิ้นนี้ถูกแช่อยู่ในของเหลวควบแน่นรูปแบบเย็น หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแล้วมันจะอยู่ใน ‘สภาพสมบูรณ์ถึงขีดสุด’ แน่นอนว่าแกจะเอามันออกมาเลยก็ได้ แต่โครงสร้างภายในอาจได้รับผลกระทบเล็กน้อย และสภาพของมันอาจไม่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ถึงขีดสุด”

 

ชีหยานรู้สึกตื่นเต้นสุดๆ เมื่อได้ยินว่าหลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมงมันจะ ‘อยู่ในสภาพสมบูรณ์ถึงขีดสุด’  … นี่มันเยี่ยมไปเลย! ถึงแม้เขาจะยังไม่รู้ว่าแขนจักรกลโคบอลต์ของเขาจะถูกอัพเกรดไปแค่ไหนในตอนนี้ แต่เขาก็เลือกที่จะรอต่อไปอย่างมีความสุข ชีหยานหันไปมองร่างของวินเซนส์ที่เดินออกจากประตูไป เขายิ้มให้กับตัวเองแล้วยกกาแฟขึ้นมาจิบ

 

ทันใดนั้นเอง ได้มีชายสวมสูทสีเทาเดินมาหาชีหยาน เขามีจมูกของเขาแดงและมีขนาดใหญ่ เขาเอื้อมมือเข้าไปในชุดแล้วหยิบเอกสารมาวางลงบนโต๊ะของชีหยาน แล้วพูดด้วยท่าทีสุภาพว่า

 

“ท่านครับ เราเสียใจอย่างสุดซึ้งที่จะต้องแจ้งให้ท่านทราบว่า เวลาอาหารของท่านได้สิ้นสุดลงแล้ว ...  ทางเรามีข้อมูลเพียงพอว่าพฤติกรรมของท่านอาจเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา โปรดให้ความร่วมมือแก่เราเพื่อทำการตรวจสอบด้วยครับ”

 

พูดจบสมาชิกกลุ่มFBIที่แฝงตัวเป็นลูกค้าในร้านก็ลุกขึ้น แล้วรีบไปล้อมโต๊ะของชีหยานทันที! พร้อมกับเล็งปืนมาทางชีหยาน

 

ถึงแม้ชีหยานไม่ได้แสดงอาการออกมา แต่หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจกับสถานการณ์อันเลวร้ายตรงหน้า! ของฟรีไม่มีในโลกจริงๆ! เมื่อถูกรายล้อมด้วยปืน ชีหยานเรียกระบบฝันร้ายออกมาและกดเสร็จสิ้นภารกิจเพื่อหนีออกเกมแห่งฝันร้ายทันที!

 

แต่เขากลับได้รับคำเตือนสีแดงเข้มจากระบบฝันร้ายว่า --- [คุณกำลังถือไอเท็มที่เกี่ยวข้องกับภารกิจอยู่ ไม่สามารถจบภารกิจและออกจากหนังเรื่องนี้ได้] นั่นหมายความว่าถ้าชีหยานต้องการที่จะออกจากหนังเรื่องนี้พร้อมกับแขนจักรกลโคบอลต์ เขาจะต้องหนีการจับกุมของหน่วยFBIเป็นเวลา 1 ชั่วโมง!

 

หน่วยงานตำรวจอเมริกันแบ่งออกเป็นสองระบบ หนึ่งคือรัฐบาลกลาง เป็นหน่วยงานตำรวจที่ถูกเรียกกันว่าเอฟบีไอ และมีสำนักงานใหญ่อยู่เพียงแห่งเดียวในประเทศ อยู่ที่กรุงนิวยอร์ค

 

อีกหน่วยงานคือตำรวจท้องถิ่นเช่น กรมตำรวจลอสแองเจลิส พวกเขาถูกแยกออกเป็นเขตการปกครองของแต่ละรัฐ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหน่วยงานกลางของเอฟบีไอมีความโดดเด่นอย่างมากในแง่ของคุณภาพ อุปกรณ์ และในแง่ของบุคลากรของพวกเขา

 

แน่นอนว่าชีหยาน ได้สังเกตเห็นจุดสำคัญอีกอย่างหนึ่งของระบบฝันร้าย นั่นคือภายใต้สถานการณ์นี้ ระบบฝันร้ายได้ให้ทางออกแก่เขา นั่นคือ เขาสามารถดึงแขนจักรกลโคบอลต์ออกมาจากถุงของเหลวทันที เพื่อจบภารกิจและออกจากหนังเรื่องนี้ไปได้เลย หรือเลือกที่จะต่อสู้และหลบหนีเพื่อรอให้ แขนจักรกลโคบอลต์ของเขาซ่อมแซมจนเสร็จสมบูรณ์!

 

ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของชีหยาน ทันใดนั้นชีหยานก็ตระหนักว่าค่าลางสังหรณ์ของเขาไม่ได้ร้องเตือนถึงสถานการณ์ในตอนนี้! นั่นหมายความว่าฝ่ายตรงข้ามมีค่าลางสังหรณ์ เท่ากับเขาหรือไม่ก็มากกว่า!

 

ภายในช่วงเวลาสั้นๆ ชีหยานก็กลับกลายเป็นลูกไก่ในกำมือของคนอื่น!

 

“วางมือทั้งสองลงบนศีรษะ แล้วหันหน้าเข้ากำแพง!”

 

เจ้าหน้าที่เอฟบีไอคนที่ถือเอกสารตะคอกชีหยานอย่างรุนแรง เขาเก็บเอกสารกลับเข้าไปในชุดสูท จากนั้นก็ชักปืนขึ้นมาเหมือนเอฟบีไอคนอื่นๆ

 

ชีหยานยกมือขึ้นอย่างช้าๆเขาไม่มีอาวุธปืนอยู่ในมือซึ่งทำให้เอฟบีไอผ่อนคลายเล็กน้อย ชีหยานยกคิ้วขึ้นและพูดอย่างสงบว่า

 

"ฉันรู้สึกเหมือนฉันไม่ได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรม ฉันต้องการโทรศัพท์เรียกทนาย! "

จบบทที่ ตอนที่ 24 - การซ่อมแซมที่สมบูรณ์แบบ!

คัดลอกลิงก์แล้ว