เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 23 - กรรโชกและแบล็กเมล์

ตอนที่ 23 - กรรโชกและแบล็กเมล์

ตอนที่ 23 - กรรโชกและแบล็กเมล์


ไปทำภารกิจเสี่ยงตายในหนังกันเถอะ ตอนที่ 23 - กรรโชกและแบล็กเมล์

 

วันรุ่งขึ้น ชีหยานตื่นแต่เช้า เมื่อแต่งตัวและกินอาหารเช้าแสนอร่อยเสร็จเรียบร้อย เขาก็มุ่งหน้าไปยังเขต 11 ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท ไซเบอร์ไดร์ ตอนแรกการจราจรก็ปกติดีอยู่หรอก แต่เมื่อใกล้ถึงจุดหมายปลายทางของเขา เขาก็ได้รับประสบการณ์การจราจรติดขัดจากเมืองลอสแองเจลิส! --- นี่มันรถติดสุดๆ ยิ่งกว่าที่ชีหยานเคยเจอในโลกก่อนหน้าของเขาเสียอีก!

 

เวลาผ่านไปนานจนชีหยานทนไม่ไหว เขาจ่ายตังให้รถแท๊กซี่แล้วลงจากรถ ถ้ารถจะติดขนาดนี้เขาเดินไปก็ได้ … ชีหยานสาปแช่งในใจ  เนื่องจากตึกของบริษัทไซเบอร์ไดร์ค่อนข้างโดดเด่น และสูงกว่าตึกอื่นๆในเมืองลอสแองเจลิส เพียงแค่มองจากที่ไกลๆก็พอจะบอกได้ว่าตึกไหนคือตึกของไซเบอร์ไดร์

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อลงจากรถ ชีหยานรู้สึกได้ถึงอันตรายที่ท่วมท้นอยู่ในหัวใจ มันให้ความรู้สึกราวกับยืนอยู่บนยอดตึกสูงโดยปราศจากซึ่งรั้วกั้น ทำให้ชีหยานระมัดระวังตัวอย่างมาก กับความรู้สึกอันตรายเริ่มก่อตัวขึ้น…

 

โชคดีที่จุดหมายของชีหยานไม่ได้เป็นสถานที่อันตรายอย่างบริษัทไซเบอร์ไดร์ แต่เป็นร้านอาหาร ‘บัสเตอร์’ ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 100 เมตร จากตัวตึกของบริษัท เมื่อเข้าไปในร้าน ชีหยานพบว่าภายในร้านค่อนข้างสกปรกและไม่ค่อยเรียบร้อย เบาะที่นั่งก็เก่าแถมยังขาด ส่วนนอกร้านดูเก่าและเต็มไปด้วยคราบน้ำมันอยู่ทั่วทุกที่ แต่ก็ยังโชคดีที่อาหารในร้านค่อนข้างอร่อย ทำให้มีคนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ชีหยานต้องรอนานกว่าครึ่งชั่วโมงถึงจะได้นั่ง

 

เมื่อได้นั่ง ชีหยานสั่งเพียงแค่กาแฟถ้วยเดียวเท่านั้น แต่พนักงานเสิร์ฟก็ยังคงแนะนำเขาต่อไปไม่มีท่าทีว่าจะหยุดพูด จนชีหยานทนไม่ไหว ต้องไล่พนักงานออกไป เมื่อหันไปมองรอบๆร้าน ชีหยานก็สังเกตุเห็นชายวัยกลางคน หัวล้าน นั่งอยู่ห่างจากเขาไปสามโต๊ะ คนๆนั้นคือวินเซนส์ผู้เป็นเป้าหมายของเขานั่นเอง

 

เห็นได้ชัดว่าวินเซนส์นั้นเป็นจอมตะกละ ดูจากจานที่ว่างเปล่าวางซ้อนกันอยู่บนโต๊ะของเขา ในตอนที่ชีหยานหันไปดู เขากำลังฟาดแซนวิชเนื้อแน่นๆเข้าปาก ตามด้วยน้ำข้าวโอ๊ต จากนั้นก็ใช้ส้อมจิ้มไส้กรอกแล้วยัดเข้าปากด้วยความเอร็ดอร่อย

 

ชีหยานโบกมือเรียกพนักงานแล้วบอกว่าเขาจะเป็นคนจ่ายเงินค่าอาหารให้กับวินเซนส์เอง อย่างไรก็ตามพฤติกรรมเช่นนี้กลับส่งผลตรงข้ามกับที่ชีหยานได้คิดไว้ วินเซนส์เต็มไปด้วยความสับสนและกำลังมองมาทางชีหยานด้วยความสงสัย  ก่อนที่จะรีบเช็ดปากแล้วเริ่มพูดอย่างหยาบคายว่า

 

“ฉันไม่ใช่เพื่อนแก! ทำไมถึงต้องมาจ่ายเงินให้ฉัน!”

 

คำพูดที่วินเซนส์พ่นออกมาเป็นไปตามที่คำแนะนำของภารกิจได้บอกไว้ อย่างไรก็ตาม ชีหยานยังคงสงบ เขาหันไปมองวินเซนส์และตอบว่า

 

“เฮ้เพื่อน ฉันไม่ได้สนใจว่านายจะทำอะไรที่ไซเบอร์ไดร์หรอกนะ ขอแค่ 5 นาที .. ถ้าผ่านไป 5 นาทีแล้วนายยังไม่สนใจในสิ่งที่ฉันพูด ฉันจะไม่กวนใจนายอีกเลย”

 

ขณะที่ชีหยานกำลังพูด เขาเหลือบไปเห็นว่าเล็บของวินเซนส์เป็นสีเหลืองนั่นหมายว่าความวินเซนส์เป็นคนสูบบุหรี่จัด ชีหยานเลยยื่นซิการ์ให้

 

วินเซนส์ตาเป็นประกาย เมื่อเห็นซิการ์มูลค่ากว่า 100 ดอลลาร์! --- การได้สูบซิการ์นั้นให้ความรู้สึกเหมือนตนเองมีพลังและความมั่งคั่ง วินเซนส์ไม่รอช้ารีบคว้าซิการ์มาแล้วจุดสูบทันที กลิ่นของซิการ์ที่สูดเข้าปอดช่างยอดเยี่ยม เขาหลับตาพริ้มอย่างมีความสุขแล้วพูดออกมาว่า

 

“มีอะไรก็ว่ามา”

 

ชีหยานหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขากำลังกรองคำพูดอยู่ในหัว เพราะทุกวินาทีต่อจากนี้จะเป็นตัวกำหนดว่าเขาจะทำภารกิจเสริมได้สำเร็จหรือไม่

 

“ฉันอาศัยอยู่ใกล้ๆกับถนนหมายเลข 77 ที่เกิดการฆาตกรรมขึ้นเมื่อวานนี้”

 

วินเซนต์พยักหน้าพร้อมกับพูดอย่างเย็นชาว่า

 

"ตอนนี้เหลือ 4 นาทีแล้ว"

 

“ตอนที่เกิดเรื่องฉันกำลังหลับอยู่ แต่จู่ๆก็เกิดระเบิดขึ้น กระจกหน้าต่างบ้านฉันแตกกระจายจากแรงระเบิด ไม่นานนักตำรวจก็เข้ามาควบคุมพื้นที่บริเวณนั้น ระหว่างที่ฉันกำลังเก็บกวาดเศษกระจก ก็บังเอิญไปเจอนี่เข้า”

 

พูดจบชีหยานก็แบมือออก เผยให้เห็นบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ภายใน นั่นก็คือไอเท็มที่ใช้ทำภารกิจนี้ ‘ไมโครชิพ’ นั่นเอง

 

วินเซนส์ยังคงหลับตาอยู่ เขายังคงเพลิดเพลินอยู่กับซิการ์ --- แต่เมื่อเขาลืมตาขึ้น แล้วเห็นไอเท็มที่อยู่ในมือของชีหยาน ท่าทีของวินเซนส์ก็เปลี่ยนไป! เขารีบเอื้อมมือไปคว้าไมโครชิพทันที

 

วินเซนต์เป็นวิศวกรที่เก่งกาจและเป็นหนึ่งในบุคลากรสำคัญของบริษัท อย่างไรก็ตามด้วยนิสัยที่มันเป็นคนดื้อรั้นและมักจะระเบิดอารมณ์ออกมาเมื่อไม่พอใจ ทำให้คนใหญ่คนโตของบริษัทเกลียดขี้หน้าเขาและมักจะคอยขัดขวางไม่ให้เขาได้รับโปรเจ็คดีๆอยู่เสมอ

 

เมื่อวานนี้วินเซนส์ได้ยินมาว่า หน่วยสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษได้ค้นพบ เศษซากเทคโนโลยีชั้นสูงจำนวนมาก และได้ส่งคืนให้กับ บริษัทไซเบอร์ไดร์ (ตามเนื้อเรื่องของหนังเทอร์มิเนเตอร์ เหล่าเครื่องจักรกลจากอนาคตได้รับการพัฒนามาจาก ไมโครชิพของหุ่นรุ่นT-800ที่ถูกทำลายลง)

 

เมื่อได้รับเศษซากเทคโนโลยีบริษัทไซเบอร์ไดร์ก็เรียกประชุมด่วนในคืนนั้นทันที และได้ตัดสินใจส่งมอบมันให้กับทีมวิศวกรที่ ไมล์ ไดสันเป็นคนดูแลอยู่  นั่นทำให้วินเซนส์ไม่พอใจอย่างมาก ชีหยานสังเกตุเห็นได้อย่างชัดเจนจากสีหน้าของเขาในตอนนี้

 

หลังจากที่วินเซนส์คว้าไมโครชิพมา เขาก็ตรวจสอบไมโครชิพอย่างละเอียด ทุกซอกทุกมุม ท่าทีในตอนนี้ของวินเซนส์ราวกับคนบ้า เขาพึมพำออกมาเบาๆว่า

 

“การลากเส้นแบบนี้ … ต้องใช้คาร์บอน..ไม่สิถ้าใช้คาร์บอนเส้นจะไม่เรียบแบบนี้ บ้าชะมัด!ใช้ตาเปล่าไม่สามารถตรวจสอบอย่างละเอียดได้ วิธีที่จะตรวจอย่างละเอียดได้ก็ต้อง … ราฟาเอล! รีบไปเปิดโมดูลไฟฟ้า ..  รีบ...”

 

ในตอนนั้นเองชีหยานก็ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบฝันร้ายว่า

 

[คุณได้มอบไมโครชิพให้แก่วินเซนส์ ]

 

[ภารกิจเสริม: เสร็จสมบูรณ์ ]

 

[กรุณาเลือกตัวเลือกต่อไปนี้(แต่ละตัวเลือกจะได้รับรางวัลแตกต่างกัน)]

 

[A: ให้ไมโครชิปแก่วินเซนส์และได้รับแต้ม มิตรภาพ 10-25 แต้ม แต้มมิตรภาพจะผันแปรตามค่าสเตตัส สเน่ห์ ของคุณ]

 

[B: ขายไมโครชิปให้แก่วินเซนต์ แต้มมิตรภาพลดลง 30-50 แต้มแต้มมิตรภาพจะผันแปรตามค่าสเตตัส สเน่ห์ ของคุณ]

 

วินเซนส์กำลังจมอยู่ในโลกส่วนตัว เขาไม่สนใจสิ่งรอบตัวแม้แต่น้อย ทันใดนั้นเอง ชีหยานก็ดึงไมโครชิพกลับมา แล้วยิ้มแฉ่งพร้อมกับพูดว่า

 

“ตอนนี้นายคงมีเวลามากพอที่จะคุยกับฉันแล้วใช่ไหม ทีนี้เรามาพูดคุยเรื่องข้อตกลงกันดีกว่า”

 

วินเซนส์ผู้ถูกขัดจังหวะได้พูดอย่างอารมณ์เสียว่า

 

“ข้อตกลง? ข้อตกลงอะไร?”

 

“ข้อตกลงที่ถ้าทำสำเร็จฉันจะให้ไมโครชิพอันนี้แก่นาย”

 

ท่าทีของวินเซนส์ก็เปลี่ยนเป็นน่าเกลียด เขาลดเสียงลงแล้วจ้องไปยังชีหยาน

 

“แกต้องการเท่าไหร่? พันดอลลาร์ สองพัน? หรือหมื่นดอลลาร์? ไอ้บ้าเอ๊ย ถ้าแกเรียกเงินมากกว่านี้ฉันจะแจ้งตำรวจให้มาจับแกโทษฐานขโมยของกลาง และก่อนที่ตำรวจจะมาฉันจะเตะตูดแกซะ จากนั้นฉันก็จะซื้อไมโครชิพนี้ต่อจากตำรวจอีกที”

 

“ตำรวจจะไม่ขายต่อไมโครชิพอันนี้ให้แก่นาย!”

 

ชีหยานพูดด้วยท่าทีไม่แยแส แต่สายตาของเขาแฝงไปด้วยอารมณ์รุนแรง ถึงแม้ชีหยานจะไม่รู้ถึงสถานการณ์ของวินเซนส์ในตอนนี้ แต่เขาก็พูดออกไปตามสัญชาตญาณ

 

“นอกจากนี้ ฉันรู้แล้วว่าเจ้าสิ่งนี้มันมีค่ามาก ดูจากท่าทีของนายในตอนที่ได้เห็นมัน และฉันคิดว่าคนอื่นๆก็ต้องการมันอย่างแน่นอน ถ้าพวกเราตกลงกันไม่ได้ ฉันก็แค่ไปตกลงกับวิศวกรคนอื่นของบริษัทก็เท่าเอง”

 

ท่าทีของวินเซนส์น่าเกลียดยิ่งกว่าเดิม เขาสาปแช่งออกมาด้วยภาษาที่ชีหยานไม่เข้าใจ ก่อนที่จะหยิบกระเป๋าตังขึ้นมาแล้วเทเงินทั้งหมดที่มีในกระเป๋าให้กับชีหยาน จากนั้นก็ถอดนาฬิกาโบารณที่สวมอยู่ให้กับชีหยาน ด้านบนของนาฬิกาโบราณมีคำแกะสลักว่า ‘1944’

 

“เจ้าปีศาจจอมโลภ! เอาไปให้หมด แ_่งเอ๊ย นาฬิกาโบราณนี้ฉันได้รับสืบทอดต่อจากพ่อของฉันเลยนะ! มันมีค่ามากๆ มากยิ่งกว่าเงินเดือนทั้งเดือนของฉันเสียอีก รีบเอาไมโครชิพมาให้ฉันและก็รีบไปไกลๆตีนเลย ไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เลยยิ่งดี!”

 

ระบบฝันร้ายได้แจ้งเตือนข้อมูลของไอเท็มที่ชีหยานได้รับ

 

[เงินดอลลาร์ (397) : ใช้ซื้อขายไอเท็ม สามารถนำออกจากหนังเรื่องนี้ได้ และสามารถนำไปแลกเป็นแต้มฝันร้ายได้ 133 แต้ม]

 

[นาฬิกาเปลือกหอยจากสวิตเซอร์แลนด์ (ปี1944)]

 

[ประเภทไอเท็ม: ไอเท็มเสริม]

 

[แหล่งกำเนิด: โรงงานนาฬิกาในเมืองเบิร์นประเทศสวิตเซอร์แลนด์]

 

[ระดับความหายาก : ขาว]

 

[เอฟเฟ็ค: ค่าสเตตัสร่างกาย +1]

 

[ค่าสเตตัสที่ต้องการ: ไม่มี]

 

[วัสดุ: เหล็ก / อลูมิเนียม]

 

[น้ำหนัก: 182 กรัม]

 

[รายละเอียด: ตลอดทั้งชีวิตของฉัน ฉันต้องการไปยังเมืองเซาส์เลคเมืองหลวงของรัฐยูท่าห์ซักครั้ง อนิจจาความฝันนั้นไม่ทันได้เป็นจริง ฉันหวังว่าลูกชายจะเป็นคนสานฝันนี้ต่อจากฉัน]

 

มองไปยังสองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ชีหยานไม่ได้หยิบมันขึ้นมา เขายังคงกำไมโครชิพแน่น ชีหยานส่ายหัวราวกับจะบอกว่าของแค่นี้ไม่เพียงพอต่อการแลกเปลี่ยน

 

สายตาของวินเซนส์เต็มไปด้วยความโกรธ มันเริ่มที่จะข่มขู่ชีหยาน

 

“ความโลภมักจะชักนำหายนะเข้าสู่ตัว รู้ไหม?”

 

ชีหยานถอนหายใจออกมา แล้วรีบอธิบายว่า

 

“เฮ้เพื่อน นายกำลังเข้าใจผิด ฉันไม่อยากได้อะไรตอบแทน เพียงแค่อยากจะถามอะไรบางอย่างเท่านั้นเอง”

 

วินเซนส์จ้องไมโครชิพบนมือของชีหยานตาไม่กระพริบ เหงื่อของมันเริ่มไหลออกตามตัวและหน้าผาก พร้อมกับพูดขึ้นมาอย่างดังว่า

 

“จะถามอะไร?”

 

ชีหยานคลายมืออีกข้างของเขา เผยให้เห็นไมโครชิพอีกชิ้นหนึ่ง ตอนนี้ดวงตาของวินเซนส์เบิกโพลงจนจะกลายเป็นปลาทองอยู่แล้ว เขารู้สึกตะลึงกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า หัวใจของวินเซนส์เต้นไม่เป็นจังหวะ เลือดตามร่างกายสูบฉีดจนเดือดพล่าน

 

“ฉันก็แค่อยากจะถามว่า ถ้าฉันจะขายไมโครชิพให้นายสองชิ้น นายจะให้ราคามันเท่าไหร่แค่นั้นเอง...”

 

 

จบบทที่ ตอนที่ 23 - กรรโชกและแบล็กเมล์

คัดลอกลิงก์แล้ว