- หน้าแรก
- ผู้เฝ้ายามแห่งต้าซาง ยอดกวีสะท้านภพ
- บทที่ 459 จงฟังสายลมครวญ
บทที่ 459 จงฟังสายลมครวญ
บทที่ 459 จงฟังสายลมครวญ
บนยอดเขาซีซาน สายตาของเหล่าสตรีล้วนจับจ้องไปที่ลู่อี๋ แววตาแต่ละคนเปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้นเร่าร้อน 'ขลุ่ยผิวหรือ? บทเพลงอันไพเราะหรือ? ขลุ่ยผิวคืศ​ยฎอสิ่งใดกัน? แล้วบทเพลงอันไพเราะนั้นคือบทเพลงใดเล่า?'
ผฉิมซถ​หัวใจของลู่อี๋เต้นกระหน่ำรัว นางเว็บไซต์นี​้ไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาไ​ป​เผยแพร่ต่อที่​อื่นไม่กล้าปริปากบอกกล่าวแก่บรรดาพี่น้องดค ว่าแท้จริงแล้วนางก็มิเคยล่วงรูภบตงภซ​ศวจ้มาก่อนว่าเขาสามารถเป่าขลุ่ยได้ นางยิ่งมิเคยล่วงรู้ว่าในงานถกมรรคาบงกชสีครามเขาได้บรรเลงบทเพลงหนึ่ง สรุปแล้ว คงเป็นเพราะนางยังขุดคุ้ยความลับของเขาออกมาได้ไม่มากพอผ การเป็นภรรยาตัวน้อยเช่นนาง ผสดูจะทำหน้าที่บกพร่องไปบ้าง
นางทำได้เพียงเอ่ยตอบว่า อีกประเดี๋ยวทุกคนก็จะได้สดับฟังแล้ว...
หลินซูแย้มยิ้ม "ท่านแน่ใจหรือว่เว็บไซ​ต์นี้ไม่อนุญาตให้นำเ​นื​้อ​หาไปเผยแพร่ต่​อ​ท​ี่อ​ื่น​าต้องการฟังบทเพลงนี้?"หหะแผญฟ
"แน่ใจยิ่ง!"
"หากบทเพลงนี้ืวศของข้าบรรเลงจบ ข้าอาจจะข้ามผ่านสระบงกชของท่านไปได้ ภารกิจสกัดกั้นอันหนักอึ้งของท่าน ยไ​ืก็อาจจะต้องปราชัยลงตรงนี้... เช่นนี้แล้วท่านยังปรารถนาจะฟังอยู่อีกหรือไม่?"
ถ้อยคำนี้แม้จะฟังดูสุภาพนุ่มนวลโไษก ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งความอเว็บไซต์นี้ไม่อนุญ​าตให้นำเนื้อหาไปเผยแพร่ต่อที่อื​่น​งอาจกล้าหาญจนล้นทะลัก
บุรุษชุดม่วงแย้มยิ้ม "ยามเช้าได้สดับแจ้งในมรรคา ยามเย็นแม้ตกตายก็ไร้ซึ่งความเสียดาย! ยิ่งไปกว่านั้น การสกัดกั้นในครานี้ สำหรับข้าแล้วก็ล้วน 'ไร้ซึ่งพายุฝนและไร้ซึ่งแสงตะวัน' เช่นกัน"
หษณระชถจวเขาก็ได้กล่าวคำว่า 'ไร้ซึ่งพายุฝนและไร้ซึ่งแสงตะวัน' ออกมาเช่นกัน นี่กำลังส่งสัญญาณอันใดกันเล่า? เขาหาได้ยึดถือการสกัดมรธิ​กั้นเป็นภารกิจหลักไม่ ความสำเร็จหรือพ่ายแพ้ของหลินซู สำหรับญฏขฒ​เขาแล้ว ย่อมไร้ซึ่งโปรดระ​ว​ั​งเว็บไซต์​นี้มี​พฤติกรรมขโมยผลงาน​ลิขส​ิทธิ์พายุฝนและไร้ซึ่งแสงตะวันเฉกเช่นเดียวกัน!
หลินซูตวัดมือขึ้น ขลุ่ยไผ่เขียวเลาหนึ่งพลันปรากฏขโปรดระวังเ​ว็บไซ​ต์​นี้มีพฤติกรรมขโมยผลง​านลิขสิทธิ์ึ้นในฝ่ามือ
ทันทีที่เสียเงขลุ่ยดังขึ้น ก็พุ่งทะยานทะลวงสู่ฟากฟ้า หมู่เมฆาที่ล่องลอยอยู่กลางเวหาพลันแปรเปลี่ยนเป็นความเริงรื่นเบิกบานอย่างหาใดเปรียบ
ท่วงทำนองอันเริงรื่นร่วงหล่นลงมา ปกคลุมไปทั่วทศฟใั้งสระบงกช...
สุ้มเสียงดังขึ้น กระแสลมพัดพลิ้ว ผืนน้ำสั่งฮฑในกระเพื่อม ใบบัวใบหนึ่งแปรสภาพเป็นนาวารองรับอยู่ใต้เท้าของหลินซู เขาประหนึ่งกำลังล่องเรืออยู่บนแม่น้ำชุนเจียง ข้ามผ่านสระบงกชไปด้วยท่วงทำนองอันกังวานกึกก้องและพลิ้วไหว
ผู้คนทั่วทั้งเมืองพลันรู้สึกว่าความกลัดกลุ้มในใจมลายหายไปจนสิ้นเส ถูกแทนที่ด้วยความเบิกบานใจอันไร้ขอบเขต เรื่องราวทางโลก ล้วนมิใช่เรื่องราวอันใดอีกต่อไป ความทุกข์ระทมทางโลก ล้วนมิใช่ความทุกข์ระทมอันใเนื้​อหาส่วนนี้ถูกละเมิดลิขสิทธิ​์มา​จากนักเขียนตัว​จริงดอีกต่อไป
พสว​ษูะทุกผูสน​ับส​นุนของแท้ได้ที่เว็บ​หลั​ก Tha​i-​novel เท่านั้​น้คนราวกับได้กลายร่างเป็นชาวเรือบนแม่น้ำชุนเจียง วสแ​แษฉคฎฐแปล่อยตัวปล่อยใจล่องลอยไปตามเกลียวคลื่น ปล่อยให้สายลมบริสุทธิ์พัดผ่านโสตประสาท าตโดยปราศจากความกังวลใดๆ
ลู่อี๋และลู่อิ้วเวยกุมมือกัเว็บไซต์น​ี้ไม่อน​ุญาต​ให้นำเนื้อหาไปเผยแพ​ร่ต​่อที่อื่นนแน่นตั้งแต่เมื่อใดไม่อาจทราบ "พี่หญิงลู่อี๋ ฎท่านฟังออกหรือไม่? เสียงขลุถูลยญธู่ยของเขา หาใช่ห้าเสียงหลักตามตำราดนตรีทั่วไปไม่!"
"ใช่แล้ว แท้จริงแล้วบทเพลงของเขา ก็มิใช่ห้าเสียงหลักเช่นกัน เพียงแต่เมื่อไม่ได้ใสจไรย​ญ​ช้เครื่องดนตรีบรรเลง คนทั่วไปจึงมิอาจแยกแยะออกได้"
"นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้บทเพลงของเขาทุกบทล้วนสั่นสะเทือนจิตใจผู้คน เขาได้ก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งเจ็ดเสียงมาเนิ่นนานแล้ว"
ในยามนี้ทั้งสองต่างรู้ซึ้งถึงใจกันและกัน สายตาที่สบประสานเปี่ยมไปด้วยความยินดีอย่างไร้ขีดจำกัด มีทั้งความปิติยินดีที่ได้พานพบสหายรู้ใจในวิถีแห่งดนตรีปใไ ฮีแ​ะษรค​และยังมีความภาคภูมิใจที่ได้มอบใจให้แก่บุรุษคนเดียวกัน
แม้สระบงกชจะเกิดแรงสั่นสะเทือน แม้ใบบัวจะก่อตัวเงไฑถปฎุป็นปราการขวางกั้น ทว่า นาวาใบบัวของหลินซูกลับยังคงพุ่งทะยานไปเบื้องหน้าอย่างมุ่งมั่นไร้การประหวั่นพรั่นพรึง
เมื่อหลินซูก้าวเท้าขึ้นเหยียบฝั่งตเนื้อหานี้เป​็นขอ​ง Thai-novel ห้ามทำซ้ำหรือดัด​แปลงรงข้ามของสระบงกช ผง​ฟฟพิณในมือของบุรุษชุดม่วงก็บรรเลงท่วงทำนองอันแผ่วเบา สอดคล้องรับกับท่อนจบแห่งเสียงขลุ่ยของเขาได้อย่างไร้ที่ติ
ดวงตาของบุรเนื้อหาส่วนนี้ถูกละเมิดลิขสิทธิ์มาจากนักเขี​ยนตัวจริงุษชุดม่วงค่อยๆ ลืมขึ้น หีทฟีฏ​ษนัยน์ตาคู่นั้นพริ้วไหวไร้ผู้เนื้อหาส่วนนี้ถูกละเมิดลิขสิทธิ์มาจ​ากน​ั​กเขียนตัวจริงเปรียบเปรย ซ้ำยังฉายแววแห่งความตื่นตะลึงระคนยินดีอย่างหาที่สุดมิได้
"บทเพลงนี้มีหากท่าน​เห็​นข้อความ​นี้แสดงว่าเว็บที่ท่​านอ่านอยู่ขโมยนิยายมา​นามว่าอันใด?" บุรุษชุดม่วงเอ่ยถามเสียงเบา
"เพลงพื้นบ้านดั่งแม่น้ำชุนเจียง!"
อโบ​ฑชูใไฬ"กาลก่อนข้าสดับฟังเพียงสายลมครวญ มาวันนี้เพิ่งตระหนักรู้ว่าูรสายน้ำก็ครวญคร่ำเป็นเช่นกัน ช่างเป็นวาสนายิ่งนัก!" บุรุษชุดม่วงโค้งคำนับอย่างลึกซึ้งขฬฎงณฏิใ "เชิญออกเดินทางต่อเถิด!"
สระบงกชเบื้องหน้า บุปผาบงกชพลันก่อตัวเป็นสะพานหงื ทอดยาวมุ่งสู่ประตูบานสุดท้ายแห่งสำนักศึกษาไป๋ลู่
"ท่านมีนามว่าอัเนื้อ​หา​นี้เป​็นของ​ Thai-nov​el ห้ามทำซ้ำ​หรือดัดแปลงนใด?" หลินซูจดจ้องมองเขา
"มั่วเหวิน!"
"มั่วหมิง มั่วเหวิน... ช่างเป็นนามที่ดีเลิศจริงๆ... แล้วพบกันใหม่!" ญึหลินซูโค้งกายเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเท้าออกไป
ด่านทดสอบสุดท้าย ขุนเขาสูงตระหง่านทะยานขึ้นจากผืนพสุธา เสียดฟ้าสู่จินตภาพสุดหยั่ง
เบื้องหน้าของเขาคือหน้าผาสูงชันที่ตั้งฉากกับพื้นดิน บนหน้าผามีบันไดหินนับร้อยขั้น ซึ่งหาก​ท่านเห็นข้อ​ความนี้แสดงว่าเว็บที่​ท่าน​อ่านอยู​่ขโมยนิยาย​มาบันไดหยฬรมินแต่ละขั้น ล้วนก่อตัวขึ้นจากตัวอักษร ลายเส้นอักษรเหล่านั้นมีความโดดเด่นเป็นหนึ่งเดียวยิ่งนัก
เส้นขวางมิระนาบ เส้นดิ่งมิเที่ยงตรง เส้นสายล้วนโค้งมนดุจระลอกคลื่น หากมองเพียงตัวเดียวจะดูงดงามอ่อนช้อยยิ่งนัก ทว่าเมื่ออักษรเหล่านี้ปูลาดทับซ้อนกันจนเต็มยอดเขา กลับแผ่ซ่านกลิ่นอายแห่งความยิ่งใิ​ก​หญ่สะท้านสะเทือนไปทั่วทั้งใต้หล้า
"ยอดเขาอักษรไป๋ลู่!" จางฮ่าวหรานค่อยๆ เปล่งวาจาสี่คำออกมาีปญปากรม สีหน้าเคร่งเครียดถึงขีดสุด
ชิวโม่ฉือที่อยู่ด้านข้างถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึก "ชวีเฟยเยียนลงมือด้วยตห​าก​ท่านเห็นข้อความนี้แสด​งว​่าเว็บ​ที่ท่านอ​่า​น​อยู่ขโมยนิยายมาัวเองแล้ว"
ฮั่วฉี่กล่าวว่า "ยอดเขาอักษรไป๋ลู่เฉกูช คือยอดเขาที่สูงที่สุดแห่งเทือกเขาไป๋ลู่ กาลก่อโปรดระวังเว็บไซต์นี​้มีพฤติกรรมขโ​มยผลงานลิขสิทธ​ิ์นชวีเฟยเยียนไดฮหดพโ้ปีนป่ายยอดเขาแห่งนี้ โดยอาศอโตูัยอักษร 'แบบชวี' ที่เขารังสรรค์โปรดระวั​งเว็บไซต์นี้มีพฤติกรรมขโมย​ผลงานลิขสิทธิ์ขึ้นเองเป็นขั้นบันได เดินเท้าจากตีฮศจก​โพนเขาสู่ยอดเขา และเมื่อถึงยอดเขา รูปแบบอักษรของเขาก็สมบูรณ์แบบในที่สุด ส่งผลให้เขากลายเป็นยอดนักจารึกอักษรอันดับหนึ่งแห่งแคว้นต้าซาง ูะฎฐึปมงถงแล้วหลินซูจะเอาชนะได้อย่างไโปรดระวังเว็บไซต์นี้มีพฤต​ิ​กร​ร​ม​ขโมย​ผลงานลิขสิทธิ์รกัน?"
บรรดาสหายต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก หัวใจของทุกคนเต้ดกูดฬาทนครืนครามพร้อมกัน
ยอดเขาอักษรแห่งสำนักศึกษาไป๋ลู่นี้ จะไร้ซึ่งการตอบสนองต่อวิถีอักษรแขนงอื่นๆ โดยสิ้นเชิง ทว่ากลับมีความอ่อนไหวต่อวิถีแห่งการจารึกอักษรเป็นอย่างยิ่ง
จุดที่แข็งแกร่งที่สุดของชวีเฟยเยียนก็หากท่านเห็​นข้อค​วามนี้แสดงว่าเว็บที่ท​่านอ่านอยู่ขโมยนิยายมา​คือวิถีแห่งการจารึกอักษรแว​ย มฑยซุะกาลก่เนื้อหาส่วนนี​้ถูกละเ​มิดลิขสิ​ทธิ์มาจากนักเขียนตัวจ​ริงอนเขาเริ่มต้นจากตีนเขา ใช้เวลาเนิ่นนานถึงสิบปีเต็ม ฮศบล​ร​ีฝเรฐจึงสามารถขึ้นไปถึงยอดเขาได้ ะหฟแฐโห​กซ​ศ​บันไดแต่ละขั้น ล้วนเป็นภาพสะท้อนแห่งตบะบารมีที่เขาสั่งสมมาทั้งชีวิต
วันนี้เขานำมันออกมาเพื่อรับมือกับหลินซู สนับสนุนข​องแท้ได้ที่เว็​บห​ล​ัก Thai-novel เท่านั้น​หากจะกล่าวตามตรงแล้ว สพโด​สนับว่าไม่ยุติธรรมเลยแม้แต่น้อย
เพราะเหตุใดน่ะหรือ? ก็เพราะหากหลินซูปรารถนาจะปีนป่ายขึ้นสู่ยอดเขาอักษร บทกวีและบทความต่างๆบคด ล้วนไพษไร้ผล เขาจำต้องใช้วิถีแห่งการจารึกอักษรเท่านั้น อีกทั้งยังจำต้องเบิกเส้นทางด้วยตนเอง และสร้างขั้นบันไดขึ้นมาด้วยตนเองอีกด้วย
ชวีเฟยเยียนอย่างเจ้า ใช้เวลาถึงสิบปีในการปโ​ปรดร​ะวังเว็บไซต์นี้มีพฤติกรรมขโมยผลงานลิขสิทธ​ิ์ีนป่ายยอดเขาอักษรแห่งนี้ แล้วหลินซูเล่า เขามีเวลาสิบปีมาค่อยๆ ขัดเกลาแข่งกับเจ้าหรือไม่?
ต่อให้หลินซูมีเวลาปานนั้น ทว่าระดับวิถีอักษรของหลินซูก็ยังต่ำต้อยกว่าเจ้าในยามที่เจ้าปีนป่ายยอดเขาอักษรแห่งนี้อยู่มากนัก แล้วเจ้าจะให้เขาเอาสิ่งใดมาต่อกรกับเจ้าเล่า?
จุดนี้ ราษฎรทั่วทั้งเมืองย่อมไม่อาจล่วงรู้ ทว่าในหมู่มหาปราชญ์ทั้งหลาย มีผู้ใดบ้างที่มองไม่ออก?
ฉวี่เหวินตงและจางจวีเจิ้งสบตากัน ต่างฝ่ายต่างมองเห็นความจนปัญญาในแววตาของกันและกัน ชวีเฟยเยียนนั้นไร้ยางอายยิ่งนักึษบจถ ทว่าพวกตนจะทำอันใดได้เล่า? หลินซูคือผู้ท้าทาย และผู้ถูกท้าทายย่อมมีสิทธิ์ทฒใ​ุฟี่จะเลือกสรรลานประลองของตนเอง
ชวีเฟยเยียนเพียงแค่พักพิงอยู่บนยอดเขาของตนเอง หากเจ้ามีฝีมือ เจ้าก็ปีนขึ้นมาฒตืผถเนชฏิ​ หากไรขณญภพศุิถ​ื้ฝีมือ ืงษเจ้าก็ไสหัวไป ใครก็ไม่อาจโปรดระว​ังเว็บไซต์น​ี้มีพฤติกรรมขโมยผลงาน​ลิขส​ิ​ทธิ์ตำหนิติเตียนเขาได้
"หลินซู วันนี้เจ้าไม่เจียมเนื้อเจียมตัวมาริอ่านท้าทายสำนักศึกษาไป๋ลู่ืรศ ฉพืีถฐ​เปพฬตัวข้าจะไม่ถือสาหาความกับผู้เยาว์เช่นเจ้า ข้าจะรอเจ้าอยู่บนยอดเขา หากภายในสองยามเจ้าสามารถปีนป่ายขึ้นมาถึงยอดเขาได้ จะถือว่าการท้าทายประสบผลสำเร็จ ทว่าหากไร้ปัญญาจะปีนป่ายขึ้นมาอ่านเว็บแท้คอมเ​ม​นต์ให้​กำลังใจนักเขี​ยนได้​นะครั​บ ตัวข้าก็จะไม่เรียกร้องสิ่งใดให้มากความิศฬศถส เพียงแค่เจ้าคลานออกไปจากเนื้อหานี้เ​ป็นของ​ Thai-nove​l ห้ามท​ำซ้ำหรือดัดแ​ปลงสำนักศึกษาไป๋ลู่ก็พอ!"
วาจานี้ของชวีเฟยเยียนล่องลอยลงมาจากยอดเขา ดังก้องไปทั่วไิทั้งเมืองหลเนื้อหา​ส่วนนี้ถูกละเมิดลิขสิ​ทธิ์​ม​าจากนักเ​ขียนต​ัว​จริงวง ผู้คนส่วนใหญ่ล้วนเห็นพ้องว่าฝฝอฐด​ปอ ถ้อยคำนี้มิได้มีสิ่งใดบกพร่อง
หลินซูกระทำกเ​นื้อหาส่วนนี้ถูกละเ​มิดลิขส​ิทธิ์มาจากนักเขียนตั​วจริงารอาจหาญท้าทายสำนักศึกษาไป๋ลู่ชนิดไม่กลัวฟ้ากลัวดิน หากเขาทึฉ​ูขฟอจกำสำเร็จ ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้สำนักศึกษาไป๋ลู่กระทำสิ่งใดก็ได้ หากพ่ชมบหดดกฉายแพ้ ณจญบไโใการทำลายหัวใจอักษรของตนเองก็สมควรแล้ว ทว่าท่านเจ้าสำนักกลับเรียกร้องเพียงแค่ให้เขาคลานออกไปจากสำนักศึกษาไป๋ลู่ นับได้ว่ามีความเมตตาปรานีเป็นอย่างยิ่ง
อีกอลษาวใทคฏก​ทั้ง ความกว้างขวางของท่านเจ้าสำนักก็มิใช่สิ่งที่หลินซูจะนำมาเทียบเคียงได้ เขามิได้ลงมือด้วยตนเองฒด​ธฬ เพียงแค่ให้หลินซูปีนป่ายภูเขาลูกหนึ่งเท่านั้น!
ูสขมีเพียงผู้ที่ล่วงรู้ความนัยเท่านั้น ที่พากันด่าทอความไรีึ้ยางอายนี้อยู่ในใจ!
เจ้าเป็นถึงผู้ครอบครองระดับเขตแดนอักษร ส่วนหลินซูในปัจจุบันเป็นเเนื้อ​หาส​่วนนี้ถูก​ละเมิดลิขสิ​ทธิ์มาจา​กนักเข​ียนตัวจริงพียงมหาปราชญ์ แต่เจ้ากลับให้เขาใช้เวลาเพียงสองยาม เพื่อเดินบนเส้นทางที่เจ้าใช้เวลาถึงสิบปีเต็มจึงจะฝ่าไปได้?
นี่มันเป็นไพฝิอปได้หรือ?... เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด!ฏแม
หากเขาไม่อาจกระทำได้สำเร็จ ญทไเฬวี​ฝการให้หลินซูคลานออกไปจากสำนักศึกษาไป๋ลู่ การคลานเช่นนี้ ใช่สิ่งที่ปัญญาชนพึงกระทำหรือ? หัวใจอักษรของเขาย่อมต้องเกิดปัญหาใหญ่หลวงตามมาอย่างแน่นอน
ทันทีที่หัวใจอักะูฉษรของเขาเกิดปัญหา เส้นทางวิถีอักษรของเขาก็จูพปิ​รนฮะถูกตัดขาดลงอย่างสิ้นเชิง ไม่อาจก้าวเดินต่อไปได้อีกแม้แต่เ​นื้​อหานี้เป็​นข​อง Thai-​novel ห้ามทำซ้ำ​หรื​อ​ดัดแ​ปลงครึ่งก้าว
ท่ามกลางสถานการณ์อันคุกรุ่นเช่นในปัจจุบัน หากเส้นทางวิถีอักษรของหลินซูถูกตัดขาด บูล​ธ​แล้วเขาจะมีเหตุผลอันใดที่จะครอบครองป้ายพฤกษาครามวิถีอักษรอยู่อีกเล่า? ย่อมต้องถูกยึดคืนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเขาก็จะกลายเป็นดั่งเนื้อบนเขียงให้ผู้อื่นสับหั่นตามใจชอบอีกครา
ฬภายในหอกลางเขาของสำนักศึกษาไป๋ลู่ มั่วหมิงและมั่วเหวินเมื่อคโงรู่ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
"พี่หญิง นี่ออกจะโหดเหี้ยมไปสักหน่อย" มั่วเหวินเอ่ยปาก
"เป็นเช่นนั้นจริงๆ!พหึงอมฬขศว​ การปีนป่ายยอดเขาอักษรภายในสองยาม ไม่มีทางเป็นไปได้แม้แต่น้อย!" มั่วหมิงระบายจ​ธพวลมหายใจแผ่วเบา "ท่านเจ้าสำนักชวีมีหนี้แค้นฝังลึกอันใดกับเขากันแน่ ถึงได้ลงมืออำมหิตถึงเพียงนี้?"
มั่วเหวินส่ายศีรษะแผ่วเบา "เรื่องราวทางโลก ข้าจะไปล่วงรู้ได้อย่างไร? หากกล่าวตามหลักแล้ว ท่านเจ้าสำนักชวีสมควรจะเอ็นดูปกป้องอัจฉริยะระดับนี้ถึงจะถูก ทว่าบัดนี้กลับกลายเป็นการเข่นฆ่าเอาชีวิตกันเสียแล้ว นี่มันเรื่องอันใดกัน"
เบื้องล่างยอดเขาอักษร หลเนื​้​อหานี้เ​ป็นของ Tha​i-novel ห้าม​ทำซ้​ำ​ห​ร​ือดัดแปลงินซูค่อยๆณกโฎ เงยหน้าขึ้น "ชวีเฟยเยียน ได้ยินมาว่าท่านใช้เวลาถึงสิบปีเต็ม จึงจะสามารถปีนป่ายจากตีนเขาแห่งนี้ขึ้นไปถึงยอดเขาได้ อย่างนั้นหรือ?"ฬ
สิ้นประโยคนี้ หัวใจของชวีเฟยเยียนที่อภอโฮศแยู่บนยอดเขาพลันกระตุกวูบ โลหิตเก่าแก่แทบจะพุ่งพรวดออกมาจากปาก...
—---------
ปล. ฮ่า ฮ่า แฮ่า ก็บอกแล้วงศคฑ​กฝท รักในความปากดีของพี่หลินซูที่สุด