เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 รูปนี้ขาวจั๊วะเลย

บทที่ 29 รูปนี้ขาวจั๊วะเลย

บทที่ 29 รูปนี้ขาวจั๊วะเลย


เมื่อเทียบกับการนั่งเครื่องบินแล้ว หลัวเย่ชอบนั่งรถไฟความเร็วสูงกับรถไฟธรรมดามากกว่า

เครื่องบินมันแคบเกินไป การต้องนั่งเบียดอยู่ในเบาะแคบๆ เป็นชั่วโมงๆ มันทำให้รู้สึกอึดอัดสุดๆ

แน่นอนว่าที่นั่งเฟิร์สคลาสคือข้อยกเว้น แต่ราคาก็แพงกว่าตั้งหลายเท่า ถึงแม้เขาจะพอมีกำลังทรัพย์ แต่หลัวเย่ก็ไม่อยากเอาเงินมาละลายเล่นกับค่าเดินทางแบบนี้

รถไฟความเร็วสูงแล่นฉิวไปตามราง ภาพทิวทัศน์สองข้างทาง ไม่ว่าจะเป็นทะเลสาบ ทางยกระดับ อุโมงค์ และภูเขา ล้วนพัดผ่านสายตาไปอย่างรวดเร็ว

การเดินทางครั้งนี้ใช้เวลาไม่นานนัก และหลัวเย่ก็ไม่ได้กินข้าวเย็นบนรถไฟ พอลงจากรถไฟ เขาก็หิวจนไส้แทบขาด

สำหรับนักเขียนนิยายคนอื่นๆ เขาไม่รู้หรอกนะ แต่สำหรับตัวเขาเอง เขาชอบไปเยือนสถานที่แปลกใหม่และดูทิวทัศน์ที่หลากหลาย เพราะมันช่วยให้เขาสร้างสรรค์เรื่องราวที่น่าตื่นเต้นได้มากขึ้น

ถึงแม้ครั้งนี้เขาจะได้แค่มาเที่ยวหางโจว เขาก็พอใจแล้ว

ทว่า หางโจวมีฉายาที่โด่งดังมากอยู่อย่างหนึ่ง

เมืองนี้ถูกขนานนามว่าเป็น 'ทะเลทรายแห่งอาหาร'

หลัวเย่มาถึงร้านอาหารแห่งหนึ่ง เตรียมตัวลิ้มลองเมนูเด็ดประจำเมือง

ปลาเปรี้ยวหวานซีหู

เมื่อเห็นหลัวเย่สั่งเมนูนี้ พนักงานเสิร์ฟก็มองเขาด้วยสายตาแปลกๆ แล้วกระซิบถามว่า "สุดหล่อ เพิ่งเคยมาหางโจวครั้งแรกเหรอครับ"

"ใช่ครับ เพิ่งมาถึงเลย" หลัวเย่มองพนักงานเสิร์ฟด้วยความงุนงง "ทำไมเหรอครับ"

"เปล่าครับๆ ปลาเปรี้ยวหวานซีหูหนึ่งที่ รอสักครู่นะครับ"

พนักงานเสิร์ฟมองหลัวเย่ด้วยสายตาสงสารจับใจ ก่อนจะเดินจากไป

เมื่อเขากลับมา เขาก็ยกจานปลามาเสิร์ฟ

หลัวเย่มองดูปลาบนโต๊ะ หน้าตาก็ดูน่ากินดี เขาจึงลองคีบเข้าปากคำหนึ่ง

วินาทีนั้น คิ้วของหลัวเย่ก็ขมวดเข้าหากันทันที

ถึงแม้เขาจะทำอาหารไม่เป็น แต่ปลาจานนี้มันรสชาติแย่สุดๆ

นอกจากจะไม่อร่อยแล้ว ราคายังแพงหูฉี่อีกต่างหาก ปลาตัวเดียวตั้งสองร้อยหยวน

มองดูหน้าตาปลาในจานที่ดูเหมือนตายตาไม่หลับ หลัวเย่ก็ถอนหายใจ เอาตะเกียบจิ้มตาปลาเบาๆ แล้วรำพึงรำพัน "พี่ปลา พี่คงไม่เคยคิดเลยสินะว่าตายไปแล้วจะถูกเอามาทำเป็นอาหารที่รสชาติหมาไม่แดกแบบนี้"

ด้วยคติประจำใจที่ว่าจะไม่กินทิ้งกินขว้าง หลัวเย่จึงกล้ำกลืนฝืนกินจนหมดจาน ก่อนจะเดินไปจ่ายเงินกับเจ๊เจ้าของร้าน

เมื่อเห็นหน้าตาหล่อเหลาใสซื่อของหลัวเย่ เจ๊เจ้าของร้านก็เอ่ยเตือน "พ่อหนุ่มหน้ามน ถ้าเพิ่งมาหางโจว แนะนำให้ไปกินพวกร้านริมทาง บะหมี่หลานโจว ไม่ก็ไหตี่เลาเถอะนะ หรือถ้าไม่รู้จะกินอะไรจริงๆ ก็ไปกินร้านซาเซี่ยนเลยลูกเอ๊ย"

เมื่อได้ยินดังนั้น หลัวเย่ก็พยักหน้าหงึกๆ อย่างเห็นด้วย

คำแนะนำนี้ช่างมีค่าดั่งทองคำ

หลังจากออกจากร้าน หลัวเย่ก็กะว่าจะหาโรงแรมใกล้ๆ นอนพักสักคืน

หลังจากจองห้องพักเสร็จ หลัวเย่ก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนเตียง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหน้าแชตของรุ่นพี่นางฟ้า กะจะถามว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่

ในขณะเดียวกัน ที่หอพักอาจารย์ ซูไป๋โจวเพิ่งอาบน้ำเสร็จ

เธอจองตั๋วรถไฟกลับบ้านเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้เช้าตรู่ก็ต้องออกเดินทาง คืนนี้เธอจึงตั้งใจว่าจะไม่นอนดึก

แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ของเธอรออยู่ที่บ้าน เธอคงไม่อยากกลับไปเหยียบที่นั่นเลย

ความสัมพันธ์ของพ่อกับแม่เธอไม่ค่อยดีนัก แม่ของเธอสุขภาพไม่แข็งแรงและต้องการคนดูแล แต่พ่อก็ไม่เคยเหลียวแลแม่เลย

ผู้หญิงที่ให้กำเนิดลูกสาวหน้าตาสะสวยไร้ที่ติอย่างซูไป๋โจวได้ ตอนสาวๆ ก็ย่อมต้องเป็นผู้หญิงสวยระดับแถวหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย

ด้วยเหตุนี้ พ่อของเธอจึงมักจะหวาดระแวงภรรยาของตัวเองอยู่เสมอ และถึงขั้นลงไม้ลงมือกับเธอด้วยเรื่องนี้

ตอนที่ซูไป๋โจวยังเด็ก แม่ของเธอต้องลาออกจากบริษัท เพียงเพราะมีผู้ชายมาตามจีบเธอที่ทำงาน

เมื่อความหวาดระแวงก่อตัวขึ้น มันก็ยากที่จะหยุดยั้งได้ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ แม่ของซูไป๋โจวจึงตัดสินใจลาออก

แต่การกระทำเช่นนั้นกลับไม่ได้ทำให้พ่อของเธอพอใจ มิหนำซ้ำ เขายังมองว่ามันเป็นการกระทำของคนที่มีชนักติดหลัง

ต่อมา สุขภาพของแม่เธอก็เริ่มย่ำแย่ลง ความสวยงามก็เริ่มร่วงโรย พ่อของเธอก็ยิ่งเหินห่างและเย็นชาใส่แม่มากขึ้นเรื่อยๆ

และหลังจากนั้น ตอนที่ซูไป๋โจวเรียนจบ ม.ปลาย และถูกผู้ชายที่ตามจีบปล่อยข่าวลือเสียๆ หายๆ พ่อของเธอกลับไม่ออกโรงปกป้องเธอเลยแม้แต่คำเดียว ซ้ำร้าย เขายังพูดประโยคที่ทำให้ซูไป๋โจวแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

"แกก็เหมือนแม่แกนั่นแหละ ชอบอ่อยผู้ชายไปทั่ว"

ซูไป๋โจวกัดริมฝีปากแน่น แค่คิดว่าจะต้องกลับบ้าน เธอก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว

เธอนอนเล่นอยู่บนเตียง จ้องมองโทรศัพท์ ราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง

ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความก็ดังขึ้น

"ทำอะไรอยู่ครับ"

ซูไป๋โจวมองไปที่เพดานห้อง ก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปความว่างเปล่าแล้วส่งไปให้

เมื่อเห็นรูปนั้น หลัวเย่ก็ถึงกับอึ้ง

ในรูปมีแค่เพดานกับหลอดไฟที่สว่างจ้าเหมือนดวงอาทิตย์

หลัวเย่จินตนาการภาพรุ่นพี่นางฟ้ากำลังนอนหงายอยู่บนเตียง สองมือชูโทรศัพท์ขึ้นฟ้า จ้องมองหน้าจอ แล้วก็กดถ่ายรูปส่งมาให้เขา

ถึงแม้รูปนี้มันจะดูไร้สาระไปหน่อย แต่การแชตกับคนที่ชอบ มันก็เป็นเรื่องไร้สาระแบบนี้แหละ

ถ้าต้องมานั่งหาเรื่องคุยเพื่อประคองบทสนทนาให้รอดไปวันๆ นั่นก็แปลว่าอีกฝ่ายไม่ได้รู้สึกอะไรกับเราเลย

แต่สำหรับคนสองคนที่ใจตรงกัน พวกเขามักจะคอยหาเรื่องมาคุยกับอีกฝ่ายอยู่เสมอ แม้แต่รูปถ่ายที่ไม่มีความหมายอะไรเลย ก็สามารถจุดประกายบทสนทนาได้

หลัวเย่: รุ่นพี่นางฟ้า ชูโทรศัพท์นานๆ เมื่อยแขนแย่เลย ตอนนี้คงจะนอนตะแคง แล้วเอาขาซ้ายก่ายขาขวาอยู่แน่ๆ เลยใช่ไหมครับ

ทันทีที่ข้อความนี้ถูกส่งมา ซูไป๋โจวก็พลิกตัวตะแคงข้าง เอาขาซ้ายก่ายขาขวาพอดีเป๊ะ

หลังจากเปลี่ยนท่าปุ๊บ เสียงแจ้งเตือนข้อความก็ดังขึ้น ซูไป๋โจวเปิดอ่านข้อความของหลัวเย่

เธอแอบสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อตระหนักได้ว่าท่านอนของเธอในตอนนี้มันเป๊ะกับที่หลัวเย่เดาไว้ทุกประการ

จากนั้น เธอก็พลิกตัวไปอีกข้าง แล้วเอาขาขวาก่ายขาซ้ายแทน

รุ่นพี่นางฟ้า: ทายผิดจ้ะ

หลังจากส่งข้อความนี้ไป เธอก็ถ่ายรูปขาตัวเองส่งไปให้หลัวเย่เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าเขาเดาผิด

ทันทีที่รูปถูกส่งไป ภาพเรียวขาขาวเนียนดุจหยกก็ปรากฏหราขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ของหลัวเย่

ผิวของซูไป๋โจวเนียนละเอียดสุดๆ ประกอบกับเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ เรียวขาขาวจั๊วะคู่นี้จึงกลายเป็นสมบัติล้ำค่าที่ผู้ชายคนไหนก็ไม่อาจละสายตาไปได้

แถมวันนี้ซูไป๋โจวยังใส่กางเกงขาสั้นอีกด้วย เวลาอยู่บ้านเธอไม่ค่อยสนใจเรื่องการแต่งตัวเท่าไหร่ เธอจึงอวดเรียวขายาวๆ ให้เห็นเกือบหมด

ทว่า วินาทีต่อมา รูปนี้ก็ถูกกดยกเลิกข้อความ

ซูไป๋โจวนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าที่เคยเย็นชาแดงก่ำด้วยความอาย

นี่เธอผีเข้าหรือไงเนี่ย ถึงได้ถ่ายรูปขาตัวเองส่งไปให้หลัวเย่ดู?

เธอแค่อยากจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเขาเดาผิด เธอไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งไปกว่านั้นเลยจริงๆ

แค่แป๊บเดียวเอง เขาคงไม่เห็นหรอกมั้ง?

ซูไป๋โจวคิดเข้าข้างตัวเอง ภาวนาในใจขออย่าให้เขาทันเห็นรูปที่เธอเพิ่งส่งไปเลย

แต่พอคิดว่าถ้าเขาไม่ได้เห็นจริงๆ... ไม่รู้ทำไม ลึกๆ แล้วเธอกลับรู้สึกแอบเสียดายขึ้นมานิดๆ

รูปร่างอันสมบูรณ์แบบที่เธอหวงแหนมาตลอดยี่สิบเอ็ดปี มีแค่ตัวเธอเองเท่านั้นที่เคยได้เชยชม

เวลาออกไปข้างนอก ซูไป๋โจวมักจะใส่กางเกงขายาวหรือกระโปรงยาวเสมอ สั้นสุดก็แค่เหนือเข่า อย่างมากก็แค่โชว์น่องเท่านั้นแหละ

เธอรู้ตัวว่าเธอสวย แต่เธอไม่ชอบสายตาแทะโลมของคนอื่น เธอจึงไม่เคยใส่เสื้อผ้าที่เน้นสัดส่วนให้ใครเห็น

เมื่อเห็นว่าหลัวเย่เงียบไป ซูไป๋โจวก็เริ่มกระวนกระวายใจ จึงส่งข้อความไปหาอีกครั้ง

รุ่นพี่นางฟ้า: ทำอะไรอยู่

อีกหนึ่งข้อความเด้งขึ้นมา ในที่สุดหลัวเย่ก็ได้สติและรีบตอบกลับ "ผมไม่ได้เห็นอะไรเลยนะครับ"

ยิ่งปฏิเสธก็ยิ่งมีพิรุธ

ซูไป๋โจวมั่นใจเลยว่าเขาต้องเห็นแล้วแน่ๆ

คิดได้ดังนั้น ซูไป๋โจวก็เอาแต่นอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียง หันซ้ายทีหันขวาที รู้สึกกระสับกระส่ายไปหมด

ทั้งสองคนแชตคุยกันไม่หยุด เรื่องนู้นเรื่องนี้ไหลมาเทมาไม่ขาดสาย ราวกับคุยกันได้ไม่มีวันจบ

โดยไม่รู้ตัว อารมณ์ของซูไป๋โจวก็เริ่มผ่อนคลายลง ความขุ่นมัวในใจก่อนหน้านี้มลายหายไปจนหมดสิ้น

เธอไม่อยากกลับบ้านเลย เพราะที่นั่นมีแต่คนคอยจับผิดและนินทาว่าร้ายเธอ

ทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์ตอนที่ถูกคนทั้งเมืองรุมประณามหลังจากเรียนจบ ม.ปลาย หัวใจของซูไป๋โจวก็รู้สึกหนักอึ้งราวกับถูกหินถ่วง

จบบทที่ บทที่ 29 รูปนี้ขาวจั๊วะเลย

คัดลอกลิงก์แล้ว