เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 46 ยันต์พิรุณศักดิ์สิทธิ์

ตอนที่ 46 ยันต์พิรุณศักดิ์สิทธิ์

ตอนที่ 46 ยันต์พิรุณศักดิ์สิทธิ์


ตอนที่ 46 ยันต์พิรุณศักดิ์สิทธิ์

หลัวฮั่นหน้ายิ้มถูกสายตาอันแปลกประหลาดและความหื่นกระหายของฉินเส้าโหยวทำเอาขวัญผวา

มันออกแรงผลักหวังจะผลักฉินเส้าโหยวออกไป

แต่ฉินเส้าโหยวเคลื่อนไหวเร็วกว่า

เหล็กแหลมเล่มหนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากแขนเสื้อเกราะของฉินเส้าโหยว แฝงไปด้วยปราณโลหิตอันดุดัน พุ่งทะลวงเข้าใส่เส้นเลือดใหญ่ที่คอของหลัวฮั่นหน้ายิ้มอย่างจัง

ด้วยระยะที่ประชิดขนาดนี้ หลัวฮั่นหน้ายิ้มไม่มีทางหลบพ้น ถูกเหล็กแหลมทิ่มเข้าอย่างจัง

ทว่า ภาพที่คาดคิอว่าคอจะทะลุแล้วมีเลือดพุ่งกระฉูดออกมากลับไม่เกิดขึ้น

ผิวหนังที่คอของหลัวฮั่นหน้ายิ้มไม่แม้แต่จะมีรอยถลอก ในทางกลับกัน เหล็กแหลมในมือของฉินเส้าโหยวต่างหากที่แหลกละเอียดคามือ

ฉินเส้าโหยวถึงกับอึ้งกิมกี่: ร่างกายของไอ้มารศาสนาตัวนี้ มันจะแข็งปั๋งอะไรขนาดนี้วะ?

แต่ไม่นานเขาก็รู้ตัวว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ถ้าไอ้มารศาสนานี่มันตัวแข็งขนาดนั้นจริงๆ ก่อนหน้านี้มันก็คงไม่ถูกผู้พิทักษ์ราตรีรุมฟันจนสะบักสะบอมหรอก

งั้นปัญหาอยู่ที่เหล็กแหลมงั้นรึ?

ฉินเส้าโหยวเหลือบตามอง ก็พบว่าไฟประหลาดได้ลุกลามมาติดเหล็กแหลมแล้ว ไม่ใช่แค่เหล็กแหลมเท่านั้น แต่ชุดเกราะและอาวุธอื่นๆ บนตัวเขา ล้วนถูกไฟประหลาดแผดเผาจนเปราะบางแตกหักง่ายไปหมด

กระทั่งปราณโลหิตของเขา ก็ถูกเผาผลาญทำลายไปด้วยเช่นกัน

ไฟบ้าบอนี่มีฤทธิ์กัดกร่อนด้วยงั้นรึ?!

"ฮ่าๆๆๆ!"

หลัวฮั่นหน้ายิ้มหัวเราะเยาะเสียงดัง รอยยิ้มของมันดูน่าเกลียดน่ากลัว เสียงหัวเราะก็แหลมบาดหู

"คิดจะแทงข้าเรอะ? ไม่มีอาวุธแล้ว ข้าอยากจะรู้ว่าแกจะเอาอะไรมาแทงข้า..."

ยังไม่ทันสิ้นเสียงหัวเราะ ฉินเส้าโหยวก็จัดการขั้นต่อไปทันที

เขาโยนเหล็กแหลมที่ไร้ประโยชน์ทิ้งไป กำหมัดแน่น แล้วซัดเปรี้ยงเข้าที่เส้นเลือดใหญ่ตรงคอของหลัวฮั่นหน้ายิ้มอย่างแรง

หมัดนี้ทรงพลังมหาศาล ต่อยจนคอของหลัวฮั่นหน้ายิ้มยุบยวบลงไป เกิดอาการมึนงงไปชั่วขณะ

เมื่อได้จังหวะ ฉินเส้าโหยวก็ไม่หยุดยั้ง พายุหมัดกระหน่ำซัดเข้าใส่ใบหน้า ลำคอ และจุดอื่นๆ ของหลัวฮั่นหน้ายิ้มอย่างบ้าคลั่ง ปราณโลหิตถูกสูบฉีดเข้าสู่กำปั้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมพลังทำลายล้างในทุกหมัด

"ใครบอกว่าไม่มีอาวุธแล้วจะแทงคนให้ตายไม่ได้? ข้าใช้หมัดซัดแกให้ตายยังได้เลย! กำปั้นใหญ่เท่าหม้อดิน... เอ้ย ใหญ่เท่ากระสอบทรายแบบนี้ แกเคยเห็นบ้างไหมล่ะ!"

ถ้าเป็นภูตผีปีศาจทั่วไป โดนพายุหมัดสุดคลั่งของฉินเส้าโหยวเข้าไปแบบนี้ ไม่ตายก็คางเหลือง

แต่หลัวฮั่นหน้ายิ้มมีความทนทานต่อการถูกทุบตีเป็นเลิศจริงๆ

มันไม่เพียงแต่จะไม่ถูกต่อยจนตาย แต่ยังฟื้นตัวจากอาการมึนงงได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่พยายามออกแรงผลักฉินเส้าโหยว มันก็อ้าปากกว้างราวกับอ่างเลือด

ผีทารกตัวขาวซีดที่เบ้าตามีเลือดไหลเยิ้มหลายตัว มุดออกมาจากปากของหลัวฮั่นหน้ายิ้ม พวกมันใช้มือเล็กๆ ทั้งเจ็ดแปดข้างเกาะกุมฉินเส้าโหยวไว้ พยายามลากเขาออกไป พร้อมกับแยกเขี้ยวสีแดงฉาน กัดลงบนตัวฉินเส้าโหยวอย่างดุร้าย

แต่พวกมันก็ไม่อาจกัดทะลุเลือดเนื้อของฉินเส้าโหยวได้

เพราะร่างกายของฉินเส้าโหยวแข็งแกร่งเกินไป!

แข็งไปซะทุกส่วน ไม่มีตรงไหนนิ่มเลยสักนิด เล่นเอาฟันของพวกผีทารกแทบจะหักกระจุย

ถึงกระนั้น ภายใต้การร่วมมือกันของหลัวฮั่นหน้ายิ้มและพวกผีทารก ฉินเส้าโหยวก็ถูก 'แกะ' ออกมาจากตัวของหลัวฮั่นหน้ายิ้มจนได้

หลัวฮั่นหน้ายิ้มถอนหายใจด้วยความโล่งอก รีบถอยกรูดทันที

ฉินเส้าโหยวอยากจะตามไปซ้ำ แต่ก็ถูกพวกผีทารกรุมเกาะแกะทำให้เชื่องช้าลง ในเวลาเดียวกัน ฝูงซากศพเชิดก็แห่กันเข้ามาล้อมเขาไว้ทุกทิศทาง

แม้ซากศพเชิดจะมีฝีมือไม่เท่าไหร่ แต่พวกมันมีจำนวนมหาศาล

พวกมันเองก็ถูกไฟประหลาดแผดเผาจนบาดเจ็บเช่นกัน แต่ด้วยความที่ไร้ความรู้สึกเจ็บปวดและไม่เกรงกลัวความตาย ต่อให้ถูกไฟลามติดตัว การโจมตีของพวกมันก็ไม่ลดละลงเลย

ส่วนพวกผีทารกนั้นยิ่งเจ้าเล่ห์และรับมือยาก

ฉินเส้าโหยวตกอยู่ในวงล้อมอย่างสมบูรณ์ ไม่อาจตีฝ่าไปถึงตัวหลัวฮั่นหน้ายิ้มได้อีก

ส่วนหลัวฮั่นหน้ายิ้มก็เหมือนจะหวาดกลัวฉินเส้าโหยว มันไม่กล้าเข้าใกล้ลานประลอง ทำได้เพียงเดินวนเวียนอยู่รอบนอกวงล้อม อ้าปากน่าเกลียดๆ พ่นไออาฆาตออกมาไม่หยุด

ไออาฆาตเหล่านั้น บางส่วนก็กลายร่างเป็นผีร้าย บางส่วนก็กลายเป็นแมลงมีพิษ ทำให้ฉินเส้าโหยวต้องคอยรับมือจนสายตัวแทบขาด

บวกกับการถูกไฟประหลาดย่างสด การรุมทึ้งอย่างไม่คิดชีวิตของซากศพเชิด และการลอบกัดของพวกผีทารก ไม่นานเขาก็เริ่มอ่อนแรง ปราณโลหิตสูญเสียไปอย่างหนัก แม้แต่ร่างกายที่แข็งแกร่งดั่งทองแดงเหล็กกล้าก็เริ่มมีบาดแผล

ไม่ใช่แค่ฉินเส้าโหยวเท่านั้น คนอื่นๆ ก็เริ่มจะต้านทานไม่ไหวมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว

ในเวลานี้ เสียงคนตะโกนและเสียงหมาเห่าในศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ต่างก็เบาบางลงไปมาก

หมาหลายตัวถึงกับเห่าไม่ออกแล้ว นอนหมอบรอความตายอย่างเจ็บปวดทรมานอยู่ในกรงเหล็ก

ทว่า ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งความสิ้นหวังนี้ หยดน้ำหยดหนึ่งก็ตกลงมาจากฟากฟ้า กระทบลงบนจมูกของฉินเส้าโหยวพอดี

ตามมาด้วยห่าฝนที่เทกระหน่ำลงมาเป็นสาย

"ฝนตกงั้นรึ?"

"สวรรค์มีตา! ฟ้ายังไม่ทอดทิ้งพวกเราจริงๆ!"

"ฮ่าๆๆ ฝนตกแล้ว พวกเรารอดแล้ว!"

ภายในศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เหล่าผู้พิทักษ์ราตรีต่างมีความหวังลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง

หมาที่ถูกขังอยู่ในกรงเหล็ก แม้ส่วนใหญ่จะหมอบกองกับพื้นอย่างอ่อนระโหยโรยแรง แต่เมื่อเม็ดฝนหยดลงมา แววตาที่เหม่อลอยของพวกมันก็กลับมามีประกายแห่งชีวิตชีวาอีกครั้ง

ส่วนพวกมารศาสนานิกายบัวดำกลับเย้ยหยัน: "เปล่าประโยชน์น่า น้ำฝนธรรมดาๆ ดับไฟศักดิ์สิทธิ์บัวดำของพวกเราไม่ได้หรอก... เอ๊ะ?!"

ยังพูดไม่ทันขาดคำ สีหน้าของพวกมันก็แข็งค้างไปพร้อมกัน

เพราะพวกมันเห็นกับตาว่า ไฟศักดิ์สิทธิ์บัวดำที่ควรจะไม่มีวันดับด้วยน้ำฝน กลับกำลังมอดดับลงอย่างรวดเร็ว

ไม่เพียงแค่นั้น หลังจากโดนน้ำฝนสาดกระเซ็นใส่ พวกมันยังรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าพลังวรยุทธ์ของตัวเองถูกกดทับ ซ้ำร้ายยังมีรอยไหม้พุพองปรากฏขึ้นตามร่างกายอีกด้วย

ทำไมถึงเป็นแบบนี้?

ฝนที่ตกลงมานี่มันคือน้ำอะไรกันแน่?

ทำไมมันถึงลวกผิวพวกมันได้?

พวกมารศาสนานิกายบัวดำรีบเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นว่าบนท้องฟ้า เบื้องล่างดอกบัวสีดำขนาดยักษ์นั้น ไม่รู้ว่ามีเมฆฝนที่เกิดจากยันต์ลอยมารวมตัวกันตั้งแต่เมื่อไหร่

ห่าฝนที่ดับไฟศักดิ์สิทธิ์บัวดำได้ ก็ตกลงมาจากเมฆยันต์ก้อนนี้นี่เอง

เมื่อหันไปมองบนกำแพงศาลเจ้า ก็เห็นนักพรตหญิงในชุดคลุมสีฟ้า ซูทิงอวี่ ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนนั้น

ข้างกายของนาง ยังมีซูเจี้ยนชิงในร่างเด็กหญิงลอยอยู่ ทั้งคู่กำลังจ้องมองพวกมารศาสนาในลานศาลเจ้าอย่างระแวดระวัง

เมฆยันต์บนท้องฟ้านั่น ก็คือฝีมือของสองพี่น้องคู่นี้นี่เอง

จู่ๆ ฉินเส้าโหยวก็รู้สึกว่า สองพี่น้องตระกูลซูในเวลานี้ ช่างดูเท่ระเบิดไปเลย

ในนิยายเรื่องอื่นมีแต่พระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยนางเอก พอมาเรื่องของข้า ไหงกลายเป็นคนสวยมาช่วยฮีโร่ซะงั้นล่ะเนี่ย?

นี่แหละน้า ผลประโยชน์ของการเกิดมาหล่อ!

รู้สึกดีชะมัดยาด

เหล่าผู้พิทักษ์ราตรีที่หลุดพ้นจากความทรมานของไฟประหลาด ขวัญกำลังใจก็ฟื้นคืนกลับมาเต็มเปี่ยม พวกเขารวบรวมกำลังที่เหลืออยู่ พุ่งเข้าห้ำหั่นกับพวกมารศาสนานิกายบัวดำและซากศพเชิดอีกครั้ง

ชั่วพริบตาเดียว การต่อสู้ก็ดุเดือดเลือดพล่านยิ่งกว่าเดิม

และในจังหวะนั้นเอง เสียงม้าควบตะบึงอย่างรวดเร็วและหนักหน่วงก็ดังกึกก้องขึ้น

ทหารม้าหุ้มเกราะเต็มยศหน่วยหนึ่ง พุ่งทะยานฝ่าเข้ามาในศาลเจ้าพ่อหลักเมือง บดขยี้ซากศพเชิดที่ขวางประตูจนล้มระเนระนาดไปเป็นแถบ

ผู้นำทัพมา ก็คือนายกองธงใหญ่เซี่ย ที่นำกำลังไปจับกุมตัวผีวาดหนังที่จวนรองเสนาบดีจางนั่นเอง

ดูเหมือนว่าปฏิบัติการที่จวนตระกูลจางจะลุล่วงไปด้วยดี

และก็เป็นไปตามคาด รองเสนาบดีจางเตรียมการไว้พร้อมแล้วจริงๆ ทันทีที่คนของหน่วยปราบมารไปถึง เขาก็ร่วมมือจากทั้งในและนอก จู่โจมจับกุมตัวผีวาดหนังและพรรคพวกได้อย่างง่ายดาย

ไม่อย่างนั้น นายกองธงใหญ่เซี่ยและสองพี่น้องตระกูลซู คงไม่สามารถปลีกตัวมาช่วยเหลือที่นี่ได้เร็วขนาดนี้แน่

จบบทที่ ตอนที่ 46 ยันต์พิรุณศักดิ์สิทธิ์

คัดลอกลิงก์แล้ว