- หน้าแรก
- เส้นทางปุถุชนสู่วิถีเซียน เริ่มต้นจากการช่วยเหลือศิษย์พี่หญิงผู้ตกอับ
- บทที่ 16 เกลี้ยกล่อมอาจารย์
บทที่ 16 เกลี้ยกล่อมอาจารย์
บทที่ 16 เกลี้ยกล่อมอาจารย์
บทที่ 16 เกลี้ยกล่อมอาจารย์
ภายในห้องโถงใหญ่ หนานกงหลิงเฝ้ามองแผ่นหลังของซุนเสี่ยวเทียนที่เดินจากไป กลิ่นอายอันเฉียบคมที่นางแสดงออกเมื่อครู่พลันเหี่ยวเฉาลงในทันที
"ท่านอาจารย์!" เสิ่นหรูเยี่ยนตกใจรีบก้าวเข้าไปพยุงนางไว้
ศิษย์คนอื่นๆ ก็ตื่นตระหนกไม่แพ้กัน ต่างเร่งฝีเท้าเข้ามาหาด้วยความเป็นห่วง
หนานกงหลิงโบกมือส่งสัญญาณให้ศิษย์คนอื่นๆ ถอยออกไป "พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการสมาธิเพื่อทำจิตใจให้สงบ อย่าลืมสมุนไพรวิญญาณที่ข้าสั่งให้ไปตามหาด้วย"
"ลูกศิษย์รับทราบเจ้าค่ะ!"
บรรดาศิษย์ต่างทยอยเดินออกจากห้องโถงไปทีละคน
เหลือเพียงเสิ่นหรูเยี่ยนที่ยังไม่ยอมจากไป
ผู้ที่เพิ่งออกไปนั้นล้วนเป็นศิษย์สายตรงของหนานกงหลิง
พวกเขาไม่ว่าจะเป็นระดับก่อรากสร้างฐานหรือระดับผสานทองคำ ต่างมีภาระหน้าที่ในการตามหาสมุนไพร
ภายในห้องโถงใหญ่ เจตนาฆ่าฟันในตอนแรกเริ่มจางหายไป แต่กลับไม่อาจปกปิดเสียงลมหายใจที่เริ่มหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ของหนานกงหลิงได้
เสิ่นหรูเยี่ยนยืนอยู่เบื้องล่างของบันได มองดูใบหน้าที่เคยสง่างามและเย็นชาของอาจารย์บัดนี้กำลังถูกความเจ็บปวดกัดกินจนนางรู้สึกปวดใจยิ่งนัก
นางรู้ดีว่าพิษอัคคีในร่างของหนานกงหลิงได้แทรกซึมเข้าสู่ไขกระดูกมานานแล้ว
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันถูกกดทับไว้ด้วยตบะบารมีที่แข็งแกร่งเพียงเท่านั้น
แต่ยิ่งกดทับไว้รุนแรงเพียงใด แรงสะท้อนกลับย่อมดุร้ายมากขึ้นเพียงนั้น
การจู่โจมซุนเสี่ยวเทียนเมื่อครู่นี้ เกรงว่าจะเป็นกำลังเฮือกสุดท้ายที่อาจารย์ของนางจะเค้นออกมาได้
หากอาจารย์ล้มลง ยอดเขาหลิงอวิ๋นย่อมต้องเปลี่ยนมือในทันที
และสำหรับพวกนางที่เป็นศิษย์สายตรง วันเวลาข้างหน้าคงไม่อาจผ่านไปได้โดยง่าย
"หรูเยี่ยน เหตุใดเจ้ายังไม่ไปอีก" หนานกงหลิงขมวดคิ้ว น้ำเสียงแหบพร่าทว่ายังแฝงไปด้วยความน่าเกรงขามที่ไม่อาจโต้แย้งได้
เสิ่นหรูเยี่ยนสูดลมหายใจลึก ราวกับตัดสินใจครั้งใหญ่ก่อนจะทรุดเข่าลงบนพื้นกะทันหัน
"ท่านอาจารย์ ลูกศิษย์... ลูกศิษย์พบวิธีที่จะช่วยท่านได้แล้วเจ้าค่ะ!!!"
หนานกงหลิงยิ้มเยาะตนเอง มุมปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มที่งดงามทว่าแฝงด้วยความโศกเศร้า "วิธีงั้นหรือ? ขนาดสมุนไพรวิญญาณธาตุน้ำแข็งระดับผสานทองคำยังแทบจะสะกดพิษอัคคีนี้ไม่ได้เลย นอกเสียจากว่าจะมีวัตถุธาตุหยินบริสุทธิ์ในตำนาน หรือไม่ก็..."
"หรือไม่ก็ต้องใช้บุรุษที่มี กายาสุริยะเทพ สละชีวิตเพื่อถ่ายโอนเพลิงอัคคีและสลายพิษเจ้าค่ะ!!"
เสิ่นหรูเยี่ยนกล่าวแทรกขึ้นมาก่อน น้ำเสียงของนางดังก้องไปทั่วห้องโถงที่ว่างเปล่า
ดวงตาของหนานกงหลิงพลันแข็งค้าง จากนั้นใบหน้าของนางก็มืดมนลง น้ำเสียงเย็นเฉียบบาดลึก "บังอาจ! เจ้ากล้าเอ่ยถึงวิชานอกรีตเช่นนั้นต่อหน้าข้าเชียวหรือ? เจ้าจะให้ข้าไปหาบุรุษมาทำเรื่อง บำเพ็ญคู่ชิงธาตุ เช่นนั้นหรือ?? ข้าไม่ได้บอกเจ้าไปแล้วหรือว่าห้ามพูดถึงเรื่องนี้อีก!!"
"อาจารย์โปรดประทานอภัย! ลูกศิษย์มิได้หมายความเช่นนั้นจริงๆ เจ้าค่ะ!"
เสิ่นหรูเยี่ยนรีบโขกศีรษะ น้ำเสียงจริงใจถึงขีดสุด "ท่านอาจารย์ ท่านทราบหรือไม่ว่า เนตรทองวารีคราม ของลูกศิษย์บรรลุขึ้นมาได้อย่างไร"
"หืม?? หรือว่าเจ้ากับบุรุษที่มีกายาสุริยะเทพ..."
"เจ้าค่ะ!" มาถึงขั้นนี้ เสิ่นหรูเยี่ยนไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป
นางตัดสินใจแบไต๋ออกมาทั้งหมด
หากนางไม่พูดตอนนี้แล้วเกิดเรื่องไม่คาดฝันกับอาจารย์ขึ้นมา นางคงต้องใช้เวลาทั้งชีวิตที่เหลืออยู่จมกับความรู้สึกผิด!!
จากนั้น เสิ่นหรูเยี่ยนก็รีบเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกมาโดยไว
"ท่านอาจารย์ หวังต้าฉีเป็นคนซื่อสัตย์และจงรักภักดี ท่าน... ท่านไปหาเขาเถิด จะต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน อย่างไรเสียพอเรื่องเสร็จสิ้นลง ท่านก็แค่ชำระร่างกาย..."
"เหลวไหล!" ใบหน้าของหนานกงหลิงยิ่งดูย่ำแย่ลงไปอีก "ข้าเป็นถึงเจ้าอดเขา มีตบะบารมีระดับก่อเกิดวิญญาณ จะให้ข้า... กับศิษย์ฝ่ายนอก... หากเขารู้ว่าเป็นข้า และเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนในใต้หล้านี้??"
ใบหน้างดงามของหนานกงหลิงแดงก่ำ ไม่รู้ว่าแดงเพราะความโกรธหรือความอับอายกันแน่
"ท่านอาจารย์! ขอเพียงขุนเขายังเขียวขจี ก็มิต้องกลัวว่าจะไร้ซึ่งฟืนเจ้าค่ะ!!"
เสิ่นหรูเยี่ยนขยับเข้าไปใกล้ด้วยความร้อนใจ "เจ้าคนโฉดซุนเสี่ยวเทียนนั่นรอไม่ไหวแล้ว การหยั่งเชิงเมื่อครู่นี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เมื่อมันแน่ใจว่าพลังของท่านถดถอยลงอย่างมาก มันต้องลงมือแน่ๆ ถึงตอนนั้นหากท่านสูญเสียตำแหน่งเจ้าอดเขาไป ท่านคงไม่มีปัญญาจ่ายค่าโอสถหิมะเยือกแข็งควบแน่นวิญญาณในทุกๆ เดือนเป็นแน่!"
หนานกงหลิงนิ่งเงียบ นางกำที่วางแขนของบัลลังก์ไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีดจากการออกแรงมากเกินไป
เป็นความจริงที่นางสามารถจ่ายค่าโอสถหิมะเยือกแข็งควบแน่นวิญญาณสองเม็ดในทุกเดือนได้ ก็เพราะตำแหน่งเจ้าอดเขานี่เอง!
มิเช่นนั้น แม้จะเป็นผู้ฝึกตนระดับสูงขั้นก่อเกิดวิญญาณ นางจะไปหาหินวิญญาณมากมายมาจากที่ใด?
หรือนางจะต้องไปเป็นนักล่าสมบัตินอกรีต?
ทว่าผู้ฝึกตนทั่วไปจะมีหินวิญญาณมากมายขนาดนั้นเชียวหรือ? ส่วนพวกผู้ฝึกตนที่ร่ำรวยก็ใช่ว่าจะเคี้ยวได้ง่ายๆ
เฮ้อ...
พูดตามตรง นางย่อมไม่ยินยอม
หลังจากเก็บตัวบำเพ็ญเพียรมาสามร้อยปี ในที่สุดนางก็ก้าวเข้าสู่ขอบเขตก่อเกิดวิญญาณ!
แต่เพราะอาการบาดเจ็บเรื้อรังในร่างกายทำให้นางไม่อาจก้าวเข้าสู่ขอบเขตเปลี่ยนวิญญาณได้
ตอนนี้ไม่เพียงแต่การบำเพ็ญไม่ก้าวหน้า แต่มันกลับถดถอยลงทุกวัน!
อันที่จริงนางก็เข้าใจดีว่าที่ซุนเสี่ยวเทียนโอหังถึงเพียงนี้ก็เพราะมันไม่มีสิ่งใดต้องเกรงกลัว
ท่านเจ้าสำนักเมฆาเลือนลางเองก็เริ่มระแวงในพละกำลังของนางมานานแล้ว
สำนักย่อมไม่เลี้ยงคนไร้ประโยชน์!!!
หากศิษย์ฝ่ายในไร้ฝีมือ ย่อมถูกขับออกจากสำนักฝ่ายในไปเป็นศิษย์ฝ่ายนอก!
และหากเจ้าอดเขาไร้ซึ่งตบะบารมีที่แข็งแกร่ง ย่อมต้องเผชิญกับการถูกปลดจากตำแหน่งเช่นกัน!!
'หืม?? ดูเหมือนอาจารย์จะเริ่มหวั่นไหวแล้ว'
เสิ่นหรูเยี่ยนเป็นคนเฉลียวฉลาดและเก่งเรื่องการสังเกตสีหน้า
เมื่อเห็นอาจารย์เริ่มมีท่าทีโอนอ่อน เสิ่นหรูเยี่ยนจึงแอบฉายแววตาเล็กน้อยก่อนจะงัดแผนสุดท้ายออกมา
"ท่านอาจารย์ พวกเราสามารถตบตาคนทั้งโลกได้เจ้าค่ะ!! ท่านไปหาหวังต้าฉี เขาไม่มีทางรู้หรอกว่าเป็นท่าน"
"เหลวไหล ทำ... ทำเรื่องพรรค์นั้น เขาจะไม่รู้ได้อย่างไร" ถึงแม้หนานกงหลิงจะปฏิเสธในตอนแรก แต่ในใจกลับเริ่มเกิดความอยากรู้ และอดไม่ได้ที่จะอยากฟังแผนการของเสิ่นหรูเยี่ยน
เสิ่นหรูเยี่ยนกล่าวว่า "หวังต้าฉีผู้นั้นมีตบะบารมีเพียงขั้นกลั่นปราณ ความหยั่งรู้ของเขาย่อมมีจำกัด ท่านสามารถสวมหน้ากากมายาซึ่งสามารถเปลี่ยนกลิ่นอายของท่านได้เจ้าค่ะ!"
"ถึงตอนนั้น ท่านก็แสร้งทำตัวเป็นศิษย์น้องฝ่ายนอกคนใหม่ที่ข้ารับดูแลไว้ โดยอ้างว่าเพราะเกิดความผิดพลาดระหว่างการบำเพ็ญเพียร จึงต้องขอให้เขา ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บ"
"ด้วยวิธีนี้ ไม่เพียงแต่ท่านจะสลายพิษอัคคีได้ แต่เขาก็จะไม่มีวันล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของท่านด้วย!! มิใช่เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวหรือเจ้าคะ..."
หนานกงหลิงฟังจนหัวใจเต้นระรัว ความคิดที่พิสดารเช่นนี้หากเป็นเวลาปกติ นางคงจะฟาดฝ่ามือใส่ไปนานแล้ว
แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นความร้อนภายในร่างที่แทบจะเผาผลาญดวงวิญญาณให้เป็นจล และเมื่อนึกถึงใบหน้าอันชั่วร้ายของซุนเสี่ยวเทียน...
ดูเหมือนว่ามันอาจจะใช้ได้ผลจริงๆ
หนานกงหลิงพลันมีความคิดประหลาดเช่นนี้วูบเข้ามา
แต่ไม่นานนัก นางก็ส่ายหน้าอีกครั้ง
'ข้าคือเจ้าอดเขาแห่งยอดเขาหลิงอวิ๋น เป็นผู้ฝึกตนระดับสูงขั้นก่อเกิดวิญญาณ! ข้าจะ... ข้าจะทำเช่นนี้ได้อย่างไร'
"ท่านอาจารย์ อันที่จริงในช่วงแรก ข้าก็ไม่ได้ให้เขาเห็นตัวตนที่แท้จริงของข้าเหมือนกันเจ้าค่ะ!" ใบหน้างดงามของเสิ่นหรูเยี่ยนขึ้นสีระื่อ เพื่อที่จะเกลี้ยกล่อมอาจารย์ นางจึงยอมเล่าสถานการณ์ของตนเองออกมา
หนานกงหลิงถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินเช่นนั้น
"เจ้าจะบอกว่า เจ้าบังเอิญทำผ้าดำที่ปิดตาหวังต้าฉีหลุดขาด แล้วเขาก็เลยเห็นเจ้าอย่างนั้นหรือ"
เสิ่นหรูเยี่ยนพยักหน้า
"แล้วหลังจากนั้นล่ะเกิดอะไรขึ้น" นางเริ่มรู้สึกอยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านขึ้นมาทันที เกี่ยวกับเหตุการณ์หลังจากที่คนทั้งสองสบตากัน
ในใจนางคิดว่า เสิ่นหรูเยี่ยนช่างสะเพร่ายิ่งนัก
ลองเอาตัวเองเข้าไปแทนที่ดูสิ หากเป็นนาง นางคงอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีไปแล้ว!
แต่นางกลับยังนิ่งสงบอยู่ได้ เห็นได้ชัดว่าผิวหน้าของนางช่างหนานัก!
"ท่านอาจารย์ หลังจากนั้นข้าก็คิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร และเจ้าหนุ่มนั่นย่อมไม่กล้ากล่าววาจาเหลวไหลแน่นอน มิเช่นนั้นเขาย่อมรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น จริงไหมเจ้าคะท่านอาจารย์??? ตอนนี้ข้ากลับรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมากเมื่ออยู่กับเขา ไม่รู้สึกประหม่าอีกต่อไปแล้ว และยัง... และยัง..."
เสิ่นหรูเยี่ยนอยากจะพูดเหลือเกินว่า และมันยังรู้สึกสบายตัวมากอีกด้วย
แต่คำพูดเช่นนั้น ในฐานะสตรีที่รักษาความบริสุทธิ์มาตลอด นางย่อมกระดากปากที่จะเอ่ยออกมา
สีหน้าของหนานกงหลิงดูประหลาดพิกล
นางไม่นึกเลยว่าศิษย์รักที่วางตัวดีมาตลอด กลับมีมุมที่ปล่อยตัวปล่อยใจได้ถึงเพียงนี้
ช่างรู้หน้าไม่รู้ใจโดยแท้
"ท่านอาจารย์ โอกาสหลุดลอยไปแล้วไม่อาจย้อนคืนนะเจ้าคะ! ท่านคงไม่อยากเห็นการบำเพ็ญของตนเองถดถอยลงทุกวันใช่ไหมเจ้าคะ? หากถึงขั้นที่ไม่สามารถแก้ไขได้แล้ว ลูกศิษย์เกรงว่าท่านอาจารย์จะเสียใจภายหลังเจ้าค่ะ!"
"...เขาจะดูไม่ออกจริงๆ หรือ" น้ำเสียงของหนานกงหลิงสั่นเครือ แฝงไปด้วยความลังเลที่เริ่มสั่นคลอน
"เขาเป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นกลั่นปราณ จะมองทะลุร่างแปลงของท่านอาจารย์ได้อย่างไรกันเจ้าคะ!!?"
เสิ่นหรูเยี่ยนยืนยันอย่างหนักแน่น
ภายในห้องโถงใหญ่ตกอยู่ในความเงียบงันเป็นเวลานาน
เนิ่นนานผ่านไป หนานกงหลิงจึงหลับตาลงและพรูลมหายใจยาวออกมา
"ช่าง... ช่างเถิด หรูเยี่ยน ข้าไม่ปรารถนาจะให้บุคคลที่สามล่วงรู้เรื่องนี้"
"ลูกศิษย์ขอสาบาน หากหลุดปากออกไปแม้เพียงครึ่งคำ ขอให้ถูกอัสนีฟาดฟันจนร่างแหลกสลายเจ้าค่ะ!!!"
เสิ่นหรูเยี่ยนดีใจเป็นอย่างยิ่ง
นางรู้ดีว่าชีวิตของอาจารย์ของนางได้รับการต่อลมหายใจไว้ได้ชั่วคราวแล้ว
ในขณะที่สภาพจิตใจของหนานกงหลิงนั้นซับซ้อนอย่างยิ่ง
นางหวนนึกถึงที่เคยลั่นวาจากับลูกศิษย์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า ต่อให้ต้องตาย ตะบะบารมีจะพังทลาย หรือดวงวิญญาณจะแตกสลาย นางก็ไม่มีวันหาคนที่มีกายาสุริยะเทพมาบำเพ็ญร่วมด้วยเด็ดขาด
ทว่ายามนี้ นางกลับต้องไปหาคนผู้นั้นเสียเอง
มิใช่เป็นการตบหน้าตนเองหรอกหรือ?
แต่ถึงแม้จะเจ็บหน้าเพียงใด นางก็ต้องก้าวต่อไป
หนทางแห่งมรรคาช่างยากลำบาก จะมาถอยหลังเพียงเพราะอุปสรรคเล็กน้อยได้อย่างไร!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ แววตาของนางก็ค่อยๆ กลับมาเฉียบคมอีกครั้ง!!
"ท่านอาจารย์ เช่นนั้นข้าจะไปติดต่อหวังต้าฉีทันที ให้เป็น... คืนนี้เลย ท่านเห็นเป็นอย่างไรเจ้าคะ"
"ตกลง"
จากนั้น สองศิษย์อาจารย์ก็เริ่มปรึกษาหารือถึงรายละเอียดของแผนการสืบต่อไป