- หน้าแรก
- ฮงไก สตาร์เรล ในเมื่อเพื่อนร่วมทีมล้วนเป็นตัวละครระดับทองคำ แล้วแบบนี้พวกเราจะแพ้ได้อย่างไร
- บทที่ 10 เล่นหมากรุกแต่เช้าตรู่? นึกถึงตาเฒ่าแถวหน้าหมู่บ้านเลย
บทที่ 10 เล่นหมากรุกแต่เช้าตรู่? นึกถึงตาเฒ่าแถวหน้าหมู่บ้านเลย
บทที่ 10 เล่นหมากรุกแต่เช้าตรู่? นึกถึงตาเฒ่าแถวหน้าหมู่บ้านเลย
บทที่ 10 เล่นหมากรุกแต่เช้าตรู่? นึกถึงตาเฒ่าแถวหน้าหมู่บ้านเลย
หากสมรภูมิโชคชะตาแห่งชาติคือโอคีม่าจริง เช่นนั้นความได้เปรียบของเค่อลู่ย่อมเรียกได้ว่ามหาศาลจนไร้ขีดจำกัด
อย่างน้อยในแง่ของข้อมูลข่าวกรอง ต่อให้ผู้เข้าแข่งขันจากทุกประเทศรวมตัวกัน ก็ยังมิอาจเทียบเคียงเค่อลู่เพียงผู้เดียวได้
"คำเตือน!"
"ช่วงเวลาคุ้มครองมือใหม่สิ้นสุดลงแล้ว!"
"รางวัลจากการสังหารผู้เข้าแข่งขัน สัตว์ประหลาด และเจ้าถิ่นในพื้นที่ จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เข้าสู่โหมดสมรภูมิเดือด ณ บัดนี้!"
เสียงแจ้งเตือนจากหน้าต่างข้อมูลส่วนตัวดังขึ้นข้างหูแล้วค่อยๆ จางหายไป เค่อลู่เพียงแค่นยิ้มอย่างเย็นชา
โหมดสมรภูมิเดือดงั้นหรือ? ชื่อนี้ช่างเหมาะสมดีแท้
เค่อลู่หาทำเลที่นั่งสบายๆ บนกิ่งไม้ใหญ่แล้วเอนกายลงนอน รอคอยให้มหกรรมแห่งการนองเลือดรอบถัดไปเริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบเชียบ
ช่วงคุ้มครองเพิ่งจะหมดลง ผู้เข้าแข่งขันจากนานาชาติน่าจะยังเลือกที่จะซ่อนตัวชั่วคราว เพื่อรอให้มีผู้บุกเบิกผู้โชคร้ายรายแรกถูกกำจัดออกจากสงครามโชคชะตาแห่งชาติอย่างทารุณ
เมื่อนั้นเอง สนามรบถึงจะเริ่มร้อนระอุขึ้นมาจริงๆ
และใครจะเป็นผู้บุกเบิกคนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมีความอดทนน้อยที่สุด
แต่ที่แน่ๆ คือเค่อลู่ไม่ได้รีบร้อนเลยสักนิด ในตอนนี้เธอมีเสบียงสำหรับประทังชีวิตถึงสองส่วน หากไม่นับปัจจัยอื่น อย่างน้อยผู้เข้าแข่งขันจากประเทศอสันก็คงต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องอาหารหนักหนากว่าเธอ
ดังนั้น ต่อให้เธอไม่ลงมือทำอะไรเลย ก็ต้องมีคนร้อนรนจนเดินออกมาหาเธอเอง... สิ่งที่เธอต้องทำตอนนี้มีเพียงแค่ "รอ"
เมื่อคิดได้ดังนั้น เค่อลู่จึงค่อยๆ หลับตาลง
แผนการรับมือนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง แต่อีกด้านหนึ่งคือเธอเหนื่อยจริงๆ
ช่วงเวลาคุ้มครองกินเวลายาวนานถึง 12 ชั่วโมง และเค่อลู่ก็เดินมาตลอด 12 ชั่วโมงนั้นจริงๆ ยังไม่รวมถึงการลงมือจัดการกับราจีฟ ผู้เข้าแข่งขันจากประเทศอสันในระหว่างนั้นอีก
แม้จะเป็นนักกีฬาที่มีสมรรถภาพทางกายดีกว่าคนทั่วไป แต่การใช้สมาธิอย่างหนักสลับกับการใช้แรงกายต่อเนื่องย่อมนำมาซึ่งความเหนื่อยล้า
แม้ดูเหมือนว่าเวลาภายในสมรภูมิโชคชะตาแห่งชาติจะหยุดนิ่ง โดยที่ท้องฟ้ายังคงเป็นสีเดิมเสมอ แต่ฬิกาชีวิตของมนุษย์นั้นไม่เคยโกหก
ร่างกายของเค่อลู่กำลังส่งสัญญาณว่า—เธอเหนื่อยมากแล้ว ได้เวลาพักผ่อนเสียที
ดังนั้น เธอจึงหลับไป
ในขณะที่สงครามโชคชะตาแห่งชาติยังไม่ถึงจุดเดือดสูงสุด เธอควรจะฉวยโอกาสนอนหลับพักผ่อนให้ได้มากที่สุด เพราะไม่มีใครรู้ว่าโชคดีหรือเคราะห์ร้ายจะมาเยือนก่อนกัน
ณ ศูนย์คณะกรรมการช่วงสงคราม
เมื่อมองดูเค่อลู่ที่ดูเหมือนจะหลับปุ๋ยอยู่ในหน้าจอ รัฐมนตรีเย่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
"ไม่นึกเลยว่าเค่อลู่จะสังเกตเห็นความผิดปกติของเวลาในสมรภูมิโชคชะตาแห่งชาติได้เร็วขนาดนี้"
"ท่านรัฐมนตรีครับ ตอนนี้ยอดผู้ชมในไลฟ์สดลดลงไปกว่าครึ่งแล้ว และคุณเค่อลู่เองก็หลับไปแล้ว ท่านควรจะไปพักผ่อนสักหน่อยดีไหมครับ?"
หลังจากการมาถึงของสงครามโชคชะตาแห่งชาติ แม้แต่ละประเทศจะเริ่มแสดงความเป็นอริต่อกันอย่างเปิดเผย แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นเกิดสงครามเต็มรูปแบบ ดังนั้นนอกเหนือจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงและผู้บรรยายอย่างคุณเฉินและเสี่ยวหลิงแล้ว ชีวิตของประชาชนทั่วไปจึงยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
พวกเขาทำงานตามเวลาและนอนตามเวลา ความกดดันในการใช้ชีวิตส่วนตัวอาจจะลดลง แต่ความกังวลในใจกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย
และในบรรดาผู้ที่มีความกังวลมากที่สุด เย่เหว่ยกั๋ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ย่อมอยู่อันดับต้นๆ อย่างไม่ต้องสงสัย
นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น เขายังไม่ได้หลับตาลงเลยแม้แต่วินาทีเดียว
"ฉันนอนไม่หลับหรอก พอหลับตาลง ภาพของภัยพิบัติทางธรรมชาติมันก็ลอยเข้ามาในหัว... มันข่มตาหลับไม่ลงจริงๆ..."
รัฐมนตรีเย่พึมพำพลางเปิดดูไลฟ์สดของผู้เข้าแข่งขันจากประเทศประภาคารไปพรางๆ
"ดูสิ ชุดพรางทหาร ปืนไรเฟิล เอ็ม4 มีดเดินป่าสไตล์ประภาคาร รองเท้าคอมแบท และเป้ยุทธวิธีที่จัดเต็มทุกอย่าง นี่คือ อาซานเต ผู้เข้าแข่งขันจากประเทศประภาคาร มียศถึงนาวาเอกแห่งกองทัพเรือ"
"บอกฉันทีสิ เมื่อเห็นคู่ต่อสู้แบบนี้ ฉันจะข่มตาหลับลงได้อย่างไร?"
เมื่อได้เห็นอุปกรณ์อันยอดเยี่ยมของอาซานเตและวิดีโอหลายชุดที่บันทึกไว้ในสมรภูมิ สีหน้าของเลขานุการหลิวก็เริ่มเคร่งเครียดขึ้นมา
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการแสดงออกของเค่อลู่นั้นเหนือความคาดหมายของคนทั้งประเทศมังกรจริง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเค่อลู่จะสามารถเอาชนะนาวาเอกผู้กุมตำแหน่งสำคัญในกองทัพได้โดยง่าย!
จริงอยู่ที่ความสามารถพิเศษของเค่อลู่นั้นทรงพลัง แต่ใครจะรับประกันได้ว่าอาซานเตจะไม่มีความสามารถพิเศษ?
ความแตกต่างระหว่างบุคคลเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับ ประเทศมังกรไม่เคยเป็นประเทศที่มองข้ามศักยภาพของผู้อื่น
"หากไม่นับอาซานเต ยังมีผู้เข้าแข่งขันจากอีก 18 ประเทศที่มีพื้นฐานมาจากกองทัพ และ 6 ในนั้นยังคงประจำการอยู่"
"แม้สงครามโชคชะตาแห่งชาติจะมีกฎห้ามนำเสบียงอาหารจากภายนอกเข้าไป แต่ไม่มีข้อกำหนดเรื่องเสื้อผ้าและกระเป๋าเป้ของผู้เข้าแข่งขัน เธอเองก็น่าจะรู้ดีว่าลำพังเป้ยุทธวิธีเพียงใบเดียวสามารถบรรจุอุปกรณ์ได้มากมายขนาดไหน ยิ่งกับยอดฝีมืออย่างอาซานเตที่ติดอาวุธตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแล้ว"
รัฐมนตรีเย่มองดูอาซานเตในวิดีโอที่กำลังเดินอย่างองอาจผ่าเผยอยู่กลางลานเมืองโดยไม่เกรงกลัวการสิ้นสุดของช่วงคุ้มครอง ด้วยความรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง
"ท่านกังวลเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ใช่ไหมครับ?"
เลขานุการหลิวจับประเด็นสำคัญได้อย่างรวดเร็ว
เป็นที่ทราบกันดีว่า อาวุธสมัยใหม่คือการโจมตีที่ลดทอนมิติเมื่อเทียบกับอาวุธยุคเก่า
คำพูดนี้ในยามปกติอาจเป็นเพียงประโยคในวิดีโอสั้นหรือสารคดี แต่ในสงครามโชคชะตาแห่งชาติ มันคือความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้
"เสี่ยวหลิว สั่งการให้กองทัพเตรียมพร้อม สำหรับสงครามครั้งหน้า ไม่ว่าใครจะถูกสุ่มเลือกมา พวกเขาต้องได้รับการติดตั้งอาวุธให้พร้อมภายในหนึ่งวัน อาวุธสมัยใหม่อาจจะไม่ได้ใช้ แต่จะไม่มีไม่ได้เป็นอันขาด!"
"รับทราบครับ!"
ไม่มีใครรู้เลยว่าคณะกรรมการช่วงสงครามในยามดึกสงัดนั้นจะมีความปั่นป่วนเพียงใด ทว่านับเป็นโชคดีที่ในสงครามโชคชะตาแห่งชาติครั้งต่อๆ ไป ผู้เข้าแข่งขันของประเทศมังกรจะรอดพ้นจากวิกฤตการถูกคัดออกได้ ก็เพราะการตัดสินใจของเย่เหว่ยกั๋วในวินาทีนี้นั่นเอง
วันรุ่งขึ้น
นาฬิกาชีวิตยังคงทำงานได้อย่างแม่นยำ ปลุกให้เค่อลู่ตื่นขึ้นในเวลา 8:00 น. ตรงตามเวลาปักกิ่งของโลกภายนอก
หลังจากได้นอนเต็มอิ่ม จิตใจของเธอก็สดชื่นขึ้นมาก แน่นอนว่ามันคงจะดีกว่านี้ถ้าสิ่งที่เห็นตอนลืมตาขึ้นมาคือแสงแดดอันเจิดจ้า แทนที่จะเป็นหมู่เมฆสีแดงสลัว
"ดูเหมือนว่าเวลาในสมรภูมิโชคชะตาแห่งชาติจะหยุดนิ่งจริงๆ"
เค่อลู่ที่เอนกายอยู่บนกิ่งไม้ถอนหายใจออกมาเบาๆ ขาข้างหนึ่งห้อยลงมาแกว่งไปมาอย่างสบายอารมณ์
ถูกต้องแล้ว แม้จะตื่นขึ้นมาแล้ว เค่อลู่ก็ยังไม่คิดจะลงมือทำอะไร
ในตอนนี้ยังมีผู้คนอยู่ในสมรภูมิมากเกินไป เธอเดินไปได้ไม่ไกลก็คงต้องเจอใครสักคน ซึ่งมันน่ารำคาญเกินไป เธอจึงยังตั้งใจที่จะใช้แผนการเดิมของเมื่อคืนนี้ต่อไป นั่นคือการ "กบดาน"!
"จะว่าไปแล้ว..."
เมื่อคืนก่อนพักผ่อนเธอได้ปิดหน้าต่างข้อมูลส่วนตัวไป หลังจากผ่านไปหนึ่งคืน คงมีข้อมูลตกหล่นไปไม่น้อย
เมื่อเปิดหน้าต่างข้อมูลขึ้นมา ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่เค่อลู่คาดไว้
เพียงชั่วข้ามคืน จำนวนผู้เข้าแข่งขันลดลงเหลือเพียง 153 คน นั่นหมายความว่าเกือบ 50 ประเทศได้กลายเป็นประเทศที่พ่ายแพ้ไปแล้ว
การแข่งขันนั้นช่างดุดันอย่างไม่อาจปฏิเสธได้จริงๆ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้ไม่ได้อธิบายอะไรได้มากนัก เพราะการประกาศของหน้าต่างข้อมูลส่วนตัวบอกเพียงว่ามีผู้เข้าแข่งขันถูกคัดออกกี่คน แต่ไม่ได้ระบุว่าพวกเขาถูกคัดออกได้อย่างไร
ถูกสังหารโดยผู้เข้าแข่งขันคนอื่น? หรือว่าไปเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดหรือเจ้าถิ่นประจำพื้นที่เข้า?
เค่อลู่ไม่ได้เก็บมาคิดให้ฟุ้งซ่าน เธอหยิบตัวหมากรุกออกมาจากกระเป๋าที่เอว พลางใช้ปากฉีกซองขนมปัง
สิ่งที่เธออยากรู้ไม่สามารถทราบได้เพียงแค่จ้องมองหน้าต่างข้อมูลส่วนตัว สู้เอาเวลานี้มาศึกษารายละเอียดของตัวหมากรุกที่ระบบให้มากับความสามารถในการสรรสร้างของมันอย่างละเอียดจะดีกว่า
"เพิ่งมาถึง เกิดอะไรขึ้นเหรอ? ทำไมคุณเค่อลู่ถึงมานั่งเล่นหมากรุกซะล่ะ?"
"ชิลจังเลย... เมื่อเทียบกับฉันที่เป็นมนุษย์เงินเดือนผู้หิวโหยแล้ว เค่อลู่ไม่ใช้ชีวิตสบายเกินไปหน่อยเหรอ?"
"เหมือนเห็นตาเฒ่าเล่นหมากรุกหน้าปากซอยเลย แค่หมากรุกที่เล่นมันคนละอย่างกัน"
"ผู้เข้าแข่งขันประเทศอื่นหวาดระแวงจนไม่กล้านอน หรือไม่ก็ถูกคัดออกไปแล้ว แต่เค่อลู่นอนหลับฝันดี พอตื่นมาก็ทำอะไรตามใจชอบอย่างสบายอารมณ์ นี่แหละคือความแตกต่างของระดับจิตใจ! (เชิดหน้าภูมิใจ.jpg)"
หลังจากผ่านไปหนึ่งวันหนึ่งคืน ผู้คนทั่วโลกต่างตกอยู่ในภวังค์ของสงครามโชคชะตาแห่งชาติจนถอนตัวไม่ขึ้น
ไม่ว่าจะมีธุระเร่งด่วนแค่ไหนหลังจากตื่นนอน สิ่งแรกที่พวกเขาทำคือการคลิกเข้าไปดูไลฟ์สดของสงครามครั้งนี้
ทว่าเมื่อได้เห็นเค่อลู่ในสมรภูมิโชคชะตาแห่งชาติมีท่าทีผ่อนคลายขนาดนี้ หลายคนจึงรู้สึกอิจฉาขึ้นมาตงิดๆ
แต่พวกเขาไม่รู้สึกริษยา เพราะพวกเขารู้ดีว่านั่นคือสมรภูมิโชคชะตาแห่งชาติ! ความสามารถในการผ่อนคลายได้ขนาดนี้คือฝีมือของเค่อลู่เอง หากเป็นคนธรรมดา ป่านนี้คงถูกคัดออกไปนานแล้ว