เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 วิชามนต์อัญเชิญและบัญชาดวงวิญญาณตระกูลเฟิง

บทที่ 11 วิชามนต์อัญเชิญและบัญชาดวงวิญญาณตระกูลเฟิง

บทที่ 11 วิชามนต์อัญเชิญและบัญชาดวงวิญญาณตระกูลเฟิง


บทที่ 11 วิชามนต์อัญเชิญและบัญชาดวงวิญญาณตระกูลเฟิง

ชั้นบนสุดของสมาคมเทียนเสี้ย ณ ห้องรับรอง

ทันทีที่เฟิงซิงถงก้าวเข้ามา กลิ่นอายรอบด้านก็เปลี่ยนไป จากความตึงเครียดก่อนหน้ากลายเป็นความกดดันที่เยือกเย็นและน่าสยดสยอง

หากการที่เติ้งโหย่วฝูเอาชนะเจี่ยเจิ้งอวี๋ได้ในพริบตาเมื่อครู่นี้คือการใช้พละกำลังและความเร็วเข้าข่ม พลังคุกคามที่เฟิงซิงถงแผ่ออกมาในยามนี้ก็คือ กฎเกณฑ์ ที่พุ่งเป้าไปที่ดวงวิญญาณโดยเฉพาะ

"พี่เติ้ง ล่วงเกินแล้ว"

แม้เฟิงซิงถงจะยังเยาว์วัย แต่เขากลับแสดงท่าทีสุขุมเกินอายุ

เขาค่อยๆยกมือขวาขึ้น พลังปราณสีดำสนิทในฝ่ามือเริ่มหมุนวนราวกับหลุมดำขนาดเล็กที่คอยสูบกลืนแสงสว่างและไอชีวิตรอบกายอย่างตะกละตะกลาม

"นี่คือ... มนต์อัญเชิญและบัญชาดวงวิญญาณงั้นหรือ"

เติ้งโหย่วฝูขยับแว่นสายตา เหงื่อเย็นๆเริ่มซึมออกมาตามหน้าผาก

แม้จะผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงจากหลิวหยวนขุยมาตลอดสามวัน และแม้ดวงวิญญาณของเขาจะผสานเข้ากับท่านหลิวคุนเซิงจนถึงขีดสุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่เขาก็ยังไม่อาจสะกดความหวาดกลัวตามสัญชาตญาณเมื่อต้องเผชิญกับกลิ่นอายนี้ได้

มันคือความสั่นสะท้านของเหยื่อที่เผชิญหน้ากับผู้ล่าตามธรรมชาติ

"โหย่วฝู... ระวังตัวด้วย"

เสียงของหลิวคุนเซิงดังขึ้นในจิตใจของเติ้งโหย่วฝู น้ำเสียงนั้นสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด "ไอ้สิ่งในมือเด็กนั่นมันชั่วร้ายนัก! ข้ารู้สึกเหมือนมีตะขอมาเกี่ยวเข้าที่จุดตายของข้าโดยตรง!"

"ท่านหลิวคุนเซิง ท่านบรรพชนหลิวกำลังดูอยู่ พวกเราถอยไม่ได้!"

เติ้งโหย่วฝูกัดฟันกรอดพลางคำรามลั่น เขาสลัดความกลัวในใจออกไปอย่างสุดกำลัง

ตูม!

ไอปีศาจมหาศาลพวยพุ่งออกมาอีกครั้ง เติ้งโหย่วฝูพุ่งเข้าใส่เฟิงซิงถงราวกับพญางูยักษ์ที่เลื้อยออกจากถ้ำ พร้อมกับเสียงลมหวีดหวิว

"ฟ่อ—!!!"

สิ้นเสียงขู่คำราม กรงเล็บของเติ้งโหย่วฝูที่แฝงไปด้วยพลังทำลายล้างเหล็กกล้าก็พุ่งตรงไปยังลำคอของเฟิงซิงถง

การโจมตีนี้ทั้งรวดเร็ว แม่นยำ และอำมหิต!

ทว่า เมื่อต้องเผชิญกับการโจมตีที่รุนแรงปานสายฟ้าแลบ เฟิงซิงถงกลับยังคงท่าทีสงบเยือกเย็น

"ออกมาเถิด ท่านปู่จื่อจง"

สิ้นคำขานรับเบาๆ ร่างอันมั่นคงของชายชราท่าทางใจดีก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า ขวางกั้นเส้นทางเบื้องหน้าเฟิงซิงถงเอาไว้

ดวงวิญญาณนั้นถือเข็มเงินไว้ในมือพลางโบกสะบัดอย่างแผ่วเบา ถักทอข่ายปราณขึ้นในอากาศ เข้าสกัดกั้นกรงเล็บอันคมกริบของเติ้งโหย่วฝูไว้ได้อย่างเด็ดขาด

เคร้ง!

เสียงปะทะกันของโลหะดังสนั่น

ในสนามประลอง เติ้งโหย่วฝูที่โจมตีพลาดเป้าถอยกรรเชือกออกมาทันที ก่อนจะโถมเข้าใส่ระลอกใหม่ราวกับคลื่นคลั่ง

ด้วยทักษะการต่อสู้ที่ได้รับถ่ายทอดจากหลิวหยวนขุย ประกอบกับสภาวะผสานร่างเทพสถิต เติ้งโหย่วฝูจึงสามารถกดดันดวงวิญญาณของหวังจื่อจงได้ในช่วงเวลาสั้นๆ

"หืม? ฝีมือไม่เบาเลยทีเดียว"

เฟิงเจิ้งหาวขยับแว่น แววตาฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย "โดยปกติแล้ว เหล่าศิษย์ร่างทรงทั่วไปเมื่อต้องเผชิญกับกลิ่นอายของวิชามนต์อัญเชิญและบัญชาดวงวิญญาณ เทพสถิตในร่างย่อมต้องขวัญหนีดีฝ่อ แต่เด็กคนนี้กลับยังสำแดงพลังต่อสู้ได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ดูท่าวิชาของท่านหลิวจะยอดเยี่ยมสมคำร่ำลือจริงๆ"

แต่นั่นเป็นเพียงความประหลาดใจชั่วครู่เท่านั้น

เพราะเขารู้ดีว่าความน่ากลัวที่แท้จริงของวิชามนต์อัญเชิญและบัญชาดวงวิญญาณ ไม่ใช่การเรียกวิญญาณออกมาต่อสู้ แต่คือการบังคับให้สยบยอม

"พี่เติ้ง ข้านับถือในความแข็งแกร่งของท่าน"

เฟิงซิงถงถอนหายใจในขณะที่คอยสั่งการให้หวังจื่อจงตั้งรับ "แต่ดูเหมือนเทพผู้ยิ่งใหญ่ในร่างของท่านจะไม่ได้อยากสู้เคียงข้างท่านสักเท่าไหร่เลยนะ"

ยังไม่ทันขาดคำ แววตาของเฟิงซิงถงก็พลันคมปลาบขึ้นมา

"มนต์อัญเชิญ: พันธนาการ!"

วืด—

เฟิงซิงถงกางนิ้วออกทันที ปราณสีดำสนิทแปรสภาพเป็นเส้นใยสีดำละเอียดนับไม่ถ้วน ราวกับหนวดที่มีชีวิต พวกมันพุ่งทะลวงผ่านไอปีศาจคุ้มกันของเติ้งโหย่วฝูเข้าไปในร่างกายของเขาโดยตรง!

"อ๊าก!!!"

เติ้งโหย่วฝูแผดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ร่างที่กำลังจู่โจมพลันชะงักค้าง

ความเจ็บปวดในครั้งนี้ไม่ใช่ทางกายภาพ แต่เป็นความรู้สึกทุกข์ทรมานราวกับดวงวิญญาณกำลังถูกฉีกกระชากออกจากกัน

"ออกไป! ออกไปจากตัวข้าเดี๋ยวนี้!"

เสียงคำรามของหลิวคุนเซิงดังสนั่นหวั่นไหว แต่มันไม่ใช่การสื่อสารผ่านจิตอีกต่อไป หากแต่เป็นการตะโกนออกมาจากปากของเติ้งโหย่วฝูเอง

ร่างกายของเติ้งโหย่วฝูกระตุกอย่างรุนแรง เส้นใยสีดำพันธนาการดวงวิญญาณของหลิวคุนเซิงเอาไว้แน่น และเริ่มฉุดกระชากราวกับกำลังเล่นชักเย่อ เพื่อดึงเอาปีศาจเฒ่าผู้มีตบะแปดร้อยปีตนนี้ออกมาจากร่างของเติ้งโหย่วฝูให้ได้!

"เปล่าประโยชน์"

ท่าทีอ่อนน้อมบนใบหน้าของเฟิงซิงถงเลือนหายไป แทนที่ด้วยความเย็นชาของผู้กุมชะตาชีวิต "ต่อหน้าหนึ่งในแปดวิชาปาฏิหาริย์ เหล่าดวงวิญญาณไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธ ต่อให้ท่านจะเป็นปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ที่บำเพ็ญตบะมานับร้อยปี ตราบใดที่ไร้ซึ่งกายหยาบ ท่านก็เป็นเพียงลูกแกะในโรงฆ่าสัตว์เท่านั้น"

"ออกมา... ซะ!"

เฟิงซิงถงคำรามเบาๆพลางกระชากฝ่ามือกลับอย่างแรง

"โฮก— ไม่! พี่ใหญ่ ช่วยข้าด้วย!!"

สิ้นเสียงคำรามอย่างสิ้นหวังของหลิวคุนเซิง เงาร่างพญางูดำมหึมาก็ถูกฉุดกระชากออกมาจากกลางกระหม่อมของเติ้งโหย่วฝูด้วยเส้นใยสีดำที่ดูเปราะบางเหล่านั้น!

ตุบ

เมื่อสิ้นสิ้นการประทับทรง เติ้งโหย่วฝูก็ตาเหลือกค้างและล้มพับลงกับพื้น หมดสติไปทันที

ส่วนท่านหลิวคุนเซิงผู้โด่งดังในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือและมีนิสัยมุทะลุ ยามนี้กลับถูกปราณสีดำพันธนาการร่างไว้กลางอากาศอย่างแน่นหนา

ร่างกายของมันหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นเพียงงูดำตัวเล็กขนาดเท่าช่วงแขน ซึ่งถูกเฟิงซิงถงคว้าคอเอาไว้

"นี่หรือคือเทพพฤกษาหลิวผู้ยิ่งใหญ่"

เฟิงซิงถงบีบจุดตายของหลิวคุนเซิงไว้พลางสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาที่ส่งผ่านมือมา

เงียบกริบ

ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า

ภาพเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นรวดเร็วและน่าตกใจเกินไป

หลิวคุนเซิงผู้ที่เพิ่งสำแดงบารมีและกำราบเจี่ยเจิ้งอวี๋ได้เมื่อครู่ กลับถูกใครบางคนคว้าคอเอาไว้เหมือนปลาไหลในชั่วพริบตา

นี่คือผู้ล่าโดยธรรมชาติ

นี่คือความสิ้นหวัง

"แปะ แปะ แปะ"

เสียงปรบมือจังหวะสม่ำเสมอดังทำลายความเงียบในห้องโถง

หลิวหยวนขุยนั่งอยู่บนโซฟาพลางปรบมือเบาๆ ใบหน้าของเขาเรียบเฉยไร้อารมณ์ มีเพียงนัยน์ตาสีทองที่ทอประกายล้ำลึกยิ่งขึ้น

"ยอดเยี่ยม"

หลิวหยวนขวุ่ยเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉย "วิชามนต์อัญเชิญและบัญชาดวงวิญญาณช่างสมคำร่ำลือจริงๆ ทั้งการกระชากวิญญาณอย่างรุนแรง และการละเว้นลำดับตบะ ขอเพียงเป็นดวงวิญญาณ ก็จัดการได้ง่ายดายราวกับหยิบของในกระเป๋า วิชาตระกูลเฟิงชุดนี้เป็นฝันร้ายของเผ่าพันธุ์วิญญาณโดยแท้"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น รอยยิ้มของผู้ชนะก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเฟิงเจิ้งหาว

"ท่านหลิวกล่าวชมเกินไปแล้ว"

เฟิงเจิ้งหาวชี้ไปยังหลิวคุนเซิงในมือของบุตรชาย น้ำเสียงแฝงไปด้วยการข่มขู่ "ในเมื่อหลิวคุนเซิงผู้นี้ตกอยู่ในมือข้าแล้ว ตามกฎของโลกผู้มีพลังพิเศษ เขาย่อมเป็นของรางวัลของข้า ข้าควรจะมีสิทธิ์จัดการกับเขาอย่างไรก็ได้ ใช่หรือไม่"

เขาไม่ได้ต้องการจะยึดตัวหลิวคุนเซิงไว้จริงๆ แต่เขากำลังลองดี

เขากำลังทดสอบขีดจำกัดของหลิวหยวนขุย และต้องการดูว่า "บรรพชนหลิว" ผู้นี้จะมีบารมีสักแค่ไหน

หากหลิวหยวนขุยยอมถอย นั่นหมายความว่า "ปีศาจพันปี" ที่ร่ำลือกันก็เป็นเพียงแค่คำคุยโต และสุดท้ายก็ต้องยอมก้มหัวให้กับวิชามนต์อัญเชิญและบัญชาดวงวิญญาณอยู่ดี

ทว่า

หลิวหยวนขุยไม่ได้ตอบคำถามของเฟิงเจิ้งหาว

เขาเพียงแต่ค่อยๆหันหน้าไปช้าๆ สายตาจับจ้องไปที่เฟิงซิงถง

หากจะพูดให้ถูกคือ จับจ้องไปที่มือของเฟิงซิงถงที่กำลังกำคอหลิวคุนเซิงอยู่

"เจ้าหนู"

เสียงของหลิวหยวนขุยแผ่วเบายิ่งนัก นุ่มนวลราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ

"เจ้าตัวเล็กในมือเจ้านั่น ถึงมันจะเป็นพวกไร้ประโยชน์และทำให้ข้าต้องขายหน้า..."

"แต่ถึงอย่างไร มันก็เรียกข้าว่า พี่ใหญ่"

ตูม!!!

โดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ

ทันทีที่คำว่า พี่ใหญ่ หลุดออกจากปาก ความกดดันที่น่าหวาดกลัวและยากจะอธิบายก็เข้าปกคลุมไปทั่วทั้งห้องโถงในทันที!

นี่ไม่ใช่ มนต์อัญเชิญและบัญชาดวงวิญญาณ ที่มุ่งเล่นงานดวงวิญญาณ แต่นี่คือ บารมีแห่งมังกร ที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและอยู่เหนือเหตุผลทั้งปวง!

เปรี้ยง! เปรี้ยง!

พื้นหินอ่อนราคาแพงใต้เท้าของเฟิงซิงถงแตกกระจายเป็นรอยร้าวราวกับใยแมงมุมในพริบตา

"อึ่ก!"

เฟิงซิงถงครางออกมาเบาๆ เขารู้สึกเหมือนหน้าอกถูกรถไฟความเร็วสูงพุ่งเข้าชน ใบหน้าซีดเผือดลงทันควัน

เขาพบด้วยความตระหนกว่า ปราณอัญเชิญวิญญาณที่เคยไหลเวียนอย่างอิสระ กลับหยุดชะงักลงภายใต้ความกดดันนี้!

ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ เขารู้สึกว่าสิ่งที่เขากำลังถืออยู่ไม่ใช่้งู แต่เป็นระเบิดนิวเคลียร์ที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ

เพียงแค่ความคิดเดียวจากชายที่นั่งอยู่บนโซฟา เขาก็จะแหลกสลายกลายเป็นจลาจล!

"ซิงถง!"

สีหน้าของเฟิงเจิ้งหาวเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เขาลุกขึ้นจากโซฟาทันที พลังปราณมหาศาลพวยพุ่งออกมาจากร่างเพื่อพยายามช่วยบุตรชายต้านทานความกดดันนี้

แต่เขากลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า พลังปราณของเขานั้นประหนึ่งแสงเทียนท่ามกลางพายุคลั่งเมื่ออยู่ต่อหน้าความกดดันนี้ มันสั่นไหวและจวนเจียนจะดับมอดลง

"นี่มัน... ระดับตบะขั้นไหนกันแน่?!" หัวใจของเฟิงเจิ้งหาวสั่นระรัว

หลิวหยวนขุยยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ท่าทางไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย

เขายกถ้วยชาขึ้นมาพลางเป่าเบาๆ

"ข้าจะให้เวลาเจ้าสามวินาที"

"ปล่อยเขาซะ"

"หนึ่ง"

ทันทีที่ตัวเลขแรกถูกเอ่ยออกมา เสียงกระดูกลั่นดังเปรี๊ยะมาจากหัวเข่าของเฟิงซิงถง และเขาก็ต้องทรุดกายลงอย่างไม่อาจขัดขืน

ความรู้สึกอึดอัดเหมือนกำลังจะตายทำให้สมองของเขาว่างเปล่า

เขาเหลือบมองหลิวคุนเซิงในมือ แล้วมองไปยังหลิวหยวนขุยที่นั่งอยู่ตรงนั้นราวกับเทพเจ้าหรือปีศาจผู้ยิ่งใหญ่

ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดบิดาของเขาถึงได้หวาดระแวงชายผู้นี้นัก

"ซิงถง! ปล่อยมันซะ!"

เฟิงเจิ้งหาวตัดสินใจอย่างเด็ดขาดและตะโกนสั่ง

ในฐานะผู้นำที่ชาญฉลาด เขารู้ดีว่าควรประเมินสถานการณ์อย่างไร

การเอาชนะหลิวคุนเซิงได้นั้นเพียงพอแล้วที่จะพิสูจน์ความร้ายกาจของวิชามนต์อัญเชิญและบัญชาดวงวิญญาณ ถือว่าได้หน้าไปเรียบร้อยแล้ว

หากยังดื้อรั้นขัดขืนและยั่วโมโหหลิวหยวนขุยผู้ลึกลับคนนี้ต่อไปจนเกิดเรื่องกับบุตรชาย ย่อมเป็นการได้ไม่คุ้มเสีย

เมื่อได้ยินคำสั่งของบิดา เฟิงซิงถงรู้สึกราวกับได้รับการอภัยโทษครั้งใหญ่

เขาสั่นสะท้านพลางคลายมือออกและสลายปราณสีดำในฝ่ามือไป

หลิวคุนเซิงที่ถูกบีบจนแทบขาดใจร่วงลงสู่พื้นเสียงดังตุบ

มันไม่สนใจความเจ็บปวดตามร่างกาย รีบแปรสภาพเป็นกลุ่มควันสีดำและพุ่งกลับเข้าไปในร่างของเติ้งโหย่วฝูที่นอนหมดสติอยู่ทันที โดยไม่กล้าโผล่หน้าออกมาอีกเลย

"ข้า... ข้าขออภัย"

เฟิงซิงถงที่โชกไปด้วยเหงื่อพยายามก้มเอวที่ปวดร้าวลงและคำนับไปยังทิศทางที่หลิวคุนเซิงหายลับไป "ผู้น้อย... ล่วงเกินท่านแล้ว"

เมื่อคำขอโทษถูกกล่าวออกไป ความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่อบอวลอยู่ทั่วห้องก็สลายตัวไปราวกับน้ำป่าที่ไหลหลากกลับลงสู่มหาสมุทร

เฮือก—

ขาของเฟิงซิงถงอ่อนแรงจนเกือบจะทรุดลงไปกองกับพื้น เขาหอบหายใจอย่างหนักหน่วงราวกับเพิ่งรอดพ้นมาจากประตูนรก

"ดีมาก"

หลิวหยวนขุยปักถ้วยชาลง รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นที่มุมปาก

"การรู้ผิดแล้วแก้ไขถือเป็นคุณธรรมอันประเสริฐ ประธานเฟิงช่างสั่งสอนบุตรชายได้ดีแท้"

ยามนี้สีหน้าของเฟิงเจิ้งหาวเคร่งขรึมถึงขีดสุด

เขานั่งลงบนโซฟาอีกครั้ง มองไปยังหลิวหยวนขุยด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความดูแคลน มีเพียงความระแวดระวังอย่างสูงสุด

"วิชาของท่านหลิวช่างล้ำลึกนัก"

เฟิงเจิ้งหาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "เพียงแค่กลิ่นอายก็สามารถกดดันบุตรชายของข้าได้ แม้แต่ข้าเองยังรู้สึกใจสั่นสะท้าน"

"แต่ว่า..."

เฟิงเจิ้งหาวเปลี่ยนหัวข้อขยับแว่นสายตาพลางจ้องมองด้วยแววตาที่เริ่มร้อนแรงขึ้น "ท่านหลิวเองก็น่าจะเห็นแล้วเช่นกัน

ต่อให้ระดับตบะของท่านจะสูงส่งเทียมฟ้าเพียงใด ตราบใดที่เป็นดวงวิญญาณ ย่อมต้องถูกสยบด้วยวิชามนต์อัญเชิญและบัญชาดวงวิญญาณ

น้องชายตัวน้อยของท่านที่มีตบะนับร้อยปี ยังไร้ทางสู้ต่อหน้าบุตรชายของข้า

ถ้าเช่นนั้น..." เฟิงเจิ้งหาวโน้มตัวไปข้างหน้า จ้องมองหลิวหยวนขุยตาไม่กะพริบ "แล้วท่านล่ะ ท่านหลิว?

แม้ท่านจะจำแลงกายเป็นมนุษย์ แต่โดยเนื้อแท้แล้ว ท่านก็ยังคงจัดอยู่ในประเภท ดวงวิญญาณ ใช่หรือไม่?

หากข้าลองใช้มชามนต์อัญเชิญและบัญชาดวงวิญญาณกับท่านดูบ้าง... ไม่รู้ว่าท่านจะทนทานได้สักเพียงไหนกัน?"

สิ้นคำพูดนี้ เฟิงซิงถงที่เพิ่งจะหายใจทั่วท้องก็เปลี่ยนสีหน้าอีกครั้ง "ท่านพ่อ! อย่าทำเช่นนั้นเด็ดขาด!"

เขาเพิ่งจะเผชิญกับความกดดันของหลิวหยวนขุยมาโดยตรงและมันน่ากลัวเกินไป เขาไม่คิดว่าวิชามนต์อัญเชิญและบัญชาดวงวิญญาณจะสามารถควบคุมตัวตนระดับนี้ได้

แต่เฟิงเจิ้งหาวในยามนี้กลับมีความคิดอื่นอยู่ในใจ

เมื่อได้ยินสิ่งที่เฟิงเจิ้งหาวกล่าว หลิวหยวนขุยกลับไม่โกรธเคือง แต่กลับหัวเราะออกมาแทน

เขาหัวเราะอย่างมีความสุขยิ่งนัก

"เจ้าอยากจะอัญเชิญข้าอย่างนั้นหรือ"

หลิวหยวนขุยลุกขึ้นยืนพลางจัดปกเสื้อให้เข้าที่

เขาค่อยๆเดินไปหาเฟิงเจิ้งหาว ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวเดิน เงาร่างมังกรขาวมหึมาที่ขดตัวอยู่อย่างเลือนลางเริ่มปรากฏขึ้นในความว่างเปล่าเบื้องหลังเขา

"เฟิงเจิ้งหาว ในเมื่อเจ้ามีความเชื่อมั่นในหนึ่งในแปดวิชาปาฏิหาริย์ของเจ้าถึงเพียงนี้

ถ้าอย่างนั้น ข้าจะให้โอกาสเจ้าสักครั้ง"

หลิวหยวนขุยกางแขนออก เปิดห้วงจิตสำนึกของเขาอย่างสมบูรณ์ ในพริบตานั้น กลิ่นอายโบราณและกว้างใหญ่ไพศาลก็พุ่งเข้าใส่คนทั้งคู่

"มาสิ ลองดูสักตั้ง"

จบบทที่ บทที่ 11 วิชามนต์อัญเชิญและบัญชาดวงวิญญาณตระกูลเฟิง

คัดลอกลิงก์แล้ว