- หน้าแรก
- งูตัวใหม่ในโลกนินจา
- EP.110
EP.110
EP.110
EP.110
เมื่อได้ยินคำพูดของดันโซ โอโรจิมารุก็เงียบไปชั่วขณะ
เขาเข้าใจว่านี่คือวิธีการทำงานของดันโซภายในหน่วยราก ในฐานะนินจาหน่วยราก พวกเขาจะต้องไม่มีชื่อไม่มีอนาคต ไม่มีอารมณ์ความรู้สึก มีเพียงภารกิจเท่านั้น
อารมณ์ถูกมองว่าเป็นภาระ เป็นอุปสรรคขัดขวางความสำเร็จ
แต่การมีอารมณ์ความรู้สึกนั้นเป็นเส้นทางที่ผิดจริงหรือ ?
โอโรจิมารุอมยิ้มเล็กน้อย "ไม่ต้องห่วงครับท่าน การวิจัยสำคัญที่สุดสำหรับผมเสมอ"
"ดี ดี อย่าเป็นเหมือนฮิรุเซ็นนะ เป็นคนลังเลและไม่เหมาะสมที่จะเป็นโฮคาเงะเลย!" น้ำเสียงของดันโซเต็ม ไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามขณะที่เขาเอ่ยถึงซารุโทบิ อีกครั้ง
ดูเหมือนว่าทุกบทสนทนากับดันโซจะวกกลับมาพูดถึงฮิรุเซ็นเสมอ ในตอนนี้เขาฟังดูเหมือนหญิงแก่ผู้ขมขื่นที่ปรารถนาอย่างแรงกล้าให้ฮิรุเซ็นลงจากตำแหน่งเพื่อที่ เขาจะได้ขึ้นเป็นโฮคาเงะแทน
มีเพียงดันโซเท่านั้นที่เข้าใจความรู้สึกของการมีความ ทะเยอทะยานสูงส่งแต่ขาดโอกาสที่จะทำให้ความฝัน นั้นเป็นจริง
"โนโนะไปไหน ?" โอโรจิมารุหมดอารมณ์ที่จะรับฟังข้อร้องเรียนของดันโซอีกต่อไปแล้ว
"เธอควรอยู่ในบริเวณหอพัก เด็กผู้หญิงคนนั้นเก่งเรื่องการปลอมตัว ฉลาดเฉลียว และใจเย็นภายใต้ความกดดัน เธอเหมาะจะเป็นสายลับมากกว่าเป็นผู้ช่วย"
"ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้ผมจะสอนพื้นฐานให้เธอก่อน ถ้ามีเวลา ผมจะช่วยคุณฝึกฝนขั้นสูงขึ้นในภายหลัง"
"อย่างนั้นเหรอ ? งั้นก็ได้ ว่าแต่ โอโรจิมารุ..." ดันโซเรียก ขึ้นมาขณะที่โอโรจิมารุกำลังจะจากไป "นอกจาก พลังจิตและเซลล์ของโฮคาเงะรุ่นที่หนึ่งแล้ว มีวิธีอื่นอีก ไหม?"
"มี แต่ไม่เหมาะกับคนอย่างคุณ" โอโรจิมารุตอบโดยไม่ หันกลับมามอง
"แล้วตอนนี้อัตราความสำเร็จของวิธีนี้อยู่ที่เท่าไหร่ ?"
"เทคโนโลยีนี้มีความพร้อมแล้ว และอัตราความสำเร็จ...อยู่ที่ประมาณ 100%"
อัตราความสำเร็จ 100% ?
โอโรจิมารุต้องมั่นใจแค่ไหนถึงได้พูดแบบนั้น ?
ดันโซรู้ดีอยู่แล้วว่าเทคนิคนี้ล้ำหน้าและได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี แต่เขาก็ยังอยากลองใช้กับตัวเอง ถึงกระนั้น ด้วยความทะเยอทะยานของเขา ดันโซก็ยังไม่กล้าพอที่จะลองทำอะไรที่อันตรายเช่นนั้นโดยปราศจากความช่วยเหลือใดๆ
ปัญหาหลักคือ ดันโซไม่มีเนตรวงแหวน
เนตรวงแหวน ซึ่งเป็นขีดจำกัดทางสายเลือดของตระกูลอุจิวะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการควบคุมเซลล์ของโฮคาเงะรุ่นที่ 1 หากปราศจากมัน โอกาสที่จะล้มเหลวก็สูง และถึงแม้จะมีอิทธิพลมากเพียงใด ดันโซก็ไม่สามารถขโมยเนตรของตระกูลอุจิวะได้โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหา
เนตรสีขาวของตระกูลฮิวงะเป็นอีกทางเลือกนึง แต่ก็มีข้อจำกัดและต้องนำดวงตาจากตระกูลหลักของตระกูลมาใช้ ซึ่งเป็นงานที่ซับซ้อนกว่ามาก นอกจากนี้ เนตรสีขาวของตระกูลฮิวงะ แม้จะมีประโยชน์ในการสอดแนม แต่ก็เทียบไม่ได้กับศักยภาพของเนตรวงแหวนของตระกูลอุจิวะสำหรับจุดประสงค์ของดันโซ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะเขาปรารถนาวิชาอย่างอิซานางิจากวิชาต้องห้ามของตระกูลอุจิวะ
"ช่างมันเถอะ แจ้งข่าวให้ฉันทราบด้วยถ้ามีอะไรเพิ่มเติม" ดันโซโบกมือปัด แล้วหันไปสนใจอย่างอื่นต่อ
โอโรจิมารุยิ้มเล็กน้อยแล้วจากไป
ไม่จำเป็นต้องบอกดันโซว่าเขาค้นพบวิธีสร้างเนตรเนตร วงแหวนในคนธรรมดาโดยใช้ยืนของตระกูลอุจิวะ แม้ว่าเมื่อยืนหลอมรวมกันแล้ว ประโยชน์สำหรับโอโรจิมารุจะลดลง แต่ด้วยวิธีนี้ก็ยังสามารถสร้างเนตรเนตรวงแหวนได้มากมายนับไม่ถ้วน
อีกทางเลือกนึง หลังจากที่ใครบางคนปลุกพลังเนตรวงแหวนได้แล้ว โอโรจิมารุสามารถใช้เทคนิคการโคลนนิ่งเพื่อสร้างเนตรนั้นขึ้นมาใหม่ได้ ซึ่งจะทำให้ได้ ผลลัพธ์เช่นเดียวกันโดยไม่ต้องใช้พลังงานจากเนตรต้นฉบับ
สำหรับโอโรจิมารุ สิ่งที่หายากอย่างเนตรวงแหวนนั้นกลับเป็นทรัพยากรที่แทบจะไม่มีวันหมดสำหรับการทดลองของเขา
ในบริเวณหอพักของหน่วยราก ซึ่งนินจาชายและหญิงพักแยกกัน โอโรจิมารุเดินเล่นไปมาอย่างอิสระ เนื่องจากเป็นช่วงเช้าตรู่
"อ่อนแอเกินไป! วิดพื้นอีก 200 ครั้ง ถ้าทำไม่เสร็จ คืนนี้จะไม่ได้นอน!"
"ด-ได้..."
"หลาน นี่มันรุนแรงเกินไปหรือเปล่า ?"
"โหดเหรอ ? ถ้าเธออยากเป็นสมาชิกของหน่วยรากเธอต้องไม่ใจอ่อนเหมือนพวกนอกกลุ่มนั้น! ฉันทำแบบนี้ เพื่อประโยชน์ของเธอเอง"
"ฉันเข้าใจนะ แต่-"
"ไม่มีข้อแม้ ถ้าเธอรู้สึกสงสารเธอ เธอก็วิดพื้นแทนเธอได้เลย!"
ขณะที่โอโรจิมารุเดินเข้ามาใกล้ เขาได้ยินบทสนทนานั้น เขาเหลือบมองเข้าไปในห้องและเห็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ สวมแว่นตา กำลังออกกำลังกายอย่างหนัก เหงื่อไหลหยดจากหน้าผากเปียกผมสีน้ำตาลของเธอ นินจาหญิง 2 คนนั่งอยู่ใกล้ๆ คนหนึ่งสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า อีกคนมีรอยแผลเป็นบนใบหน้าจ้องมองเธออย่าง
เคร่งขรึม เมื่อพวกเธอเห็นโอโรจิมารุอยู่ที่ประตู คนที่สวมหน้ากากก็ลุกขึ้นยืนทันทีด้วยท่าทางที่แสดงความเคารพ
"ท่านโอโรจิมารุ!"
หญิงผู้มีรอยแผลเป็นก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน “ท่านโอโรจิมารุ!”
โอโรจิมารุไม่สนใจพวกเขา แล้วหันไปมองเด็กสาว "เกิดอะไรขึ้นที่นี่ ?"
"อืม..."
"ช่างมันเถอะ โนโนะ มากับฉัน"
"หืม ?" โนโนะลังเลพลางเหลือบมองหญิงที่มีรอยแผลเป็นอย่างประหม่า
หญิงสาวผู้มีรอยแผลเป็นพูดอย่างฉุนเฉียวว่า "เธอได้ยินที่ท่านโอโรจิมารุพูดแล้วใช่ไหม ?"
"ช-ใช่!"
โนโนะลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าไม่สบายใจ และรีบเดินไปหาโอโรจิมารุ เธอสงสัยว่าทำไมโอโรจิมารุถึงมาหาเธอ แต่เธอก็ไม่กล้าถามและเพียงแค่เดินตามเขาไปเงียบๆ
ในหน่วยราก อำนาจของโอโรจิมารุเป็นรองเพียงแค่ดันโซเท่านั้น และพลังของเขาก็ถือว่าน่าหวาดกลัว หญิงสาวผู้มีรอยแผลเป็นซึ่งมักจะรังแกเธอกลับแสดงความเคารพต่อเขาในทันที ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึงอิทธิพลของโอโรจิมารุ
โนโนะรู้ดีว่าที่นี่มีเพียงพละกำลังเท่านั้นที่ได้รับความเคารพ นั่นเป็นเหตุผลที่เธอไม่เคยพูดคุยกับโอโรจิมารุโดยตรงมาก่อน เธอเกรงว่าจะดึงดูดความสนใจมาที่ตัวเอง
ทั้ง 2 ออกจากฐานบัญชาการของหน่วยราก และโอโรจิมารุพาเธอไปยังบ้านพักส่วนตัวของเขา
เมื่อเข้าไปในบ้านของเขา ความสงสัยของโนโนะก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น เขาต้องการอะไรจากเธอ ?
"นั่ง"
"ม-ไม่จำเป็นค่ะ ท่านโอโรจิมารุ ฉันยืนอยู่ได้สบาย!" โนโนะพูดตะกุกตะกักด้วยความประหม่า
ด้วยวัยเพียง 9 ขวบ เธอแทบไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับโอโรจิมารุมาก่อน และเธอไม่สามารถเดาได้ว่าเขากำลังวางแผนอะไร ความไม่แน่นอนทำให้เธอรู้สึกวิตกกังวล
"ใจเย็นๆ ฉันไม่มีเหตุผลอื่นใดที่จะพาเธอมาที่นี่" โอโรจิมารุกล่าวอย่างใจเย็น "ฉันได้ยินมาว่าเธอเริ่มเรียนวิชานินจาแพทย์เมื่อเร็วๆนี้ใช่ไหม ?"
"ค่ะ ท่านโอโรจิมารุ"
"เธอเรียนมานานแค่ไหนแล้ว ?"
"ประมาณ 2 เดือนกว่า"
"แค่ 2 เดือนเองเหรอ ?" โอโรจิมารุครุ่นคิด แล้วเอื้อมมือไปหยิบเอกสารกองนึงจากลิ้นชักใกล้ๆออกมา เขายื่นให้เธอ "เอาไปอ่านทบทวนเมื่อมีเวลา แล้วบอกฉันเมื่อเข้าใจแล้ว"
"นี่คือ...?"
โนโนะพลิกหน้าหนังสือด้วยความสับสน ก่อนที่เธอจะพูดอะไร โอโรจิมารุก็ยื่นขวดบรรจุของเหลวเล็กๆให้เธอ
"เอาอันนี้ไปด้วย"
โปรดติดตามตอนต่อไป.
_______________