- หน้าแรก
- ระบบสร้างกองทัพอสูร: วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 35 - จนตรอก
บทที่ 35 - จนตรอก
บทที่ 35 - จนตรอก
บทที่ 35 - จนตรอก
เช้าตรู่วันที่สาม หลังจากโอเว่นอาบน้ำชำระล้างร่างกายเรียบร้อย เขาก็เดินมายังใจกลางเมืองปานเกอ สองแขนค่อยๆ กางออก ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะลอยขึ้นสู่กลางอากาศอย่างช้าๆ
พริบตาต่อมาแสงแห่งธาตุสีเหลืองนวลตาก็สว่างวาบขึ้นกลางฝ่ามือทั้งสองข้าง
คลื่นแสงสีเหลืองแผ่กระจายออกจากตัวเขาเป็นวงกว้าง
ทุกอาณาบริเวณที่คลื่นแสงพาดผ่านจะบังเกิดเสียงหึ่งๆ สะท้อนกลับมา
นี่คือเสียงสะท้อนจากผืนปฐพีหลังจากที่เขาใช้วิชาสำรวจชีพจรปฐพีนั่นเอง
"ตำแหน่งของพวกหมาป่าศึกอยู่ตรงนี้สินะ"
เมื่อโอเว่นที่ลอยอยู่กลางอากาศสามารถตรวจจับตำแหน่งของหมาป่าศึกได้แล้ว เขาก็ใช้วิชาเชื่อมโยงจิตวิญญาณส่งข้อมูลทั้งหมดไปให้นายทหารเผ่ามนุษย์ทุกคน
"รวมกำลัง"
"สังหารหมาป่าศึกให้สิ้น"
เมื่อโอเว่นชี้เป้าตำแหน่งของหมาป่าศึกได้ชัดเจน เหล่านายทหารก็พากันนำทัพเข้ากวาดล้างพวกมันทันที
"นี่มันอะไรกัน"
จู่ๆ พลังธาตุอันมหาศาลก็สะท้อนกลับมาหาโอเว่นอย่างรุนแรง
"มีอสูรสงครามซ่อนตัวอยู่ในเมืองนี้"
หลังตั้งสมาธิสัมผัสอย่างละเอียด โอเว่นก็หน้าถอดสี รีบส่งข่าวนี้ให้เฟอร์จิลรู้ทันที
"อะไรนะ"
"เมืองเล็กๆ แค่นี้จะมีอสูรสงครามโผล่มาได้ยังไง"
เฟอร์จิลแทบไม่อยากเชื่อข้อมูลที่ได้รับจากโอเว่น
อสูรสงครามทรงพลังอำนาจมหาศาล เป็นอาวุธตีเมืองที่หาได้ยากยิ่งในแต่ละจักรวรรดิ ลำพังแค่ขนาดของเมืองปานเกอย่อมไม่มีสิทธิ์ครอบครองอาวุธสงครามระดับนี้ได้แน่
ทว่าเหตุการณ์ต่อจากนั้นกลับตอกย้ำภาพความเป็นไปไม่ได้ให้ปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา
เสียงระเบิดดังกึกก้อง ผืนดินไกลออกไปแตกร้าวเป็นหลุมยักษ์ ก่อนที่อสรพิษศึกห้าหัวจะพุ่งพรวดทะลุพื้นดินขึ้นมา ทะยานเข้าหาโอเว่นที่ลอยอยู่กลางนภากาศ
ร่างอันใหญ่โตมหึมาพร้อมกับหัวอสรพิษแสนอัปลักษณ์ทั้งห้าขยับเคลื่อนไหว พลางไล่เข่นฆ่ากองทัพมนุษย์ที่กำลังง่วนอยู่กับการกวาดล้างหมาป่าศึกไปด้วย
เมื่ออู๋เทียนอี้เห็นว่าหมาป่าศึกสูญเสียกำลังพลไปมาก เขาจึงสั่งให้อสรพิษศึกห้าหัวบุกทะลวงออกมาโดยตรง
"อสรพิษศึกห้าหัว"
เฟอร์จิลเบิกตากว้างแทบถลน
"โอเว่น ร่วมมือกันฆ่ามัน"
"ไม่อย่างนั้นถ้าปล่อยให้มันอาละวาดนานกว่านี้ ขวัญกำลังใจทัพเราได้แตกกระเจิงแน่"
"ถึงตอนนั้นจะแก้ไขอะไรก็สายไปแล้ว"
[อสูรสงครามทุกตัวล้วนมีสกิลเฉพาะตัว อย่างอสรพิษศึกห้าหัวก็มีสกิลเสียงคำรามอสรพิษ (เสียงคำรามอสรพิษ: แผดเสียงคำรามกึกก้อง มีโอกาสลดทอนขวัญกำลังใจของกองทัพศัตรู)]
หากปล่อยให้พวกมันยืดเยื้อการต่อสู้ ขวัญกำลังใจของศัตรูจะตกต่ำลงอย่างรุนแรง
นี่ต่างหากคือความน่ากลัวที่แท้จริงของพวกมันซึ่งทำให้ยากจะรับมือ
"ตกลง"
โอเว่นรับคำก่อนจะคลายวิชาสำรวจชีพจรปฐพี
"คุ้มกันฉันด้วย"
"ไม่มีปัญหา"
เฟอร์จิลตะโกนลั่น
"ทุกคนถอยห่างจากอสรพิษศึกห้าหัว"
สิ้นเสียงคำสั่ง เขาก็ชักกระบี่ยาวข้างเอวพุ่งทะยานเข้าใส่อสรพิษศึกห้าหัวทันที
เฟอร์จิล หนึ่งในสิบยอดนักดาบแห่งจักรวรรดิ ผู้มีพลังรบระดับ B-
แม้ตัวอสรพิษศึกห้าหัวจะใหญ่โตมโหฬาร แต่เขาก็มั่นใจว่าสามารถรับมือมันได้ด้วยตัวคนเดียว
หากไม่กังวลว่ามันจะบั่นทอนขวัญกำลังใจทหาร เขาคงบุกลุยเดี่ยวเข้าไปบั่นคอมันเพื่อสลักเกียรติยศบทใหม่ให้ตัวเองไปแล้ว
อสรพิษศึกห้าหัวเห็นว่ายังมีสิ่งมีชีวิตกล้าพุ่งเข้ามาหา โทสะก็พลันพวยพุ่ง หัวทั้งห้าอ้าปากกว้าง พ่นกระสุนธาตุหลากสีสันออกมาพร้อมกัน
ไฟ น้ำ ดิน ลม สายฟ้า
กระสุนเวททั้งห้าธาตุพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่เฟอร์จิลด้วยความเร็วสูง
เปลวเพลิงสีครามลุกโชนขึ้นรอบกายเฟอร์จิล ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นฉับพลัน ร่างนั้นสลับวูบไหวไปมาระหว่างกระสุนธาตุทั้งห้าอย่างพลิ้วไหว
"ตายซะ"
เมื่อหลุดรอดจากการโจมตีของกระสุนธาตุมาได้ เฟอร์จิลก็ตวาดลั่น ตวัดกระบี่ฟาดฟันเข้าใส่ร่างของอสรพิษศึกห้าหัวอย่างจัง
ทว่าสิ่งที่เหนือความคาดหมายคือคมกระบี่ของเขากลับถูกเกล็ดหนังของมันสกัดกั้นเอาไว้
"ไม่ถูกแล้ว"
"พลังของอสรพิษศึกห้าหัวตัวนี้มันผิดปกติ"
เฟอร์จิลตื่นตระหนกสุดขีด ไม่คิดเลยว่ากระบี่ของตนจะฟันไม่เข้าแม้แต่รอยขีดข่วน
แต่ถึงแม้คมกระบี่จะไม่ระคายผิว ทว่าอสรพิษศึกห้าหัวก็ยังรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวด
มันตวัดหางฟาดกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง
หัวทั้งห้าพุ่งเข้าขย้ำเฟอร์จิลพร้อมกันในคราวเดียว
เพียงชั่วพริบตา เฟอร์จิลก็ถูกไล่ต้อนจนมุม
"โอเว่น"
เมื่อตระหนักได้ถึงความแข็งแกร่งที่ผิดปกติ เฟอร์จิลก็รีบตะโกนเรียกเพื่อนทันที
"มาแล้ว"
โอเว่นขานรับ พลังธาตุดินในมือสว่างวาบ ผืนดินส่งเสียงคำรามกึกก้อง
พริบตาเดียว หนามดินขนาดยักษ์หลายสิบแท่งก็พุ่งเสียบทะลุพื้นดินเข้าใส่อสรพิษศึกห้าหัว
อสรพิษศึกห้าหัวบิดตัวหลบหลีกอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ยังโดนหนามดินแท่งหนึ่งเสียบทะลุร่างจนได้
"โฮก"
อสรพิษศึกห้าหัวแผดเสียงร้องลั่น สะบัดหัวใหญ่ยักษ์ทั้งห้าไปมาอย่างคลุ้มคลั่ง
"อสรพิษศึกห้าหัวตัวนี้ไม่รู้ไปโดนอะไรมา พลังของมันถึงได้พุ่งปรี๊ดขึ้นไปถึงระดับ B"
เฟอร์จิลอาศัยจังหวะนี้ตะโกนบอกข้อสันนิษฐานของตนให้โอเว่นฟัง
"ระดับ B งั้นเหรอ"
"งานหยาบแล้วสิทีนี้"
แม้ทั้งโอเว่นและเฟอร์จิลจะเป็นยอดฝีมือระดับ B ทั้งคู่ ทว่าการใช้ร่างมนุษย์เข้าห้ำหั่นกับอสูรสงครามร่างยักษ์ ย่อมเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด
"เจ้ามู่ออร์นี่มัน"
"ไปสรรหาอสูรสงครามแบบนี้มาจากไหนกันเนี่ย"
"เกรงว่าถ้าไม่ใช้เวลาสักวันนึง คงโค่นมันไม่ลงแน่"
เฟอร์จิลรู้ดีว่าอสรพิษศึกห้าหัวมีสกิลฟื้นฟูสภาพร่างกาย เขาจึงเตรียมใจรับมือกับศึกยืดเยื้อไว้แล้ว
"เอาล่ะ"
"ถ้าอย่างนั้นก็รีบลงมือเถอะ ยังไงซะมันก็มีตั้งห้าชีวิตนี่นะ"
โอเว่นรับคำ สองมือเปล่งประกายพลังธาตุ เตรียมร่ายเวทมนตร์โจมตีระลอกต่อไป
"จัดไป"
เฟอร์จิลเห็นดังนั้นก็กระชับกระบี่ในมือพุ่งทะยานเข้าใส่อสรพิษศึกห้าหัวอีกครั้ง
...
"อสรพิษศึกห้าหัวมีห้าชีวิต ไม่รู้ว่าจะยื้อไปได้ถึงเที่ยงพรุ่งนี้หรือเปล่านะ"
อู๋เทียนอี้พึมพำกับตัวเองอยู่ภายในห้องใต้ดินแห่งหนึ่งของเมืองปานเกอ
"เกรงว่าจะไม่ไหวน่ะสิ"
มู่ออร์ที่เพิ่งหนีตายลงมาจากกำแพงเมืองนั่งพักอยู่ข้างๆ เขา
"ถึงอสรพิษศึกห้าหัวจะมีพลังเพิ่มขึ้นเป็นระดับ B- แล้วก็ตาม แต่มันไม่มีทางรับมือเฟอร์จิลกับโอเว่นพร้อมกันได้หรอก"
"ลำพังแค่อาศัยสกิลกับร่างกายใหญ่โตนั่น ถ้ายื้อได้จนถึงค่ำก็เก่งมากแล้ว"
ภารกิจของอู๋เทียนอี้คือต้องรักษาเมืองไว้ให้ได้สามวัน อย่างน้อยก็ต้องยื้อไปให้ถึงเที่ยงของวันพรุ่งนี้ พอได้ยินมู่ออร์พูดแบบนี้ ใบหน้าของเขาก็พลันฉายแวววิตกกังวล
มู่ออร์หันมองอู๋เทียนอี้ รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้า
"เจ้าไม่ใช่ซาลานี่นา"
อู๋เทียนอี้สะดุ้ง เงยหน้าขึ้นมองทันที
"ฉันก็คือซาลาไง..."
"ไม่ เจ้าไม่ใช่"
มู่ออร์ยิ้มพลางพูดแทรกขึ้นมา ก่อนจะค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืน
"ที่จริงคงไม่มีม้วนคัมภีร์เวทมนตร์อะไรนั่นหรอกมั้ง"
"พลังวิเศษพวกนั้นมันเป็นของเจ้าเองต่างหากล่ะ"
อู๋เทียนอี้ได้ยินคำพูดของมู่ออร์ก็ลุกพรวดขึ้นยืนทันที แววตาฉายชัดถึงความระแวดระวัง
"ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ได้ตั้งใจจะสืบหาตัวตนที่แท้จริงของเจ้าหรอกนะ"
"ข้าสัมผัสได้ว่าเจ้าอยากช่วยพวกเราต้านทานกองทัพมนุษย์ให้ได้นานที่สุด"
"แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว"
รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้ามู่ออร์
"ข้าเดาว่าเจ้าคงมีเหตุผลที่ต้องช่วยพวกเราป้องกันเมืองใช่ไหมล่ะ"
"แถมยังต้องป้องกันให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วย"
อู๋เทียนอี้ลังเลเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับ
มู่ออร์เห็นดังนั้นก็หัวเราะเบาๆ
"ดี ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะช่วยยื้อเวลาให้เจ้าอีกสักหลายวันก็แล้วกัน"
"ยื้อเวลาอีกหลายวันงั้นเหรอ"
"แค่นายกับฉันเนี่ยนะ"
อู๋เทียนอี้มองมู่ออร์ด้วยความประหลาดใจ เขาเดาไม่ออกเลยว่าอีกฝ่ายไปเอาความมั่นใจมาจากไหน
มู่ออร์ส่ายหน้าปฏิเสธ
"ไม่ ไม่ต้องพึ่งเจ้าหรอก"
"แค่ข้าคนเดียวก็พอแล้ว"
"เจ้าทำเพื่อพวกเรามามากพอแล้ว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะ"
อู๋เทียนอี้จ้องมองมู่ออร์
"ยกให้นายงั้นเหรอ"
"ขนาดอสรพิษศึกห้าหัวระดับ B- ยังหยุดพวกมันไม่ได้ แล้วนายจะทำอะไรได้"
มู่ออร์ระบายยิ้ม ทว่าแววตากลับดำดิ่งไปด้วยความโศกเศร้าลึกล้ำ
"ข้าจะเดินบนเส้นทางแห่งฮีโร่อีกครั้ง"
[จบแล้ว]