เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 - อู๋เทียนอี้กับการยกระดับพลังรบ

บทที่ 31 - อู๋เทียนอี้กับการยกระดับพลังรบ

บทที่ 31 - อู๋เทียนอี้กับการยกระดับพลังรบ


บทที่ 31 - อู๋เทียนอี้กับการยกระดับพลังรบ

หลังจากบอกลาเอ็มม่า อู๋เทียนอี้ก็เดินตรงเข้าไปยังห้องโถงหารือของจวนเจ้าเมือง

เหล่านายทหารยศสูงยืนล้อมวงอยู่รอบตัวมู่ออร์

เวลานี้พวกเขากำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือดเผ็ดมัน

"ท่านเจ้าเมือง!"

"พรุ่งนี้กองทัพมนุษย์ก็จะประชิดกำแพงเมืองแล้ว ข้าขอเสนอให้อพยพชาวเมืองออกไปก่อน! ส่วนพวกเราจะรั้งท้ายป้องกันเมืองเอง!"

"หึ ถอยงั้นรึ ถ้าพวกเขาย้ายออกกันหมด แล้วทหารรักษาเมืองแค่ห้าพันนายอย่างพวกเราจะเอาอะไรไปสู้กับพวกมนุษย์! อย่าลืมนะว่ากองทัพมนุษย์ที่บุกมาคราวนี้มีมากถึงแสนนายเชียวนะ!"

"พวกเราต้องระดมกำลังชาวเมืองทั้งหมดให้เข้าร่วมศึกในครั้งนี้!"

"ต้องใช้กำลังพลทั้งหมดสามหมื่นนายคอยตั้งรับ ถึงจะมีโอกาสรักษาเมืองนี้เอาไว้ได้!"

"เหลวไหล! ชาวเมืองพวกนั้นจะไปเรียกว่านักรบได้ยังไง!"

"บางคนยังไม่เคยแม้แต่จะเชือดไก่ด้วยซ้ำ แล้วเจ้าจะให้พวกนั้นมาจับอาวุธปกป้องเมืองเนี่ยนะ!"

"ถุย! พวกเราคือเผ่าออร์คนะเว้ย! ลองไปหาดูสิว่ามีออร์คตนไหนบ้างที่ไม่เคยฆ่าสัตว์! เผ่าออร์คอย่างพวกเราตั้งแต่คนแก่อายุเก้าสิบเก้ายันเด็กที่เพิ่งหัดเดิน ล้วนแต่เป็นนักรบชั้นยอดกันทั้งนั้น สัญชาตญาณนักสู้มันฝังลึกอยู่ในสายเลือดโว้ย!"

······

เหล่านายทหารต่างถกเถียงและสาดน้ำลายใส่กันอย่างดุเดือด โดยมีประเด็นหลักอยู่ที่การอยู่หรือไปของชาวเมือง

"พอได้แล้ว!"

มู่ออร์ทุบโต๊ะเสียงดังสนั่น "ทุกคนต้องอยู่สู้ที่นี่!"

"เกณฑ์ชาวเมืองทั้งหมดเข้าร่วมรบ!"

"พวกเจ้าจงจำเอาไว้ว่าด้านหลังของเมืองเราคือเมืองปู้เย่แห่งจักรวรรดิ! ที่นั่นมีเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของเราอาศัยอยู่นับล้านชีวิต!"

"ถ้าพวกเราต้านเอาไว้ไม่อยู่ อีกหนึ่งล้านชีวิตที่อยู่ข้างหลังก็จะต้องเผชิญกับหายนะครั้งใหญ่!"

พูดถึงตรงนี้มู่ออร์ก็กวาดสายตามองทุกคนในห้อง "เพราะฉะนั้น ต่อให้ทุกคนในเมืองนี้จะต้องตายกันหมด พวกเราก็ต้องยื้อเอาไว้ให้ได้ถึงสามวัน!"

"เพื่อซื้อเวลาให้แนวหลังได้เตรียมตัวรับมือ!"

เมื่อได้ยินคำสั่งเด็ดขาดของมู่ออร์ เหล่านายทหารก็พากันก้มหน้าลงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"สมกับเป็นเจ้าเมืองจริงๆ สรรหาข้ออ้างสวยหรูมาหลอกให้คนทั้งเมืองยอมตายเพื่อซื้อเวลาให้ครอบครัวตัวเองหนีไปได้เนียนสุดๆ!"

อู๋เทียนอี้ที่เพิ่งก้าวเข้ามาถึงหน้าประตูได้ยินคำปราศรัยของมู่ออร์พอดี เขาอดไม่ได้ที่จะลอบชื่นชมความหน้าด้านในใจ

แต่แผนการของมู่ออร์กลับสอดคล้องกับภารกิจที่เขาได้รับมาอย่างพอดิบพอดี เขาจึงไม่รอช้า รีบก้าวออกไปสนับสนุนทันที

"ฉันเห็นด้วยกับแผนการของท่านเจ้าเมือง!"

"กองทัพมนุษย์บุกมาเร็วและรุนแรงมาก ถ้าเมืองของเราถูกตีแตกในพริบตา มันจะเป็นหายนะครั้งใหญ่สำหรับเผ่าออร์คที่อยู่แนวหลัง!"

"ดังนั้น พวกเราต้องรักษาเมืองปานเกอเอาไว้ให้ได้!"

"และต้องต้านเอาไว้ให้ได้อย่างน้อยสามวัน!"

อู๋เทียนอี้พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นทรงพลัง พลางเดินเข้าไปนั่งลงที่เก้าอี้ข้างตัวมู่ออร์

เหล่านายทหารต่างหันมามองอู๋เทียนอี้ด้วยความประหลาดใจ ไม่มีใครคาดคิดว่ารองแม่ทัพที่วันๆ เอาแต่กินเหล้าเมายาจะมีอุดมการณ์สูงส่งและรักชาติได้ถึงเพียงนี้

"ดีมาก!"

"ในเมื่อทุกคนเห็นตรงกันว่าจะให้ชาวเมืองเข้าร่วมสู้รบ!"

"งั้นก็รีบส่งคนไปปิดประตูเมืองเดี๋ยวนี้!"

"แล้วประกาศให้ทุกคนรู้ว่าชาวเมืองทั้งหมดต้องเข้าร่วมศึกครั้งนี้!"

เมื่อเห็นว่าไม่มีใครคัดค้าน มู่ออร์ก็ออกคำสั่งแรกในทันที

"รับทราบ!"

เหล่านายทหารประสานเสียงรับคำ

"เอาล่ะ ลำดับต่อไป เรามาวางแผนกันว่าจะตั้งรับยังไงดี!"

มู่ออร์โยนหัวข้อที่สองขึ้นมาหารือต่อ

อู๋เทียนอี้รู้ดีว่าการที่มู่ออร์จับคนทั้งเมืองมาเป็นโล่เนื้อก็เพื่อคุ้มครองลูกเมียตัวเองให้หนีรอด เขาจึงไม่กล้าฝากความหวังไว้กับการบัญชาการรบของอีกฝ่าย ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนทันที "ฉันมีวิธีเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันเมืองของเรา!"

เมื่อเห็นว่ารองแม่ทัพคนนี้ไม่เพียงแต่มีจิตสำนึกดีขึ้น แต่ยังกระตือรือร้นเสนอแผนการด้วยตัวเอง ทุกคนจึงหันมามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"ลองว่ามาสิ"

มู่ออร์มองอู๋เทียนอี้ด้วยความแปลกใจไม่แพ้กัน

"บังเอิญฉันเพิ่งได้ม้วนคัมภีร์เวทมนตร์ระดับสูงมาสามม้วน"

"ม้วนแรกคือ ม้วนคัมภีร์สื่อสารภาษาสัตว์ เมื่อใช้งานแล้วจะสามารถเชื่อมต่อจิตใจกับเผ่าสัตว์ได้เป็นเวลาครึ่งเดือน!"

"ม้วนที่สองคือ ม้วนคัมภีร์ยกระดับพลังรบเผ่าสัตว์ เมื่อใช้งานแล้ว กองทัพสัตว์อสูรที่อยู่ใต้บังคับบัญชาจะได้รับการยกระดับพลังรบขึ้นหนึ่งระดับย่อย เป็นเวลาครึ่งเดือน!"

"ส่วนม้วนสุดท้ายคือ ม้วนคัมภีร์ปลุกสายเลือดเผ่าสัตว์ เมื่อใช้งานแล้ว จะสามารถปลุกสายเลือดของเผ่าสัตว์เพื่อวิวัฒนาการร่างได้วันละหนึ่งตัว เป็นเวลาครึ่งเดือน!"

อู๋เทียนอี้แถเนียนๆ โดยอ้างว่าพรสวรรค์ของเขาเป็นพลังจากม้วนคัมภีร์เวทมนตร์

แต่ยิ่งฟัง เหล่านายทหารก็ยิ่งรู้สึกว่ามันไร้สาระและหลุดโลกเกินไป!

"นี่เจ้าเห็นพวกเราเป็นตัวตลกหรือไง!"

นายทหารอารมณ์ร้อนตนหนึ่งทุบโต๊ะลุกขึ้นยืนชี้หน้าด่า "ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ เจ้ายังจะมาแต่งเรื่องปัญญาอ่อนแบบนี้อีก!"

"สันดานหมายังไงก็เลิกกินขี้ไม่ได้จริงๆ!"

อู๋เทียนอี้เข้าใจดีว่าวีรกรรมความห่วยแตกในอดีตของซาลาทำให้ไม่มีใครเชื่อถือเขาเลย ชายหนุ่มจึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจ "ฉันกดใช้งานม้วนคัมภีร์พวกนั้นไปหมดแล้ว ถ้าพวกนายไม่เชื่อ เดี๋ยวฉันจะแสดงให้ดูเดี๋ยวนี้เลย!"

"เอาสิ! เอาเลย!"

"ทำให้พวกเราดูเป็นขวัญตาหน่อย!"

บังเอิญนายทหารคนนี้มีหมาป่าศึกเป็นสัตว์พาหนะคู่ใจ เขาจึงจูงมันออกมาข้างหน้า หวังจะแฉคำโกหกของอู๋เทียนอี้ให้หน้าแตกต่อหน้าธารกำนัล

"ได้!"

"ส่งสิทธิ์การควบคุมมันมาให้ฉันสิ!"

อู๋เทียนอี้พยักหน้ารับ ก่อนจะขอสิทธิ์ในการควบคุมหมาป่าศึก

"เปิดใช้งานปลุกสายเลือด!"

เนื่องจากระยะเวลาคูลดาวน์ถูกนับใหม่เมื่อเข้าสู่ของขวัญแห่งมิติเวลา วันนี้อู๋เทียนอี้จึงสามารถใช้งานสกิลปลุกสายเลือดได้หนึ่งครั้ง

[ เริ่มทำการตรวจสอบสายเลือดของหมาป่าศึก! ]

[ สายเลือดที่ซ่อนอยู่ในตัวหมาป่าศึกคือ - หมาป่ายักษ์แดนเถื่อน! ]

[ เริ่มทำการปลุกสายเลือด! ]

[ หมาป่าศึกปลุกสายเลือดหมาป่ายักษ์แดนเถื่อนสำเร็จ! ]

[ ขอแสดงความยินดี คุณได้รับหมาป่ายักษ์แดนเถื่อน (ระดับ 4)! ]

สิ้นเสียงประกาศจากระบบ หมาป่าศึกก็แผดเสียงหอนอย่างเจ็บปวดทรมาน ร่างกายของมันเริ่มขยายใหญ่ขึ้นอย่างบ้าคลั่ง จากเดิมที่มีความสูงเพียงสองเมตร กลับขยายใหญ่โตขึ้นจนสูงเกือบสี่เมตรในพริบตา

ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง!

"ซาลา!"

"ที่เจ้าพูดมา... เป็นความจริงทั้งหมดเลยงั้นรึ!"

มู่ออร์ตกใจสุดขีดจนเผลอผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้

"แน่นอน!"

"นี่คือผลลัพธ์ของการปลุกสายเลือด!"

"ในแต่ละวัน ฉันสามารถช่วยให้เผ่าสัตว์หนึ่งตัวปลุกสายเลือดที่หลับใหลเพื่อวิวัฒนาการร่างได้!"

"ส่วนความสามารถของคัมภีร์ม้วนที่หนึ่งกับม้วนที่สอง ฉันก็พิสูจน์ให้ดูได้เหมือนกัน!"

อู๋เทียนอี้กวาดสายตามองทุกคนในห้อง ก่อนจะยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"เยี่ยม!"

มู่ออร์พยักหน้ารัวๆ ด้วยความตื่นเต้นดีใจ "ทุกคนตามข้าไปที่ค่ายสัตว์อสูรเดี๋ยวนี้!"

ด้วยความอยากรู้อยากเห็นและต้องการพิสูจน์พลังของอู๋เทียนอี้ มู่ออร์จึงรีบนำขบวนทุกคนมุ่งหน้าไปยังค่ายสัตว์อสูรในทันที

โดยปกติแล้ว นอกจากกองทหารออร์คแล้ว เมืองแต่ละแห่งจะมีกองทัพสัตว์อสูรประจำการอยู่ด้วย

กองทัพสัตว์อสูรจะมีพลังรบด้อยกว่าทหารออร์คเล็กน้อย และควบคุมได้ยากกว่าในสนามรบ แต่มันก็สามารถสร้างความเสียหายให้กับศัตรูได้ไม่น้อยเช่นกัน

สำหรับเมืองปานเกอนั้นมีกองทัพหมาป่าศึกระดับสามประจำการอยู่มากถึงห้าพันตัว

เมื่ออู๋เทียนอี้ได้รับสิทธิ์ควบคุมพวกมัน พลังรบของฝูงหมาป่าก็ถูกยกระดับขึ้นหนึ่งระดับย่อยในทันที!

"สุดยอด!"

"สุดยอด!"

"สุดยอดไปเลย!"

เมื่อมู่ออร์ได้เห็นภาพฝูงหมาป่าที่แข็งแกร่งขึ้นกับตา เขาก็หลุดปากชมไม่หยุด "ถึงจะเพิ่มพลังรบมาแค่ระดับย่อยเดียว แต่นี่มันก็เทียบเท่ากับการอัปเกรดพวกมันให้กลายเป็นทหารระดับหายากยกแผงเลยนะ!"

"พลังรบของพวกเราเพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาลเลยล่ะ!"

ต้องเข้าใจก่อนว่า กองกำลังพิทักษ์เมืองปานเกอทั้งห้าพันนายนั้น ประกอบไปด้วยทหารออร์คระดับสามทั่วไปสี่พันนาย ทหารระดับสามหายากห้าร้อยนาย และทหารระดับสามยอดฝีมืออีกเพียงห้าร้อยนายเท่านั้น!

ดังนั้นเมื่อได้พลังบัฟจากอู๋เทียนอี้ ก็เท่ากับว่าพวกเขามีกองกำลังเทียบเท่าทหารระดับสามหายากเพิ่มขึ้นมาอีกถึงห้าพันตัว!

แถมปัญหาเรื่องการประสานงานอันแสนวุ่นวายของสัตว์ป่าก็หมดไป เพราะอู๋เทียนอี้สามารถใช้กระแสจิตสั่งการพวกมันได้อย่างเป็นระบบ!

โดยรวมแล้ว กองกำลังป้องกันของเมืองปานเกอเรียกได้ว่าแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 31 - อู๋เทียนอี้กับการยกระดับพลังรบ

คัดลอกลิงก์แล้ว