- หน้าแรก
- ยุคแห่งทวยเทพ เริ่มต้นด้วยพรสวรรค์ระดับเทพ ข้าปั้นอารยธรรมไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 26 การพัฒนาแดนศักดิ์สิทธิ์
บทที่ 26 การพัฒนาแดนศักดิ์สิทธิ์
บทที่ 26 การพัฒนาแดนศักดิ์สิทธิ์
บทที่ 26 การพัฒนาแดนศักดิ์สิทธิ์
แน่นอนว่ายังไงก็ปิดไม่มิด รอถึงตอนสอบปลายภาคยังไงก็ต้องแตก แต่ยังดีที่มีเวลาให้ตั้งตัวอีกตั้งนาน
พลิกตัวไปมาร่วมสองชั่วโมงกว่าจะง่วงหลับไปได้ เช้ามืดวันถัดมาเขาก็ตื่นขึ้นมา กินข้าวเช้าเสร็จก็เข้าแคปซูลเชื่อมต่อแดนเทพ มายังแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ลอยอยู่ในอวากาศ
ก่อนอื่นก็ตรวจตราแดนศักดิ์สิทธิ์ตามปกติ นากาเกล็ดดำกับมนุษย์ปลาหมอกสีเทาอยู่ร่วมกันได้ไม่เลว
เขามาถึงด้านบนผืนดินอุดมสมบูรณ์ผืนใหม่ที่เพิ่งเปิดในแดนศักดิ์สิทธิ์ แถบดินสีดำยาวสามจุดห้ากิโลเมตร กว้างกว่าหนึ่งกิโลเมตรเล็กน้อย ตรงด้านที่ติดชายหาดเริ่มมีหญ้ารกๆ งอกขึ้นมาบ้างแล้ว
เขาลูบคางมองลงไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์จากเบื้องบน หลินเซียวรู้สึกว่าตัวเองยังต้องการพืชเศรษฐกิจอีกสักหน่อย ต้องมีเมล็ดพันธุ์เพิ่ม
อย่างเช่นมันฝรั่ง มันเทศอะไรทำนองนี้ที่ปลูกง่าย ให้ผลผลิตสูง
การ์ดทรัพยากรระดับห้าดาว การ์ดฝูงปลาเขตน้ำตื้นขนาดใหญ่ใบนั้น เขาวางไปนานแล้ว รวมทั้งหมดเป็นกลุ่มฝูงปลาน้ำตื้นห้ากลุ่มแบบสุ่ม แยกเป็นฝูงกุ้งทะเลเกล็ดขาวขนาดใหญ่หนึ่งฝูง ฝูงปลาแซลมอนหนึ่งฝูง ฝูงปลาค็อดหนึ่งฝูง ฝูงปลาเก๋าจุดดำหนึ่งฝูง แต่ละฝูงจะกำหนดตามขนาดสายพันธุ์ อย่างปลาเก๋าตัวใหญ่ๆ หนึ่งฝูงมีแค่พันตัว ส่วนกุ้งทะเลเกล็ดขาวตัวเล็กๆ หนึ่งฝูงมีเป็นแสนตัว
ทั้งหมดตัวผู้ตัวเมียครึ่งต่อครึ่ง สามารถขยายพันธุ์ต่อไปได้
สิ่งมีชีวิตทะเลห้าชนิดนี้ บวกกับไม่กี่ชนิดที่มีอยู่เดิมในแดนศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในทะเลเพิ่มขึ้นมาก ห่วงโซ่อาหารก็สมบูรณ์ขึ้น
พูดได้ว่าขอแค่ไม่จับเกินขนาด ปล่อยให้มันขยายพันธุ์ไปเรื่อยๆ ทรัพยากรทะเลพวกนี้ก็เพียงพอจะเลี้ยงดูเผ่าปลาและนากาเกล็ดดำสองสามพันชีวิตได้สบายๆ
ส่วนการ์ดฝูงวัวป่าใบนั้น ตอนนี้ยังเก็บไว้ในมือยังไม่เอาลงไปใช้ สาเหตุก็เพราะผืนดินอุดมสมบูรณ์ที่เพิ่งเปิดใหม่ยังไม่มีหญ้า ยังไม่มีพืช ถ้าปล่อยฝูงวัวป่าออกไปตอนนี้ ไม่มีอะไรให้กิน เดี๋ยวมันก็อดตาย
การบริหารแดนศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะช่วงแรกที่แทบจะขาดทุกอย่าง ปัญหาโผล่ไม่หยุด แก้ได้ปัญหาหนึ่ง ก็จะแตกแขนงกลายเป็นปัญหาใหม่ตามมา
การ์ดที่ใช้ได้ในช่วงแรกมีจำกัด ต้องวางแผนให้ดี การ์ดแต่ละใบต้องคิดให้รอบด้านว่าคุ้มจะใช้หรือไม่
หลินเซียวใช้เวลาอยู่ในแดนศักดิ์สิทธิ์หลายเดือนครุ่นคิด เขากำลังคิดถึงเส้นทางพัฒนาในอนาคตของแดนศักดิ์สิทธิ์ ว่าจะเดินสายเน้นรบ สายทำฟาร์ม หรือสายผสมผสานดี
ถ้าเลือกสายเน้นรบ เขาก็ต้องคิดเรื่องการรวมกลุ่มสร้างพวกพ้อง เอ่อ...ก็คือทำแบบพวกนักเรียนหัวกะทิในห้อง หาเพื่อนที่เข้ากันได้สักสองสามคน พอเลเวลดินแดนเทพกับค่าความเป็นเทพของตัวเองถึงระดับหนึ่ง ก็เลือกจับมือกับคนอื่น ใช้จุดแข็งของกันและกันมาช่วยเสริม
ความหมายของสายเน้นรบก็คือ ต่อไปนี้เวลาแดนศักดิ์สิทธิ์ฟิวชันการ์ดทุกใบ ไม่ต้องคิดเรื่องผลผลิตทรัพยากร ไม่ต้องสนใจสมดุลภายในอะไรทั้งนั้น มุ่งเน้นปั้นเผ่าหลักสายรบอย่างเดียวพอ
ขอแค่เผ่าหลักสายรบกับแดนศักดิ์สิทธิ์แข็งแกร่งก็พอ เรื่องเสบียงหลังบ้านค่อยโยนให้เพื่อนร่วมทีมที่ร่วมมือกันจัดการ
อย่างเช่นไปหาแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เดินสายทำฟาร์มโดยเฉพาะ ไม่ต้องพัฒนาเผ่าสังกัดด้านกำลังรบ ขอแค่ทุ่มเทปลูกพืช ทำฟาร์ม ผลิตทรัพยากรให้พอเลี้ยงเผ่าต่างๆ ในแดนศักดิ์สิทธิ์ของหัวหน้าทีมก็พอ
เปรียบเทียบก็เหมือนพ่อแม่ของหลินเซียว พ่อของเขาเดินสายเน้นรบ ส่วนแม่เดินสายทำฟาร์ม เผ่าสังกัดในแดนศักดิ์สิทธิ์ของแม่กำลังรบธรรมดา แต่ผลผลิตทรัพยากรในแดนศักดิ์สิทธิ์สูงมาก มีทรัพยากรส่วนเกินเพียงพอจะเลี้ยงดูแดนศักดิ์สิทธิ์ของพ่อเขา
ยกตัวอย่างง่ายๆ อีกอย่างก็คือ ตระกูลของหลินเซียว แดนศักดิ์สิทธิ์ของสมาชิกทุกคนล้วนรวมตัวอยู่รอบๆ แดนศักดิ์สิทธิ์ของเทพแท้สององค์ในตระกูล โดยยึดเทพแท้สององค์เป็นศูนย์กลาง ส่วนกึ่งเทพหรือสิ่งมีชีวิตศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นญาติคนอื่นๆ หน้าที่หลักก็คือคอยสนับสนุนอยู่รอบด้าน ก่อร่างสร้างเป็นตระกูลเทพขนาดใหญ่
ตระกูลของเขาอยู่ในระบบคริสตัลวอลล์หมายเลข ax14 ปรากฏในสายตาเทพพื้นถิ่นในนามตระกูลเทพ
สายเน้นรบกับสายทำฟาร์มก็เหมือนรุกกับรับ คอยเสริมกันและกัน
ส่วนสายผสมผสาน ตามชื่อก็คือรุกก็แข็ง รับก็แกร่ง หรือมองอีกมุมหนึ่งก็คือรุกก็ไม่เด่น รับก็ไม่เด่น แต่ไม่มีจุดอ่อนชัดเจน
แต่ก่อนหลินเซียวคิดจะเดินสายเน้นรบ แล้วก็ทำตัวเหมือนพ่อ หาภรรยาเป็นเทพธิดาสวยๆ สักองค์ แต่ต่อมาก็พบว่าหาเทพธิดาสวยๆ ไม่ใช่ง่ายๆ ทั้งห้องไม่มีเพื่อนผู้หญิงสวยสักคน โรงเรียนก็มีอยู่ไม่กี่คน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขาล่ะ?
ผู้หญิงคุณภาพดีแบบนั้น มีพวกหนุ่ม S รุมจีบตั้งแต่เนิ่นๆ แล้ว เขาแทบไม่มีโอกาสสอดแทรก
ยิ่งไปกว่านั้น หลินเซียวเองก็รู้สึกว่า วิธีแบ่งงานกันแบบนี้มีจุดอันตรายใหญ่หลวงอยู่จุดหนึ่ง แค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีปัญหา ก็จะกระทบเป็นลูกโซ่ทั้งระบบเทพ
บวกกับตัวเขาเองมีอาการย้ำคิดย้ำทำเล็กน้อย ไม่ชอบให้แดนศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองมีจุดอ่อน ดังนั้นสุดท้ายจึงเลือกเดินสายผสมผสาน
แน่นอนว่านี่ไม่ได้ขัดกับการหาทีมมารวมตัวสร้างระบบเทพในอนาคต
เวลาต่อจากนั้น หลินเซียวใช้ชีวิตหมกตัวอยู่ในแดนศักดิ์สิทธิ์ทุกวัน มองดูนากาเกล็ดดำตัวน้อยๆ ฟักออกจากไข่ทีละตัวๆ ค่อยๆ เติบโตขึ้น เขาก็เต็มไปด้วยความปลื้มปีติ
นากาเกล็ดดำใช้เวลาเติบโตหกปี อายุขัยยืนถึงห้าสิบปี ระยะห่างจากการสอบปลายภาคยังมีอีกกว่าสิบปี เพียงพอให้มีลูกหลานรุ่นที่สามเกิดออกมา
ตามปกตินากาเกล็ดดำวางไข่ครั้งละหนึ่งถึงสามฟอง ปีหนึ่งออกลูกได้หนึ่งครั้ง หักไข่ที่ฝ่อเสียไป ปีแรกก็มีทารกเกิดใหม่มากกว่าสี่ถึงห้าสิบตัวแล้ว
ช่วงเวลานี้ หลินเซียวมีโองการศักดิ์สิทธิ์มอบให้เหล่าสาวกเพียงข้อเดียว นั่นคือให้สืบพันธุ์ให้สุดกำลัง พยายามให้ก่อนการสอบปลายภาคจำนวนประชากรนากาเกล็ดดำสะสมเกินห้าร้อยตัวให้ได้ ตอนนั้นเขาถึงจะมั่นใจพอจะคว้ารางวัลสภาวะเทพในการสอบปลายภาค
ส่วนมนุษย์ปลาหมอกสีเทา เขาไม่ได้ประทานโองการศักดิ์สิทธิ์อะไรเป็นพิเศษ ตอนนี้เผ่าปลาถูกเขากำหนดบทบาทไว้เป็นเผ่ารองสายสนับสนุนแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเร่งให้สืบพันธุ์สุดชีวิต เขาเองก็ไม่ได้หวังว่าเผ่าปลาพวกนี้จะมีบทบาทมากมายนักในตอนนั้น
มันช่วยไม่ได้จริงๆ อีกยี่สิบกว่าปีต่อจากนี้ ต่อให้เป็นเผ่าปลาที่อายุยืนที่สุดก็ต้องตายหมด นักรบมนุษย์ปลาและมนุษย์ปลานักรบกล้าจำนวนมากที่เลื่อนระดับจากการทดสอบวัดระดับครั้งก่อน ตอนนั้นก็จะตายเกลี้ยง
เผ่าปลารุ่นหลังๆ จะเป็นตัวเลเวลศูนย์ทั้งหมด กำลังรบจำกัด ถ้าถูกลากขึ้นสนามรบก็มีแต่จะเป็นโล่เนื้อ
อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังประเมินความสามารถในการขยายพันธุ์ของเผ่าปลาพวกนี้ต่ำไป
เมื่อไม่มีสงคราม มีอาหารอุดมสมบูรณ์ แถมเผ่าปลารุ่นใหม่ทุกตัวมีความสามารถในการสืบพันธุ์และอัตรารอดสูงขึ้นเป็นสองเท่า หลายปีมานี้จำนวนประชากรเผ่าปลาก็เพิ่มขึ้นเอาๆ เหมือนปั้นเกี๊ยวโยนลงหม้อไม่มีผิด
เอาเถอะ พอผ่านไปครึ่งเดือน หรือคิดเป็นเวลาในแดนศักดิ์สิทธิ์คือสิบห้าปี จำนวนเผ่าปาในแดนศักดิ์สิทธิ์ก็พุ่งเกินสองพันหนึ่งร้อยตัวแล้ว
ทั้งที่หลังๆ เขาเห็นท่าไม่ดี จึงตั้งใจเบรกไว้เป็นพิเศษ ให้หัวหน้ามิร์ฟอล์กพาเผ่าปลาไปฝึกซ้อมทุกวัน จะได้ไม่ใช่ว่างเมื่อไหร่ก็เอาแต่ผสมพันธุ์อย่างเดียว
จำนวนมากขนาดนี้ เท่ากับแตะเพดานความจุที่แดนศักดิ์สิทธิ์รองรับได้แล้ว
อย่าลืมว่าในแดนศักดิ์สิทธิ์ยังมีนากาเกล็ดดำอีกสี่ร้อยแปดสิบกว่าตัว พวกนี้ก็กินจุใช่เล่น แค่นากาหลายร้อยตัวนี้ กินอาหารไม่ได้น้อยไปกว่าเผ่าปลาสองพันเลย
ดีที่ตลอดหลายปีมานี้ ผืนดินอุดมสมบูรณ์ที่เพิ่งเปิดใหม่ในแดนศักดิ์สิทธิ์เริ่มมีหญ้าป่าขึ้นเต็ม เขาจึงเปิดใช้งานการ์ดฝูงวัวป่าใบนี้ เรียกวัวป่าร้อยตัวออกมาปล่อยเลี้ยงบนทุ่งหญ้า
นากาเกล็ดดำหลายร้อยตัวกรูกันเข้าไปจับวัวป่าพวกนั้นมาขังคอกเลี้ยงไว้ ตอนนี้เริ่มฝึกให้เชื่องได้ระดับหนึ่งแล้ว
เขายังไม่ได้เอามาใช้งานไถนา เพราะยังไม่มีเมล็ดพันธุ์พืช มีแต่เลี้ยงไว้เป็นวัวเนื้อล้วนๆ เป็นการขุนเลี้ยงในคอก ช่วงเวลาหนึ่งก็เชือดบางส่วนมากิน โดยยังรักษาจำนวนฝูงวัวให้เพียงพอต่อการขยายพันธุ์ต่อไป