- หน้าแรก
- สัปยุทธ์พิภพเทวะ
- ตอนที่ 111 จุดสูงสุดในชีวิตก็ได้แค่นี้
ตอนที่ 111 จุดสูงสุดในชีวิตก็ได้แค่นี้
ตอนที่ 111 จุดสูงสุดในชีวิตก็ได้แค่นี้
ตอนที่ 111 จุดสูงสุดในชีวิตก็ได้แค่นี้
ยากจะจินตนาการว่าในท่วงท่าอันรวดเร็วของเหลียนเฉิงอวี้ อี้อวิ๋นกลับสามารถจับจุดอ่อนในทุกท่วงท่าได้อย่างแม่นยำ นี่เป็นเพราะพละกำลังของอี้อวิ๋นแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ประสาทสัมผัสทั้งห้าจึงว่องไวและทรงพลังมากขึ้นด้วย
หากอี้อวิ๋นต้องต่อสู้เป็นตายกับเหลียนเฉิงอวี้ ทุกช่องโหว่ในท่าทางของเหลียนเฉิงอวี้ย่อมเป็นโอกาสที่อี้อวิ๋นจะเอาชนะเขาได้!
การถูกอี้อวิ๋นพบช่องโหว่ยี่สิบแปดแห่ง หมายความว่าเหลียนเฉิงอวี้ยากที่จะต่อกรกับอี้อวิ๋นซึ่งหน้าได้แล้ว
"เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!"
ในเวลานี้ ภายในร่างกายของเหลียนเฉิงอวี้เกิดเสียงกระดูกลั่นอย่างชัดเจน
จากนั้น "ปัง! ปัง! ปัง!"
ราวกับเสียงเกาทัณฑ์ที่ถูกน้าวออก นี่คือเสียงสั่นสะเทือนของเอ็น
หัวใจสำคัญของ 'หมัดเอ็นมังกรกระดูกพยัคฆ์' อยู่ที่การขัดเกลากระดูกและเอ็น กระดูกคือกระดูกพยัคฆ์ เอ็นคือเอ็นมังกร 'หมัดเอ็นมังกรกระดูกพยัคฆ์' คือการฝึกฝนเอ็นและกระดูกของนักรบให้กลายเป็นเอ็นมังกรกระดูกพยัคฆ์
ดังนั้น เสียงกระดูกลั่นและเอ็นสั่นจึงเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่สุดของการบรรลุวิชา 'หมัดเอ็นมังกรกระดูกพยัคฆ์'
"ย่าห์!"
เหลียนเฉิงอวี้คำรามเสียงดัง เขากระโดดลงจากแท่นหยกขาวและชกหมัดหนึ่งออกมา กระแทกลงบนหินเหล็กดำที่มีขนาดเท่าหินโม่
"เปรี้ยง!"
หินเหล็กดำก้อนนี้สั่นสะเทือนอย่างแรง ก่อนจะแตกกระจายออกทันที!
หมัดของเหลียนเฉิงอวี้รู้สึกชาหนึบ ทว่าในดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
เขาทำสำเร็จแล้ว! การแสดงในครั้งนี้เขาเข้าสู่สภาวะที่ดีที่สุด และหมัดเมื่อครู่ก็คือขีดจำกัดของพลังโจมตีของเหลียนเฉิงอวี้ การแสดงออกทั้งหมดของเขากล่าวได้ว่าสมบูรณ์แบบ
เหลียนเฉิงอวี้พอใจในตนเองยิ่งนัก เขารวบหมัดที่เริ่มแดงก่ำ ขยับข้อนิ้วเล็กน้อย แล้วยิ้มพลางมองไปรอบๆ สายตาของเขาหยุดอยู่ที่อี้อวิ๋น
สายตาของเขามีความท้าทายอยู่เจือปน
การคัดเลือกรอบแรกเขาแพ้ให้อี้อวิ๋น การคัดเลือกซ้ำเขาย่อมต้องเหนือกว่าอี้อวิ๋นให้ได้ อี้อวิ๋นมีปณิธานที่แข็งแกร่ง ทว่าปณิธานเป็นเพียงสิ่งที่สร้างมาเพื่อข่มขวัญ การต่อสู้ที่แท้จริงยังต้องวัดกันที่ฝีมือและพละกำลังจริงๆ!
แม้วันนี้การคัดเลือกซ้ำจะไม่ได้ประลองพละกำลัง แต่เป็นการประลองวิชาลมปราณ ซึ่งไม่อาจใช้เล่ห์เหลี่ยมได้เลย!
เหลียนเฉิงอวี้ทราบดีว่าวิชาของอี้อวิ๋นก็คือ 'หมัดเอ็นมังกรกระดูกพยัคฆ์' เช่นกัน แม้อี้อวิ๋นจะยังมีท่า 'วิชากลืนคชสาร' อีกหนึ่งท่า แต่นั่นเป็นวิชาลับที่ช่วยในการฝึกฝน ไม่ใช่วิชาลมปราณ ไม่อาจนำมาแสดงได้ ดังนั้นอี้อวิ๋นจำต้องใช้ 'หมัดเอ็นมังกรกระดูกพยัคฆ์'
ทุกคนที่เพิ่งขึ้นไปแสดงบนแท่น ต่างก็ได้สำแดงอานุภาพของ 'หมัดเอ็นมังกรกระดูกพยัคฆ์' ของแต่ละคนออกมา ซึ่งก็คือการต้องโจมตีหินเหล็กดำก้อนหนึ่งเพื่อทดสอบพลังทำลายของเพลงหมัด
หากอี้อวิ๋นต้องการโดดเด่นและคว้าอันดับหนึ่งที่เป็นไปไม่ได้มาครอง ย่อมต้องสำแดงพลังทำลายของเพลงหมัดตนเองออกมาด้วย
ทว่าเพลงหมัดของอี้อวิ๋นจะมีพลังทำลายเพียงใดกัน? แม้จะเป็นหินเหล็กดำขนาดเท่าอ่างล้างหน้า เขาจะชกให้แตกได้หรือ? ไม่แน่ว่าอาจจะต้องไปชกหินแกรนิตแทนกระมัง
ในสายตาของเหลียนเฉิงอวี้ ฐานพลังของอี้อวิ๋นอย่างมากก็เพียงขอบเขตชีพจรขั้นสูงสุด นี่ก็นับว่าประเมินเขาไว้สูงแล้ว ต่อให้เป็นชีพจรขั้นสูงสุด หรือแม้แต่จะให้บรรลุถึงขอบเขตโลหิตปถุชนขั้นที่ห้าชักปราณขั้นต้นแล้วจะเป็นไรไป? เพลงหมัดของอี้อวิ๋นเป็นเพียงวิชาที่ไร้รากฐาน แอบจำมาจากเหยาหยวนเท่านั้น การจะชกหมัดเอ็นมังกรกระดูกพยัคฆ์ให้ครบถ้วนยังเป็นปัญหา แล้วจะมีการแสดงที่น่าตื่นตาตื่นใจได้อย่างไร?
เหลียนเฉิงอวี้ลงจากแท่นไปแล้ว
ลำดับการขึ้นแท่นของการคัดเลือกซ้ำในครั้งนี้ จัดตามอันดับจากการคัดเลือกรอบแรก ยิ่งอันดับดีเท่าใด ก็จะยิ่งได้ขึ้นแท่นเป็นลำดับท้ายๆ
หลังจากเหลียนเฉิงอวี้ขึ้นแสดงวิชาแล้ว ผู้เข้าร่วมคัดเลือกขอบเขตโลหิตปถุชนที่เหลืออยู่ก็มีเพียงห้าคนเท่านั้น
ห้าคนนี้ นอกจากอี้อวิ๋นแล้ว ที่เหลือล้วนเป็นยอดฝีมือที่เผ่าเถาบ่มเพาะขึ้นมา
ยอดฝีมือเผ่าเถาเหล่านี้ หากพิจารณาด้านวิชาลมปราณแล้วย่อมแข็งแกร่งกว่าเหลียนเฉิงอวี้ เพราะพวกเขาได้รับการชี้แนะจากอาจารย์ระดับโลหิตม่วงสูงสุดในเผ่าเถา อาจารย์เหล่านี้เก่งกาจกว่าเหยาหยวนมากนัก
แม้แต่เหลียนเฉิงอวี้เองก็จำต้องยอมรับว่า 'หมัดเอ็นมังกรกระดูกพยัคฆ์' ของพวกเขานั้นชกออกมาได้อย่างมีอานุภาพยิ่ง ระดับของมันดูเหมือนจะเหนือกว่าตนเองอยู่นิดๆ ด้วยซ้ำ!
สิ่งนี้ทำให้เหลียนเฉิงอวี้เริ่มรู้สึกถึงวิกฤต
ผลการคัดเลือกรอบแรกของเขานับว่าติดอันดับหนึ่งในห้าอย่างหวุดหวิด การคัดเลือกซ้ำเพื่อให้อยู่ในอันดับหนึ่งในห้าจึงดูไม่มั่นคงนัก
อีกทั้งจางถานเคยกล่าวไว้ว่า การคัดเลือกขององครักษ์มังกรทองในครั้งนี้มีการคัดเลือกทั้งหมดสามรอบ เหลียนเฉิงอวี้ไม่ทราบว่าตนเองจะถนัดหัวข้อสอบในรอบที่สามหรือไม่ บัดนี้เถาอวิ๋นเซียวและนักรบโลหิตม่วงอีกเก้าคนได้จองตำแหน่งไปแล้วสิบที่นั่ง ที่นั่งที่เหลืออยู่จึงมีไม่มากนัก เหลียนเฉิงอวี้เริ่มมีความรู้สึกเร่งรัดภายในใจ
หลังจากศิษย์เอกของเผ่าเถาสามคนต่อเนื่องกันได้เสร็จสิ้นการแสดงวิชาแล้ว
คนลำดับถัดไปคือ—เถาอวิ๋นเซียว!
ในฐานะบุคคลที่มีพละกำลังบรรลุถึงขีดสุดของขอบเขตโลหิตปถุชน เถาอวิ๋นเซียวกล่าวได้ว่าเป็นผู้ที่ผู้คนนับหมื่นต่างเฝ้าจับตามอง
อีกทั้งเถาอวิ๋นเซียวยังอยู่ในถิ่นฐานของเผ่าเถา ผู้ชมโดยรอบเก้าสิบเก้าในร้อยคนล้วนเป็นคนของเผ่าเถา เถาอวิ๋นเซียวในฐานะคุณชายสามของเผ่าเถา เพียงปรากฏตัวออกมาก็ได้รับเสียงโห่ร้องยินดีจากผู้ชม!
ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงเชียร์เช่นนี้ เถาอวิ๋นเซียวมีความมั่นใจยิ่ง เขาเตรียมการไว้พร้อมสรรพแล้ว!
เขาก้าวเท้าขึ้นไปบนแท่นหยกขาวด้วยก้าวที่มั่นคง ในรอบนี้เขาต้องชนะอย่างแน่นอน และต้องชนะอย่างยิ่งใหญ่เป็นประวัติการณ์!
ในการคัดเลือกซ้ำครั้งนี้ บิดาของเขา รวมถึงหัวหน้าเผ่าเถา ได้มอบสิ่งที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่งให้แก่เขา! สิ่งนี้ทำให้เถาอวิ๋นเซียวมั่นใจว่า การคัดเลือกซ้ำในครั้งนี้จะเป็นการแสดงส่วนตัวของเขาคนเดียว!
เขายืนอยู่บนแท่น ถูกผู้คนมากมายจ้องมอง เถาอวิ๋นเซียวเผยสีหน้าภาคภูมิใจออกมา!
นี่คือเวทีของเขา เป็นจุดเริ่มต้นที่เขาจะก้าวไปสู่อนาคตอันรุ่งโรจน์!
เขาชื่นชอบความรู้สึกเช่นนี้ยิ่งนัก
สายตากวาดมองไปโดยรอบ มองไปยังบรรดาผู้เข้าร่วมการคัดเลือกที่อยู่เบื้องล่างราวกับมวลมนุษย์ที่สามัญ เถาอวิ๋นเซียวยิ้มที่มุมปาก ส่วนอี้อวิ๋นนั้น เขาหาได้เห็นอยู่ในสายตาอีกต่อไป
เถาอวิ๋นเซียวจะทำให้คนเหล่านี้เข้าใจว่า ช่องว่างอันยิ่งใหญ่ระหว่างเขากับผู้เข้าร่วมการคัดเลือกคนอื่นๆ นั้นเป็นอย่างไร ให้พวกเขารู้ว่ากบในกะลาครอบเป็นเช่นไร!
เถาอวิ๋นเซียวกวักมือเรียกครั้งหนึ่ง ชายชราคนหนึ่งถือวัตถุรูปทรงยาวที่ห่อหุ้มด้วยผ้าไหมด้วยสองมือ ส่งมอบให้ถึงมือของเถาอวิ๋นเซียว
นี่คือกระบี่เล่มหนึ่ง!
"อาวุธหรือ?"
ผู้คนต่างพากันตกตะลึง จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดขึ้นมาแสดงวิชาโดยใช้อาวุธเลย
การเริ่มต้นฝึกอาวุธนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แม้แต่คนในระดับจ้าวเถี่ยจู้ หากได้ถือดาบใหญ่หรือค้อนทองแดง ก็สามารถกวัดแกว่งให้ดูดุดันมีสง่าราศีได้
ทว่านักรบที่แท้จริง ยามใช้อาวุธไม่ใช่เพียงเพื่อความสวยงาม แต่ต้องหลอมรวมอาวุธเข้ากับวิถียุทธ์ของตน ให้อาวุธกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย
โดยปกติแล้ว เพลงหมัดเท้าจะควบคุมได้ง่ายกว่า ทว่าอาวุธจำพวกดาบ กระบี่ หอก ง้าว เหล่านี้ การจะใช้ให้คล่องแคล่วราวกำกับนิ้วมือนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
นักรบก่อนจะถึงขอบเขตโลหิตปถุชน ล้วนทุ่มเทพละกำลังเพื่อพุ่งเป้าไปที่การบรรลุขอบเขตโลหิตม่วง โดยปกติย่อมไม่มีกะจิตกะใจจะไปฝึกฝนทักษะการใช้อาวุธ
บัดนี้ บนแท่นหยกขาว เถาอวิ๋นเซียวนำกระบี่เล่มหนึ่งออกมา ย่อมไม่ใช่เพียงเพื่อความสวยงาม แต่ต้องมีฝีมือที่แท้จริงแล้ว!
เถาอวิ๋นเซียวคือนักรบที่เคยฝึกกระบี่มา
อายุสิบสี่ปี ฐานพลังของตนเองบรรลุถึงโลหิตม่วงสูงสุด อีกทั้งยังฝึกวิชากระบี่ด้วย ต้องกล่าวว่าเป็นอัจฉริยะในการฝึกฝนโดยแท้
………