- หน้าแรก
- สัปยุทธ์พิภพเทวะ
- ตอนที่ 108 จักรวาล
ตอนที่ 108 จักรวาล
ตอนที่ 108 จักรวาล
ตอนที่ 108 จักรวาล
"อืม..."
ภาพเหตุการณ์นี้ ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด จึงประทับรอยลึกในใจของหลินซินถง นางถอยหลังออกมาก้าวหนึ่งตามสัญชาตญาณ คล้ายกับถูกบางสิ่งทำให้ตระหนก
"ไม่มี..."
แม้ในชั่วพริบตาเมื่อครู่ จิตใจของหลินซินถงจะเกิดความรู้สึกลวงตาที่ประหลาด ทว่าสิ่งที่นางต้องการแสวงหาอย่างแท้จริง ซึ่งก็คือความผิดปกติของเส้นลมปราณภายในกายกลับไม่ปรากฏขึ้น
ทุกอย่างเลื่อนลอย ไร้ร่องรอยให้สืบค้น
หลินซินถงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
ทว่า ภาพลวงตาประดุจจักรวาลเมื่อครู่คือสิ่งใดกัน?
หลินซินถงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ทาบฝ่ามือลงบนฝ่ามือของอี้อวิ๋นอีกครั้ง ครานี้ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเลย ไม่มีทั้งความรู้สึกจากเส้นลมปราณ และไม่มีภาพลวงตาจักรวาลนั้นด้วย
เมื่อเงยหน้าขึ้น ดวงจันทร์ยังคงแขวนเด่นอยู่บนท้องฟ้า คล้ายกับไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนไป
หลินซินถงลอบถอนหายใจในใจ แท้จริงแล้วติดตามไม่ได้เลยหรือ? หากพิจารณาให้ดี นี่ก็หาใช่เรื่องน่าผิดหวังไม่ ควรจะกล่าวว่านี่จึงเป็นเรื่องปกติ นางถึงกับคิดไปเองในส่วนลึกของจิตสำนึกว่าอี้อวิ๋นซึ่งเป็นเพียงเด็กน้อยผู้นี้ จะสามารถต่อเส้นลมปราณที่ขาดสะบั้นของนางได้จริงหรือ?
นั่นคงเป็นเรื่องเพ้อฝันสิ้นดี...
"วันพรุ่งนี้ในเวลาเดียวกันนี้ ที่เดิม ข้าจะมาหาเจ้า"
หลังจากหลินซินถงกล่าวประโยคนี้จบ ก็พริ้วกายจากไป หายลับไปราวกับสายลม
อี้อวิ๋นยังคงไม่เข้าใจ เขาไม่ทราบว่าเหตุใดหลินซินถงจึงต้องการมาต่อสู้กับเขา ทว่านั่นก็ไม่เป็นไร อย่างไรเสียก็เป็นผลดีต่อตัวเขาเองอย่างยิ่ง เขาปรารถนาเป็นที่สุด
หลินซินถงจากไปแล้ว แต่อี้อวิ๋นยังไม่จัดแจงกลับไป แม้ยามนี้จะเป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว แต่อี้อวิ๋นเพิ่งจะกินสรีรธาตุอสูรร้ายเข้าไป พลังงานในกายเปี่ยมล้น เขาจะปล่อยให้โอกาสในการฝึกยุทธ์อันล้ำค่านี้สูญเปล่าได้อย่างไร? เมื่อในกายมีพลังงานจึงจะฝึกยุทธ์ได้ หากไม่มีพลังงานคิดจะฝึกยุทธ์ก็หาได้มีทางไม่
อี้อวิ๋นยังมีความเข้าใจบางอย่างจากการประมือเมื่อครู่ที่ต้องพิจารณาให้ดี หนึ่งคือเงาร่างที่ควบแน่นจากปราณฟ้าดิน และอีกหนึ่งคือท่าร่างระดับสัมผัสถึงความละเอียดอ่อน!
เส้นทางแห่งยุทธ์ ต้องการพรสวรรค์ และยิ่งต้องการความพากเพียร ผู้ที่มีพรสวรรค์ดีแต่ไร้ซึ่งความวิริยะในการฝึกยุทธ์ ย่อมจะกลายเป็นคนธรรมดาไปในที่สุด
อี้อวิ๋นมีพรสวรรค์ไม่สู้ดี ทว่ามีผลึกม่วงมาทดแทน จึงไม่ต้องกังวลเลย
ทว่าคำว่าพากเพียรนั้น หาใช่สิ่งใดจะมาทดแทนได้ไม่ ต้องอาศัยอี้อวิ๋นทำด้วยตนเองเท่านั้น
การทะยานกายและออกหมัดซ้ำแล้วซ้ำเล่า!
"ปัง ปัง ปัง!"
หินเหล็กดำก้อนใหญ่ถูกอี้อวิ๋นชกจนแตกละเอียด เศษหินกระเด็นว่อนไปทั่ว!
ทว่าที่น่าเสียดายคือ เงาร่างพยัคฆ์ร้ายที่ควบแน่นจากปราณฟ้าดินนั้นไม่ปรากฏออกมาอีกเลย ส่วนท่าร่างระดับสัมผัสถึงความละเอียดอ่อน ก็จำเป็นต้องมีผู้มาร่วมฝึกซ้อมด้วยจึงจะเข้าใจได้
ดังนั้นอี้อวิ๋นจึงไม่มีความก้าวหน้าในการตระหนักรู้ทั้งสองสิ่งนี้เลย
ในทางกลับกัน อี้อวิ๋นกลับเข้าสู่สภาวะว่างเปล่าไร้ตัวตนอีกครั้ง
ในความสลัวราง อี้อวิ๋นสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอันลึกลับซับซ้อนยามฝึกวิชา "หมัดมังกรเอ็นพยัคฆ์กระดูก" อีกครั้ง ความรู้สึกนี้ช่างอัศจรรย์ยิ่งนัก ทว่าเมื่ออี้อวิ๋นคิดจะคว้ามันไว้ กลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า...
"ท่านอาจารย์ เขาควบแน่นเงาร่างปราณฟ้าดินได้แล้ว อีกทั้งยังเข้าใจท่าร่างสัมผัสถึงความละเอียดอ่อน แล้วเจ้าค่ะ"
ในป่าลึก หลินซินถงเฝ้ามองร่างของอี้อวิ๋นที่กำลังฝึกยุทธ์อยู่อย่างเงียบๆ แล้วกล่าวกับตาเฒ่าซูที่อยู่ข้างกาย
"อืม... ข้าเห็นแล้ว ความเข้าใจของเจ้าเด็กนี่นับว่าไม่น้อยเลย สิ่งที่เขาตระหนักรู้ได้ หาได้มีเพียงสองสิ่งนี้ไม่... คอยดูเถิด พรุ่งนี้คือการคัดเลือกรอบสองของการคัดเลือกแห่งอาณาจักรเทพ ข้ายังอยากดูผลงานของเขาอยู่เหมือนกัน!"
การคัดเลือกรอบแรกทำให้คนจำนวนมากได้รับบาดเจ็บ ทว่ากองกำลังองครักษ์มังกรทองกลับไม่ให้เวลาพักผ่อนแก่ผู้บาดเจ็บเหล่านั้นมากนัก
ตามคำกล่าวของจางถานว่า เมื่อการต่อสู้เริ่มต้นขึ้น มักจะรุนแรงประดุจพายุฝน ศัตรูจะให้เวลาพักแก่เจ้าหรืออย่างไร?
อี้อวิ๋นรอจนกระทั่งฟ้าสางจึงกลับมายังที่พัก การฝึกยุทธ์ตลอดทั้งคืนทำเอาเขาเหนื่อยล้าจนแทบสิ้นแรง
อี้อวิ๋นล้มตัวลงนอนทันที ในความฝัน ผลึกม่วงค่อยๆ ดูดซับปราณฟ้าดินรอบตัวอย่างช้าๆ ทำให้พละกำลังของอี้อวิ๋นฟื้นฟูขึ้นอย่างเงียบๆ
อี้อวิ๋นตกอยู่ในสภาวะหลับลึก แม้ในความฝันเขาก็ยังฝึกยุทธ์อยู่
ในความพร่ามัว คล้ายกับเขาได้มายังหน้าผาแห่งหนึ่ง บนหน้าผานี้ อี้อวิ๋นเห็นมังกรเหินเวหาตัวหนึ่งและพยัคฆ์ร้ายตัวหนึ่งกำลังประลองกำลังกันอยู่!
มังกรทะยานพยัคฆ์โจนทะยาน แผ่นดินสั่นสะเทือนภูเขาเลื่อนลั่น!
มังกรตัวนี้ คล้ายกับมังกรที่ปักอยู่บนธงของกองกำลังองครักษ์มังกรทอง ส่วนพยัคฆ์ตัวนั้น คือเซี่ยวเทียนหู่ที่อี้อวิ๋นเคยเห็นในการคัดเลือกรอบแรก
มังกรและพยัคฆ์คู่นี้ ต่อสู้กันจนฟ้าถล่มดินทลาย ขุนเขาและสายน้ำขาดสะบั้น
ตามตำนานเล่าว่า มียอดคนผู้ยิ่งใหญ่ได้เห็นสัตว์เทพต่อสู้กัน จนตระหนักรู้ถึงวรยุทธ์อันไร้เทียมทาน
ยามนี้ อี้อวิ๋นในความฝันอันประหลาดนี้ ก็มีความตระหนักรู้เพิ่มมากขึ้น มีความเข้าใจในวิชาหมัดมังกรเอ็นพยัคฆ์กระดูกลึกซึ้งขึ้นไปอีกขั้น
ทว่าเมื่อตื่นขึ้นมา ความเข้าใจเหล่านี้กลับกลายเป็นเลือนราง จับต้นชนปลายไม่ถูก
อี้อวิ๋นพยายามย้อนคิด ทว่ากลับนึกไม่ออกเสียอย่างนั้น
ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก
อี้อวิ๋นทอดถอนใจ ในยุคโบราณของจีน ขงจื๊อมักจะฝันเห็นจิวกง (โจวกง) จิวกงบอกเล่าถึงหลักการดำเนินชีวิตและการปกครองบ้านเมืองแก่ขงจื๊อ เมื่อขงจื๊อตื่นขึ้นก็จะเกิดความตระหนักรู้ บางครั้งการฝันก็ทำให้คนได้รับแรงบันดาลใจจริงๆ
เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตะวันก็ขึ้นสูงแล้ว
อี้อวิ๋นหลับไปเพียงประมาณสามชั่วโมงเท่านั้น ทว่าเพราะการหลับลึก และผลจากการที่ผลึกม่วงช่วยเติมเต็มพลังงาน การนอนเพียงสามชั่วโมงจึงทำให้อี้อวิ๋นกลับมามีสภาพจิตใจที่แจ่มใสถึงขีดสุด
"ถึงเวลาไปเข้าร่วมการคัดเลือกรอบสองแล้ว"
อี้อวิ๋นลุกขึ้นยืน เขาตัดสินใจแล้วว่าจะคว้าอันดับหนึ่งในระดับโลหิตปุถุชนในการคัดเลือกครั้งนี้ เพื่อที่จะได้เป็นสมาชิกชั้นยอดของกองกำลังองครักษ์มังกรทองโดยตรง!
……..
พรุ่งนี้ลงเพิ่มให้นะครับ