- หน้าแรก
- นางเซียนผู้เย็นชา ระบบเอาชะตานางมา
- ตอนที่ 86 แสดงเป็นตัวเอง
ตอนที่ 86 แสดงเป็นตัวเอง
ตอนที่ 86 แสดงเป็นตัวเอง
เป็นลั่วจื่ออินนั่นเอง
นางเพียงปรายตามองซูโหรวผู้ยั่วยวนที่แทบจะทิ้งทั้งร่างเกาะติดฉู่โม่ด้วยความเรียบเฉย ในดวงตาฉายแววความไม่พอใจที่ยากจะสังเกตเห็นแวบหนึ่ง
จากนั้น นางสะบัดมือขึ้น ค่ายกลกั้นเสียงไร้สภาพก็ครอบคลุมพวกเขาทั้งสามคนไว้ภายใน
นางรู้ว่าซูโหรวเองก็ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของวิชาลับของฉู่โม่เช่นกัน ดังนั้นจึงไม่ได้หลบเลี่ยงอีกฝ่าย
"นายท่าน ทาสอินมีเรื่องจะปรึกษาเจ้าค่ะ"
ลั่วจื่ออินเอ่ยเข้าประเด็นทันที
"ว่ามา"
ฉู่โม่เอ่ยขณะกินผลไม้ปราณวิญญาณเข้าไปหนึ่งผล
ในดวงตาหงส์อันเย็นชาของลั่วจื่ออิน ฉายแววกังวลออกมา
"ท่านอาจารย์ของข้า..."
"ปกติแล้วท่านไม่เคยสนใจกิจการงานทางโลกของสำนักเลย เอาแต่บำเพ็ญเพียรอย่างสงบ ทว่าการเดินทางไปยังราชวงศ์ต้าอวี๋ในครั้งนี้ ท่านกลับดู... กระตือรือร้นจนเกินไปเจ้าค่ะ"
ฉู่โม่ได้ยินเช่นนั้นก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
"ข้าสงสัยว่า การเดินทางครั้งนี้ ท่านอาจกำลังวางแผนการบางอย่างอยู่"
น้ำเสียงของลั่วจื่ออินแฝงไปด้วยความไม่แน่ใจ และความเศร้าที่ยากจะปิดบัง
ท้ายที่สุดแล้ว นักพรตหลิวเสีย ก็คืออาจารย์ของนาง คือผู้ที่มองเห็นคุณค่าในตัวนาง
เป็นเพียงคนเดียวที่ยอมรับในตัวนางในยามที่นางอ่อนแอที่สุด และมอบความหวังให้นาง
นางไม่ปรารถนาเลยจริงๆ ที่จะเห็นคนที่นางเคยเคารพรักที่สุด คนที่นางเคยคิดว่าเป็นที่พึ่งพิงเพียงหนึ่งเดียว ท้ายที่สุดแล้วกลับเผยอีกด้านที่นางไม่อยากเห็นออกมา
ฉู่โม่มองท่าทางอมทุกข์ของนาง แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
"ทหารมาขุนพลต้าน น้ำมาดินกลบ ข้าได้มอบวิธีการป้องกันตัวในยามคับขันให้เจ้าแล้ว เพียงแค่ระแวดระวังตัวไว้ก็พอ"
เขาตั้งใจว่า หลังจากได้พบกับนักพรตหลิวเสียแล้ว จะลองหยั่งเชิงนางดูสักหน่อย
ดูว่านักพรตหลิวเสียกำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่
ลั่วจื่ออินขานรับเบาๆ แล้วพยักหน้า ทว่าในใจยังคงหนักอึ้ง
ในตอนนั้นเอง
ศิษย์ถ่ายทอดคำสั่งนายหนึ่งเดินเร่งฝีเท้ามาหยุดอยู่ด้านนอกค่ายกลกั้นเสียง พร้อมกับทำความเคารพอย่างนอบน้อม
ฉู่โม่ปลดค่ายกลกั้นเสียงออก
ได้ยินศิษย์ถ่ายทอดคำสั่งผู้นั้นกล่าวว่า
"ศิษย์พี่ฉู่ ผู้อาวุโสเจียงเชิญให้ท่านไปพูดคุยที่ห้องโถงเรือขอรับ"
"รู้แล้ว"
เขาตบไหล่บอบบางของลั่วจื่ออินเบาๆ แล้วปรายตามองซูโหรวแวบหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินไปยังห้องโถงเรือ
รอจนกระทั่งแผ่นหลังของฉู่โม่ลับสายตาไป
ดวงตาคู่ใสของลั่วจื่ออินจึงจับจ้องไปยังซูโหรวอย่างไม่ปิดบังอีกต่อไป
"ต่อหน้าคนนอกยังกล้าประจบประแจงเขาถึงเพียงนั้น... เจ้ากับหญิงคณิกาพวกนั้นต่างกันตรงไหน?"
น้ำเสียงของนางเย็นเยียบ
ซูโหรวได้ยินเช่นนั้น ไม่เพียงแต่ไม่เกรงกลัว กลับหัวเราะคิกคักอย่างมีจริตจะก้าน ดวงตาดอกท้อที่ชวนให้ลุ่มหลงหรี่ลงจนโค้งราวกับจันทร์เสี้ยว
"คิกๆๆ ศิษย์พี่หญิงลั่ว... นี่ท่านกำลังหึงหวงหรือเจ้าคะ?"
นางแลบปลายลิ้นออกมา เลียริมฝีปากสีแดงสดอันเย้ายวนของตนเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ยั่วยวนถึงกระดูก
"น่าเสียดายนะเจ้าคะ... ดูเหมือนว่าศิษย์พี่ฉู่ จะชอบคนแบบข้านี่แหละ"
"เจ้า!"
ลั่วจื่ออินโกรธจัด
นังแพศยาไร้ยางอาย!
แล้วก็ฉู่โม่!! เจ้าคนสารเลวมักมากไร้ยางอายเอ๊ย!
ภายในห้องโถงเรือ
ฉู่โม่ผลักประตูเดินเข้าไป
เมื่อเทียบกับพวกลูกศิษย์ธรรมดาบนดาดฟ้าเรือที่ทำได้เพียงนั่งสมาธิต้านทานปราณแล้ว ที่นี่ช่างแตกต่างกันราวกับอยู่คนละโลก
กลิ่นหอมกรุ่นของสุราวิญญาณและกลิ่นหอมของอาหารวิญญาณผสานเข้าด้วยกัน ลอยคละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศ
การเดินทางในครั้งนี้ ผู้อาวุโสทุกคนล้วนอยู่ที่นี่ ยกเว้นเพียงนักพรตหลิวเสีย
พวกเขานั่งล้อมวงอยู่รอบโต๊ะหยกตัวใหญ่ ชนจอกสุราสนทนาหัวเราะกันอย่างเบิกบาน
ข้างกายล้วนมีศิษย์สายในหญิงหน้าตาจิ้มลิ้มคอยปรนนิบัติพัดวีอย่างระมัดระวัง บ้างก็รินสุรา บ้างก็คีบอาหาร บ้างก็ทุบหลังให้อย่างแผ่วเบา เป็นภาพที่ดูหรูหราฟุ่มเฟือยยิ่งนัก
และทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นเพราะฉู่โม่
ธุรกิจส่งอาหารวิญญาณและสถานบันเทิงที่เปิดให้บริการเฉพาะศิษย์สายใน ได้กลายมาเป็นช่องทางหาความสำราญและกอบโกยความมั่งคั่งที่สำคัญของเหล่าผู้อาวุโสผู้กุมอำนาจเหล่านี้ไปเสียแล้ว
"ฉู่โม่ มาสิ นั่งตรงนี้!"
เจียงสือกว่างหน้าตาแดงปลั่ง เมื่อเห็นฉู่โม่เดินเข้ามา ก็รีบกวักมือเรียกอย่างกระตือรือร้น
ผู้อาวุโสท่านอื่นต่างก็ทอดสายตาเป็นมิตรมาให้ ยกจอกสุราทักทาย เห็นได้ชัดว่าพวกเขามองฉู่โม่เป็นบุคคลที่สามารถพูดคุยในระดับเดียวกันได้นานแล้ว
"คารวะท่านผู้อาวุโสทุกท่าน เช่นนั้นข้าก็ขอน้อมรับด้วยความยินดีขอรับ"
ฉู่โม่ประสานมือคำนับอย่างไม่ถ่อมตัวและไม่แข็งกระด้างจนเกินไป ก่อนจะนั่งลงข้างกายเจียงสือกว่าง
"ไอหยา ฉู่โม่ เจ้าเห็นพวกเราเป็นคนอื่นคนไกลไปได้!"
ผู้อาวุโสหวังแห่งศาลาศาสตราวุธหัวเราะลั่น พร้อมกับขยิบตาให้ศิษย์หญิงที่อยู่ข้างกาย
"ฉู่โม่เป็นวีรบุรุษวัยเยาว์ ตาแก่พวกเราก็ไม่อาจขี้เหนียวได้ แม่หนูสองคนนี้ ขอมอบให้ศิษย์น้องไว้แก้เหงาก็แล้วกัน"
ฉู่โม่มักจะมีความสัมพันธ์คลุมเครือกับซูโหรวภายในสำนักอยู่บ่อยครั้ง ทั้งยังพัวพันกับลั่วจื่ออินแห่งยอดเขาหลิวเสียอย่างไม่ชัดเจนอีก
ความเจ้าชู้ของเขาไม่ใช่ความลับแต่อย่างใด
ดังนั้นผู้อาวุโสหวังจึงตั้งใจที่จะเอาใจเขา เพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ศิษย์สายในหญิงร่างอรชรอ้อนแอ้นและรูปโฉมงดงามสองคน จึงค่อยๆ ก้าวเดินมาซบอิงแนบชิดข้างกายฉู่โม่ทันที
ฉู่โม่รู้ดีว่า ในเวลานี้ต้องไว้หน้าเหล่าผู้อาวุโสพวกนี้
ดังนั้นจึงไม่ปฏิเสธผู้ที่เข้ามาหา โอบซ้ายกอดขวา
รวบตัวเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน ฉวยโอกาสลูบคลำอย่างแนบเนียน
ถือคติที่ว่ามีหญิงงามเยอะไว้ก่อนไม่เสียหาย
จะว่าอย่างไรดีล่ะ?
ต้องคล้อยตามการกระทำของเหล่าผู้อาวุโส จึงจะสามารถกลมกลืนกับพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น
การเข้าสังคมน่ะนะ
(ข้ออ้างล้านแปด)
การแสร้งแสดงละครเพื่อแสดงจุดยืน ถือเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง
ทว่าฉู่โม่ก็ตระหนักได้ในเวลาอันรวดเร็วว่า เอ๊ะ สถานการณ์เป็นเช่นไรกัน ดูเหมือนว่าเขาไม่จำเป็นต้องเสแสร้งเลยนี่นา
ช่างลื่นไหลเป็นธรรมชาติ ไม่มีทีท่าขัดเขินเลยแม้แต่น้อย
"ฮ่าๆๆ! ฉู่โม่ เจ้าหนุ่มนี่ เป็นคนตรงไปตรงมาจริงๆ!"
เหล่าผู้อาวุโสเห็นดังนั้น ต่างก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา บรรยากาศยิ่งคึกคักขึ้นไปอีก
"ฉู่โม่ การเดินทางในครั้งนี้ การที่เจ้ามาช่วยเหลือ พวกเราซาบซึ้งใจยิ่งนัก! มา ข้าขอดื่มให้เจ้าจอกหนึ่ง!" เจียงสือกว่างยกจอกสุราขึ้น
ฉู่โม่หัวเราะฮ่าๆ ปล่อยให้ศิษย์หญิงข้างกายรินสุราให้จนเต็มจอก ยกจอกขึ้นคารวะตอบ แล้วดื่มรวดเดียวจนหมด
"ผู้อาวุโสเจียงกล่าวหนักไปแล้ว การได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้สำนัก ถือเป็นหน้าที่ของศิษย์ขอรับ"
"พูดได้ดี!"
ผู้อาวุโสซุนแห่งหอโอสถตบมือชมเชย
"จริงสิ ตาเฒ่าเจียง ก่อนหน้านี้เจ้าบอกว่า ได้ให้เจี่ยงผิงเทียนศิษย์ของเจ้า ช่วยดูแลศิษย์น้องฉู่ที่หอคุมกฎและหอทัณฑ์ให้มากขึ้นแล้วใช่หรือไม่?"
"นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว!"
เจียงสือกว่างคลึงลูกประคำในมือ กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า
"หอคุมกฎและหอทัณฑ์ของสำนักกระบี่หลิงสวีเรา ในยามนี้ก็คือเบื้องหลังของศิษย์น้องฉู่แล้ว!"
สิ้นคำกล่าวนั้น ผู้อาวุโสท่านอื่นก็ถึงกับนั่งไม่ติดทันที
"ไอ๊หยา ตาเฒ่าเจียง เจ้าทำเช่นนี้ไม่ใจกว้างเลยนะ เรื่องดีๆ เช่นนี้ จะให้เจ้ารวบยอดไปคนเดียวได้อย่างไร?"
"นั่นสิ! ศิษย์น้องฉู่ หอจัดการที่ข้ารับผิดชอบอยู่ ต่อไปเจ้าเรียกใช้ได้ตามสบาย! หากเห็นผู้จัดการคนไหนขวางหูขวางตา ก็ไล่มันไสหัวไปได้เลย!"
"หอโอสถสายในของข้าก็เช่นกัน! ต่อไปหากศิษย์น้องต้องการโอสถใด แค่เอ่ยปากมาคำเดียว!"
ชั่วขณะนั้น เหล่าผู้อาวุโสต่างแย่งกันแสดงจุดยืน พาตัวศิษย์หลักใต้บังคับบัญชาของตนมาแนะนำให้ฉู่โม่รู้จัก พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาว่าจะอำนวยความสะดวกให้เขาอย่างเต็มที่
ฉู่โม่โอบกอดหญิงงามไว้ในแขนข้างหนึ่ง อีกข้างจิบสุราวิญญาณเบาๆ สัมผัสถึงความหอมหวานของอำนาจ มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยจนยากจะสังเกตเห็น
ในยามนี้ นอกเหนือจากแผนกที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสายหลินเจิงแล้ว หน่วยงานสำคัญอื่นๆ ภายในสำนัก ล้วนเปิดประตูต้อนรับเขาแล้วทั้งสิ้น
ผู้อาวุโสที่กุมอำนาจในหน่วยงานเหล่านั้น รวมไปถึงลูกศิษย์ของพวกเขา เขาล้วนสามารถเรียกใช้งานได้แล้ว
อาจกล่าวได้ว่า ขุมกำลังของสำนักกระบี่หลิงสวีที่เดินทางไปยังราชวงศ์ต้าอวี๋ในครั้งนี้ ล้วนเป็นคนของเขาทั้งสิ้น