- หน้าแรก
- No.1 Speedrunner ฉันเคลียร์เกมจบแล้ว ยังดึงเข้ามิติพิศวงอีก
- ตอนที่ 19 สำนึกผิด
ตอนที่ 19 สำนึกผิด
ตอนที่ 19 สำนึกผิด
ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน
ภายหลังจากโลกอาถรรพ์ได้ทำการกำหนดผู้ถูกเลือกจากทั่วโลก
พอเจียงเจ๋อถูกส่งตัวมายังศาลอลหม่าน สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่โถงพิจารณาคดี แต่เป็นห้องลับมืดมิดที่คับแคบห้องหนึ่ง
เขามองไม่ชัดว่ารอบกายมีอะไรบ้าง สัมผัสได้แค่ว่าตัวเองถูกขังอยู่ในสิ่งก่อสร้างรูปทรงสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก
พอกางแขนออกก็สัมผัสได้ถึงผนังที่เย็นเฉียบ ไร้เสียง และน่าสะพรึงกลัว
“ดูท่าจะเป็นห้องขังสินะ ถ้าเทียบกับเกม ที่นี่น่าอึดอัดกว่าหน่อย”
“คาดว่าครั้งนี้ฉันคงได้รับบทเป็นคนร้ายเหมือนเดิม”
เขาไม่ได้ตื่นตระหนก และยอมรับความจริงที่ว่าตัวเองอยู่ในห้องขังอย่างรวดเร็ว
วินาทีถัดมา ตรงหน้าเขาพลันปรากฏตัวอักษรสีเลือดชุดใหญ่
[ติ๊ง เกมเริ่มอย่างเป็นทางการ โลกอาถรรพ์: เจ็ดวันมรณะ]
[ระดับความยากนรกภูมิ: 9 ดาว]
[ฉากอาถรรพ์: ศาลอลหม่าน]
[ผู้ถูกเลือกสวมบทบาท: คนร้าย]
[กฎข้อที่ 1: กฎต่อไปนี้ทั้งหมดเป็นของปลอม]
[...]
นี่คือสิ่งที่เจียงเจ๋อตัวจริงในห้องขังมองเห็น
“ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด สิ่งที่สิ่งลี้ลับเจียงเจ๋อมองเห็นไม่ใช่กฎพวกนี้ของฉัน”
พอปัดหน้าต่างกฎออกไป เบื้องหน้าพลันปรากฏกรอบหน้าจอสีฟ้าอ่อน
คนในกรอบ ก็คือมุมมองของสิ่งลี้ลับเจียงเจ๋อที่ยืนอยู่ในโถงพิจารณาคดี
สิ่งลี้ลับเจียงเจ๋อปลุกพลัง ‘อัญเชิญเหนือธรรมชาติ’ แล้วอัญเชิญโคนันเข้าสู่ที่เกิดเหตุเป็นคนแรก
จากนั้นก็ปรากฏตัวอักษรกฎสีเลือดชุดใหญ่ในโถงพิจารณาคดี
[ติ๊ง เกมเริ่มอย่างเป็นทางการ โลกอาถรรพ์: เจ็ดวันมรณะ]
[ระดับความยากนรกภูมิ: 9 ดาว]
[ฉากอาถรรพ์: ศาลอลหม่าน]
[บทบาทตามกฎ: ทนายความ]
[กฎข้อที่ 1: กฎต่อไปนี้ทั้งหมดเป็นของปลอม]
นี่คือสิ่งที่สิ่งลี้ลับเจียงเจ๋อในโถงพิจารณาคดีมองเห็น
ทั้งสองมีจุดแตกต่างกันแค่สองคำคือ [ผู้ถูกเลือกสวมบทบาท] กับ [บทบาทตามกฎ]
ความแตกต่างของสองคำนี้ต่างกันราวฟ้ากับเหว
“ไม่ต้องรีบ ค่อยเป็นค่อยไป เจ้าสิ่งลี้ลับของฉัน เมื่อแกตายด้วยมีดสังหารสิ่งลี้ลับ ฉันจะมาสานต่อศาลอลหม่านให้จบเอง”
“ความหมายของการมีอยู่ของแกคือการเสียสละ”
“ความหมายของการมีอยู่ของฉันคือการกอบกู้”
“เราสองคนเกื้อหนุนกัน จะขาดใครไปไม่ได้”
คนร้ายที่เจียงเจ๋อสวมบทบาท เผยรอยยิ้มมีเลศนัยออกมา
แต่ไม่นาน เขาก็รู้สึกเสียดายการมีอยู่และประสบการณ์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าของสิ่งลี้ลับเจียงเจ๋อ
ในชาติก่อน เขาเคยรู้สึกเสียดายสิ่งลี้ลับเจียงเจ๋อมาตลอด
ไม่ว่าจะทำยังไง เขาก็ช่วยมันไม่ได้
บางทีอาจเป็นกฎที่จำกัดสิ่งลี้ลับเจียงเจ๋อ ความหมายของการมีอยู่ของมัน คือการช่วยเหลือผู้เล่นผู้ถูกเลือกตัวจริง
น่าเสียดาย ต่อให้คิดมากแค่ไหนคนตายก็ฟื้นคืนไม่ได้ เจียงเจ๋อถึงได้ปล่อยวาง
“แค่ลำบากเจ้าหนูโคนันหน่อย ไม่ว่านายจะอนุมานยังไง ก็นึกไม่ถึงหรอกว่าเจียงเจ๋อที่อยู่กับนายมาตลอดสามวันเป็นร่างแยกสิ่งลี้ลับที่เจตจำนงของฉันสร้างขึ้นมา”
ผู้ถูกเลือกทุกคนที่เข้าสู่โถงพิจารณาคดี ล้วนดำเนินเรื่องผ่านมุมมองของสิ่งลี้ลับ
ผู้ถูกเลือกจากประเทศอื่นเคยรับปากนิติเวช ฆ่าคนที่อยู่ในห้องขัง...
จุดประสงค์หลักคือการให้ร่างแยกสิ่งลี้ลับฆ่าร่างต้นมนุษย์ของสิ่งลี้ลับนั้นมาตลอด
ในเมื่อร่างต้นยังต้องตาย แล้วร่างแยกสิ่งลี้ลับของร่างต้นจะอยู่รอดคนเดียวได้อย่างไร
ระหว่างทั้งสองมีความสัมพันธ์แห่งโชคชะตาที่แยกจากกันไม่ได้ และนั่นก็คือความหมายที่แท้จริงของคำว่า ‘อลหม่าน’
น่าเสียดายที่ผู้ถูกเลือก 99% จนตายก็ยังไม่ตระหนักว่า ‘อลหม่าน’ ในศาลอลหม่าน ไม่ได้หมายถึงแค่กฎอลหม่าน แต่หมายถึง ‘ตัวตนอลหม่าน’ เสียมากกว่า
......
สามวันต่อมา ในปัจจุบัน ณ ห้องขัง
ตรงหน้าเจียงเจ๋อตัวจริง จู่ๆ ก็มีประตูบานหนึ่งเปิดออก แสงสีขาวลอดออกมาจากข้างนอก
เงาดำที่งดงามสายหนึ่งพุ่งเข้ามาตรงหน้าในจังหวะนี้เอง
เจียงเจ๋อกางแขนออก ยอมรับอย่างเปิดเผย
ร่างจิตวิญญาณหลังความตายของสิ่งลี้ลับเจียงเจ๋อหลอมรวมเข้ากับสมองของเจียงเจ๋อตัวจริง
ความทรงจำทั้งหมดตลอดสามวันนี้ รวมถึงเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับโคนัน ถูกเจียงเจ๋อตัวจริงดูดซับไปจนหมด
อารมณ์ ประสบการณ์ และการไตร่ตรองอย่างรอบคอบก่อนทำทุกเรื่องล้วนรวมอยู่ในนั้น
สีหน้าของเจียงเจ๋อก็ค่อยๆ เคร่งขรึมขึ้น “โคนัน รอฉันนะ”
สิ้นเสียงพูด เขาก็กลายเป็นเงาดำพุ่งออกไปด้วยความเร็วที่ไม่มีใครเทียบได้
เลี้ยวผ่านทางโค้งไม่กี่จุดก็มาถึงหน้าห้องนิติเวช
ทันทีที่พุ่งเข้าไปในห้องนิติเวชจนเกิดลมเย็นวูบหนึ่ง เขาเห็นโคนันถูกผู้พิพากษาชูขึ้นเหนือหัว เสียงดิ้นรนของโคนันดังขึ้น “ความยุติธรรม... ที่แกอ้าง ในสายตาฉัน มันไร้ค่า... แก... มันก็แค่... คนน่าสมเพช... ของจริง!”
ได้ยินดังนั้น ผู้พิพากษายิ่งโกรธจัด “แกอยากตายนักใช่ไหม!”
ในจังหวะที่ผู้พิพากษากำลังจะบีบคอโคนันให้แหลก เจียงเจ๋อพูดเสียงเย็น “ผู้พิพากษา ดูเหมือนจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ของตัวเองนะ ตกลงใครกันแน่ที่อยากตาย”
“แก!!!”
ได้ยินคำนี้ ร่างของผู้พิพากษาชะงัก ด้วยจำน้ำเสียงของเจียงเจ๋อได้ จึงค่อยๆ วางโคนันลง
จากนั้นหันกลับมา จ้องเขม็งไปที่เจียงเจ๋อที่ฟื้นคืนชีพ ความกลัวบนใบหน้าปรากฏออกมาโดยไม่รู้ตัว
แม้แต่เด็กผู้หญิงและโคนันต่างก็ตกใจกับฉากกะทันหันนี้
ความรู้สึกที่เด็กผู้หญิงมีต่อเจียงเจ๋อคือความกลัว ส่วนโคนันยิ้มอย่างไม่แปลกใจ แต่ก็แฝงความเสียดายไว้หน่อยๆ
เพราะโคนันรู้ว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ ‘เจียงเจ๋อ’ ที่เขาเพิ่งลงมือฆ่าไปเมื่อครู่
“เจียงเจ๋อ ต่อให้ตัวจริงแกโผล่มาแล้วจะทำไม จุดจบสุดท้ายแกก็ต้องตายอยู่ดี”
ผู้พิพากษาจ้องเจียงเจ๋อตาขวาง ค่อยๆ ก้าวเข้ามา หมายจะฉีกร่างคนตรงหน้าให้แหลกคามือ
เห็นเพียงเจียงเจ๋อยกมือซ้ายขึ้น พูดอย่างไม่รีบร้อน “ให้ฉันจัดการเรื่องนี้ให้จบก่อน”
พูดจบ เจียงเจ๋อก็เดินไปหาเด็กผู้หญิงชุดแดงที่ยืนเหม่ออยู่ไม่ไกล คว้าคอเธอไว้ มองดู ‘ลูกสาวแท้ๆ’ ของตัวเองอย่างเย็นชา “ลูกสาว ลูกทรยศพ่อ”
เมื่อเผชิญหน้ากับเจียงเจ๋อที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง เด็กผู้หญิงไม่มีความกล้าพอที่จะขัดขืนเลย
“พ่อคะ... ไม่ใช่... ผู้พิพากษา ผู้พิพากษาสั่งให้หนูทรยศพ่อ หนูมองพ่อเป็น...”
เจียงเจ๋อไม่ได้ฟังว่าเธอพูดอะไร เพียงแค่ส่ายหน้าด้วยความเสียใจ “ลูกสาวฉันตายไปตั้งแต่หนึ่งพันปีก่อนแล้ว แกเป็นแค่สิ่งที่โลกอาถรรพ์สร้างขึ้น ทำให้ปู่ย่าที่ตายไปแล้วเสียใจ ขอโทษนะ ลูกสาว”
“ไม่ พ่อคะ ไม่... อย่า!!”
ไม่รอให้เสียงร้องขอชีวิตด้วยความหวาดกลัวของเด็กผู้หญิงจบลง มือขวาของเจียงเจ๋อก็ออกแรงทันที
“กร๊อบ”
คอของเด็กผู้หญิงหักสะบั้น กลายเป็นกลุ่มควันสีดำลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า
หลังจากร่างของเธอหายไป เจียงเจ๋อยกมือรับมีดสังหารสิ่งลี้ลับที่โคนันโยนมาให้ แทงไปในอากาศอย่างลวกๆ ทำลายควันสีดำที่ลอยอยู่จนสลายไปในพริบตา
ในควันสีดำเริ่มปรากฏใบหน้าของเด็กผู้หญิง
ใบหน้านั้นเปลี่ยนจากความกลัว ความเจ็บปวด ความเสียใจ... จนสุดท้ายกลายเป็นรอยยิ้มหวานใสซื่อบริสุทธิ์ของลูกสาว
“ขอบคุณค่ะ... พ่อ”
สิ้นเสียงพูด จิตสุดท้ายของเด็กผู้หญิงก็ดับสูญไปในโลกอาถรรพ์อย่างสมบูรณ์
“ลาก่อน แกไม่ต้องติดอยู่ในลูปเวลาอีกแล้ว”
โคนันเห็นดังนั้น ในขณะที่ผู้พิพากษาและเจียงเจ๋อกำลังเผชิญหน้ากันก็แอบถอยหลังไปเงียบๆ
สิ่งที่ผู้พิพากษาคาดไม่ถึงคือเจียงเจ๋อฆ่าลูกสาวตัวเองจริงๆ
โดยเฉพาะในมือเขายังถือมีดสังหารสิ่งลี้ลับอยู่ ด้วยความแข็งแกร่งของเจียงเจ๋อตัวจริง จะจัดการตัวเอง ใช้แค่มีดเดียวก็เกินพอ
ผู้พิพากษารู้ดีว่าหลังจากสิ่งลี้ลับเจียงเจ๋อตายไป ก็ไม่มีโอกาสที่มันจะชนะได้อีกแล้ว
ต่อให้สิ่งลี้ลับข้างนอกทั้งหมดรวมหัวกันก็สู้เจียงเจ๋อที่ถือมีดสังหารไม่ได้
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน
เจียงเจ๋อยังไม่ลงมือเสียที ได้แต่จ้องผู้พิพากษาอยู่อย่างนั้นนิ่งๆ
จนกระทั่งสิ่งลี้ลับนอกห้องนิติเวชเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ
สิ่งลี้ลับฝ่ายมิตรตาสีดำ สิ่งลี้ลับฝ่ายศัตรูตาสีแดง
ไม่มีสิ่งลี้ลับตนไหนกล้าก้าวเข้ามาในห้องนิติเวชแม้แต่ครึ่งก้าว เพราะไม่ว่าจะมากันเท่าไร พวกมันก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจียงเจ๋อกับผู้พิพากษาข้างใน
มีเพียงญาตินักธุรกิจที่ตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดอยู่หน้าประตูไม่หยุด “ผู้พิพากษา ฆ่ามัน ฆ่ามันแก้แค้นให้ลูกชายฉัน อยากฝ่าฝืนกฎเหรอ”
ท้ายที่สุดในนาทีที่ห้า ผู้พิพากษาก็คุกเข่าลง ก้มหน้า มันรู้ว่าตัวเองไม่มีโอกาสชนะ และไม่อยากดิ้นรนแบบนี้อีกต่อไป น้ำเสียงแฝงความเสียใจ “บางที... ตอนนั้น ฉันอาจจะผิดจริงๆ”
“แกไม่ผิด ที่ผิดคือโลกในตอนนั้น” ได้ยินดังนั้น สีหน้าเจียงเจ๋อเคร่งขรึม ยกมือเรียกโคนันเข้ามา
ก่อนไป เขาโยนมีดสังหารสิ่งลี้ลับเล่มหนึ่งให้ผู้พิพากษา
“ถือมีดเล่มนี้ไว้ ตอนนี้แกรู้แล้วว่าต้องทำยังไง นี่เป็นโอกาสเลือกครั้งสุดท้ายของแก สิ่งที่ศาลอลหม่านต้องการคือแก ไม่ใช่ฉัน”
ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น เจียงเจ๋อก็พาโคนันเดินออกจากห้องนิติเวช
แต่นึกไม่ถึงว่าหลังจากผู้พิพากษาหยิบมีดขึ้นมา บนใบหน้ากลับเผยรอยยิ้มแสยะอย่างโหดเหี้ยมอีกครั้ง จากนั้นก็พุ่งเข้ามาแทงข้างหลังเจียงเจ๋อเต็มแรง
“ไปตายซะ เจียงเจ๋อ คนที่ผิดก่อนคือแก!!!”
หลังจากถูกมีดแทง เห็นเพียงเจียงเจ๋อแน่นิ่งไม่ขยับ ยืนเงียบๆ อยู่ที่เดิมแบบนั้น
พอเห็นฉากนี้ ผู้ชมทั่วโลกตกตะลึงกันถ้วนหน้า
...................................................................