- หน้าแรก
- เมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ ข้ากลับกลายเป็นหายนะจักรกลที่ไม่มีใครหยุดได้
- บทที่ 89 การตกปลา
บทที่ 89 การตกปลา
บทที่ 89 การตกปลา
บทที่ 89 การตกปลา
"ไอ้หนู มองอะไรของเจ้าน่ะ?"
"เปลี่ยนใจอยากจะกราบข้าเป็นอาจารย์แล้วล่ะสิ?"
"สายไปแล้ว! ในฐานะเจ้าแห่งภูตมายาผู้ทรงเกียรติ ข้าก็มีศักดิ์ศรีนะ! เจ้าหมดโอกาสตั้งแต่ตอนที่ปฏิเสธข้าแล้วละ หึ~"
กู๋หลิงเหยา ยืนอยู่ตรงระเบียงพลางเลิกคิ้วมองฟางฉี เธอพ่นลมหายใจฟึดฟัดและยืนเท้าสะเอว
ความรู้สึกที่คุ้นเคยแบบนี้...
ในบรรดายอดฝีมือระดับเอสที่ฟางฉีเคยพบมา เธอเป็นคนที่ทำตัวตามสบายและไร้ระเบียบที่สุด ไม่มีราศีของยอดผู้แข็งแกร่งเลยแม้แต่นิดเดียว
สมเป็นท่านจริงๆ ศาสตราจารย์กู๋!
"เจ้าทำตัวเป็นแบบอย่างอะไรต่อหน้าคนรุ่นหลังน่ะ?"
"ไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ สำรวมหน่อย"
มือเรียวขาวนวลยื่นมาตบมือของกู๋หลิงเหยาให้ละออกจากสะเอว น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย
ฟางฉีคุ้นเคยกับเจ้าของเสียงนี้ดี เธอคือ เหวินลิ่งเวย ที่หายหน้าไปพักหนึ่งนั่นเอง
"อาจารย์ ท่านกลับมาแล้ว"
ฟางฉีรีบทักทายอย่างสุภาพเมื่อเห็นว่าเป็นใคร
"อืม เพิ่งกลับมาน่ะ ขึ้นมาข้างบนสิ ข้ามีของฝากเล็กๆ น้อยๆ มาให้เจ้าด้วย"
เหวินลิ่งเวยเอื้อมมือไปกดไหล่กู๋หลิงเหยาที่ยังพยายามจะดิ้นรนเอาไว้ ก่อนจะพยักหน้าส่งสัญญาณให้ฟางฉีขึ้นมาบนชั้นสาม
"ครับ"
ฟางฉีไม่รอช้า มุ่งหน้าขึ้นไปยังชั้นสามทันที
ภายในห้องนอนของเหวินลิ่งเวย นอกจากเฟอร์นิเจอร์พื้นฐานไม่กี่ชิ้น ก็มีเพียงโต๊ะน้ำชาตั้งอยู่ริมระเบียง สไตล์มินิมอลแบบนี้ให้ความรู้สึกเหมือนคนถังแตกไม่มีผิด
เมื่อนั่งลงฝั่งตรงข้ามโต๊ะน้ำชา โดยต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือระดับเอสถึงสองคน ฟางฉีกลับไม่รู้สึกกดดันเท่าไรนัก
เหวินลิ่งเวยเป็นอาจารย์ของเขา จึงไม่มีความจำเป็นต้องประหม่า
ส่วนกู๋หลิงเหยา จากการปฏิสัมพันธ์กันไม่กี่ครั้ง เขาทำใจให้กังวลไม่ลงจริงๆ เว้นเสียแต่ว่าเธอจะเกิดคลั่งขึ้นมาแล้วพยายามฆ่าเขาในวินาทีถัดไป...
"ช่วงนี้ท่านไปไหนมาครับ?"
ในถ้วยตรงหน้า ของเหลวสีเขียวอ่อนส่งกลิ่นหอมกรุ่นของใบชา ฟางฉีคุ้นเคยกับกลิ่นนี้ดี เพราะคราวก่อนเขาเพิ่งจะไปไถจากท่านอาจารย์ใหญ่มาได้นิดหน่อย
"ข้าพอมีเวลาว่าง เลยแวะไปที่โลกใหม่มาน่ะ"
"ข้าได้ยินจากอาจารย์ใหญ่ว่าเจ้าชอบดื่มชา เลยเอาใบชาเหล่านี้มาฝาก"
พูดจบ เหวินลิ่งเวยก็ดีดนิ้วเบาๆ กล่องไม้ขนาดเล็กก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าฟางฉี
ฟางฉีมองกล่องไม้ด้วยความรู้สึกจนใจ
ท่านอาจารย์ใหญ่ดันไปบอกเรื่องนี้กับเหวินลิ่งเวยเสียได้ ทั้งที่เขาปฏิเสธไปอย่างชัดเจนแล้วแท้ๆ ตาแก่นักแกล้งคนนั้นช่างรู้วิธีขุดหลุมให้ลูกศิษย์ตัวเองจริงๆ แถมเหวินลิ่งเวยก็ดันเชื่อเรื่องไร้สาระของอาจารย์ใหญ่แล้วอุตส่าห์หิ้วใบชากลับมาฝากอีก...
"ขอบพระคุณครับอาจารย์"
ในเมื่อเหวินลิ่งเวยหวังดี ฟางฉีจึงไม่อาจปฏิเสธและต้องรับมันไว้
เหวินลิ่งเวยพยักหน้าเล็กน้อย รับการขอบคุณจากฟางฉี
"ศาสตราจารย์กู๋ ผมเห็น 'คำสั่งรบ' ของโรงเรียน นึกว่าท่านต้องไปทางฝั่งพวกคนเถื่อนเสียอีก?"
บรรยากาศดูแปลกๆ ฟางฉีจึงถือโอกาสเปลี่ยนเรื่อง เขาเองก็สงสัยเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน
"ข้าก็ไปมาจริงๆ นั่นแหละ"
"เจ้าแค่ไม่เห็นข้าก็เท่านั้นเอง"
กู๋หลิงเหยาเท้าคางด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างถือถ้วยน้ำชาพลางพิจารณามันอย่างสบายอารมณ์
'ร่างแยกงั้นเหรอ?'
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ความคิดนี้ก็วาบขึ้นในใจของฟางฉีโดยสัญชาตญาณ
แต่เขาคงถามออกไปโต้งๆ ไม่ได้ เพราะความสัมพันธ์ยังไม่ได้สนิทสนมกันขนาดนั้น มันจะดูเป็นการเสียมารยาทเกินไป
"นางไปมาจริงๆ"
"เหตุผลที่ข้าถูกอาจารย์ใหญ่เรียกตัวกลับมาในครั้งนี้ ก็เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย"
เหวินลิ่งเวยเอ่ยอย่างช้าๆ ซึ่งเป็นการยืนยันข้อสงสัยของฟางฉีโดยปริยาย
ความจริงฟางฉีพอจะเข้าใจเลาๆ ตั้งแต่เห็นกู๋หลิงเหยาแล้วว่านี่น่าจะเป็นแผนลวง
คำสั่งรบนั้นเป็นของจริง และการเคลื่อนไหวที่ระบุในนั้นก็เป็นเรื่องจริง
ตาแก่จอมเจ้าเล่ห์กลุ่มหนึ่งวางกระดานนี้ไว้บนโต๊ะเพื่อ 'ตกปลา' โดยเฉพาะ
ส่วนจะได้ปลาตัวไหน ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะฮุบเหยื่อ
ถ้าตกปลาได้ก็ถือเป็นเรื่องดี แต่ต่อให้ตกไม่ได้ เผ่าคนเถื่อนก็ยังเป็นเค้กชิ้นปลามันที่พวกเขาได้ส่วนแบ่งอยู่ดี ไม่ว่าจะทางไหนก็ไม่มีคำว่าขาดทุน
ส่วนคนที่ไปจะเป็นร่างแยกหรือไม่นั้นไม่สำคัญเลย แม้แต่กู๋หลิงเหยาที่นั่งอยู่ตรงนี้ ก็อาจไม่ใช่ร่างจริงเช่นกัน
ใครบ้างที่ขึ้นถึงระดับเอสแล้วจะไม่มีไม้ตายก้นหีบสักสองสามอย่าง?
"เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องนี้หรอก"
เมื่อเห็นสีหน้าครุ่นคิดของฟางฉี เหวินลิ่งเวยนึกว่าเขากำลังกังวลจึงเอ่ยขึ้น
"มีอาจารย์อยู่ที่นี่ ผมย่อมไม่กังวลอยู่แล้วครับ"
ฟางฉียิ้มพลางกล่าวชมอย่างจริงใจ
"โอ้? ไอ้หนู เจ้าดูถูกข้าอย่างนั้นรันเหรอ?"
"สงสัยข้าต้องเปิดหูเปิดตาให้เจ้าเสียหน่อยแล้ว!"
กู๋หลิงเหยาเหลือบมองฟางฉีด้วยความไม่พอใจ วางถ้วยน้ำชาลงและพูดด้วยใบหน้าจริงจัง
"ไม่ต้องครับ ผมเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของศาสตราจารย์กู๋อย่างที่สุดแน่นอน"
ฟางฉีรีบเบรกทันที คนอย่างกู๋หลิงเหยาที่ขาดสามัญสำนึกของผู้แข็งแกร่งอาจจะนึกสนุกทำอะไรแผลงๆ ขึ้นมาจริงๆ ก็ได้
"เลิกเล่นได้แล้ว~"
เหวินลิ่งเวยยกมือปรามกู๋หลิงเหยา ก่อนจะหันมามองฟางฉีและกำชับในขณะที่อีกฝ่ายส่งสายตาค้อนมาให้
"ศาสตราจารย์กู๋กับข้าต้องออกไปทำธุระในอีกสักครู่ ถ้าช่วงไม่กี่วันนี้เจ้าไม่มีธุระอะไร ก็อย่าออกไปไหนและพักอยู่ในเขตลับให้ปลอดภัย"
"แต่เจ้าไม่ต้องห่วง อาจารย์ใหญ่กำลังเดินทางกลับมาแล้ว"
"ครับ ผมจะระวังตัว ท่านอาจารย์กับศาสตราจารย์กู๋ก็ดูแลตัวเองด้วยนะครับ"
หลังจากพูดคุยกันสั้นๆ ฟางฉีก็ลุกขึ้นขอตัวลากลับ ก่อนไปเขายังถามถึงสถานการณ์ล่าสุดของเซียวหยาและคนอื่นๆ แต่กู๋หลิงเหยาเพียงยิ้มอย่างมีเลศนัยและตอบว่า "เป็นความลับจ้ะ"
ฟางฉีจนปัญญาจะซักต่อ แต่ถึงกู๋หลิงเหยาจะดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือ เธอก็ใจกว้างกับนักศึกษาของตัวเองมาก
ฟางฉีไม่ได้เป็นห่วง เขาแค่สงสัยเฉยๆ
กู๋หลิงเหยาละสายตาหลังจากมองฟางฉีเดินลงบันไดไป
"มีความเคลื่อนไหวไหม?"
เธอหยิบถ้วยชาขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมด แล้วถามออกไปห้วนๆ
เหวินลิ่งเวยพยักหน้าพลางเงยหน้ามองดวงอาทิตย์ที่แผดเผาบนท้องฟ้า
"มีบางคนเริ่มอยู่ไม่นิ่งและอยากจะสร้างความวุ่นวาย"
"สถานการณ์ทางเผ่าคนเถื่อนเป็นอย่างไรบ้าง?"
เมื่อได้ยินคำถามของเหวินลิ่งเวย กู๋หลิงเหยาค่อยๆ หลับตาลงเพื่อสัมผัสบางอย่าง ดูเหมือนเธอกำลังรับข้อมูลอยู่
"เป็นไปตามคาด เป้าหมายมีเพียงเผ่าที่เริ่มโจมตีก่อนในครั้งนี้เท่านั้น แม้หัวหน้าเผ่าอื่นๆ จะโกรธแค้น แต่พวกเขาก็ไม่ได้ส่งกำลังมาช่วย"
"ตาเฒ่า เหยียนถงเซิ่ง นั่นบลัฟเก่งจริงๆ รับปากว่าจะให้ดินแดนส่วนเดียวกับชนเผ่าถึงเจ็ดเผ่า บางทีหลังจากเราถอนตัวออกมา คนพวกนี้คงจะสู้กันจนสมองไหลจริงๆ แน่"
กู๋หลิงเหยายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ สำหรับเผ่าพันธุ์อย่างคนเถื่อนที่ยังไม่เคยผ่านยุคราชาธิปไตย มีวิธีการมากมายที่จะทำให้พวกเขาแตกคอกันเอง
ดวงตาของเหวินลิ่งเวยวาววับเล็กน้อย เธอเพียงพยักหน้าเบาๆ โดยไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ เพราะความเป็นตายของเผ่าพันธุ์ต่างดาวไม่เคยอยู่ในสายตาของเธออยู่แล้ว