- หน้าแรก
- เอ๊ะ ให้ไปล่าผี แต่ไหงแกกลายเป็นเทพมารสุดขีดไปซะล่ะ
- บทที่ 40 - เทพตะกละกินล้างผลาญ กับขุมทรัพย์เหล็กนอกพิภพ
บทที่ 40 - เทพตะกละกินล้างผลาญ กับขุมทรัพย์เหล็กนอกพิภพ
บทที่ 40 - เทพตะกละกินล้างผลาญ กับขุมทรัพย์เหล็กนอกพิภพ
บทที่ 40 - เทพตะกละกินล้างผลาญ กับขุมทรัพย์เหล็กนอกพิภพ
☆☆☆☆☆
บรรยากาศในห้องครัวของจวนตระกูลเฉินยามนี้ราวกับสมรภูมิที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ควันไฟพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าไม่ขาดสาย เสียงมีดสับกระแทกเขียงดังระรัวประดุจเสียงกลองรบ พ่อครัวหลายสิบคนวิ่งกันให้วุ่นจนเหงื่อท่วมกาย
หัวหน้าพ่อครัวหวังยืนอยู่บนม้านั่งพลางโบกตะหลิวยักษ์ในมือประดุจแม่ทัพผู้สั่งการ
"เร็วเข้า! อย่าหยุดมือ! น้ำซุปตรงนั้นเดือดหรือยัง?!"
"พวกล้มวัวทำงานให้ไวหน่อย! คุณชายรอเสวยอยู่!"
เขามองดูรายการอาหารในมือแล้วก็ได้แต่รู้สึกใจสั่นสะท้าน รายการอาหารมื้อเดียวของคุณชายสามในตอนนี้ มากพอจะเลี้ยงกองร้อยได้ทั้งสัปดาห์เลยทีเดียว
นี่มันไม่ใช่การทำอาหารเลี้ยงคนแล้ว แต่มันคือการทำสงครามประสาทกับความตะกละที่ไร้ก้นบึ้งชัดๆ!
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องอาหารหลัก
เฉินฝานนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้เนื้อแข็งที่ถูกเสริมโครงเหล็กไว้เป็นพิเศษเพื่อรองรับน้ำหนักตัวของเขาในยามนี้
"กร๊อบ! กร๊อบ!"
เสียงเคี้ยวกระดูกวัวที่ดังสนั่นปานเสียงไม้หักทำเอาบ่าวรับใช้ที่คอยปรนนิบัติถึงกับหน้าถอดสี
เฉินฝานใช้ฟันที่แข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กบดขยี้กระดูกวัวเพื่อดูดกินไขกระดูกอย่างเอร็ดอร่อย ทุกครั้งที่เขากลืนกินระบบปรับแต่งสีเลือดก็จะแจ้งเตือนค่าพลังงานเล็กๆ น้อยๆ ขึ้นมาในหัวไม่หยุด
[พลังงาน +0.2]
[พลังงาน +0.15]
"ช้าเกินไปจริงๆ"
เฉินฝานขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางโยนกระดูกวัวที่เกลี้ยงเกลาทิ้งลงถังไม้ข้างกาย
ตั้งแต่เขาบรรลุวิชากายาทองแดงเพลิงขั้นที่สาม ร่างกายของเขาก็เปรียบเสมือนเตาหลอมขนาดยักษ์ที่ต้องการเชื้อเพลิงมหาศาลตลอดเวลาเพื่อรักษาความหนาแน่นของมวลกล้ามเนื้อและปราณโลหิต
การกินเนื้อสัตว์แม้จะช่วยได้บ้างแต่มันก็เหมือนกับการเอาฟางไปสุมไฟกองใหญ่ ต้องกินในปริมาณที่มหาศาลถึงจะพอหล่อเลี้ยงร่างกายได้
กินข้าวทีละสองสามชั่วโมงแบบนี้มันช่างเสียเวลาทำมาหากินของเขาเสียจริง
ในขณะที่เฉินฝานกำลังพิจารณาจะเปลี่ยนเมนูจากวัวเป็นช้างอยู่นั้นเอง (ถ้าในเมืองนี้มีขาย)
เฉินว่านซานผู้เป็นบิดาก็เดินกอดสมุดบัญชีเล่มหนาเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าที่ดูเหมือนคนกำลังจะขาดใจตาย
"ฝานเอ๋อร์... พ่อมีเรื่องอยากจะปรึกษาเจ้าหน่อย"
เฉินว่านซานทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม มือที่ถือสมุดบัญชีสั่นพะเยิบพะยาบ
"มีอะไรหรือท่านพ่อ? หรือว่าตระกูลจ้างยังกล้ามาตอแยเราอีก?" เฉินฝานถามพลางฉีกเนื้อขาหน้าวัวเข้าปาก
"เปล่าๆ ตระกูลจ้างตอนนี้แค่จะเอาตัวให้รอดจากหมายจับของทางการยังลำบากเลย"
เฉินว่านซานถอนหายใจยาวพลางกางสมุดบัญชีออกต่อหน้าลูกชาย "แต่ปัญหามันอยู่ที่บ้านเรานี่แหละ เจ้าดูตัวเลขสีแดงพวกนี้สิ!"
"สามวันที่ผ่านมานี้ แค่ค่าเนื้อวัว เนื้อหมู และเนื้อแพะ ที่เจ้ากินเข้าไป... มันพุ่งสูงถึงสามพันตำลึงเงินแล้วนะ!"
"สามพันตำลึงในสามวัน?!"
เฉินว่านซานแทบจะร้องไห้ออกมา "เมื่อก่อนเงินจำนวนนี้เราเลี้ยงคนทั้งจวนได้เกือบครึ่งปี แต่ตอนนี้เจ้าคนเดียวเขมือบมันลงท้องไปหมดภายในพริบตา!"
"ฝานเอ๋อร์ พ่อไม่ได้งกเงินนะ แต่ถ้าเจ้ายังกินดุแบบนี้ต่อไป ไม่เกินหนึ่งเดือนตระกูลเฉินของเราที่มีรากฐานมั่งคั่งได้กลายเป็นขอทานเดินถือกะลาแน่ๆ!"
เฉินฝานชะงักมือที่กำลังจะหยิบซี่โครงหมูไปครู่หนึ่ง
เขามองดูใบหน้าที่ซีดเซียวของบิดาก็รู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย
จริงอย่างที่ท่านพ่อว่า การใช้จ่ายเพื่อการกินแบบนี้มันคือการล้างผลาญทรัพย์สินอย่างแท้จริง
เขาต้องหาทางออกที่ยั่งยืนกว่านี้
"ท่านพ่อ ข้าเข้าใจแล้ว"
เฉินฝานวางเนื้อลงพลางใช้ผ้าไหมเช็ดมืออย่างเป็นทางการ "ช่วงนี้เป็นช่วงที่ข้าต้องเสริมสร้างรากฐานของวิชายุทธ์ ร่างกายจึงต้องการพลังงานมากผิดปกติ"
"แต่ท่านวางใจเถอะ ข้าจะไม่ปล่อยให้ตระกูลเฉินต้องล่มจมเพราะเรื่องกินเด็ดขาด"
"ข้าจะรีบจัดการหา 'แหล่งพลังงาน' ใหม่ที่มีคุณภาพสูงกว่าเนื้อสัตว์พวกนี้เอง"
เมื่อเห็นท่าทางที่จริงจังของลูกชาย เฉินว่านซานก็เริ่มใจชื้นขึ้นมาบ้าง
สำหรับเขาในตอนนี้ เฉินฝานคือเทพเจ้าประจำตระกูล ในเมื่อลูกชายรับปากเขาก็มั่นใจว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไข
"ได้ๆ พ่อเชื่อเจ้า ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็... กินต่อเถอะ พ่อไปตรวจดูโกดังสินค้าก่อนนะ เห็นแล้วมันแสลงใจ"
หลังจากส่งบิดาที่เดินไหล่ห่อออกไปแล้ว เฉินฝานก็จมดิ่งลงสู่ความคิด
"ต้องหาของที่มีพลังงานเข้มข้นกว่านี้"
ในตอนนั้นเอง
เงาร่างที่รวดเร็วเปรียบเสมือนหนูสายหนึ่งก็วูบผ่านมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง
"สามเย่ (ท่านสาม) มีข่าวด่วนขอรับ!"
ชายหนุ่มร่างผอมเกร็งในชุดสีเทาที่ดูจืดชืดจนจำหน้าไม่ได้ก้าวเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้น
คนผู้นี้คือ "ฮุยสู่ (หนูเทา)" หนึ่งในหัวกะทิของเครือข่ายสายลับที่เฉินฝานเพิ่งสร้างขึ้น
"ว่ามา" เฉินฝานเอ่ยเสียงเรียบ
"รายงานคืบหน้าจากร้านตีเหล็กสกุลหวังทางทิศใต้ขอรับ"
ฮุยสู่รายงานด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย "หลังจากที่ท่านจัดการช่างหวังที่กลายเป็นศพเดินได้ไปเมื่อวันก่อน ทางเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปเคลียร์พื้นที่ได้พบความผิดปกติบางอย่างขอรับ"
"พวกเขารายงานว่า ในห้องลับใต้ดินของร้านตีเหล็ก มีหีบเหล็กกล้าใบหนึ่งที่ถูกล่ามโซ่ไว้อย่างแน่นหนา"
"ภายในหีบนั้นบรรจุวัตถุที่ดูเหมือนก้อนหินสีดำขลับที่มีประกายสีม่วงจางๆ แผ่ออกมา"
"ที่น่าประหลาดคือ ก้อนหินก้อนนั้นกลับแผ่ไอความเย็นที่รุนแรงจนน้ำในถังที่อยู่ใกล้ๆ กลายเป็นน้ำแข็งไปหมด!"
"นอกจากนี้ ยังมีบันทึกของช่างหวังที่เขียนทิ้งไว้ก่อนเสียชีวิต บอกว่าเขาไปขุดเจอก้อนหินนี้ที่หลุมอุกกาบาตนอกเมืองเมื่อเดือนก่อน และตั้งใจจะใช้มันตีเป็นดาบวิเศษ แต่พอเริ่มลงมือเขาก็เริ่มได้ยินเสียงกระซิบจากความมืดและค่อยๆ เสียสติไปในที่สุดขอรับ!"
นัยน์ตาของเฉินฝานพลันวาบแสงสีแดงออกมาทันที
เหล็กนกพิภพ! หรืออุกกาบาตเหล็กไหล!
นี่มันไม่ใช่แค่ก้อนหินธรรมดา แต่มันคือขุมพลังงานที่ควบแน่นมาจากห้วงจักรวาลชัดๆ!
ในโลกที่วุ่นวายนี้ วัตถุที่มาจากนอกโลกมักจะแฝงไปด้วยพลังงานที่รุนแรงและแปลกประหลาดเสมอ
สำหรับคนอื่นมันคือของอัปมงคลที่ทำลายจิตใจ
แต่สำหรับเฉินฝานและระบบปรับแต่งสีเลือดของเขา...
"นี่มันคือเนื้อวัวเกรดพรีเมียมที่ร่วงลงมาจากฟ้าชัดๆ!"
เฉินฝานยันกายลุกขึ้นยืนทันที ร่างกายที่สูงใหญ่สร้างแรงกดดันมหาศาลจนฮุยสู่ต้องหมอบลงไปกับพื้น
"เตรียมม้า!"
เฉินฝานแสยะยิ้มที่ดูดุดันและหิวกระหาย
"ในที่สุด มื้อค่ำที่คู่ควรกับข้า ก็ปรากฏโฉมออกมาเสียที!"
[จบแล้ว]