เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 หลบหนีและอาบเลือดสู้จักรพรรดิวิญญาณ

บทที่ 3 หลบหนีและอาบเลือดสู้จักรพรรดิวิญญาณ

บทที่ 3 หลบหนีและอาบเลือดสู้จักรพรรดิวิญญาณ


บทที่ 3 หลบหนีและอาบเลือดสู้จักรพรรดิวิญญาณ

ในป่าหินแหลมคม บรรยากาศหนักอึ้งและนิ่งสนิทราวกับเหล็กกล้า

อวี้หยวนเฉินถูกจักรพรรดิวิญญาณทั้งสามล้อมกรอบเป็นรูปสามเหลี่ยม แรงกดดันอันหนักอึ้งจากพลังวิญญาณของพวกเขาแทบจะจับต้องได้ ทำให้ลมหายใจของเขาติดขัดเล็กน้อย ทว่า ร่างสูงโปร่งของเขากลับยืนหยัดมั่นคงดุจหอก อสรพิษสายฟ้าสีน้ำเงินแลบแปลบปลาบอย่างไม่หยุดหย่อนบนแขนขวาที่กลายสภาพเป็นมังกร ขณะที่ดวงตาสีครามลึกล้ำคู่จ้องมองศัตรูทั้งสามอย่างสงบนิ่ง สมองของเขากำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว

การปะทะโดยตรงไม่มีทางชนะได้เลย แม้จะมีวงแหวนวิญญาณที่ก้าวข้ามขีดจำกัดและวิญญาณยุทธ์ระดับสูงสุด เขาก็ทำได้เพียงต้านทานจักรพรรดิวิญญาณทั่วไปได้ชั่วครู่เท่านั้น ทว่า การเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้สามคนที่ประสานงานกันอย่างรู้ใจ โดยเฉพาะจักรพรรดิวิญญาณเต่าหินผาที่มีพลังป้องกันอันน่าตกตะลึงผู้นั้น หากยืดเยื้อต่อไป เขาจะต้องพ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย

หนทางเดียวที่จะรอดชีวิตคือความเร็ว และการฝ่าวงล้อมออกไป!

สายตาของเขาจับจ้องไปที่จักรพรรดิวิญญาณหมาป่าวายุที่เพิ่งได้รับบาดเจ็บในทันที ชายผู้นี้มีความเร็วสูงสุดและเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่ในเวลานี้ เขาก็เป็นจุดอ่อนที่สุดในบรรดาทั้งสามคนเช่นกัน!

"ลงมือ!" หลงลี่ จักรพรรดิวิญญาณมังกรวารีเพลิงทมิฬ เห็นได้ชัดว่าไม่คิดจะปล่อยให้อวี้หยวนเฉินมีเวลาคิดอีกต่อไป เขาตะโกนเสียงต่ำ วงแหวนวิญญาณวงที่ห้าสว่างขึ้น เปลวเพลิงสีดำสนิทควบแน่นในมือกลายเป็นหอกที่ลุกโชนด้วยไฟสีดำอันน่าขนลุก มันพกพากลิ่นอายของการกัดกร่อนและการแผดเผา พุ่งทะยานเข้าใส่อวี้หยวนเฉินอย่างรุนแรง!

ในเวลาเดียวกัน จักรพรรดิวิญญาณเต่าหินผาก็คำรามลั่น วงแหวนวิญญาณวงที่สามสว่างวาบขณะที่เขาทุบหมัดทั้งสองลงบนพื้นอย่างแรง!

"ทักษะวิญญาณที่สาม คลื่นสั่นสะเทือนปฐพี!"

ตู้ม! พื้นดินยกตัวขึ้นและยุบลงราวกับเกลียวคลื่น คลื่นกระแทกอันรุนแรงแผ่ขยายมุ่งตรงไปยังเท้าของอวี้หยวนเฉิน หมายจะทำลายสมดุลและจำกัดการหลบหลีกของเขา

ขณะเดียวกัน จักรพรรดิวิญญาณหมาป่าวายุที่บาดเจ็บก็ข่มความเจ็บปวด ร่างของเขากลายเป็นเงาสีเขียวลอบอ้อมมาทางด้านข้าง กรงเล็บแหลมคมทอแสงเยือกเย็น รอคอยโอกาสที่จะจู่โจม

เมื่อเผชิญกับวงล้อมที่แทบจะสิ้นหวังนี้ ประกายตาดุดันก็วาบผ่านดวงตาของอวี้หยวนเฉิน เขาไม่เลือกที่จะเข้าปะทะกับหอกเพลิงทมิฬที่ทรงพลังที่สุดโดยตรง และไม่พยายามทรงตัวเพื่อต้านทานคลื่นสั่นสะเทือนปฐพี

เพียงชั่วพริบตาก่อนที่การโจมตีจะบรรลุถึงตัว เขาได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึง!

"ทักษะวิญญาณที่สอง โทสะอัสนี!"

เขาไม่ได้ปลดปล่อยพลังงานของโทสะอัสนีออกสู่ภายนอก ทว่ากลับฝืนสะกดมันเอาไว้ และชักนำพลังสายฟ้าส่วนใหญ่เข้าสู่เส้นลมปราณที่ขาทั้งสองข้างของตนเองอย่างรุนแรง!

"เปรี๊ยะ!"

เสียงกระแสไฟฟ้าแตกประทุดังสนั่นออกมาจากขาของเขา ถึงขั้นมองเห็นประกายสายฟ้าเส้นเล็กๆ ระเบิดทะลุออกมาจากใต้ขากางเกง ความเจ็บปวดแปลบปลาบจนสุดจะพรรณนาแล่นพล่านไปทั่วร่างในทันที ราวกับกล้ามเนื้อทุกตารางนิ้วและเส้นลมปราณทุกเส้นในขาของเขากำลังถูกฉีกกระชากและแผดเผาด้วยสายฟ้าอันบ้าคลั่ง! นี่คือการกระทำที่อันตรายอย่างยิ่งยวด หากร่างกายของเขาไม่ได้ผ่านการดูดซับวงแหวนวิญญาณเกินขีดจำกัดมาหลายครั้ง และได้รับการขัดเกลาในหุบเขาอัสนีจนเหนือกว่าคนในระดับเดียวกันไปมาก ขาของเขาคงถูกทำลายย่อยยับไปในพริบตาแล้ว!

แต่ผลลัพธ์ที่ตามมาก็นับว่ามหาศาลอย่างเหลือเชื่อ!

"ตู้ม!"

ร่างกายของเขาราวกับกลายสภาพเป็นสายฟ้าที่แท้จริง ทิ้งเพียงภาพติดตาสีน้ำเงินจางๆ ไว้ตรงจุดที่เคยยืน ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดหลายเท่าตัวในชั่วพริบตา! ด้วยท่วงท่าที่แทบจะแนบติดไปกับพื้นดิน เขาเคลื่อนที่ในลักษณะที่ใกล้เคียงกับการเคลื่อนย้ายพริบตา หลบหลีกการแทงของหอกเพลิงทมิฬและจุดศูนย์กลางของคลื่นสั่นสะเทือนปฐพีไปได้อย่างหวุดหวิด

"อะไรนะ!" รูม่านตาของหลงลี่หดหรู่ เขาไม่คาดคิดเลยว่าอวี้หยวนเฉินจะกล้าใช้วิธีการทำร้ายตัวเองเพื่อฝืนเพิ่มความเร็วเช่นนี้!

"หยุดมันไว้!" จักรพรรดิวิญญาณเต่าหินผาแผดเสียงร้อง พยายามใช้ร่างอันใหญ่โตขวางทางเอาไว้

ทว่า เป้าหมายของอวี้หยวนเฉินไม่ใช่เขาเลย! แรงพุ่งทะยานจากความเร็วขั้นสุดยอดนั้นทำให้เขาเป็นเสมือนลูกกระสุนปืนใหญ่ที่ถูกยิงออกจากลำกล้อง พุ่งตรงไปยังจักรพรรดิวิญญาณหมาป่าวายุที่กำลังชะงักงันชั่วขณะจากการระเบิดพลังกะทันหัน!

"ทักษะวิญญาณแรก กรงเล็บมังกรอัสนี!"

กรงเล็บขวาที่กลายสภาพเป็นมังกร มาพร้อมกับเสียงแหลมกรีดร้องของการแหวกอากาศและแสงสีน้ำเงินที่ระเบิดออก ข่วนเข้าที่หน้าอกของจักรพรรดิวิญญาณหมาป่าวายุอย่างรุนแรงไร้ความปรานี! ครั้งนี้ กรงเล็บมังกรไม่ได้ขยายขนาดใหญ่โต แต่กลับถูกบีบอัดจนถึงขีดสุด นิ้วทั้งห้าของเขางองุ้มราวกับตะขอ รวบรวมพลังทำลายล้างทั้งหมดไว้ที่ปลายนิ้ว มุ่งเน้นไปที่พลังเจาะทะลวงขั้นสูงสุด!

จักรพรรดิวิญญาณหมาป่าวายุเพิ่งถูกโจมตีมา พลังลมปราณและเลือดลมภายในยังไม่ปั่นป่วน เมื่อเห็นอวี้หยวนเฉินพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วอันน่าสะพรึงกลัว เขาทำได้เพียงรีบแผ่พลังวิญญาณปกคลุมท่อนแขนเพื่อป้องกันอีกครั้ง

"ฉัวะ!"

อานุภาพของกรงเล็บอัสนีที่ถูกบีบอัดนั้นเหนือกว่าครั้งก่อนอย่างเทียบไม่ติด มันฉีกกระชากการป้องกันจากพลังวิญญาณของเขาจนขาดกระจุยในพริบตา และทิ้งรอยแผลไหม้เกรียมลึกถึงกระดูกไว้บนแขนที่ไขว้กัน พลังสายฟ้าที่หลงเหลืออยู่ทะลักเข้าสู่ร่างกาย ทำให้เขากรีดร้องขณะลอยละลิ่วราวกับว่าวสายป่านขาด หลังจากตกกระแทกพื้นอย่างแรงและดิ้นรนอยู่สองสามครั้ง เขาก็ไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ชั่วขณะ สูญเสียความสามารถในการไล่ล่าไปโดยสมบูรณ์

เมื่อการโจมตีครั้งเดียวสัมฤทธิ์ผล อวี้หยวนเฉินก็ไม่รั้งรอ อาศัยแรงสะท้อนกลับ เขาจุดชนวนพลังวิญญาณธาตุสายฟ้าที่กำลังเดือดพล่านจากการกระตุ้นขาทั้งสองข้างอย่างเต็มกำลัง ร่างของเขากลายเป็นสายฟ้าสีน้ำเงินพุ่งทะยานหนีเอาชีวิตรอดเข้าไปในส่วนลึกของป่าหิน ซึ่งเป็นเส้นทางมุ่งหน้าสู่ชายขอบเทือกเขาโดยไม่หันกลับมามอง!

"ไร้ประโยชน์!" เมื่อเห็นเช่นนั้น หลงลี่ก็โกรธจัดจนกระทืบเท้า เขาไม่คิดเลยว่าจักรพรรดิวิญญาณสองคนร่วมมือกัน กลับถูกปรมาจารย์วิญญาณที่เพิ่งเลื่อนระดับจัดการจนหมดสภาพไปหนึ่งคนในพริบตา "ตามมันไป! จะปล่อยให้มันหนีรอดไปไม่ได้!"

เขาและจักรพรรดิวิญญาณเต่าหินผาเริ่มออกตามล่าในทันที

ทว่าความเร็วที่อวี้หยวนเฉินได้รับมาจากการยอมทำร้ายตัวเองนั้นน่าตกตะลึงเกินไปจริงๆ จักรพรรดิวิญญาณเต่าหินผามีความโดดเด่นด้านการป้องกัน และความเร็วก็คือจุดอ่อนของเขา ต่อให้ระเบิดพลังอย่างเต็มที่ เขาก็ทำได้เพียงมองดูระยะห่างระหว่างตนเองกับสายฟ้าสีน้ำเงินสายนั้นทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆ อย่างไร้หนทาง

เพียงไม่กี่สิบอึดใจ จักรพรรดิวิญญาณเต่าหินผาก็ถูกทิ้งห่างไปไกลลิบ ทำได้เพียงคำรามออกมาด้วยความคับแค้นใจ

มีเพียงหลงลี่ ที่อาศัยความแข็งแกร่งทางร่างกายอันยอดเยี่ยมจากวิญญาณยุทธ์มังกรวารีเพลิงทมิฬและพลังวิญญาณอันหนาแน่นในฐานะจักรพรรดิวิญญาณเท่านั้น ที่ยังคงเกาะติดอวี้หยวนเฉินไปได้อย่างกระชั้นชิด แม้เขาจะไม่สามารถร่นระยะห่างได้ในทันที แต่ตราบใดที่ยังเป็นเช่นนี้ อวี้หยวนเฉินก็ยากที่จะสลัดเขาหลุดได้โดยสมบูรณ์

ผู้หนึ่งหนี ผู้หนึ่งไล่ล่า พวกเขาราวกับดาวตกสองสีที่พุ่งทะยานลัดเลาะผ่านผืนป่าและหุบเขาบริเวณชายขอบเทือกเขาอัสนีบาตอย่างรวดเร็ว

อวี้หยวนเฉินสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ราวกับถูกฉีกกระชากและความชาที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากขาทั้งสองข้าง เขารู้ดีว่าวิชาหลบหนีด้วยการกระตุ้นเส้นลมปราณนี้ไม่อาจคงอยู่ได้นาน ยิ่งไปกว่านั้น อัตราการผลาญพลังวิญญาณยังน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง หากเขาไม่ได้เพิ่งเลื่อนเป็นระดับ 42 ซึ่งมีปริมาณพลังวิญญาณโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างมาก เขาคงจะหมดแรงไปนานแล้ว

"ข้าต้องหาทางสลัดเขาทิ้ง หรือไม่ก็... จัดการเขาซะ!" ประกายแสงเย็นเยียบวาบขึ้นในดวงตาของอวี้หยวนเฉิน การถูกจักรพรรดิวิญญาณไล่ล่ากระชั้นชิดเช่นนี้เสี่ยงเกินไป หากพลังวิญญาณของเขาหมดลงหรือขาทั้งสองข้างทนไม่ไหวอีกต่อไป นั่นหมายถึงทางตัน

ขณะที่ยังคงรักษาระดับการบินหนีด้วยความเร็วสูง เขาก็ลอบโคจรพลังวิญญาณอย่างเงียบๆ พยายามขับเคลื่อนพลังแห่งเทพสายฟ้าสายใหม่ที่ถือกำเนิดขึ้นภายในร่าง พลังนี้มีคุณภาพสูงส่งอย่างยิ่ง ทว่าปริมาณกลับมีอยู่น้อยนิด และการจะขับเคลื่อนมันยังสร้างภาระอย่างหนักให้กับพลังจิตของเขา

"บางที... ข้าอาจจะต้องลองดู!"

สายตาของอวี้หยวนเฉินกวาดมองภูมิประเทศเบื้องหน้า และสังเกตเห็นก้นแม่น้ำที่แห้งขอดซึ่งมีตลิ่งดินสูงชันอยู่ทั้งสองฝั่ง แผนการหนึ่งผุดขึ้นในหัวทันที

เขาเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน พุ่งตัวเข้าไปในก้นแม่น้ำที่แห้งขอด ก่อนจะหยุดชะงักและหันขวับกลับมา! แรงเฉื่อยอันมหาศาลทำให้เท้าของเขาไถลกรวดทรายก้นแม่น้ำจนเกิดเป็นร่องลึกสองร่อง

หลงลี่ที่ไล่ตามมาติดๆ ถึงกับชะงักเมื่อเห็นอวี้หยวนเฉินหยุดกะทันหัน จากนั้นเขาก็เริ่มแสยะยิ้มเยาะ "วิ่งไม่ไหวแล้วงั้นสิ? ไอ้หนู การที่ทำให้ข้าต้องลงมือไล่ล่าเจ้าด้วยตัวเองมานานขนาดนี้ ก็นับว่าคู่ควรให้เจ้าภาคภูมิใจแล้วล่ะ! จงตายซะดีๆ แล้วข้าจะมอบความตายอันรวดเร็วให้กับเจ้า!"

อวี้หยวนเฉินหอบหายใจอย่างหนัก ใบหน้าของเขาซีดเซียวเล็กน้อยจากการสูญเสียพลังวิญญาณและความเจ็บปวดที่ขาทั้งสองข้าง ทว่าดวงตาของเขากลับเยือกเย็นดุจน้ำแข็งหมื่นปี ไร้ซึ่งร่องรอยของความหวั่นไหว "อยากจะฆ่าข้างั้นหรือ? เช่นนั้นก็แสดงฝีมือที่แท้จริงของเจ้าออกมาให้ข้าดูหน่อยสิ!"

"รนหาที่ตาย!" หลงลี่ตวาดกร้าว วงแหวนวิญญาณวงที่สามสว่างขึ้น "ทักษะวิญญาณที่สาม ลมหายใจเพลิงทมิฬ!"

เสาเพลิงสีดำขนาดมหึมา ที่พกพากลิ่นอายอันหนาวเหน็บซึ่งสามารถกัดกร่อนได้ทุกสรรพสิ่ง พุ่งทะยานเข้าใส่อวี้หยวนเฉิน

อวี้หยวนเฉินไม่กล้าประมาท วงแหวนวิญญาณวงที่หนึ่งและวงที่สามของเขาสว่างวาบพร้อมกัน

"อัสนีพิโรธ! กรงเล็บมังกรอัสนี!"

ภายใต้การเสริมพลังจากอัสนีพิโรธ กรงเล็บมังกรอัสนีขนาดยักษ์ก็ตะปบออกไปอย่างรุนแรง ปะทะเข้ากับลมหายใจเพลิงทมิฬอย่างจัง

ตู้ม!

การปะทะกันระหว่างสายฟ้าและเปลวเพลิง ก่อให้เกิดคลื่นกระแทกพลังงานอันรุนแรง แสงสีน้ำเงินและเปลวเพลิงสีดำสาดกระจายไปทั่วทุกสารทิศ ปาดเอาหน้าดินบนตลิ่งทั้งสองฝั่งแม่น้ำออกไปเป็นชั้น อวี้หยวนเฉินครางเสียงต่ำ ร่างกายของเขาเซถอยหลังไปหลายก้าว รสชาติคาวหวานตีตื้นขึ้นมาในลำคอพร้อมกับรอยเลือดที่ซึมออกมาจากมุมปาก คุณภาพของพลังวิญญาณในระดับจักรพรรดิวิญญาณนั้น เหนือกว่าของเขาไปไกลลิบอย่างแท้จริง

"หึ ตั๊กแตนขวางรถม้าชัดๆ!" หลงลี่ได้ทีรุกไล่ วงแหวนวิญญาณวงที่ห้าสว่างขึ้นอีกครั้ง หอกเพลิงทมิฬเล่มนั้นควบแน่นขึ้นมาใหม่ และแหวกอากาศพุ่งทะยานด้วยกลิ่นอายที่แหลมคมและดุร้ายยิ่งกว่าเดิม!

รูม่านตาของอวี้หยวนเฉินหดตัวลง เขารู้ดีว่าไม่สามารถรับการโจมตีนี้ตรงๆ ได้อีก การก้าวเท้าของเขาเปลี่ยนไป ร่างกายของเขากะพริบไปมาซ้ายขวาภายในก้นแม่น้ำแคบๆ ราวกับมีตาดวงที่สามอยู่ด้านหลัง หลบหลีกการปะทะโดยตรงจากหอกได้อย่างหวุดหวิด

ทว่า เปลวเพลิงสีดำที่ติดมากับหอกยังคงเฉี่ยวหัวไหล่ของเขาขณะพุ่งผ่านไป ทิ้งรอยแผลไหม้เกรียมและความรู้สึกแสบร้อนเจ็บปวดเอาไว้

"มาดูกันสิว่าเจ้าจะหลบได้อีกกี่ครั้ง!" การโจมตีของหลงลี่ถาโถมดั่งคลื่นน้ำ ทักษะวิญญาณต่างๆ ระดมยิงเข้าใส่ระลอกแล้วระลอกเล่า พลังโจมตีอันทรงอานุภาพของวิญญาณยุทธ์มังกรวารีเพลิงทมิฬถูกเผยออกมาอย่างเต็มที่ บีบให้อวี้หยวนเฉินต้องคอยหลบหลีกและตั้งรับอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ของเขากลายเป็นวิกฤต

หลังจากการปะทะหลายครั้ง บาดแผลบนร่างของอวี้หยวนเฉินก็เพิ่มมากขึ้น พลังวิญญาณถูกผลาญไปอย่างรวดเร็ว และกลิ่นอายของเขาก็เริ่มแปรปรวน เขาดูเหมือนคนจนตรอก ราวกับว่าจะพ่ายแพ้อย่างราบคาบได้ทุกเมื่อ

ประกายความตื่นเต้นกระหายเลือดวาบผ่านดวงตาของหลงลี่ ราวกับว่าเขาสามารถมองเห็นภาพอัจฉริยะจากตระกูลมังกรอัสนีทรราชผู้นี้สิ้นใจตายอย่างอนาถด้วยน้ำมือของตนได้แล้ว เพื่อจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุด เขาจึงก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างกะทันหันเพื่อร่นระยะห่าง และซัดหมัดขวาที่อัดแน่นไปด้วยเปลวเพลิงสีดำหนาทึบตรงเข้าใส่ใบหน้าของอวี้หยวนเฉิน! หมัดนี้ทั้งหนักหน่วงและทรงพลัง แฝงไว้ด้วยพละกำลังทั้งหมดของจักรพรรดิวิญญาณ

ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่หมัดของเขากำลังจะปะทะเป้าหมาย อวี้หยวนเฉิน—ที่เอาแต่ตั้งรับและดูเหมือนจะโอนเอนไร้เรี่ยวแรง—ก็พลันระเบิดประกายเจิดจ้าในดวงตาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน!

นี่คือโอกาสที่เขารอคอยมาตลอด! จังหวะเวลาอันสมบูรณ์แบบที่อีกฝ่ายเชื่อมั่นว่าจะคว้าชัยชนะมาได้ ลดการระวังตัวลง และพุ่งเข้ามาประชิดตัว!

"ตอนนี้แหละ!"

ภายในร่างกายของอวี้หยวนเฉิน พลังแห่งเทพสายฟ้าสีม่วงทองที่หลับใหลอยู่ถูกกระตุ้นขึ้นอย่างสมบูรณ์ ราวกับมังกรที่ตื่นจากการหลับใหล! เขาไม่ได้ใช้พลังส่วนนี้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับทักษะวิญญาณใดๆ แต่เขากลับทุ่มเทมันทั้งหมดลงไปที่ขาทั้งสองข้างของเขา!

ในเวลาเดียวกัน ขณะที่ทนรับความเจ็บปวดแสนสาหัสในเส้นลมปราณ เขาก็อัดฉีดพลังวิญญาณที่เหลืออยู่ทั้งหมดเข้าสู่ขาทั้งสองข้างอย่างบ้าคลั่ง!

"ตู้ม!"

ขาทั้งสองข้างของเขาราวกับกลายเป็นแหล่งกำเนิดสายฟ้า แสงไฟฟ้าสีม่วงทองสว่างจ้าปะทุขึ้นในพริบตา ถึงขั้นสะกดข่มสายฟ้าสีน้ำเงินของมังกรอัสนีทรราชได้ชั่วคราว! ความเร็วและพลังระเบิดที่เหนือกว่าทุกสิ่งก่อนหน้านี้ปะทุออกมาอย่างรุนแรง!

เขาไม่ได้หลบถอยหลัง แต่... พุ่งไปข้างหน้า! เมื่อเผชิญกับหมัดของหลงลี่ เขาใช้ท่วงท่าแปลกประหลาดที่แทบจะแนบติดไปกับพื้นดิน หลบหมัดมฤตยูนั้นไปได้อย่างหวุดหวิด ราวกับอสรพิษสายฟ้าที่เลื้อยลากไปตามพื้น เขาบุกทะลวงเข้าสู่วงในของหลงลี่ในชั่วพริบตา!

"อะไรนะ!" การพลิกผันสถานการณ์กะทันหันนี้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของหลงลี่โดยสิ้นเชิง! พลังเก่าของเขาถูกปล่อยออกไปจนหมดแล้ว ทว่าพลังใหม่ยังไม่ทันก่อตัว ทำให้ร่างกายท่อนกลางของเขาเปิดโล่งไร้การป้องกัน!

สายตาของอวี้หยวนเฉินเย็นเยียบดุจคมมีด บนแขนขวาที่กลายสภาพเป็นมังกร พลังวิญญาณทั้งหมด ตลอดจนสายฟ้าที่หลงเหลือจากการปะทุของพลังแห่งเทพสายฟ้า ได้ถูกบีบอัดอย่างหนาแน่นและควบแน่นอยู่ที่ปลายนิ้วของเขา!

เขาไม่ได้ใช้ทักษะวิญญาณใดๆ เพราะการเปิดใช้ทักษะต้องอาศัยเวลาเพียงชั่วครู่ และในตอนนี้ เขากำลังต่อสู้เพื่อแย่งชิงเสี้ยววินาทีนั้น! นี่คือพลังอันบริสุทธิ์—การโจมตีที่ควบแน่นแก่นแท้ พลังงาน และจิตวิญญาณทั้งหมดของเขา ผสมผสานทั้งพลังวิญญาณ ลมปราณเลือด และการควบคุมสายฟ้าขั้นสูงสุดเข้าไว้ด้วยกัน!

"แหลกไปซะ!"

พร้อมกับเสียงคำรามต่ำ มือขวาของอวี้หยวนเฉินประกบนิ้วเข้าหากันราวกับดาบ พกพาแสงสายฟ้าทำลายล้างที่ถูกบีบอัดจนถึงขีดสุด ราวกับหอกแห่งเทพสายฟ้าที่แท้จริง เขาแทงเข้าที่ด้านข้างหัวเข่าของหลงลี่อย่างรุนแรง!

รวดเร็ว! แม่นยำ! อำมหิต!

"กร๊อบ!"

เสียงกระดูกแตกหักดังสนั่นอย่างชัดเจน!

"อ๊ากกก!" หลงลี่กรีดร้องออกมาอย่างโหยหวน ความเจ็บปวดและอาการชาที่ทิ่มแทงใจแล่นพล่านมาจากหัวเข่า พลังวิญญาณที่ควบแน่นไว้สลายหายไปในพริบตา และเขาก็สูญเสียฐานรองรับทั้งหมด เขาล้มคุกเข่าลงเสียงดังตุบ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความหวาดกลัวอย่างเหลือเชื่อ

เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าตนเองจะต้องมาพลาดท่าให้กับเด็กเมื่อวานซืนระดับปรมาจารย์วิญญาณ และยังเป็นด้วยวิธีเช่นนี้—การถูกทำลายขาทั้งสองข้างในระยะประชิด!

เมื่อการโจมตีสัมฤทธิ์ผล อวี้หยวนเฉินก็ไม่รั้งรอที่จะต่อสู้ต่อ และไม่แม้แต่จะปรายตามองสภาพอันน่าสังเวชของหลงลี่ เขารู้ดีว่าแม้การโจมตีครั้งนี้จะทำให้ศัตรูบาดเจ็บสาหัส แต่มันก็ยังห่างไกลจากการสังหารจักรพรรดิวิญญาณได้ เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าเส้นลมปราณที่ขาของเขากำลังจะพังทลาย และพลังวิญญาณก็เกือบจะเหือดแห้งโดยสมบูรณ์แล้ว

เขาเค้นพลังต้นกำเนิดเฮือกสุดท้าย ลากขาทั้งสองข้างที่แทบจะไร้ความรู้สึก และระเบิดความเร็วที่เหลืออยู่เป็นครั้งสุดท้าย เขารีบพุ่งออกจากก้นแม่น้ำที่แห้งขอดและหายลับเข้าไปในป่าทึบโดยไม่หันกลับมามอง

หลงลี่คุกเข่าอยู่บนพื้น ทอดสายตามองไปในทิศทางที่อวี้หยวนเฉินหายตัวไป เขาอยากจะไล่ตาม แต่ความเจ็บปวดแสนสาหัสและอาการชาที่ขากลับทำให้เขาไม่อาจแม้แต่จะยืนหยัดขึ้นได้ เขาทำได้เพียงเปล่งเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นและคับแค้นใจ

"ไอ้เด็กสารเลว... ข้าจะฆ่าเจ้า! อ๊ากกก!"

เสียงคำรามดังก้องไปทั่วหุบเขาแม่น้ำ ทว่าร่างของอวี้หยวนเฉินได้กลมกลืนไปกับป่าเขาลำเนาไพร ไร้ซึ่งร่องรอยให้ตามหาแล้ว

การไล่ล่าที่มีขุมกำลังแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงนี้ ท้ายที่สุดก็จบลงด้วยผู้ไล่ล่าบาดเจ็บสาหัสหนึ่งคน บาดเจ็บเล็กน้อยหนึ่งคน และถูกทิ้งห่างอีกหนึ่งคน โดยแลกมากับการที่อวี้หยวนเฉินต้องได้รับบาดเจ็บหลายแห่งและใช้งานร่างกายเกินขีดจำกัดอย่างรุนแรง แต่เขาก็รอดพ้นจากความตายมาได้

ด้วยการลากสังขารอันบอบช้ำ อาศัยเพียงเจตจำนงอันดื้อรั้นและการรับรู้ภูมิประเทศอันเฉียบแหลม เขายังคงดิ้นรนพาตัวเองมุ่งหน้าสู่เมืองมังกรต่อไป บาดแผลทุกแห่งล้วนเจ็บปวด พลังวิญญาณทุกหยาดหยดกำลังร่ำร้อง ทว่าดวงตาของเขากลับสว่างไสวและแน่วแน่ยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา

หลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ ลูกมังกรผู้อ่อนหัดได้ผ่านการอาบเลือดมาแล้ว และความแหลมคมของเกล็ดและกรงเล็บของเขาก็ได้เริ่มเผยให้เห็นร่องรอยเป็นครั้งแรก

จบบทที่ บทที่ 3 หลบหนีและอาบเลือดสู้จักรพรรดิวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว