- หน้าแรก
- มิดฟิลด์สายคำนวณ คว้าแชมป์ลูกหนังโลก
- บทที่ 11 การป้องกันที่ไม่คาดคิด
บทที่ 11 การป้องกันที่ไม่คาดคิด
บทที่ 11 การป้องกันที่ไม่คาดคิด
ต้องบอกเลยว่าเมื่อนักเตะที่มีผมสีดำและผิวสีเหลืองมายืนอยู่ท่ามกลางนักเตะยุโรปและอเมริกาเหล่านี้ เขาจะดูโดดเด่นสะดุดตาเป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น หัวหน้าโค้ชของทีมนอริช ยู-18 ที่กำลังมองดูหยุนเฟยซึ่งยืนอยู่บนสนามด้วยความสงสัยบางอย่าง เห็นได้ชัดว่าเขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับหยุนเฟย
"คุณรู้จักนักเตะเอเชียของอีกฝั่งคนนี้ไหม"
ผู้ช่วยของเขาส่ายหัว ท้ายที่สุดแล้ว นี่คือการแข่งขันของทีมเยาวชน ไม่มีใครจะรู้จักรายชื่อผู้เล่นตัวจริงของคู่แข่งได้อย่างทะลุปรุโปร่งเหมือนกับการแข่งขันของทีมชุดใหญ่ อย่างมากที่สุดพวกเขาก็จะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับนักเตะที่มีชื่อเสียงมากกว่าของฝั่งตรงข้าม สำหรับคนอย่างหยุนเฟยที่ไม่เคยลงสนามมาก่อนเลย เขาจึงย่อมไม่รู้อะไรเลยอย่างเห็นได้ชัด
"ฉันไม่รู้ แต่ในเมื่อฉันไม่เคยเห็นเขามาก่อนเลย นั่นก็หมายความว่าเขาไม่ใช่ตัวอันตรายและพวกเราก็ไม่จำเป็นต้องไปกังวลอะไรกับเขามากนัก"
หัวหน้าโค้ชพยักหน้า ความคิดอีกอย่างหนึ่งก่อตัวขึ้นในหัวของเขาในทันที ในเมื่อเขาเป็นเด็กหน้าใหม่ เขาจะสั่งให้ลูกทีมสอนบทเรียนให้กับนักเตะเยาวชนของทีมฝั่งตรงข้ามเสียเลย!
...
เมื่อหยุนเฟยไปยืนอยู่ตรงกลางสนาม เขาก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่แตกต่างไปจากการฝึกซ้อมอย่างสิ้นเชิง สายตาแห่งความสงสัยและความไม่เชื่อใจทุกรูปแบบต่างพุ่งเป้ามาที่เขาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมไปถึงสายตาจากเพื่อนร่วมทีมและแฟนบอลของเขาเองด้วย
แม้ว่าผลงานของหยุนเฟยจะพัฒนาขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่มันก็อาจจะยังต้องใช้เวลาอีกสักพักเพื่อเปลี่ยนแปลงมุมมองที่เพื่อนร่วมทีมมีต่อเขา แน่นอนว่าถ้าหยุนเฟยทำผลงานได้ดีในเกมนี้ กระบวนการดังกล่าวก็จะถูกย่นระยะเวลาลงไปได้มากกว่าครึ่ง
สำหรับแฟนบอลแล้ว เจ้าหนุ่มใบหน้าเอเชียคนนี้ที่พวกไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อนเลยย่อมกระตุ้นให้เกิดความสงสัยขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาแฟนบอลระดับฮาร์ดคอร์ตัวจริง ซึ่งมักจะเข้ามาดูการฝึกซ้อมของทีมอยู่เป็นประจำ ย่อมรู้ถึงผลงานของหยุนเฟยเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ดังนั้นคุณจึงสามารถจินตนาการถึงทัศนคติและความคิดเห็นที่พวกเขามีต่อเขาได้เลย
หากนี่เป็นหยุนเฟยในอดีต เขาอาจจะถูกบดขยี้ด้วยความกดดันอันมหาศาลเช่นนี้ไปแล้ว แต่ถึงแม้จะเป็นตอนนี้ หยุนเฟยก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงความกดดันที่แทบจะจับต้องได้นั้น ในวินาทีนี้ เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมความแข็งแกร่งของสภาพจิตใจจึงเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับนักฟุตบอล หากปราศจากความแข็งแกร่งทางจิตใจที่มากพอ เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้ มันก็ไม่แน่ว่าเขาจะสามารถปลดปล่อยศักยภาพที่แท้จริงของตัวเองออกมาได้ถึงร้อยละห้าสิบหรือไม่
อย่างไรก็ตาม อัฒจันทร์ไม่ได้นำมาเพียงแค่ความกดดันให้กับหยุนเฟยเท่านั้น แต่มันยังมอบแรงผลักดันให้กับเขาด้วย หยุนเฟยสามารถสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งที่แผ่ซ่านมาจากครอบครัวของเขา เขาโบกมือไปทางอัฒจันทร์ฝั่งที่พ่อแม่บุญธรรมของเขานั่งอยู่ แม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นพวกเขาก็ตาม เขารู้ว่าพวกเขากำลังนั่งอยู่ตรงนั้นเพื่อคอยเชียร์เขา และเขาจะทำให้พวกเขาผิดหวังไม่ได้!
หยุนเฟยกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณและเห็นเดวิด เบนท์ลีย์ ใบหน้าที่คุ้นเคยจากระบบกำลังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขา ดาวรุ่งพุ่งแรงจากอาร์เซนอลคนนี้ดูเหมือนจะรู้สึกสบายๆ กับสภาพแวดล้อมเช่นนี้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาดูผ่อนคลายและมีรอยยิ้ม สำหรับเขาแล้ว พรีเมียร์ลีกคือสนามรบที่แท้จริง การแข่งขันของทีมเยาวชนเหล่านี้ไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากเกมฝึกซ้อมเลย
'เมื่อต้องเผชิญหน้ากับนักเตะแบบนี้ แนวรับฝั่งซ้ายของทีมน่าจะต้องเผชิญกับความท้าทายที่ใหญ่หลวงมากแน่ๆ!'
หยุนเฟยคิดในใจ และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ หลังจากที่เกมเริ่มต้นขึ้น เดวิด เบนท์ลีย์ ก็คอยใช้ความเร็วและทักษะของเขาเพื่อสร้างความอันตรายทางกราบซ้ายของสโมสรฟุตบอลเซาแธมป์ตันอย่างต่อเนื่อง แกเร็ธ เบล กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในการตั้งรับทางฝั่งซ้าย แม้ว่าเขาจะวิ่งเร็วกว่าคู่แข่ง แต่ความเสียเปรียบทางด้านร่างกายและการขาดประสบการณ์ของเขาก็ถูกเปิดเผยออกมาเมื่อต้องเผชิญหน้ากับนักเตะที่สามารถเล่นลุยเดี่ยวและคอยคุมเกมได้ ทั้งยังเต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ เขาดูเหมือนกำลังวิ่งพล่านไปทั่วราวกับคนบ้าด้วยซ้ำ
โค้ชจอห์น เครก ที่อยู่ข้างสนามเริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจ การเริ่มต้นแบบนี้ไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลย แกเร็ธ เบล ต้องการการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมทีม โดยปกติแล้ว หยุนเฟยซึ่งยืนเป็นแกนหลักในแดนกลางฝั่งซ้าย ควรจะต้องไปอยู่ตรงนั้นเพื่อคอยให้การสนับสนุนในเกมรับเมื่อถึงจังหวะนี้ แต่หยุนเฟยที่ไม่มีประสบการณ์ในการแข่งขันเลย จะมีความตระหนักรู้ในการทำแบบนั้นได้หรือ โค้ชจอห์น เครก แทบจะไม่มีความมั่นใจเลย
'เหมือนกับที่ระบบจำลองเอาไว้เลย!'
หลังจากสังเกตการณ์สถานการณ์บนสนามผ่านมุมมองพระเจ้าอยู่พักหนึ่ง หยุนเฟยก็เข้าใจว่ารูปแบบการเล่นของคู่แข่งนั้นโดยพื้นฐานแล้วเหมือนกับในการฝึกซ้อมทุกประการ ซึ่งนั่นทำให้เขามีความมั่นใจ ตราบใดที่เขาสามารถจำกัดการเล่นของเดวิด เบนท์ลีย์ ได้ เกมรุกของทีมนอริช ยู-18 ก็จะถูกทำให้หมดฤทธิ์ลงไปเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการดวลกับเดวิด เบนท์ลีย์ นั้น เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับหยุนเฟยไปแล้ว ผู้ซึ่งเคยเผชิญหน้ากับเขามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนในการฝึกซ้อม
"แกเร็ธ เท้าข้างถนัดของเขาคือเท้าซ้าย ดังนั้นอย่าปล่อยให้เขาเลี้ยงตัดเข้าใน บีบให้เขาไปที่เส้นหลังเลย! เขาจะใช้ความเร็ววิ่งแซงนายได้งั้นเหรอ" หยุนเฟยรีบพูดกับแกเร็ธ เบล สองสามคำในช่วงที่เกมหยุดชะงัก
แกเร็ธ เบล ดูเหมือนจะเข้าใจความหมายของหยุนเฟยหลังจากใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ในเกมการแข่งขันช่วงต่อมา แกเร็ธ เบล ซึ่งเพิ่งจะตกอยู่ภายใต้ความกดดัน ก็เปลี่ยนวิธีการเล่นเกมรับของเขาในทันที เขาเริ่มขยับหาพื้นที่ไปทางด้านใน เพื่อป้องกันไม่ให้คู่แข่งเลี้ยงตัดเข้าในเพื่อยิงประตูและส่งบอล โดยเป็นการเปิดพื้นที่ด้านนอกทิ้งเอาไว้
ในตอนแรก เดวิด เบนท์ลีย์ ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรมากนักพลางคิดว่า 'นายเปิดพื้นที่ด้านนอกให้ฉัน งั้นฉันก็จะทำให้ดู' แต่หลังจากที่ได้สัมผัสกับความเร็วปานสายฟ้าแลบของอีกฝ่ายไปหนึ่งครั้ง เขาก็ล้มเลิกความคิดที่จะใช้ความเร็วเพื่อเลี้ยงผ่านคู่แข่งไปอย่างสิ้นเชิง
'หึ นายคิดว่าจะสามารถหยุดฉันด้วยวิธีนี้ได้งั้นเหรอ'
เดวิด เบนท์ลีย์ หัวเราะเยาะในใจ ในการบุกครั้งต่อไป เขาก็พยายามเจาะทะลุทะลวงทางริมเส้นอีกครั้ง แกเร็ธ เบล ไม่ได้คิดอะไรมากและถ่ายเทน้ำหนักตัวของเขา แต่ในชั่วพริบตาที่แกเร็ธ เบล หันกลับมา เดวิด เบนท์ลีย์ ก็หยุดชะงัก เลี้ยงแตะบอล และใช้จังหวะที่เปลี่ยนไปเพื่อทิ้งให้แกเร็ธ เบล หลุดออกไปทางด้านนอก
เมื่อเห็นว่าเขาสามารถสลัดแกเร็ธ เบล หลุดไปได้แล้ว เดวิด เบนท์ลีย์ ก็เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย การพยายามที่จะเล่นเกมรับเพื่อหยุดเขามันไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้นหรอก
แต่ก่อนที่เขาจะได้แสดงความภาคภูมิใจจนจบ หยุนเฟยที่ซุ่มดักรออยู่ตลอดก็พุ่งเข้าโจมตี!
ในจังหวะเดียวกับที่เดวิด เบนท์ลีย์ เลี้ยงบอลผ่านแกเร็ธ เบล และปรับจุดศูนย์ถ่วงของเขา จู่ๆ เขาก็พุ่งพรวดออกมาจากทางด้านหลังของเดวิด เบนท์ลีย์ และฉกบอลไปจากเท้าของคู่แข่งได้อย่างแม่นยำ
"ตั้งแต่เมื่อไหร่"
"หมอนั่นจะเร็วได้ขนาดนั้นเชียวเหรอ!"
เมื่อเดวิด เบนท์ลีย์ เห็นว่าลูกบอลหายไปจากเท้าของเขาแล้ว ความพึงพอใจในตัวเองก่อนหน้านี้ก็มลายหายไปในทันที และถูกแทนที่ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
เรื่องนี้อาจจะดูน่าเหลือเชื่อสำหรับเดวิด เบนท์ลีย์ แต่สำหรับหยุนเฟย ผู้ซึ่งเคยเล่นเกมรับเพื่อหยุดเขามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนในการฝึกซ้อม มันเป็นสิ่งที่คุ้นเคยจนเกินไป เขารู้อยู่แล้วว่าเดวิด เบนท์ลีย์ จะใช้กลยุทธ์เกมรุกแบบไหน เขาให้แกเร็ธ เบล หยุดเดวิด เบนท์ลีย์ จากการเลี้ยงตัดเข้าในก็เพื่อที่จะทำให้เดวิด เบนท์ลีย์ ตัดสินใจเลือกที่จะเลี้ยงผ่านเขาไปในวิธีนี้นั่นเอง และก็เป็นอย่างที่คิด เขาได้โอกาสนั้นมาแล้ว!
"นั่นเป็นการตัดบอลที่สวยงามมาก!"
"ทำได้ดีมาก! เราจะปล่อยให้พวกนั้นได้บอลอย่างอิสระแบบนั้นที่หน้ากรอบเขตโทษของเราไม่ได้เด็ดขาด!"
"หมอนนี่ไม่ได้ทำตัวเหมือนกับคนเดินละเมอเวลาที่ก้าวลงมาบนสนามอยู่ตลอดหรอกเหรอ วันนี้เขาดูเหมือนกับกลายเป็นคนละคนไปเลย"
บรรดาแฟนบอลของสโมสรฟุตบอลเซาแธมป์ตัน ที่รู้สึกรำคาญใจอย่างเต็มทนกับผลงานความสามารถเฉพาะตัวของเดวิด เบนท์ลีย์ ต่างก็ส่งเสียงปรบมือดังสนั่นเมื่อได้เห็นเขาเสียหลัก นี่ไม่ใช่เพียงแค่คำชมเชยต่อการสกัดบอลอันยอดเยี่ยมของหยุนเฟยเท่านั้น แต่มันยังเป็นการตำหนิติเตียนอย่างรุนแรงต่อเดวิด เบนท์ลีย์ อีกด้วย สำหรับแฟนบอลแล้ว นี่คือวิธีที่ดีที่สุดในการสนับสนุนทีมของพวกเขา
บางครั้ง วิธีการแบบนี้ก็ค่อนข้างจะมีประสิทธิภาพ เพียงแค่มองไปที่สีหน้าอันเคร่งเครียดของเดวิด เบนท์ลีย์ คุณก็สามารถบอกได้เลยว่าเขายังคงได้รับอิทธิพลจากบรรดาแฟนบอลบนอัฒจันทร์