- หน้าแรก
- ชีวิตใหม่ของยอดเซียนอมตะ
- บทที่ 28 - ฉินเจียหยวน
บทที่ 28 - ฉินเจียหยวน
บทที่ 28 - ฉินเจียหยวน
บทที่ 28 - ฉินเจียหยวน
ช่วงสุดสัปดาห์ ณ ฉินเจียหยวน ผู้คนเดินกันขวักไขว่ หน้าประตูมีรถหรูจอดเรียงราย ผู้ที่เข้าออกล้วนเป็นบุคคลชั้นนำในชุดสูทราคาแพง และหญิงสาวที่แต่งกายนำสมัยสวยงาม
เมื่อเทียบกันแล้ว เย่ชิวในชุดกีฬาชุดละร้อยกว่าหยวน กลับดูซอมซ่อเอามากๆ
หากเทียบกับชุดสูทแล้ว เย่ชิวชอบใส่ชุดกีฬามากกว่า เพราะมันหลวมสบาย ไม่รัดรูป และเหมาะกับการออกกำลังกาย
เนื่องจากไม่รู้ที่ตั้งที่แน่นอนของฉินเจียหยวน เย่ชิวจึงเรียกใช้บริการรถสามล้อและนั่งกินลมชมวิวมาเรื่อยๆ
"แหม นี่เย่ชิวไม่ใช่เหรอ?" เย่ชิวเพิ่งจะก้าวเท้าลงจากรถสามล้อ น้ำเสียงเยาะเย้ยถากถางอย่างจงใจก็ดังแว่วมาจากด้านหลัง
"ไป๋ถิง เธอดูสิ พวกเรากับไอ้เด็กยากจนคนนี้ช่างมีวาสนาต่อกันจริงๆ ดันมาบังเอิญเจอกันอีกจนได้" เถ้าแก่หวังโอบเอวไป๋ถิง คาบซิการ์ไว้ในปาก ด้านหลังมีบอดี้การ์ดในชุดสูทสองคนเดินตามมาด้วยท่าทางเหนือกว่า
"เย่ชิว คราวก่อนเจิงโหรวช่วยนายไว้ได้ แต่คราวนี้ฉันอยากจะดูนักว่านายจะหนีไปไหนพ้น ไอ้ขยะยากจน!" ไป๋ถิงเชิดลำคอขาวระหงดุจหงส์ฟ้าขึ้น สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
ตอนนั้นเพื่อหลีกหนีการตามตื๊อของคุณชายเกา ไป๋ถิงจึงดึงเย่ชิวมาเป็นไม้กันหมาแกล้งเป็นแฟนปลอมๆ ชั่วคราว
ไป๋ถิงเป็นผู้หญิงเจ้าเล่ห์ การทำท่าทีเล่นตัวของเธอ ทำให้คุณชายเกายิ่งหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น สุดท้ายก็ยอมทิ้งแฟนเก่ามาคบกับไป๋ถิงจนได้
แต่สิ่งที่ไป๋ถิงไม่คาดคิดเลยก็คือ เพิ่งจะคบกับคุณชายเกาได้ไม่กี่วัน ความสัมพันธ์ของเธอก็ถูกเย่ชิวที่ขอยืมบารมีจากตระกูลโอวหยางมาทำลายลงจนย่อยยับ
แค้นนัก!
ในฐานะผู้หญิงหน้าเงินและหยิ่งยโส ไป๋ถิงเกลียดเย่ชิวเข้าไส้ ยิ่งไม่พอใจที่เย่ชิวสามารถเข้าไปเรียนในห้องคิงได้ และยิ่งรับไม่ได้ที่เย่ชิวได้รับความสนใจจากดาวโรงเรียนอย่างเจิงโหรว
ไอ้เด็กยากจนอย่างนาย ริอ่านจะมาจีบดาวโรงเรียนเนี่ยนะ ล้อเล่นหรือเปล่า?
ดังนั้นเมื่อมีโอกาสเหมาะๆ ไป๋ถิงก็จะหาเรื่องคอยโจมตีเย่ชิวเสมอ
"ทำไม คนจนจะมาเดินที่ฉินเจียหยวนไม่ได้หรือไง? นี่มันตรรกะอะไรกัน?" คนระดับเย่ชิว ขี้เกียจจะไปต่อล้อต่อเถียงกับไป๋ถิงให้เสียเวลา เขาจึงตอบด้วยความเฉยเมย
"วันนี้เป็นงานจัดแสดงวัตถุโบราณประจำปีของฉินเจียหยวน คนที่จะเข้าไปด้านในได้ล้วนเป็นเศรษฐีและคนดัง ต้องมีบัตรเชิญถึงจะเข้าไปได้ นายมีหรือเปล่าล่ะ?" ไป๋ถิงทำหน้าดูถูก
"ไม่มี" เย่ชิวตอบตามตรง
เย่ชิวเป็นถึงหัวหน้านักประเมินวัตถุโบราณของฉินเจียหยวน มีตำแหน่งรองแค่ฉินเหยีย ถือเป็นเบอร์สองของที่นี่ การเข้าออกฉินเจียหยวนก็เหมือนเดินเข้าบ้านตัวเอง แล้วจะเอาบัตรเชิญไปทำไม?
เย่ชิวไม่ชอบทำตัวโดดเด่นอวดอ้าง แต่ความเรียบง่ายของเขากลับทำให้ไป๋ถิงและเถ้าแก่หวังระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างสะใจ
"ไอ้หนูยากจน แกก็อย่าหาว่าฉันดูถูกแกเลย เอาอย่างนี้... แกตามฉันเข้าไป ฉันจะพาแกไปเปิดหูเปิดตาสักหน่อยก็แล้วกัน" เถ้าแก่หวังทำหน้ายโสโอหัง คาบบุหรี่พลางหัวเราะร่วน
"คุณป๋า!" ไป๋ถิงรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
"ปล่อยให้ไอ้เด็กยากจนนี่เข้าไปเปิดหูเปิดตาซะบ้าง จะได้เห็นว่าเดี๋ยวฉันจะแผลงฤทธิ์โชว์ความเทพยังไงล่ะ แบบนี้แหละถึงจะสะใจ ฮ่าๆๆ!" เถ้าแก่หวังพูดอย่างยั่วเย้า
"งั้นก็ได้ เย่ชิว ถือว่านายโชคดีไปนะ ฮึ!" ไป๋ถิงควงแขนเถ้าแก่หวัง เชิดหน้าขึ้นสูงแล้วเดินนำไปก่อน
คราวก่อนเย่ชิวไม่ได้ขอเบอร์โทรศัพท์ของฉินเหยียไว้ แม้เขาจะเป็นหัวหน้านักประเมินวัตถุโบราณคนใหม่ของที่นี่ แต่ก็ยังไม่มีใครรู้จัก ซ้ำยังไม่มีบัตรเชิญอีก การจะเข้าไปด้านในจึงค่อนข้างยุ่งยาก
เย่ชิวจึงตัดสินใจเดินตามหลังเถ้าแก่หวังไป ปรากฏว่าไม่มีใครเข้ามาขวางจริงๆ เขาจึงเดินผ่านเข้าสู่ฉินเจียหยวนได้อย่างสบายๆ
"แหม นี่เถ้าแก่หวังไม่ใช่เหรอครับ?"
"โอ้ เถ้าแก่จาง ยินดีที่ได้พบครับ ยินดีที่ได้พบ"
ไม่นานเถ้าแก่หวังก็เริ่มพูดคุยทักทายกับเถ้าแก่คนหนึ่งอย่างออกรส ไป๋ถิงปรายตามองเย่ชิวอย่างเหยียดหยาม ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
เย่ชิวเองก็ชอบความสงบ เขาเดินเอามือไพล่หลังไปเรื่อยๆ พลางกวาดสายตามองสำรวจรอบๆ ด้วยความสนใจ
ครั้งสุดท้ายที่เย่ชิวเข้าร่วมงานชุมนุมวัตถุโบราณขนาดใหญ่แบบนี้ ก็ต้องย้อนไปถึงปีที่สามของยุคหมินกั๋วเลยทีเดียว
ในยุคนั้น เขตเช่าสิบลี้แห่งเซี่ยงไฮ้เจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด บรรดาบุคคลชั้นนำจากทั่วประเทศต่างมารวมตัวกัน บรรยากาศคึกคักเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อนำมาเทียบกับงานชุมนุมวัตถุโบราณในยุคนั้นแล้ว งานจัดแสดงวัตถุโบราณของฉินเจียหยวนในปีนี้ แทบจะไม่มีอะไรน่าสนใจเลย
เย่ชิวเดินมาเรื่อยๆ จนมาถึงตลาดย่านแผงลอยที่อยู่ติดกับฉินเจียหยวน
ตลาดย่านแผงลอยเป็นพื้นที่เปิดโล่ง ใครก็สามารถเดินเข้ามาได้ ผู้คนพลุกพล่านคึกคักมาก แต่พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่มักจะขายของปลอม โดยอาศัยจังหวะหลอกขายให้คนที่ดูไม่ออก
การเล่นของเก่าต้องอาศัยสายตาที่เฉียบแหลมอยู่แล้ว การที่พ่อค้าแม่ค้าเหล่านี้เอาของปลอมมาขายก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เย่ชิวจึงไม่คิดจะไปขัดขวางการทำมาหากินของใคร
จู่ๆ เสียงเอะอะโวยวายจากด้านหน้าก็ดึงดูดความสนใจของเย่ชิว
หญิงสาวรูปร่างบอบบางในชุดกระโปรงสั้นคนหนึ่ง กำลังถูกพ่อค้ายื้อยุดฉุดกระชากไม่ให้ไป ทั้งสองคนเหมือนกำลังโต้เถียงอะไรกันอยู่ ท่ามกลางฝูงชนที่มุงดูเหตุการณ์มากมาย
"นังหนู ทำกาน้ำชาจื่อซาของฉันพังแล้วคิดจะหนีงั้นเหรอ? จ่ายเงินมาซะ!" พ่อค้าทำหน้าตาดุร้าย เนื้อบนใบหน้าสั่นกระเพื่อม
"ฉันก็ชดใช้ให้คุณตั้งหมื่นนึงแล้วไง คุณยังจะเอาอะไรอีก?" หญิงสาวกระโปรงสั้นพูดด้วยความร้อนรน
"หนึ่งหมื่น? ของฉันมันคือกาน้ำชากงชุนระดับตำนานจากสมัยเจียจิ้งแห่งราชวงศ์หมิงเชียวนะโว้ย! ถ้าวันนี้เธอไม่จ่ายมาสิบล้าน ก็อย่าหวังว่าจะได้เดินออกไปจากที่นี่!" พ่อค้าแผดเสียงอย่างได้ใจ เรียกค่าเสียหายสูงลิ่ว
"สิบล้าน? ทำไมคุณไม่ไปปล้นธนาคารเลยล่ะ? ฉันมีเงินสดติดตัวมาแค่หมื่นเดียว อย่างมากก็ชดใช้ให้คุณได้แค่แสนเดียวเท่านั้นแหละ" หญิงสาวกระโปรงสั้นใกล้จะร้องไห้เต็มที
พ่อค้าคนนี้หน้าตาแหลมเล็กเหมือนหนู มองแวบเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่คนดี ซ้ำยังมีรอยสักมังกรเขียวเสือขาวตามตัว ผู้คนที่มุงดูอยู่รอบๆ ต่างก็หวาดกลัวชายคนนี้ คาดว่าน่าจะเป็นอันธพาลคุมถิ่นแถวนี้
"นังหนู เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ไปเปิดห้องที่โรงแรมฝั่งตรงข้ามกับฉัน ยอมเป็นแฟนฉันสักคืน แล้วชดใช้ให้ฉันอีกแสนนึง เรื่องนี้ฉันจะถือว่าจบๆ กันไป" พ่อค้าหัวเราะเสียงหื่นกาม
"คุณ... ฉันจะแจ้งตำรวจ!" ในที่สุดหญิงสาวกระโปรงสั้นก็ตั้งสติได้ เธอล้วงโทรศัพท์มือถือสีชมพูสุดน่ารักออกมา เตรียมจะกดโทรออก
เพียะ!
พ่อค้าปัดโทรศัพท์มือถือตกพื้น แล้วตวาดเสียงเหี้ยมว่า "แม่งเอ๊ย นังตัวดี ให้เกียรติแล้วไม่รู้จักรับ ลุยเลยพวกเรา!"
พรึบ!
สิ้นเสียงคำสั่ง พ่อค้าอีกสองคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็แหวกวงล้อมเข้ามา หิ้วปีกหญิงสาวกระโปรงสั้นคนละข้าง เตรียมจะลากตัวขึ้นรถตู้
"ช่วย... ด้วย!" หญิงสาวกระโปรงสั้นร้องด้วยความตื่นตระหนก ในดวงตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ร้อนรนจนแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว
ทว่าแม้จะมีคนมุงดูเหตุการณ์มากมาย แต่กลับไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้าช่วยเหลือเลยสักคน ทุกคนต่างมีสีหน้าเฉยเมย
"แต่งตัวซะเซ็กซี่ขนาดนี้ มองปราดเดียวก็รู้ว่าตั้งใจมาขายตัว ทำเป็นแกล้งใสซื่อไปได้" พ่อค้าคาบบุหรี่พลางยิ้มเยาะ แววตาเต็มไปด้วยความหื่นกระหาย
ฉินเจียหยวนแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือตลาดค้าขายในร่ม ผู้ที่เข้าออกล้วนเป็นบุคคลชั้นสูง ส่วนตลาดย่านแผงลอยเป็นแหล่งรวมตัวของคนทุกระดับชั้น มีพวกอันธพาลและนักเลงหัวไม้ปะปนอยู่มากมาย เรียกว่าเป็นแหล่งมั่วสุมของคนสารพัดประเภทเลยก็ว่าได้
งานจัดแสดงวัตถุโบราณในวันนี้รวบรวมเหล่าคนดังและเศรษฐีไว้มากมาย แต่พวกเขาก็มักจะมุ่งหน้าไปที่ตลาดในร่มกันหมด ใครจะมามัวเสียเวลาเดินดูของตามแผงลอยกันล่ะ?
ดูจากลักษณะแล้ว หญิงสาวกระโปรงสั้นคงเป็นลูกผู้ดีมีเงิน แถมยังมาเดินดูของตามแผงลอยคนเดียว หน้าตาก็สวยเซ็กซี่ซะขนาดนี้ ถ้าไม่หลอกฟันเธอแล้วจะไปหลอกฟันใครล่ะ?
แถมพ่อค้าพวกนี้ก็เป็นแผงลอยขาจรอยู่แล้ว ต่อให้เกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ ก็แค่เผ่นหนีไปก็สิ้นเรื่อง
"ลูกคุณหนูแบบนี้ โคตรเด็ดเลย คืนนี้พวกเรามีบุญตาแล้วโว้ย"
"ลูกพี่ เดี๋ยวลูกพี่เปิดซิงก่อนเลยนะ เสร็จแล้วพวกผมค่อยจัดต่อ"
"ได้เลย คืนนี้พวกเราสามคนจัดหนักกันไปเลย!"
ฮ่าๆๆ!
พ่อค้าทั้งสามคนระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง แววตาเต็มไปด้วยความลามกจกเปรต
"ปล่อยฉันนะ ไอ้พวกเดรัจฉาน!" หญิงสาวกระโปรงสั้นดิ้นรนสุดฤทธิ์ แต่จะสู้แรงของชายฉกรรจ์ร่างกำยำสามคนได้อย่างไร?
ทว่าในวินาทีที่ประตูรถตู้กำลังจะปิดลง เย่ชิวก็ก้าวออกมาจากฝูงชน แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "ปล่อยเธอซะ"
"โอ้โห มีบทฮีโร่ช่วยสาวงามด้วยเว้ย?" พ่อค้ารอยสักชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะผิวปากเป็นสัญญาณ พริบตาเดียวพ่อค้าแม่ค้าเกือบทั้งถนนก็ลุกฮือขึ้นมา จ้องมองเย่ชิวด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม
(จบแล้ว)