- หน้าแรก
- ชีวิตใหม่ของยอดเซียนอมตะ
- บทที่ 25 - จุดประสงค์ของหลินซือฉิน
บทที่ 25 - จุดประสงค์ของหลินซือฉิน
บทที่ 25 - จุดประสงค์ของหลินซือฉิน
บทที่ 25 - จุดประสงค์ของหลินซือฉิน
"พี่ซือฉินรอเธออยู่หน้าประตูโรงเรียนน่ะสิ ดูเหมือนจะมีธุระอะไรบางอย่าง" เจิงโหรวตอบด้วยรอยยิ้ม
"หลินซือฉินน่ะเหรอ? เธอมาหาฉันทำไมกัน?" เย่ชิวขมวดคิ้ว รู้สึกไม่อยากจะไปพบนัก
หลินซือฉินมีรูปร่างหน้าตาเซ็กซี่สวยงาม ได้รับความงามมาจากคุณนายหลินแบบเต็มๆ แต่กลับมีนิสัยหยิ่งยโสและเย็นชา เย่ชิวไม่ค่อยอยากจะเสวนาด้วยเท่าไหร่นัก
"เย่ชิว ความจริงแล้วพี่ซือฉินก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นหรอก เธอแค่ได้รับอิทธิพลมาจากคุณนายหลิน ก็เลยทำให้ไม่ชอบฉัน ตอนนี้เรื่องบาดหมางก็เคลียร์กันหมดแล้ว เธอให้อภัยพี่เขาเถอะนะ" เจิงโหรวส่งยิ้มอ่อนหวานให้
"หัวหน้าห้อง เธอนี่ใจดีเกินไปแล้วนะ เอาเถอะ ฉันจะเห็นแก่หน้าเธอ ยอมไปเจอหลินซือฉินก็ได้" เย่ชิวพยักหน้าอย่างจนใจ
เจิงโหรวคือ "เทพธิดาของคนเดินดิน" เธออ่อนโยน ใจดี และรู้ความ ตอนนี้ได้รับความไว้วางใจจากท่านผู้เฒ่าหลิน ได้ถือครองหุ้น 50% ของตระกูลหลิน กลายเป็นเจ้าหญิงผู้สูงส่งของตระกูลหลินไปแล้ว
ส่วนหลินซือฉินก็ตกอับจากหงส์ฟ้ากลายเป็นกา สูญเสียหุ้นส่วนไปจนหมดสิ้น ร่วงหล่นจากบัลลังก์ จึงอยากจะมาสานสัมพันธ์กับเจิงโหรว
ความซับซ้อนซ่อนเงื่อนเหล่านี้ เย่ชิวไม่ได้คิดจะอธิบายให้เจิงโหรวฟัง
เพราะที่เจิงโหรวพูดมาก็ถูก ไม่ว่าจะพูดยังไง หลินซือฉินก็คือพี่สาวของเจิงโหรว ทั้งสองคนมีสายเลือดเดียวกัน นี่คือความจริงที่เย่ชิวไม่อาจลบเลือนได้
"นังแพศยาหลินซือฉิน ถ้าเธอขืนใช้เล่ห์เหลี่ยมกับหัวหน้าห้อง วันข้างหน้าฉันจะฆ่าเธอทิ้งซะ" เย่ชิวเดินเอามือไพล่หลัง ท่ามกลางแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเย็นชา
...
บรืน!
ณ บริเวณหน้าประตูโรงเรียนมัธยมถังตงที่หนึ่ง รถพอร์ชสีแดงเพลิงแล่นพุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว
ประตูรถเปิดออก หญิงสาวแต่งตัวทันสมัย สวมรองเท้าส้นสูงสีขาว กระโปรงสั้นจู๋สีดำ และเสื้อเปิดแผ่นหลังสุดเซ็กซี่ ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าทุกคน
"ขาขาวจั๊วะเลย..."
"จึ๊ดๆ แค่ขาสวยๆ คู่นี้ ก็ให้ฉันเล่นสนุกได้ตั้งสามวันแล้ว"
ท่ามกลางเสียงกลืนน้ำลายของเหล่านักเรียนชาย หญิงสาวสุดชิคก็จุดบุหรี่สตรีขึ้นสูบ ดูเซ็กซี่และเย้ายวนใจยิ่งนัก
"คนสวย มารอใครเหรอจ๊ะ?" คุณชายเกาที่เพิ่งเดินออกจากประตูโรงเรียนมาพร้อมกับแก๊งลูกคุณหนู อดไม่ได้ที่จะผิวปากแซว
"ไสหัวไป!" ริมฝีปากสีแดงสดของหญิงสาวขยับเอ่ยเสียงเย็น
"นี่เธอ..." เมื่อได้ยินเช่นนั้น คุณชายเกาก็เดือดดาล เตรียมจะปรี่เข้าไปหา แต่กลับถูกลูกคุณหนูคนหนึ่งดึงตัวเอาไว้
"นั่นคือหลินซือฉิน เจ้าหญิงแห่งตระกูลหลิน เป็นเจ๊ใหญ่คุมแก๊งมาเฟียแถวนี้ ผู้ชายคนไหนที่กล้าหยาบคายกับเธอ ล้วนโดนพี่หู่จับกรอกปูนโยนถ่วงแม่น้ำไปหมดแล้ว" ลูกคุณหนูคนนั้นเอ่ยเสียงเครียด
"เวรเอ๊ย ยัยนี่แม่งโคตรยั่วเลย ถ้าได้ฟันสักคืนจะฟินขนาดไหนวะเนี่ย?" เมื่อมองดูผิวพรรณขาวเนียนของหลินซือฉิน คุณชายเกาก็กลืนน้ำลายอึกใหญ่
จู่ๆ เงาร่างที่ไม่เตะตาคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูโรงเรียน
เงาร่างนั้นเดินเร็วมาก ดูเหมือนไม่อยากจะเป็นจุดสนใจในที่สาธารณะ แต่หลินซือฉินกลับรีบวิ่งตามไปติดๆ
"เชี่ย นั่นใครวะนั่น? ถึงขนาดให้เจ้าหญิงตระกูลหลินวิ่งตามจีบเลยเหรอ?"
"หลินซือฉินเป็นฝ่ายตามจีบเอง แต่ไอ้หมอนั่นดันวิ่งหนีเนี่ยนะ?"
ฮือฮา!
กลุ่มนักเรียนต่างพากันฮือฮา รู้สึกไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
"คุณชายเกา ทำไมจู่ๆ ถึงเงียบไปล่ะ?"
"ไม่... ไม่มีอะไรหรอก" คุณชายเกาส่ายหน้า ก่อนจะรีบเดินจากไปพร้อมกับแก๊งลูกคุณหนู
"ไม่สมเหตุสมผลเลย ผู้ชายคนเมื่อกี้ ทำไมถึงดูคล้ายๆ เย่ชิวเลยวะ?" ตลอดทาง คุณชายเกาเอาแต่ส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจ
...
ณ มุมลับตาคน นอกรั้วโรงเรียนมัธยมที่หนึ่ง
เย่ชิวยืนเอามือไพล่หลัง ทอดสายตามองต้นไหวเก่าแก่ที่มุมกำแพงอย่างเงียบๆ น้ำเสียงราบเรียบประดุจเทพเจ้า "พูดมาสิ มาหาฉันมีธุระอะไร?"
"เย่ชิว เรื่องคราวก่อน... ขอโทษด้วยนะ" หลินซือฉินเม้มริมฝีปากสีแดงสด กัดฟันพูดออกมา
หลินซือฉินถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก แต่ครั้งนี้กลับต้องมาตกม้าตาย หุ้นทั้งหมดถูกท่านผู้เฒ่าหลินยึดคืนไป ในขณะที่เย่ชิวกลับได้หุ้นไปถึง 25%
ผลลัพธ์เช่นนี้ ย่อมทำให้หลินเหล่าต้าและคุณนายหลินรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก แต่พวกเขาก็ไม่กล้าขัดคำสั่งท่านผู้เฒ่าหลิน จึงทำได้เพียงหันมาใช้แผนการสกปรกกับหลินซือฉินแทน
หลินซือฉินเป็นคนเซ็กซี่ นำสมัย และสวยสะดุดตามาก ภายใต้การยุยงของคุณนายหลิน เธอจึงยอมมาที่โรงเรียนมัธยมที่หนึ่งแห่งนี้ เพื่อเตรียมฟื้นฟูความสัมพันธ์อันเลวร้ายที่มีต่อเย่ชิว
หลินซือฉินถึงขั้นแอบหวังลึกๆ ว่าจะใช้ความสวยของตัวเองเอาชนะใจเย่ชิว และทวงหุ้น 25% นั้นกลับคืนมา
แต่สิ่งที่หลินซือฉินไม่รู้ก็คือ แผนการเล็กๆ น้อยๆ ในใจของเธอนั้น เย่ชิวมองออกทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว เพียงแต่เขาขี้เกียจจะพูดก็เท่านั้นเอง
"ไม่ต้องขอโทษหรอก คนละเส้นทางย่อมไม่ร่วมเดิน ตราบใดที่เธอไม่ไปคิดร้ายกับเจิงโหรว ฉันก็ย่อมไม่ลงมือกับเธออยู่แล้ว" เย่ชิวหันขวับกลับมามองหลินซือฉิน แล้วเอ่ยอย่างมีความนัยว่า "แต่ถ้าเธอคิดจะฮุบหุ้นล่ะก็ อย่าหาว่าฉันไร้ความปรานีก็แล้วกัน"
ฉึบ!
สิ้นเสียงนั้น แสงสีขาวสายหนึ่งก็พาดผ่าน ต้นไหวเก่าแก่ขนาดเท่าตัวคนถูกฟันขาดสะบั้นตรงกลาง แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ทำเอาหลินซือฉินหน้าซีดเผือด มองเย่ชิวด้วยสายตาหวาดกลัว
"เอาล่ะ พูดมาได้แล้ว วันนี้มาหาฉัน มีธุระอะไรกันแน่?" เมื่อเห็นว่าการข่มขวัญได้ผล เย่ชิวจึงค่อยเอ่ยถาม
ร้อยวันพันปีหลินซือฉินไม่เคยมาหา เย่ชิวไม่คิดหรอกว่าสาวสวยจอมหยิ่งคนนี้จะมาหาเขาถึงที่นี่ เพียงเพื่อมาอ่อยเขาจริงๆ
"เย่ชิว ภาพเขียนอักษรของซูตงปอที่แขวนอยู่หน้าประตูตระกูลหลินของเรา เป็นของปลอมจริงๆ เหรอ?" หลินซือฉินลองหยั่งเชิงดู
คราวที่แล้วตอนที่ท่านผู้เฒ่าหลินป่วยหนัก เย่ชิวกับเจิงโหรวไปที่ตระกูลหลิน หลินซือฉินชี้ไปที่ป้ายเหนือประตูที่เขียนว่า "จวนตระกูลหลิน" ซึ่งเป็นภาพเขียนอักษรของซูตงปอเพื่อโอ้อวดความรวย แต่เย่ชิวกลับบอกว่าภาพเขียนอักษรนั้นเป็นของปลอมที่ทำเลียนแบบขึ้นมา
ตอนนั้นหลินซือฉินย่อมไม่เชื่อ คุณนายหลินยังเอาเรื่องนี้ไปพูดเยาะเย้ย และใส่สีตีไข่เล่าให้ท่านผู้เฒ่าหลินฟังอีก
ทว่าสิ่งที่คุณนายหลินไม่รู้ก็คือ เนื่องจากความสัมพันธ์กับ "พี่ใหญ่เย่" เมื่อแปดสิบเอ็ดปีก่อน ท่านผู้เฒ่าหลินจึงให้ความสำคัญกับเย่ชิวในฐานะ "ทายาทตระกูลเย่" เป็นอย่างมาก ถึงขั้นมองว่าเป็นหลานเขยไปแล้ว
ดังนั้นหลังจากได้ฟังคำพูดของคุณนายหลิน ท่านผู้เฒ่าหลินก็เกิดความสงสัยขึ้นมาทันที จึงสั่งให้คนปลดภาพเขียนอักษรนั้นลงมา แล้วขังตัวเองอยู่ในห้องเพื่อศึกษาค้นคว้าเพียงลำพังอยู่นาน
หลังจากการศึกษาอย่างละเอียด ท่านผู้เฒ่าหลินก็รู้สึกว่าภาพเขียนอักษรนี้ดูเหมือนจะมีปัญหาจริงๆ
เพียงแต่ปัญหาของภาพเขียนอักษรนี้อยู่ที่ตรงไหน ท่านผู้เฒ่าหลินกลับยังหาเบาะแสไม่พบ
"ถ้าอย่างนั้น ที่เธอมาหาฉันวันนี้ ก็เพราะท่านผู้เฒ่าหลินอยากเชิญฉันไปตรวจสอบความแท้จริงของภาพเขียนอักษรงั้นสิ?" เมื่อได้ฟังคำอธิบายของหลินซือฉิน เย่ชิวก็รู้สึกสะกิดใจ จึงลองถามหยั่งเชิงดู
ตระกูลหลินโลดแล่นอยู่ในโลกใต้ดินมานานหลายปี ทรัพย์สินที่มีไม่ได้มีแค่ธุรกิจของกลุ่มบริษัทหลินเท่านั้น เบื้องหลังยังมีทรัพย์สมบัติมหาศาลที่เปิดเผยไม่ได้อยู่อีกมากมาย
ระดับพลังยุทธ์ของเย่ชิวในตอนนี้ยังอ่อนแอเกินไป เขาต้องการเงินจำนวนมากเพื่อซื้อสมุนไพรมาสกัดโอสถ เพื่อยกระดับพลังยุทธ์ของตนเอง
ตระกูลโอวหยางเคยมอบเงินให้เย่ชิวรวมแล้วสามล้านหยวน ซึ่งถูกนำไปซื้อสมุนไพรจนหมดเกลี้ยง ถึงได้ทำให้เย่ชิวบรรลุพลังถึงขั้นหลอมปราณระดับสี่ได้
แต่การจะเลื่อนระดับจากขั้นหลอมปราณระดับสี่ไปสู่ระดับห้านั้น ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลระดับดาราศาสตร์
ท่านผู้เฒ่าหลินมอบหุ้นกลุ่มบริษัทหลิน 25% ให้เย่ชิวก็จริง แต่หุ้นส่วนนี้ไม่สามารถขายออกได้ภายในสิบปี ทำได้แค่มองแต่เอามาใช้ไม่ได้ ได้แต่รับเงินปันผลรายปีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แต่ตอนนี้เพิ่งจะเดือนเมษายน ระยะเวลาที่จะได้รับเงินปันผลในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้านั้น ช่างยาวไกลเหลือเกิน
เย่ชิวต้องการเงิน ต้องการเงินจำนวนมาก เขาไม่สามารถรอเวลาได้นานขนาดนั้น
การที่หลินซือฉินมาหาในวันนี้ ทำให้เย่ชิวรู้ทันทีว่ามีคนกำลังจะเอาเงินมาประเคนให้เขาแล้ว
"เรื่องประเมินของโบราณ ฉันไปให้ได้ แต่ค่าตัวฉันแพงหน่อยนะ ครั้งละหนึ่งล้านหยวน ขอเป็นเงินสด พวกเธอจ่ายไหวไหมล่ะ?" เย่ชิวเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"นาย..." เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลินซือฉินก็ถึงกับอึ้งไป เห็นได้ชัดว่าไม่คิดว่าเย่ชิวจะ "หน้าด้าน" ได้ถึงขนาดนี้
"ไอ้หมอนี่มันหน้าด้านเกินไปแล้ว รับหุ้นตระกูลหลินของฉันไปตั้ง 25% ยังจะกล้ามาขูดรีดกันอีกเหรอ?" หลินซือฉินรู้สึกหงุดหงิด รีบต่อสายโทรหาคุณนายหลินทันที
คุณนายหลินเงียบไปเพียงสามวินาที ก็ตอบกลับหลินซือฉินมาว่า "ตกลง!"
(จบแล้ว)