เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 - ยอดเขากระบี่เทวะระเบิดแล้ว

บทที่ 30 - ยอดเขากระบี่เทวะระเบิดแล้ว

บทที่ 30 - ยอดเขากระบี่เทวะระเบิดแล้ว


บทที่ 30 - ยอดเขากระบี่เทวะระเบิดแล้ว

ณ สำนักเต้าอี ยอดเขากระบี่เทวะ ผ่านพ้นช่วงเวลาอาหารเที่ยงไปแล้ว บรรดาศิษย์ที่พลาดมื้อเที่ยงที่โรงครัวต่างพากันมีสีหน้าห่อเหี่ยวไร้ชีวิตชีวา

แม้จะยังคงทำหน้าที่ของตนต่อไป คนที่ต้องฝึกก็ฝึก คนที่ต้องทำงานก็ทำ แต่สีหน้าของแต่ละคนกลับดูหมองคล้ำไร้เรี่ยวแรง

"เฮ้อ ขาดอาหารฝีมือศิษย์น้องฉางชิงไป รู้สึกร่างกายมันไม่มีแรงเลยว่ะ"

"นั่นน่ะสิ จะฝึกวิชาก็ไม่มีสมาธิเลย"

"ในหัวมีแต่เรื่องกินเต็มไปหมดแล้วเนี่ย"

"เมื่อตอนกลางวันข้าลองทำกินเองดู สรุปว่ากินไปอ้วกไปเลยว่ะ"

"หวังว่าศิษย์น้องฉางชิงจะรีบๆ กลับมาไวๆ นะ"

"มีศิษย์พี่จินหมิ่นไปเป็นเพื่อนด้วย คงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหรอกมั้ง ก็แค่ครึ่งปีศาจกระจอกๆ ตัวเดียวเองนี่นา"

ศิษย์สายในหลายคนที่กำลังบำเพ็ญเพียรอยู่บนลานฝึกยุทธ์ ต่างพากันบ่นกระปอดกระแปดพลางฝึกไปด้วย

แต่แล้วจู่ๆ ก็มีเสียงระฆังดังแว่วมาจากยอดเขา

"มีศิษย์ขอความช่วยเหลือ!"

เสียงระฆังดังขึ้น หมายความว่ามีศิษย์ใช้ป้ายขอความช่วยเหลือของสำนัก เสียงระฆังดังหนึ่งครั้งหมายถึงศิษย์รับใช้ สองครั้งคือศิษย์สายนอก สามครั้งคือศิษย์สายใน สี่ครั้งคือผู้ดูแล และห้าครั้งคือศิษย์สืบทอดและผู้อาวุโส

เสียงระฆังดังกังวานขึ้นเพียงหนึ่งครั้ง บ่งบอกว่าเป็นศิษย์รับใช้ที่ใช้ป้ายขอความช่วยเหลือ

โดยปกติแล้ว หากศิษย์รับใช้ขอความช่วยเหลือ หน้าที่นี้ก็จะตกเป็นของศิษย์สายนอกที่ต้องออกไปให้ความช่วยเหลือ

สีหน้าที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยในตอนแรก กลับมาเป็นสีหน้าเบื่อหน่ายเซ็งแซ่ดังเดิม

"ที่แท้ก็ศิษย์รับใช้นี่เอง"

ศิษย์คนหนึ่งพูดขึ้นมาอย่างเนือยๆ ทว่าวินาทีต่อมา ประโยคถัดไปของศิษย์ข้างๆ กลับทำเอาพวกเขาสะดุ้งโหยง

"ศิษย์รับใช้... พวกเจ้าว่าจะเป็นศิษย์น้องฉางชิงหรือเปล่าวะ?"

"เชี่ยเอ๊ย..."

เย่ฉางชิงเป็นศิษย์รับใช้นี่นา แถมตอนนี้ก็กำลังออกไปทำภารกิจอยู่ด้วย พริบตาเดียว ศิษย์ทุกคนก็เด้งตัวลุกพรวด พากันวิ่งหน้าตั้งพุ่งตรงไปยังยอดเขาด้วยความเร็วสูง

ไม่ใช่แค่พวกเขาเท่านั้น บรรดาศิษย์ทั่วทั้งยอดเขากระบี่เทวะต่างก็พากันหลั่งไหลขึ้นไปบนยอดเขาอย่างบ้าคลั่ง

"นี่ศิษย์น้องฉางชิงคงไม่ได้เจอเรื่องร้ายๆ เข้าหรอกนะ ก็มีศิษย์พี่จินหมิ่นไปเป็นเพื่อนด้วยไม่ใช่รึ?"

"กะอีแค่ครึ่งปีศาจ ไม่น่าจะมีอันตรายอะไรนี่หว่า?"

"ใครจะไปรู้เล่า ก็ศิษย์น้องฉางชิงไปทำภารกิจสืบสวนนี่ เบื้องลึกเบื้องหลังมีอะไรซ่อนอยู่บ้างก็ไม่รู้"

ภารกิจสืบสวน จะว่าอันตรายก็อันตราย จะว่าไม่อันตรายก็ไม่อันตราย

ขึ้นชื่อว่าสืบสวน ก็ย่อมหมายความว่ามีเรื่องที่ยังไม่กระจ่างอีกมากมาย ภายนอกอาจจะดูไม่มีพิษมีภัย แต่ความจริงแล้วอาจมีความลับดำมืดซ่อนอยู่ก็เป็นได้

บรรดาศิษย์นับไม่ถ้วนต่างร้อนใจอยากรู้ ว่าเจ้าของสัญญาณขอความช่วยเหลือนี้ จะใช่ศิษย์น้องฉางชิงของพวกเขาหรือไม่

บนยอดเขากระบี่เทวะมีตำหนักใหญ่อยู่หลังหนึ่ง โดยมีผู้อาวุโสคอยทำหน้าที่ดูแลรักษาการณ์อยู่ตลอดเวลา ตรงกลางตำหนักมีระฆังทองแดงใบใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ หากมีผู้ใดบนยอดเขากระบี่เทวะใช้ป้ายขอความช่วยเหลือ ระฆังทองแดงใบนี้จะตอบสนองในทันที

และในเวลานี้ ผู้อาวุโสที่ทำหน้าที่เฝ้าตำหนักกำลังยืนหน้าเหวอ มองดูหงจุน สวีเจี๋ย หลิ่วซวง และลู่โยวโยว ที่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบตรงเข้ามาหา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย?

ก็จริงอยู่ที่มีศิษย์ใช้ป้ายขอความช่วยเหลือ แต่นั่นก็เป็นแค่ศิษย์รับใช้นี่นา แล้วทำไมท่านประมุขกับพวกสวีเจี๋ยถึงแห่กันมาที่นี่ด้วยล่ะ? แถมยังพุ่งมาเป็นกลุ่มแรกๆ อีกต่างหาก

และสิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจยิ่งกว่าก็คือ ทั้งสี่คนต่างพากันตะโกนถามด้วยสีหน้าร้อนรน

"ใคร! ใครเป็นคนใช้ป้ายขอความช่วยเหลือ!"

เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น ย่อมสามารถระบุตัวผู้ใช้ป้ายขอความช่วยเหลือได้ เมื่อเผชิญกับคำถามของหงจุนและพวก ผู้อาวุโสท่านนั้นก็ตอบกลับด้วยความงุนงง

"เป็นศิษย์รับใช้ที่ชื่อเย่ฉางชิงขอรับ"

สิ้นคำตอบนั้น สีหน้าของหงจุน สวีเจี๋ย หลิ่วซวง และลู่โยวโยว ก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที

"บ้าเอ๊ย"

สวีเจี๋ยสบถด่าเสียงดัง ก่อนที่ร่างของเขาจะหายวับไปจากตรงนั้น ตามมาด้วยลู่โยวโยวและหลิ่วซวง ศิษย์สืบทอดทั้งสามพุ่งตัวทะยานออกจากตำหนัก กลายเป็นลำแสงสามสายพุ่งตรงไปยังทิศทางของตำบลเล่อซานอย่างรวดเร็ว

นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย?

มองดูทั้งสามคนพุ่งตัวออกไป ผู้อาวุโสท่านนั้นก็ถึงกับยืนอึ้ง กะอีแค่ศิษย์รับใช้เจออันตราย จำเป็นต้องเล่นใหญ่เบอร์นี้เลยเหรอ?

"ท่านประมุข ท่านเห็นว่า..."

ในหัวของเขายังคงเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ คิดจะหันไปขอคำชี้แนะจากหงจุน ทว่าพอหันกลับไป กลับพบว่าตรงนั้นไม่มีวี่แววของหงจุนเสียแล้ว

แม้แต่ประมุขก็หายตัวไปดื้อๆ ผู้อาวุโสท่านนั้นยืนแข็งทื่อเป็นหินไปเลย ในหัวมีแต่คำถามผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด นี่มันเรื่องอะไรกันวะเนี่ย?

ต่อให้เป็นศิษย์สืบทอดเจออันตราย ก็ไม่เห็นต้องแตกตื่นกันขนาดนี้เลยไม่ใช่รึไง?

ทว่าเรื่องราวกลับไม่จบลงแค่นั้น ไม่รู้ว่าใครเป็นคนปล่อยข่าว ยืนยันว่าคนที่ใช้ป้ายขอความช่วยเหลือคือเย่ฉางชิงจริงๆ

พริบตาเดียว ทั่วทั้งยอดเขากระบี่เทวะ ไม่ว่าจะเป็นศิษย์สายในหรือศิษย์สายนอก ต่างก็พากันมุ่งหน้าสู่ตำบลเล่อซานกันอย่างบ้าคลั่ง

ในฝั่งศิษย์สายใน เงาร่างของศิษย์หลายคนเหินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า กลายเป็นลำแสงสายแล้วสายเล่า พุ่งทะยานสู่ตำบลเล่อซาน

ทางฝั่งศิษย์สายนอกก็ไม่ยอมน้อยหน้า พวกที่ขี่กระบี่เหินหาวก็ขี่กระบี่ไป พวกที่ควบคุมเรือวิเศษก็ควบคุมเรือวิเศษไป

ชั่วขณะหนึ่ง ทั่วทั้งยอดเขากระบี่เทวะ ราวกับกำลังจะประกาศศึกสงครามกับสำนักอื่นเสียอย่างนั้น

ลำแสงนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานข้ามฟากฟ้า จ้าวเจิ้งผิงที่ยืนอยู่บนยอดเขา ทอดสายตามองลงไปยังภาพเบื้องล่างด้วยความรู้สึกราวกับคนโง่งม

"ใครก็ได้ช่วยบอกข้าทีสิวะ ว่านี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย!"

จ้าวเจิ้งผิงและบรรดาผู้อาวุโส ไม่เคยลิ้มลองฝีมือการทำอาหารของเย่ฉางชิงมาก่อน จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้า

พวกเขารู้เพียงแค่ว่า เมื่อครู่นี้มีศิษย์รับใช้ชื่อเย่ฉางชิงใช้ป้ายขอความช่วยเหลือ จากนั้น ตั้งแต่ประมุขยอดเขาลงมา ทั่วทั้งยอดเขากระบี่เทวะก็ราวกับภูเขาไฟระเบิด แตกตื่นกันไปหมด

ไม่เพียงแค่ยอดเขากระบี่เทวะเท่านั้น ความเคลื่อนไหวอันยิ่งใหญ่ของยอดเขากระบี่เทวะ ยังดึงดูดความสนใจจากยอดเขาอื่นๆ ของสำนักเต้าอีอีกด้วย

ประมุขยอดเขาทั้งหลายต่างพากันส่งกระแสจิตไถ่ถาม ว่ายอดเขากระบี่เทวะเกิดเรื่องอะไรขึ้น

"ยอดเขากระบี่เทวะเกิดอะไรขึ้น?"

"ตาเฒ่าหงจุนนั่นคิดจะทำบ้าอะไรอีกล่ะ?"

"นี่ยอดเขากระบี่เทวะกำลังจะยกทัพไปตีสำนักไหนวะเนี่ย?"

"นี่จะทำอะไรกัน? จะก่อสงครามสำนักหรือไง?"

ไม่มีใครรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น แถมพวกเขาไม่ได้รับข่าวคราวอะไรเลยสักนิด

แต่หลังจากสอบถามไปมา คำตอบที่ได้กลับทำให้ประมุขยอดเขาทุกคนถึงกับอ้าปากค้าง

"เจ้ากำลังจะบอกว่า ยอดเขากระบี่เทวะปั่นป่วนวุ่นวายขนาดนี้ เพียงเพราะมีศิษย์รับใช้คนหนึ่งใช้ป้ายขอความช่วยเหลือเนี่ยนะ?"

"เจ้าล้อข้าเล่นรึเปล่าวะ? กะอีแค่ศิษย์รับใช้คนเดียวขอความช่วยเหลือ ถึงกับทำให้ศิษย์ยอดเขากระบี่เทวะเป็นหมื่นๆ คน แห่กันไปช่วยเนี่ยนะ?"

ต้นตอของเรื่องทั้งหมด กลับกลายเป็นเพียงศิษย์รับใช้คนเดียว นี่มันเรื่องเหลือเชื่อเกินไปแล้ว ไม่มีใครกล้าเชื่อหรอก

ต่อให้ศิษย์สืบทอดของยอดเขากระบี่เทวะถูกฆ่าตาย ก็ยังไม่น่าจะทำให้ยอดเขากระบี่เทวะมีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนี้เลยมั้ง

ตั้งแต่เสียงระฆังดังขึ้น ผ่านไปไม่ถึงครึ่งก้านธูป ก็เห็นเงาร่างคนจากทั่วทุกสารทิศบนยอดเขากระบี่เทวะ พุ่งทะยานขึ้นฟ้าไปอย่างพร้อมเพรียง นี่มันเหมือนกับไปขุดหลุมศพบรรพบุรุษของยอดเขากระบี่เทวะมาก็ไม่ปาน

อย่าว่าแต่บรรดาประมุขยอดเขาเลย แม้แต่ประมุขสำนักเต้าอีอย่าง 'ฉีสยง' และเหล่าผู้อาวุโสหลักบนยอดเขาหลักเอง ก็ยังงุนงงเป็นไก่ตาแตก

"ยอดเขากระบี่เทวะไปทำอะไรกัน? พวกเขาจะไปไหน?"

"ท่านประมุข พวกเราก็ไม่ทราบเหมือนกันขอรับ"

"นี่พวกเขาจะไปตีที่ไหน? แล้วตาเฒ่าหงจุนนี่มันเป็นบ้าอะไร ถึงได้เล่นใหญ่ขนาดนี้ แล้วทำไมถึงไม่มาปรึกษาข้าก่อน?"

"ท่านประมุข เห็นเขาว่ากันว่า... เป็นเพราะมีศิษย์รับใช้คนหนึ่งใช้ป้ายขอความช่วยเหลือขอรับ"

"ผายลม! ศิษย์รับใช้คนเดียว จะทำให้ศิษย์นับหมื่นของยอดเขากระบี่เทวะแห่กันไปช่วยได้ยังไง?"

ฉีสยง ประมุขสำนักเต้าอี ไม่เชื่อคำกล่าวอ้างนี้เลยสักนิด เขานั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่บนบัลลังก์ประธานในตำหนักใหญ่ กัดฟันกรอดๆ

ในฐานะประมุขสำนัก กลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยว่าลูกน้องตัวเองกำลังเปิดศึกครั้งใหญ่ ขืนเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป มีหวังได้ถูกคนทั้งใต้หล้าหัวเราะเยาะเอาแน่ๆ

ถึงแม้หงจุนจะไม่ค่อยฟังคำสั่งของเขาอยู่แล้วก็เถอะ แต่ครั้งนี้มันชักจะเกินไปหน่อยไหม เล่นใหญ่เล่นโตขนาดนี้ ถึงไม่มาปรึกษาข้าที่เป็นประมุข อย่างน้อยๆ ก็ควรจะส่งข่าวมาบอกกันล่วงหน้าบ้างสิโว้ย

"ท่านประมุข จ้าวเจิ้งผิง ศิษย์พี่ใหญ่แห่งยอดเขากระบี่เทวะมาขอเข้าพบขอรับ"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 30 - ยอดเขากระบี่เทวะระเบิดแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว