- หน้าแรก
- ชีวิตสุดเทพของเด็กหลังห้องกับระบบไร้เทียมทาน
- บทที่ 20 - สามล้อซิ่งแข่งมอเตอร์ไซค์
บทที่ 20 - สามล้อซิ่งแข่งมอเตอร์ไซค์
บทที่ 20 - สามล้อซิ่งแข่งมอเตอร์ไซค์
บทที่ 20 - สามล้อซิ่งแข่งมอเตอร์ไซค์
"ปล้น! ช่วยด้วย... โดนปล้น!" ลั่วเทียนหันขวับกลับไป ก็เห็นผู้หญิงวัยกลางคนแต่งตัวภูมิฐานสวมเสื้อโค้ทสีดำ มีเฟอร์ขนมิงค์พันรอบคอ กำลังยื้อแย่งกระเป๋าหนังสีส้มอยู่กับผู้ชายผมทองท่าทางเหมือนพวกนักเลงหัวไม้คนหนึ่ง
พอนักเลงคนนั้นแย่งกระเป๋ามาได้ เขาก็มุดหายเข้าไปในฝูงชนอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้คุณนายวัยกลางคนยืนกระทืบเท้าด้วยความร้อนใจ ไม่รู้จะทำยังไงดี
"คุณอยู่ตรงนี้ห้ามขยับไปไหนนะ ผมจะไปตามกระเป๋าคืนให้" ลั่วเทียนเอ่ยปากพูด
ผู้หญิงคนนั้นอึ้งไป ยังไม่ทันจะได้สติ ลั่วเทียนก็มุดหายเข้าไปในฝูงชนเสียแล้ว
"ติ๊ง! อยู่ในสภาพแวดล้อมแออัด ความยืดหยุ่นของร่างกาย +1 ความคืบหน้าปัจจุบัน 1/10 ระดับปัจจุบัน: ขั้นเริ่มต้น"
"ติ๊ง! หลบหลีกผู้คนที่เดินไปมา ความสามารถในการหลบหลีก +1 ความคืบหน้าปัจจุบัน 1/10 ระดับปัจจุบัน: ขั้นเริ่มต้น"
ลั่วเทียนรู้สึกว่ากระดูกของตัวเองอ่อนนุ่มลง ราวกับปลาไหลที่ไหลลื่นไปตามฝูงชนอย่างคล่องแคล่ว
แต่คนในตลาดสดมันเยอะเกินไปจริงๆ เดินขวักไขว่ไปมา เสียงแม่ค้าร้องขายของ เสียงลูกค้าต่อราคา เสียงดังอื้ออึงไปหมด จะไปหาตัวเจอได้ยังไง?
ลั่วเทียนทำใจให้สงบ ตั้งใจฟังอย่างละเอียด เสียงอื้ออึงเหล่านั้นก็เริ่มแยกแยะได้อย่างเป็นระเบียบ ไม่นานเขาก็จับเสียงฝีเท้าของโจรวิ่งราวคนนั้นได้
"การเสริมความแข็งแกร่งด้านการได้ยิน ความคืบหน้าปัจจุบัน 10/10 ระดับปัจจุบัน: ขั้นชำนาญ"
"หึๆ เจอตัวแล้ว" ลั่วเทียนยิ้มมุมปาก รีบวิ่งไล่ตามโจรวิ่งราวคนนั้นไป ในที่สุดก็ไปทันกันที่ทางออกอีกด้านหนึ่งของตลาดสด
มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับเข้ามาจอดอยู่ไม่ไกล โจรวิ่งราวคนนั้นหนีบกระเป๋าไว้ใต้รักแร้ ลั่วเทียนไม่คิดเลยว่ามันจะมีพรรคพวกด้วย
พอโจรวิ่งราวขึ้นไปซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ เสียงเครื่องยนต์ก็ครางกระหึ่ม แล้วทั้งสองก็ขับรถพุ่งทะยานออกไป
ลั่วเทียนขมวดคิ้ว รีบวิ่งกลับไปที่จอดรถ กระโดดขึ้นรถสามล้อแล้วขับไล่ตามทันที
"เอี๊ยดอ๊าดๆ" โจรวิ่งราวสองคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์อยู่ข้างหน้าก็เห็นภาพนี้เหมือนกัน คนซ้อนที่ถือกระเป๋าอยู่พูดขึ้นมาว่า "ลูกพี่ มีรถสามล้อคันนึงขับจี้ก้นพวกเรามาติดๆ เลย"
ลูกพี่ที่ขับรถอยู่มองผ่านกระจกมองหลัง ก็เห็นรถสามล้อเก่าๆ สภาพเหมือนจะพังแหล่มิพังแหล่กำลังขับไล่ตามตัวเองมา เขาหัวเราะลั่น พูดอย่างดูแคลนว่า "ของพังๆ แบบนี้ยังกล้ามาไล่ตามฉันอีกเหรอ? กินฝุ่นตามตูดฉันไปเถอะ!"
พูดจบเสียงเครื่องยนต์ก็ครางกระหึ่ม ทิ้งระยะห่างจากลั่วเทียนไปอย่างรวดเร็ว
"ติ๊ง! บังคับรถสามล้ออย่างต่อเนื่อง ความสามารถในการขับขี่ +1..."
"ติ๊ง! บังคับรถสามล้ออย่างต่อเนื่อง ความสามารถในการขับขี่ +1..."
"ติ๊ง! บังคับรถสามล้ออย่างต่อเนื่อง ความสามารถในการขับขี่ +1 ระดับเลื่อนเป็นขั้นชำนาญ ความคืบหน้าปัจจุบัน 38/100..."
หลังจากที่ความสามารถในการขับขี่เลื่อนเป็นขั้นชำนาญแล้ว ลั่วเทียนก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองรวมเป็นหนึ่งเดียวกับรถสามล้อ ถึงขั้นเกิดภาพหลอนคิดไปว่ารถสามล้อคันนี้คือส่วนหนึ่งของร่างกายตัวเองเลยทีเดียว
ความรู้สึกนี้มันทำให้ลั่วเทียนรู้สึกสะใจจนอยากจะตะโกนออกมาดังๆ เขาเหยียบคันเร่งรถสามล้อจนมิดด้าม
ตอนนี้พวกเขาเข้าสู่ย่านการค้าใจกลางอำเภอแล้ว รถเยอะคนแยะ สองคนข้างหน้าก็ไม่กล้าขับเร็วมากนัก
ภายใต้การบังคับควบคุมของลั่วเทียน รถสามล้อราวกับวิญญาณผีสาง ซอกแซกไปตามช่องว่างระหว่างรถและผู้คนได้อย่างคล่องแคล่ว ระยะห่างระหว่างเขากับมอเตอร์ไซค์ก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
ลูกพี่ที่ขับมอเตอร์ไซค์อยู่ข้างหน้าตาแทบถลน นี่มันล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย มอเตอร์ไซค์ที่ซื้อมาตั้งหลายพันของเขากลับวิ่งสู้รถสามล้อพังๆ คันนี้ไม่ได้!
"ประกาศๆ มีรถสองคันกำลังซิ่งไล่กวดกันในย่านการค้าถนนใหญ่หนานเฉิง คันหน้าเป็นมอเตอร์ไซค์สีดำ ส่วนคันหลัง... เอ้อ คันหลังเป็นรถสามล้อเก่าๆ คันหนึ่ง"
"เดี๋ยวก่อน รถสามล้อคันนั้นกำลังเร่งเครื่อง มัน... มันกำลังจะแซงแล้ว!" ตำรวจจราจรสาวคนหนึ่งเห็นภาพนี้แล้วแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง คิดว่าผีหลอกกลางวันแสกๆ
ส่วนคนที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นต่างก็พากันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปและอัดคลิปวิดีโอ รถสามล้อแข่งซิ่งกับมอเตอร์ไซค์ แถมยังจะแซงอีก ถ้าเอาไปลงโซเชียลล่ะก็ ฮือฮาแน่ๆ
แต่ลั่วเทียนกลับรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย
"กึกกักๆ..." รถสามล้อไฟฟ้าคันนี้จัดอยู่ในหมวดวัตถุโบราณอยู่แล้ว ลั่วเทียนยังเหยียบคันเร่งจนสุดอีก ตอนนี้มันขับเกินขีดจำกัดมานานแล้ว เครื่องยนต์ร้อนจัดจนเอาเนื้อไปย่างได้เลยมั้ง
ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ขับๆ ไปรถมันอาจจะพังหลุดเป็นชิ้นๆ เอาง่ายๆ เลยนะ
"แม่งเอ๊ย โคตรซวยเลย" ลูกพี่สบถออกมาด่าทอ หันขวับไปมอง ก็ไปสบตากับสายตาเย็นชาของลั่วเทียนเข้าพอดี
"ติ๊ง! จ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา มอบความกดดันทางจิตใจแก่อีกฝ่าย ทักษะกลิ่นอาย +5 ความคืบหน้าปัจจุบัน 13/100 ทักษะกลิ่นอายเลื่อนเป็นขั้นชำนาญ"
พอกลิ่นอายขั้นชำนาญแผ่ซ่านออกมา ลูกพี่คนนั้นก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารทันที คนที่ไล่ตามเขาอยู่ข้างหลังไม่ใช่นักเรียนวัยรุ่นธรรมดาๆ แต่เป็นนักฆ่าเลือดเย็นต่างหาก
ความรู้สึกนี้มันดูไม่สมจริงเอาเสียเลย แต่แววตาของลั่วเทียนกลับตราตรึงอยู่ในหัวของพวกเขา พอจิตใจว้าวุ่น ขับรถไปชนก้อนหินเข้า มอเตอร์ไซค์ก็ล้มกลิ้งโค่โร่ทันที
"โอ๊ย" โจรวิ่งราวสองคนร้องโอดโอย ล้มเมื่อกี้เล่นเอากระดูกแทบจะหลุดเป็นชิ้นๆ
ลั่วเทียนตาเป็นประกาย ร้องบอกตัวเองในใจว่าโอกาสทองมาถึงแล้ว บิดคันเร่งเข้าไปใกล้รถมอเตอร์ไซค์คันนั้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็กระโดดตัวลอยไปยืนอยู่ตรงหน้าโจรวิ่งราวทั้งสองคน
"ติ๊ง! กระตุ้นคุณสมบัติพลังกระโดด พลังกระโดด +1 ระดับพลังกระโดดปัจจุบัน: ขั้นเริ่มต้น"
"หนีสิ พวกมึงสองคนหนีต่อไปสิ" ลั่วเทียนก้มลงไปหยิบกระเป๋าหนังสีส้มขึ้นมา ปัดฝุ่นที่เกาะอยู่ออก
"ลูกพี่ เอาไงดี?" นักเลงหัวเหลืองที่ซ้อนท้ายถามด้วยความไม่สบายใจ
แววตาของลูกพี่ที่ขับรถมีประกายความเหี้ยมเกรียมวาบผ่าน ต้องรู้ก่อนนะว่ากระเป๋าหนังสีส้มใบนั้นเขาเพิ่งจะแอบดูเมื่อกี้ มูลค่าอย่างน้อยๆ ก็สองสามหมื่นหยวนเลยนะ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงของมีค่าที่อาจจะอยู่ข้างในอีก
นี่มันงานช้างเลยนะ ถ้าเอากระเป๋าใบนี้ไปขายต่อ ก็พอให้เขาใช้ชีวิตหรูหราไปได้เป็นเดือนๆ เขาไม่มีทางยอมปล่อยมันไปง่ายๆ แน่
"กลัวอะไรวะ เรามีตั้งสองคน มันมีคนเดียว ถ้าปอดแหกขนาดนี้จะออกมาเดินถนนได้ไง?" ลูกพี่ถลึงตาใส่ ด่ากราด
"เออใช่ แม่งเอ๊ย กล้ามาขัดลาภพวกเรา ต้องกระทืบให้แขนหักขาหัก ไม่ตีจนมึงต้องร้องเรียกหาแม่ กูคงระบายความแค้นในใจไม่ได้แน่ๆ" ไอ้หัวเหลืองก็เริ่มฮึกเหิมขึ้นมา ถอดหมวกกันน็อกออก เผยให้เห็นใบหน้าอันเหี้ยมเกรียม
ทั้งสองคนกำหมัดแน่น พุ่งเข้าใส่ลั่วเทียนแล้วปล่อยหมัดออกไปอย่างแรง
ยังดีที่ลั่วเทียนอัปเกรดความสามารถในการหลบหลีกมาแล้ว ร่างกายมีความยืดหยุ่นมาก โยกหลบซ้ายหลบขวา หมัดพวกนั้นก็เลยพลาดเป้าไปหมด
ลั่วเทียนมองดูผู้ใหญ่สองคนที่สูงกว่าเขาครึ่งศีรษะกำลังปล่อยหมัดใส่เขา ไม่เพียงแต่ไม่กลัว เลือดในกายกลับพลุ่งพล่าน รู้สึกตื่นเต้นสุดๆ
ไอดอลของลั่วเทียนคือบรูซ ลี เขาอิจฉาท่าทางเท่ๆ ของคนในหนังมาตั้งนานแล้ว วันนี้ดูเหมือนจะถึงตาเขาได้เป็นฮีโร่บ้างแล้ว
"อย่าออมมือ" ลูกพี่สัมผัสได้แล้วว่าลั่วเทียนไม่ใช่นักเรียนธรรมดา เขาทำหน้าเครียด เงื้อหมัดเท่าชามแกงฟาดเข้าใส่หน้าลั่วเทียน
ลั่วเทียนจ้องมองหมัดของโจรวิ่งราวทั้งสองคนเขม็ง จู่ๆ ก็รู้สึกว่าความเร็วของหมัดมันช้าลง วิถีหมัดก็ถูกคำนวณเอาไว้หมดแล้ว
"ติ๊ง! พลังสมาธิขั้นเริ่มต้นถูกกระตุ้น ปลดปล่อยทักษะความจดจ่อ"
(จบแล้ว)