- หน้าแรก
- ชีวิตสุดเทพของเด็กหลังห้องกับระบบไร้เทียมทาน
- บทที่ 19 - ผมไม่อยากเป็นขวัญใจแม่ยก
บทที่ 19 - ผมไม่อยากเป็นขวัญใจแม่ยก
บทที่ 19 - ผมไม่อยากเป็นขวัญใจแม่ยก
บทที่ 19 - ผมไม่อยากเป็นขวัญใจแม่ยก
หลังเลิกเรียน ลั่วเทียนแวะไปเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตาที่อ่างล้างหน้า แล้วส่องกระจกดูตัวเอง
"ติ๊ง! สังเกตตัวเองผ่านกระจก ค่าความหล่อเหลา +1 ความคืบหน้าปัจจุบัน 1/10 ระดับปัจจุบัน: ขั้นเริ่มต้น"
ลั่วเทียนชะงักไปนิดนึง ก่อนจะจ้องมองตัวเองให้ละเอียดขึ้น มันก็ดูขาวขึ้นกว่าเมื่อกี้จริงๆ รอยสิวบนใบหน้าก็หายไปด้วย
"เชี่ย ระบบนี้มันเพิ่มความหล่อได้ด้วยเว้ย งั้นก็แปลว่าฉันมีแววจะได้เป็นแมงดาหน้าขาวด้วยสิ?" ลั่วเทียนหัวเราะหึๆ อย่างบ้าบอ ราวกับกำลังนึกภาพตัวเองหล่อเหลาสง่างาม ดึงดูดสาวสวยเป็นโขยงให้มาสยบแทบกางเกงยีนส์ของเขา
หลังเลิกเรียน ลั่วเทียนก็เริ่มคิดเรื่องสูตรอาหารเมนูใหม่ เพราะครั้งนี้อาจจะต้องซื้อวัตถุดิบจำนวนมาก พอเลิกเรียนเขาจึงไปขอยืมรถสามล้อไฟฟ้าของเถ้าแก่จาง เพื่อนบ้านข้างๆ มา
เถ้าแก่จางเปิดร้านขายเซาปิ่งอยู่ข้างๆ เพราะเขามีหนวดเคราดกดำรุงรัง ดูคล้ายๆ เตียวหุย ก็เลยตั้งชื่อร้านว่า 'ร้านเซาปิ่งจางเฟย' ซะเลย
เถ้าแก่จางมีลูกสาวคนหนึ่งชื่อจางหยวนหยวน อายุรุ่นราวคราวเดียวกับลั่วเทียน เมื่อก่อนตอนลั่วต้าสยงเมาเหล้าก็เคยพูดเรื่องจะให้เด็กสองคนแต่งงานกันตั้งแต่เด็กด้วย ตอนนี้ลั่วเทียนเอาถ่านแล้ว เถ้าแก่จางก็เลยนึกเสียใจที่คืนนั้นไม่ได้มอมเหล้าลั่วต้าสยงเพิ่มอีกสักสองขวด จะได้ตกลงเรื่องนี้ให้มันจบๆ ไป
"คุณลุงจางครับ ผมจะไปซื้อกับข้าวที่ตลาด ขอผมยืมรถสามล้อไฟฟ้าของคุณลุงหน่อยได้ไหมครับ?" ลั่วเทียนพูดอย่างสุภาพ
เถ้าแก่จางเป็นคนประเภทใจนักเลง นิสัยคล้ายๆ พ่อเขา เมื่อก่อนลั่วเทียนก็มาวิ่งเล่นที่นี่บ่อยๆ เขาเลยค่อนข้างสนิทสนมด้วย
"โหย จะยืมยงยืมยืมอะไรกันล่ะ จะใช้ก็ขับไปเลย" เถ้าแก่จางหัวเราะร่วน ด้วยนิสัยที่เป็นคนพูดจาเสียงดัง ลั่วเทียนก็ชินเสียแล้ว
"ขอบคุณครับลุงจาง" ลั่วเทียนขอบคุณ
"จริงสิเสี่ยวเทียน อีกสองวันหยวนหยวนก็จะกลับมาแล้ว ได้ข่าวว่านายเก่งคณิตศาสตร์มากนี่นา นายต้องหาเวลามาช่วยติวให้ยายหนูนั่นหน่อยนะ" เถ้าแก่จางมองลั่วเทียนขึ้นไปนั่งบนรถสามล้อ จู่ๆ ก็นึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้เลยเอ่ยปากขอร้อง
จางหยวนหยวนไม่ได้เรียนอยู่มัธยมสี่ เธอเรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมที่สามอำเภอฉางเล่อ ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ จะกลับมาบ้านได้ก็แค่ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้น เมื่อไม่กี่วันก่อนคุณครูโทรมาบอกว่า จางหยวนหยวนเรียนดีทุกวิชา ยกเว้นวิชาคณิตศาสตร์ที่แย่มากๆ ซึ่งจะเป็นจุดอ่อนในการเรียนของเธอได้
เถ้าแก่จางร้อนใจมาก ไม่รู้จะทำยังไงดี พอได้ข่าวว่าลั่วเทียนเรียนเก่ง ถึงขนาดที่ครูมัธยมสี่ให้เขาไปแข่งคณิตศาสตร์ เขาก็เลยหน้าหนาขอให้ลั่วเทียนมาช่วยติวให้ เผลอๆ ถ้าเด็กสองคนจะสปาร์คกันเกิดเป็นความรักเล็กๆ ขึ้นมาก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่
"เอ่อ... ได้ครับ เดี๋ยวเธอหลับมาแล้วคุณลุงช่วยบอกผมหน่อยนะครับ" ลั่วเทียนตอบรับ จากนั้นก็ขี่รถสามล้อออกไป
"ติ๊ง! บังคับรถสามล้อ กระตุ้นทักษะการขับขี่ ความสามารถในการขับขี่ +1 ความคืบหน้าปัจจุบัน..."
"ติ๊ง! ความสามารถในการขับขี่ +1..."
"ติ๊ง! ความสามารถในการขับขี่ +1..."
ไม่นานระดับการขับขี่ของลั่วเทียนก็เลื่อนขึ้นมาเป็นระดับเริ่มต้น ภายใต้การบังคับของลั่วเทียน รถสามล้อเก่าๆ ของเถ้าแก่จางเลี้ยวซ้ายทีขวาที แม้แต่ในถนนที่มีคนพลุกพล่านที่สุด ลั่วเทียนก็ไม่ได้ชนใครเลยแม้แต่คนเดียว
"โห เดี๋ยวนี้อาชีพไหนก็มีคนเก่งๆ ทั้งนั้นเลยวุ้ย คนเก็บของเก่าขับสามล้อยังมีฝีมือขนาดนี้"
"สามล้อผาดโผนนี่นา ฝีมือขับรถแบบนี้เอามาขับสามล้อเสียของแย่..."
"นี่ๆ พ่อหนุ่มเก็บของเก่า ทีวีเก่าตู้เย็นเก่ารับซื้อไหม?" ป้าอ้วนวัยกลางคนถือพัดใบลานตะโกนเรียกลั่วเทียน
ลั่วเทียนงงงวย: คนเก็บของเก่า? พูดถึงใครเนี่ย แต่พอมองไปข้างหลัง แถวนี้ก็มีเขาอยู่คนเดียวนี่นา
"กึกกักๆ..." ลั่วเทียนถึงได้ตระหนักขึ้นมาได้ ที่แท้รถสามล้อคันนี้ของเถ้าแก่จางอายุก็น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเขาแล้ว ตัวรถเต็มไปด้วยสนิมเกรอะกรัง แผ่นเหล็กสองข้างโดนลมพัดตอนขับก็เกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดๆ ฟังดูเหมือนจะหลุดเป็นชิ้นๆ ได้ในวินาทีถัดไป
มิน่าล่ะเมื่อกี้คนตั้งเยอะตั้งแยะถึงได้ชี้ไม้ชี้มือมาทางเขา นึกว่าโดนทักษะการขับขี่ขั้นชำนาญของเขาตกซะอีก ที่ไหนได้ดันคิดว่าเขาเป็นคนเก็บของเก่าเสียนี่
ลั่วเทียนอับอายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
"นี่ๆ พ่อหนุ่มรับซื้อของเก่าอย่าเพิ่งหนีสิ ทีวีสีบ้านฉันยังไม่ได้ขายเลยนะ" ป้าอ้วนวัยกลางคนเห็นลั่วเทียนหันหัวรถหนี ก็รีบตะโกนไล่หลังมาติดๆ
ลั่วเทียนใช้เวลาครึ่งชั่วโมงกว่าจะมาถึงตลาดสดที่ใหญ่ที่สุดในตัวอำเภอ ปกติแล้วคนทั่วไปมักจะซื้อของตามริมทาง มีแค่คนที่อยู่ใกล้ๆ หรือคนที่เปิดร้านอาหารเท่านั้นแหละที่จะมาซื้อของทีละเยอะๆ ที่นี่
"ถ้าจะทำขนม อย่างแรกก็ต้องซื้อแป้งข้าวเหนียว แล้วก็ถั่วแดง พุทราหวาน..." ลั่วเทียนพึมพำกับตัวเอง เขาคิดมาดีแล้ว เขาไม่สามารถหมกตัวอยู่ในร้านอาหารได้ตลอดไป และข้าวผัดไข่ก็เก็บไว้ได้ไม่นาน เขาจึงจำเป็นต้องคิดสูตรเมนูใหม่ให้ได้
และสิ่งที่ลั่วเทียนหมายตาก็คือขนม ขนมสามารถเก็บไว้ได้นาน เขาทำไว้ล่วงหน้าแล้วเก็บไว้ที่บ้านได้ พอพ่อแม่ต้องการจะใช้ก็แค่เอาออกมานึ่งแล้วขายได้เลย
ไม่ถึงสิบนาที ลั่วเทียนก็หิ้วของพะรุงพะรังเต็มตัวไปหมด
"ติ๊ง! แบกของหนัก พละกำลัง +1 ความคืบหน้าปัจจุบัน 1/10 ระดับปัจจุบัน: ขั้นเริ่มต้น"
"ติ๊ง! ออกกำลังกายแบบแอโรบิกเป็นเวลานาน ความทนทาน +1 ความคืบหน้าปัจจุบัน 1/10 ระดับปัจจุบัน: ขั้นเริ่มต้น"
แค่เดินตามถนนก็แข็งแกร่งขึ้นได้ ความรู้สึกนี้มันโคตรจะสะใจเลยว่ะ เพราะมีค่าพละกำลังเพิ่มขึ้น ลั่วเทียนจึงไม่รู้สึกว่าของที่แบกอยู่บนตัวหนักเท่าเมื่อกี้แล้ว
ฝีเท้าเริ่มก้าวอย่างเบาสบาย ถึงขั้นอารมณ์ดีฮัมเพลงออกมาเบาๆ
"คุณน้าครับ น้ำผึ้งนี่ขายยังไงครับ?" ลั่วเทียนเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าแม่ค้าวัยกลางคนที่กำลังตั้งแผงลอยอยู่บนพื้น เขามองดูน้ำผึ้งที่ใส่ไว้ในถังเล็กๆ บนพื้น นี่มันวัตถุดิบชั้นยอดในการทำขนมเลยนะ
"แหม พ่อหนุ่มแรงเยอะไม่เบาเลยนะเนี่ย" แม่ค้าวัยกลางคนมองลั่วเทียนที่หิ้วของพะรุงพะรังเต็มตัวแล้วยิ้มพูดว่า "เรียกคุณน้าอะไรกัน? ไม่มีมารยาทเลย ฉันเห็นๆ อยู่ว่าเป็นพี่สาวต่างหาก"
พะ... พี่สาว? ลั่วเทียนมองผู้หญิงคนนี้ที่อายุก็น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับแม่ของเขาแล้ว ยังจะมาเล่นมุกนี้อีก หมดคำจะพูดจริงๆ
แต่ลั่วเทียนก็เป็นคนไม่มีความละอายอยู่แล้ว เรียกพี่สาวเขาก็ไม่ได้เสียหายนี่นา เขาเลยหยีตาแล้วเรียกเสียงหวานจ๋อยว่า "พี่สาวครับ พี่ดูสาวแถมยังสวยขนาดนี้ ลดราคาให้ผมหน่อยได้ไหมครับ?"
แม่ค้าขายน้ำผึ้งชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอามือปิดปากหัวเราะคิกคัก ตอนแรกเห็นว่าลั่วเทียนยังเป็นนักเรียนมาซื้อกับข้าว ก็เลยอยากจะหยอกล้อเขาเล่นสักหน่อย
ไม่นึกเลยว่าเขาจะเรียกพี่สาวจริงๆ "แหมๆ ปากหวานจริงนะจ๊ะ วันนี้พี่สาวจะใจดีลดราคาให้ครึ่งนึงเลย ขายให้กิโลละยี่สิบหยวนแล้วกัน"
"ติ๊ง! กระตุ้นทักษะจีบสาว ค่าเสน่ห์ +1..."
จีบสาว? ลั่วเทียนยืนอึ้งรับประทานอยู่ในสายลม แม่งเอ๊ย นี่มันจีบสาวตรงไหนวะ? นี่มันมนุษย์ป้าชัดๆ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ถ้าค่าเสน่ห์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขาจะไม่กลายเป็นขวัญใจแม่ยกไปเลยเหรอ?
อี๋! ลั่วเทียนแทบไม่อยากจะนึกภาพนั้นเลย ไม่ได้การละ เขาจะปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นขวัญใจแม่ยกไม่ได้ ระบบนี้มันจะเผด็จการเกินไปแล้ว วันหลังห้ามไปคุยหยอกล้อกับป้าวัยกลางคนอีกเด็ดขาด
ลดครึ่งราคาเชียวนะโว้ย แค่พูดจาหยอกล้อไม่กี่คำก็ประหยัดเงินไปได้ตั้งเยอะ บางทีค่าเสน่ห์นี่มันก็ใช้การได้ดีเหมือนกันนะเนี่ย
หลังจากลั่วเทียนซื้อวัตถุดิบเสร็จ เขาก็เดินออกจากตลาดสด กลับมาที่รถสามล้อ พอเอาของใส่หลังรถเสร็จ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องดังขึ้น
(จบแล้ว)