- หน้าแรก
- ชีวิตสุดเทพของเด็กหลังห้องกับระบบไร้เทียมทาน
- บทที่ 13 - โชว์ทักษะลูกหนัง
บทที่ 13 - โชว์ทักษะลูกหนัง
บทที่ 13 - โชว์ทักษะลูกหนัง
บทที่ 13 - โชว์ทักษะลูกหนัง
ณ สนามกีฬาของโรงเรียนมัธยมที่สี่ เซียงเย่สวมถุงมือผู้รักษาประตูเรียบร้อย ถึงแม้เขาจะเข้าใจว่าลั่วเทียนอยากตั้งใจเรียน แต่ก็รับไม่ได้อยู่ดีที่มีนักเรียนไม่ใส่กางเกงวอร์มมาเข้าเรียนวิชาของเขา
การทำแบบนี้ หนึ่งคือเพื่อลงโทษสถานเบาให้ลั่วเทียนจำใส่ใจไว้ และสองคือเพื่อเชือดไก่ให้ลิงดู ให้นักเรียนคนอื่นๆ เอาเป็นเยี่ยงอย่าง
ส่วนเรื่องที่ว่าจะโดนลั่วเทียนยิงเข้าไหมน่ะเหรอ เซียงเย่เคยเป็นถึงอดีตนักฟุตบอลระดับเมืองเชียวนะ เขามีความมั่นใจในฝีมือระดับมืออาชีพของตัวเอง ย่อมไม่เชื่อเด็ดขาดว่านักเรียนมัธยมปลายธรรมดาๆ จะยิงผ่านการป้องกันของเขาไปได้
"เฮ้ย ลั่วเทียน ตกลงจะเตะไหมเนี่ย? อย่ามาทำให้พวกเราเสียเวลาได้ไหม" ฉินสยงอยากเห็นลั่วเทียนขายหน้าไวๆ จึงตะโกนยุแยงขึ้นมากลางฝูงชน
"จะรีบไปตายหรือไง? ขอเวลาวอร์มอัปหน่อยไม่ได้เหรอ?" ลั่วเทียนหมั่นไส้ฉินสยงมานานแล้ว เลยสวนกลับไปแบบไม่ไว้หน้า
พูดจบเขาก็ไม่สนใจฉินสยงอีก ลั่วเทียนก้มลงหยิบลูกฟุตบอลขึ้นมาด้วยสีหน้าแอบหนักใจ ปกติเขาไม่ใช่คนชอบเล่นกีฬา ตอนเรียนในคาบก็ไม่ได้ฝึกซ้อมอย่างจริงจัง พอโดนจับมาเตะโชว์แบบนี้ มันก็เหมือนโดนจับมัดมือชกชัดๆ
แต่จะทำยังไงได้ล่ะ ก็ใครใช้ให้เขาลืมใส่กางเกงวอร์มมาเองล่ะ
ลั่วเทียนบ่นในใจนิดหน่อย แต่ก็ยอมรับชะตากรรม เขาใช้เท้าเขี่ยลูกฟุตบอลเบาๆ หนึ่งที
"ติ๊ง! ฝึกฝนการเตะฟุตบอล ทักษะฟุตบอล +1 ความคืบหน้าปัจจุบัน 1/10 ระดับทักษะฟุตบอล: เริ่มต้น"
ดวงตาของลั่วเทียนเป็นประกายวาบขึ้นมาทันที จริงด้วยสิ เขามีระบบอยู่นี่นา ทำไมถึงลืมเรื่องนี้ไปได้เนี่ย!
"ฮ่าฮ่าฮ่า นี่เรียกว่าเตะบอลเหรอ? ฝีมือระดับอนุบาลชัดๆ" ฉินสยงหัวเราะเยาะเสียงดัง เพื่อนรอบๆ ตัวก็พากันหัวเราะตาม เพราะท่าทางการเตะของลั่วเทียนมันดูเก้ๆ กังๆ ตลกซะจนดูออกเลยว่าเตะบอลไม่เป็นสักนิด
แต่หลี่เสวี่ยเจียวไม่สนหรอกว่าลั่วเทียนจะเตะเก่งหรือไม่เก่ง ความรักทำให้คนตาบอด ตอนนี้เธอมองเห็นแต่ข้อดีของลั่วเทียน ส่วนข้อเสียก็ถูกลบเลือนไปหมด
หลี่เสวี่ยเจียวยืนท้าวสะเอว ถลึงตาใส่ฉินสยงแล้วตอกกลับไปว่า "พละไม่เก่งแล้วมันทำไมล่ะ? ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยเขาไม่ได้เอาคะแนนพละมาคิดซะหน่อย นายน่ะพละเก่งก็จริง แล้วคิดว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ไหมล่ะ?"
"ฉัน..." ฉินสยงถึงกับพูดไม่ออก เขารู้ดีว่าตัวเองมีน้ำยาแค่ไหน ถ้าต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยจริงๆ แม้แต่จะเข้าวิทยาลัยอาชีวะยังลูกผีลูกคนเลย
แต่ฉินสยงก็ดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว กลัวอะไรล่ะ ถ้าสอบไม่ติดก็เอาเงินยัดสิ พ่อเขารวยจะตายไป มหาวิทยาลัยดังๆ อาจจะยาก แต่ถ้าเป็นมหาวิทยาลัยระดับธรรมดาล่ะก็ ใช้เงินซื้อที่นั่งได้สบายมาก ฉินสยงได้แต่ปลอบใจตัวเองแบบนี้ เขาไม่มีทางยอมรับเด็ดขาดว่าตัวเองด้อยกว่าลั่วเทียน
เซียงเย่เห็นท่าทางของลั่วเทียนก็ยิ่งหงุดหงิด ท่าเตะบอลเก้ๆ กังๆ แบบนั้น ไม่ใช่แค่ไม่คุ้นเคยหรอก แต่มันบ่งบอกชัดเจนว่าไม่เคยซ้อมมาเลยต่างหาก
ตอนแรกเซียงเย่กะจะแค่เตือนให้จำเฉยๆ แต่ตอนนี้ดูท่าจะต้องลงโทษให้หลาบจำซะแล้ว ไม่อย่างนั้นต่อไปลั่วเทียนคงไม่ตั้งใจเรียนวิชาของเขาอีกแน่
"ติ๊ง! ฝึกฝนฟุตบอล ทักษะฟุตบอล +1 ความคืบหน้าปัจจุบัน..."
"ติ๊ง! ฝึกฝนฟุตบอล ทักษะฟุตบอล +1 ความคืบหน้าปัจจุบัน..."
ลั่วเทียนรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนเลยว่าตัวเองเริ่มจะเชี่ยวชาญเรื่องฟุตบอลมากขึ้นเรื่อยๆ
"ติ๊ง! ฝึกฝนฟุตบอล ทักษะฟุตบอล +1 ความคืบหน้าปัจจุบัน 10/10 ระดับปัจจุบัน: เชี่ยวชาญ"
พอทักษะเลื่อนขั้นไปถึงระดับเชี่ยวชาญ ดวงตาของลั่วเทียนก็สว่างวาบ เขารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลง ในสายตาของเขา ลูกฟุตบอลเปรียบเสมือนส่วนหนึ่งของร่างกาย สั่งได้ดั่งใจนึก รู้สึกคล่องแคล่วอย่างบอกไม่ถูก
"เอาล่ะครับครู ผมพร้อมแล้ว ครูระวังตัวด้วยนะครับ" ลั่วเทียนวางลูกฟุตบอลลงตรงหน้าแล้วพูดขึ้น
เซียงเย่ฟังแล้วก็แอบเบ้ปากในใจ ฉันเป็นถึงอดีตนักเตะอาชีพนะเว้ย ถึงตอนนี้จะแขวนสตั๊ดแล้วก็เถอะ แต่ยังต้องมานั่งฟังคำเตือนจากเด็กมัธยมปลายอีกเหรอ?
"เตะมาเลย ถ้าเธอยิงเข้าสองประตู ฉันจะไม่ลงโทษเรื่องที่เธอไม่ใส่กางเกงวอร์มมา แถมตอนเย็นจะเลี้ยงข้าวเธอด้วย" เซียงเย่พูดด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
ลั่วเทียนแอบกรอกตาบนในใจ จะให้ผมไปกินข้าวกับผู้ชายวัยกลางคนเนี่ยนะ เอาเวลาไปควงสาวสวยให้เจริญหูเจริญตายังจะดีซะกว่า
ลั่วเทียนวางลูกบอลไว้ที่เท้า ถอยหลังไปหนึ่งก้าว สายตาจับจ้องไปที่ประตูเพียงอย่างเดียว ก่อนจะง้างเท้าขึ้นเตรียมเตะ
"ติ๊ง! สมาธิจดจ่อระดับสูงสุด กระตุ้นทักษะฟุตบอลระดับปรมาจารย์... ระบบทำการคำนวณน้ำหนักของลูกฟุตบอลอัตโนมัติ... ระบบทำการวัดทิศทางลม... ระบบปรับแรงเตะของกล้ามเนื้อขา... ระบบคำนวณองศาการยิงที่สมบูรณ์แบบ..."
ความรู้สึกนี้มันมหัศจรรย์สุดๆ ไปเลย ถ้าความเชี่ยวชาญระดับปกติคือการควบคุมลูกฟุตบอลได้ดั่งใจนึก ระดับปรมาจารย์ก็คือการมอบชีวิตให้กับลูกฟุตบอลเลยก็ว่าได้ ในวินาทีนี้ ลั่วเทียนรู้สึกว่าต่อให้เขาหลับตาเตะมั่วๆ ลูกมันก็ต้องเข้าประตูแน่ๆ
"ปัง!"
สิ้นเสียงเตะอันหนักหน่วง เซียงเย่รู้สึกเหมือนมีเงาดำๆ พุ่งผ่านหน้าไป พอหันกลับไปดูก็เห็นลูกฟุตบอลเข้าไปนอนนิ่งก้นตาข่ายแล้ว สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
"เชี่ย!" ไม่รู้ว่าใครอุทานออกมา
"ยิงแรงจนเกิดปาฏิหาริย์ชัดๆ พวกนายเห็นลูกฟุตบอลเมื่อกี้ไหม? พุ่งแรงยังกับลูกปืนใหญ่ ฉันยังมองไม่ทันเลย มันก็เข้าประตูไปแล้ว"
"นี่มันกังฟูฟุตบอลหรือเปล่าวะ? เตะแรงขนาดนั้น ลูกบอลไม่แตกได้ไง?"
นักเรียนห้องเจ็ดต่างพากันส่งเสียงฮือฮา ฉินสยงถึงกับอ้าปากค้างจนแมลงวันบินเข้าไปได้เป็นฝูง เป็นไปได้ยังไง เมื่อกี้ลั่วเทียนยังเป็นไอ้ไก่อ่อนอยู่เลย พริบตาเดียวกลายเป็นเทพบุตรลูกหนังไปได้ไงวะ?
"ปัง!"
"ปัง!"
เข้าประตูไปอีกสองลูก เซียงเย่ยังไม่ทันตั้งตัว ลูกบอลก็พุ่งตุงตาข่ายไปเรียบร้อยแล้ว เขาอดยกมือขึ้นปาดเหงื่อไม่ได้ ไอ้เด็กลั่วเทียนนี่มันกินปูนซีเมนต์เป็นอาหารหรือเปล่าวะ ทำไมถึงได้มีแรงมหาศาลขนาดนี้?
ตอนนี้เซียงเย่ตกที่นั่งลำบากแล้ว ถ้ายอมให้ลั่วเทียนเตะแบบนี้ต่อไป วันนี้เขาคงรับลูกไม่ได้สักลูกแน่ๆ ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เขาคงเอาหน้าไปไว้ไหนไม่ได้แน่ๆ ต่อหน้านักเรียนตั้งเยอะตั้งแยะขนาดนี้
หลี่เสวี่ยเจียวทำเสียงขึ้นจมูกด้วยความภูมิใจ สายตาที่มองลั่วเทียนยิ่งทวีความคลั่งไคล้ "ลั่วเทียนของฉันเก่งที่สุดเลย"
"แหมๆ ลั่วเทียนกลายเป็นของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่จ๊ะ?" เพื่อนสนิทสองคนของหลี่เสวี่ยเจียวรีบเอ่ยปากแซว
"หา?" หลี่เสวี่ยเจียวหน้าแดงเถือกทันที เธออายจนแทบจะมุดดินหนี แต่ในใจกลับลิงโลดสุดๆ ปากก็บ่นงุบงิบ "บ้าเหรอ พวกเธออย่ามาพูดมั่วๆ นะ เดี๋ยวแม่ตีปากฉีกเลย"
"งั้นเหรอ? ถ้าเธอไม่ชอบล่ะก็ ฉันจะจีบลั่วเทียนเองนะ" นักเรียนหญิงอีกคนพูดแหย่ขึ้นมา
"ไม่ได้!" หลี่เสวี่ยเจียวสวนกลับทันควันโดยไม่ทันคิด พอรู้ตัวว่าโดนเพื่อนแกล้ง เธอก็แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
"หึหึ ชอบก็ไปจีบสิ เขาบอกว่าผู้หญิงจีบผู้ชายง่ายเหมือนเจาะกระดาษ ฉันว่าในห้องนี้เธอนี่แหละมีหวังที่สุดแล้ว" พวกผู้หญิงจับกลุ่มคุยกันอย่างสนุกสนาน
ฉินสยงได้ยินแบบนั้นก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้า "หุบปากเลยนะ พวกผู้หญิงปากหอยปากปู พูดจาไร้สาระ ลั่วเทียนมันก็แค่แรงเยอะกว่าปกติ ถึงยิงเข้าได้ต่างหาก ไม่เห็นจะต้องใช้เทคนิคอะไรเลย"
"เก่งนักก็นายลงไปเตะเองสิ? ตัวเองไม่มีปัญญายังจะไปอิจฉาคนอื่นอีก ฝีมือนายยังไม่ได้ครึ่งขี้เล็บลั่วเทียนเลยด้วยซ้ำ" หลี่เสวี่ยเจียวหันไปตอกหน้าฉินสยง
ลั่วเทียนได้ยินสิ่งที่ฉินสยงพูดชัดเจน เขากลอกตาและแค่นหัวเราะเย็นชา นายแกว่งเท้าหาเสี้ยนเองนะ
คิดได้ดังนั้น ลั่วเทียนก็ง้างเท้าขึ้นมาอีกครั้ง เล็งไปที่ใต้ลูกบอลด้วยมุมที่เบี่ยงเบนไปเล็กน้อย ลูกบอลพุ่งทะยานแหวกอากาศตรงดิ่งไปทางฉินสยงทันที
ฉินสยงรู้สึกได้ว่าเพื่อนรอบข้างต่างพากันถอยกรูด เขาอดยืนงงไม่ได้ แต่แล้วเขาก็เห็นลูกฟุตบอลขนาดใหญ่พุ่งตรงดิ่งมาที่หัวของเขาเต็มๆ ...
(จบแล้ว)