- หน้าแรก
- ชีวิตสุดเทพของเด็กหลังห้องกับระบบไร้เทียมทาน
- บทที่ 8 - ยอดเชฟน้อย?
บทที่ 8 - ยอดเชฟน้อย?
บทที่ 8 - ยอดเชฟน้อย?
บทที่ 8 - ยอดเชฟน้อย?
หลี่เสวี่ยเจียวเดินออกจากโรงเรียนมาพร้อมกับลั่วเทียน
"ลั่วเทียน นาย นายต้องระวังตัวนะ" หลี่เสวี่ยเจียวมองลั่วเทียนด้วยความเป็นห่วง พร้อมกับเอ่ยว่า "โจทย์ของครูคณิตศาสตร์ข้อนี้น่ะยากจริงๆ นะ เอาอย่างนี้ไหม เดี๋ยวฉันกลับไปขอยืมสมุดจดคณิตศาสตร์ของลูกพี่ลูกน้องมาให้นายเอง"
"เอ่อ... เอาสิ" ลั่วเทียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับคำ
ลั่วเทียนเข้าใจดีว่า แม้เขาจะบอกไปแล้วว่าตัวเองแก้โจทย์ข้อนั้นได้ แต่หลี่เสวี่ยเจียวก็คงคิดว่าเขาแค่พูดปลอบใจเธอเท่านั้น
ถึงจะเป็นแบบนั้น ลั่วเทียนก็ไม่ได้ปฏิเสธความหวังดีของเธอ ไม่ใช่อะไรหรอก อย่างน้อยเขาก็จะได้เอามาอ่านเพื่อเพิ่มค่าความชำนาญและเพิ่มค่าประสบการณ์ได้อีก ไม่ใช่หรือไง?
"อื้ม งั้นฉันไปก่อนนะ" หลี่เสวี่ยเจียวหน้าแดงระเรื่อ แล้วก็เดินจากไป
ลั่วเทียนมองตามแผ่นหลังของหลี่เสวี่ยเจียวที่เดินห่างออกไป พลางอดยิ้มออกมาไม่ได้ ถึงแม้หลี่เสวี่ยเจียวจะดูเป็นคนหยิ่งๆ เย่อหยิ่งจองหอง หรือถึงขั้นเรียกว่าเป็นพวกยันเดเระได้เลยก็เถอะ แต่เนื้อแท้ของเธอก็ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอะไร ลั่วเทียนคิดว่าเขาน่าจะลองทำความรู้จักและใกล้ชิดกับเธอให้มากขึ้นอีกสักนิดก็น่าจะดี
ลั่วเทียนเดินมุ่งหน้ากลับไปที่ร้านอาหารเล็กๆ ของที่บ้าน เมื่อมาถึงหน้าปากซอย เขาก็พบว่ามีคนมุงดูอะไรบางอย่างกันอยู่เต็มไปหมด พวกเขากำลังชี้ไม้ชี้มือไปทางข้างหน้า
"เอ๊ะ ทำไมตรงนั้นถึงมีคนมุงเยอะแยะเลยล่ะ พวกคุณว่าลั่วต้าสยงไปมีเรื่องกับใครมาหรือเปล่า?"
"ใครจะไปรู้ล่ะ"
"หรือว่าจะมีคนกินอาหารที่ร้านแล้วท้องเสีย เลยแห่กันมาหาเรื่อง?"
ลั่วเทียนรู้สึกหน้ามืดวิงเวียนไปชั่วขณะ ในหัวตื้อไปหมด
ผู้คนมากมาย... มุงดู... ร้านอาหาร... สาเหตุต่างๆ นานาประดังประเดเข้ามาในหัว ลั่วเทียนรู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมาทันที
"เกิดอะไรขึ้น? บอกผมทีว่าเกิดอะไรขึ้น!" เขารีบพุ่งเข้าไปดึงแขนใครคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เพื่อสอบถาม
พอสังเกตดีๆ คนคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นซุนเฟยเฟยที่เขาเคยเจอมาก่อนหน้านี้นั่นเอง
ซุนเฟยเฟยกำลังชะเง้อมองเข้าไปข้างในด้วยความร้อนรน จู่ๆ ก็โดนดึงตัวไป เธอจึงตกใจสะดุ้งสุดตัว
"ลั่ว ลั่วเทียน ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ยินมาว่ามีพวกผู้ชายใส่สูทสีดำ สวมแว่นตาดำกลุ่มใหญ่บุกเข้าไปในร้านอาหารของนาย พวกเขายืนอออยู่ตรงนั้นไม่ยอมไปไหน เหมือนกำลังรออะไรบางอย่างอยู่น่ะ"
ลั่วเทียนเผลอบีบแขนซุนเฟยเฟยแรงไปหน่อยจนเธอรู้สึกเจ็บ แต่ซุนเฟยเฟยไม่ได้ถือสาอะไร รีบเล่าสิ่งที่เธอรู้ให้เขาฟังอย่างรวดเร็ว
ผู้ชายใส่สูทสีดำสวมแว่นตาดำกลุ่มใหญ่บุกเข้าไปงั้นเหรอ?
สถานการณ์ดูจะเลวร้ายกว่าที่คิดไว้เสียอีก
หัวใจของลั่วเทียนหล่นวูบ
"ลั่วเทียนเอ๊ย ที่บ้านนายเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ไม่มีใครรู้หรอกนะว่ามันเป็นยังไงกันแน่ ลั่วเทียน นายอย่าเพิ่งเข้าไปเลย ไปหลบอยู่ที่อื่นก่อนเถอะ รอตำรวจมาก่อนแล้วค่อยเข้าไป" คุณลุงในชุดเสื้อผ้าทะมัดทะแมงที่ยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้น บ้านของเขาเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ ลั่วเทียนมักจะเรียกเขาว่าลุงฉิน
"ลั่วเทียน ไปบ้านฉันก่อนเถอะ ไปหลบที่บ้านฉันก่อนนะ" ซุนเฟยเฟยดึงเสื้อของลั่วเทียนพลางพูดชักชวน
"ขอบใจเธอนะ แล้วก็ขอบคุณลุงฉินด้วยครับ แต่ยังไงผมก็ต้องเข้าไปดู" ลั่วเทียนหันไปขอบคุณซุนเฟยเฟยและลุงฉินอย่างจริงใจ โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขารีบวิ่งฝ่าฝูงชนมุ่งหน้าไปยังทิศทางนั้นทันที
ที่บ้านต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่ๆ ในสถานการณ์แบบนี้ ลั่วเทียนจะยอมหลบอยู่ข้างนอกได้อย่างไร?
"ลั่วเทียน ลั่วเทียน" ลั่วเทียนวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่มีใครห้ามได้ทัน ทุกคนเห็นเพียงร่างของลั่วเทียนพุ่งกระโจนออกไปและหายวับไปจากสายตา
ซุนเฟยเฟยยืนนิ่งอยู่กับที่ เธอขบริมฝีปากเบาๆ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจวิ่งตามลั่วเทียนไป
ลั่วเทียนไม่คาดคิดว่าซุนเฟยเฟยจะวิ่งตามมาด้วย เขาไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เมื่อเขามาปรากฏตัวที่หน้าร้านอาหารของตัวเอง ก็พบว่าภายในร้านมีกลุ่มชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่ สวมสูทสีดำและแว่นตาดำยืนอยู่เต็มไปหมด
พวกนักเลง!
นี่สินะที่เขาเรียกกันว่าพวกนักเลง!
"มาทำอะไรน่ะ รีบไสหัวไปซะ ที่นี่ไม่รับลูกค้า วันนี้พี่กังเหมาหมดแล้ว" ชายชุดดำร่างบึกบึนที่ยืนอยู่ด้านหน้าตวัดสายตาดุดันมองลั่วเทียนและซุนเฟยเฟยที่โผล่มา
"นี่บ้านฉัน!" ลั่วเทียนตะโกนลั่น
หา?! พวกชายชุดดำชะงักไปครู่หนึ่ง เปิดทางให้ลั่วเทียนกับซุนเฟยเฟยเดินเข้าไปในร้าน
ทันทีที่เข้าไปด้านใน ลั่วเทียนก็เห็นพ่อกับแม่ยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ พอเห็นว่าพวกท่านปลอดภัยดี เขาก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"โอย ลูกรัก ลูกรักของแม่ กลับมาสักทีนะลูก"
"แม่ตกใจแทบแย่ ตกใจแทบแย่แน่ะ" ลั่วต้าสยงผู้เป็นพ่อมีสีหน้าเจื่อนๆ ในมือยังถือมีดทำครัวอยู่แน่น ส่วนเฉินเฟิ่งอิงผู้เป็นแม่ก็ร้องเสียงหลงพร้อมกับพุ่งเข้ามาหาลั่วเทียน เธอยกมือทาบอก ท่าทางยังหวาดหวั่นไม่หาย
"แม่หนูคนนี้เป็นใครจ๊ะ?" เฉินเฟิ่งอิงสังเกตเห็นซุนเฟยเฟยที่ตามลั่วเทียนเข้ามา จึงถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ
"สวัสดีค่ะคุณน้า หนูชื่อซุนเฟยเฟยค่ะ" ซุนเฟยเฟยทักทายเฉินเฟิ่งอิง
ตอนนี้ลั่วเทียนไม่มีอารมณ์จะมาสนใจเรื่องอื่นแล้ว เขาหันไปถามลั่วต้าสยงว่า "พ่อครับ เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?"
"อย่าให้พูดเลย พวกนี้เขามากินข้าวผัดไข่น่ะสิ" ลั่วต้าสยงยิ้มเจื่อนๆ สีหน้าดูอึดอัดใจอธิบายไม่ถูก
มากินข้าวผัดไข่เนี่ยนะ?
ลั่วเทียนไม่คิดว่าจะได้รับคำตอบแบบนี้ เขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันมองไปรอบๆ ร้าน และสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับชายหัวโล้นที่สวมสร้อยคอทองคำเส้นเบ้อเริ่ม
พอมองดูดีๆ ผู้ชายหัวโล้นคนนี้หน้าตาคุ้นๆ แฮะ
นี่มันชายหัวโล้นที่มากินข้าวผัดไข่ที่ร้านเมื่อหลายวันก่อนไม่ใช่หรือไง?
ลั่วเทียนยังไม่ทันได้อ้าปากพูด ชายหัวโล้นก็รีบเดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับพูดว่า "โอ้โฮ เถ้าแก่น้อยเอ๊ย กว่าจะกลับมาได้นะ พวกเรารอนายมาตั้งนานนมแล้วเนี่ย"
"พวกนายต้องการอะไร?" ลั่วเทียนจ้องชายหัวโล้นเขม็งด้วยสายตาระแวดระวัง
"เดี๋ยวๆๆ เรื่องมันเป็นแบบนี้" ชายหัวโล้นรีบอธิบาย "ก่อนหน้านี้ฉันมากินข้าวผัดไข่ที่ร้านนายใช่ไหมล่ะ พอลูกพี่ลูกน้องฉันได้กิน พวกเขาก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยเหาะ อร่อยหยดย้อยยังกับอาหารเทวดา เรื่องนี้เลยไปเข้าหูพี่กัง ลูกพี่ใหญ่ของพวกเราเข้า วันนี้เขาก็เลยตั้งใจพาพวกเรามากินกันถึงที่นี่เลยไงล่ะ"
"แต่ใครจะไปรู้ว่าที่ร้านกลับไม่มีข้าวผัดไข่แบบนั้นขาย เถ้าแก่กับเถ้าแก่เนี้ยก็บอกว่า มีแค่นายคนเดียวเท่านั้นที่ทำข้าวผัดไข่แบบนั้นได้ พวกเราก็เลยต้องมายืนรอนายกลับมาอยู่นี่ไง" ชายหัวโล้นร่ายยาวเป็นชุด
"ใช่แล้ว ข้าวผัดไข่แบบนั้นมีแค่ลูกชายฉันคนเดียวที่ทำได้!" เฉินเฟิ่งอิงผู้เป็นแม่พูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด
ทันใดนั้น กลุ่มนักเลงชุดดำที่ยืนอยู่ด้านหน้าก็พากันแหวกทางออก ชายร่างเตี้ยแต่ดูบึกบึนแข็งแรงคนหนึ่งซึ่งสวมชุดสูทสีดำคลุมทับด้วยเสื้อคลุมยาวก็ปรากฏตัวขึ้น
เขาสวมแว่นตาดำ ในมือถือจานข้าวผัดไข่ เดินไปพลางใช้ช้อนตักข้าวผัดไข่เข้าปากไปพลาง
"นายงั้นเหรอ ที่พวกไอ้โล้นบอกว่าเป็นยอดเชฟน้อยที่เก่งกาจคนนั้นน่ะ?"
(จบแล้ว)