- หน้าแรก
- ชาติก่อนเป็นคนดีแล้วตายฟรี ชาตินี้ย้อนเวลามาข้าจะไม่ทน
- บทที่ 25 - เจ้าคิดว่าปิดบังใบหน้าแล้วข้าจะจำเจ้าไม่ได้หรือ?
บทที่ 25 - เจ้าคิดว่าปิดบังใบหน้าแล้วข้าจะจำเจ้าไม่ได้หรือ?
บทที่ 25 - เจ้าคิดว่าปิดบังใบหน้าแล้วข้าจะจำเจ้าไม่ได้หรือ?
ตอนที่เดินเข้าไปมู่หรงเซี่ยจู๋ก็สะกิดหลินลั่วเฉิน
"นี่ อย่ามัวแต่ยืนบื้อสิ เอาตั๋วเงินออกมา หรือว่าเจ้าคิดจะใช้หน้าตาหล่อๆ เข้ามาเที่ยวฟรีกัน"
หลินลั่วเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย "พวกเรามาตามหาคนไม่ใช่หรือ"
"ถึงอย่างนั้นก็ต้องจ่ายเงินรางวัลกับค่าสุราด้วยสิ!"
มู่หรงเซี่ยจู๋กล่าวอย่างมีเหตุผล หลินลั่วเฉินจึงหยิบตั๋วเงินสองสามใบออกมาจากถุงมิติแล้วส่งให้นาง
อย่างไรเสียของเหล่านี้ก็ไม่ใช่ของเขา แต่เป็นตั๋วเงินที่ได้มาจากคุณชายตระกูลใหญ่และมู่หรงเซี่ยจู๋
มู่หรงเซี่ยจู๋กล่าวอย่างไม่พอใจ "แค่นี้ไม่พอหรอก เจ้าเอามาให้อีกหน่อย ข้ายังต้องให้ค่าเหนื่อยแก่นางด้วยนะ"
หลินลั่วเฉินทำอะไรไม่ได้จึงต้องหยิบตั๋วเงินให้อีกสิบกว่าใบ มู่หรงเซี่ยจู๋ถึงจะพอใจ
ทั้งสองคนเดินเข้าไปในหอบุปผาเมามาย หลินลั่วเฉินที่ดูหล่อเหลาสง่างามดึงดูดสายตาของหญิงสาวจำนวนมากในทันที
สตรีที่ยังคงความงดงามเย้ายวนผู้หนึ่งเดินเข้ามาต้อนรับ นางมองทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มเต็มหน้า
"คุณชายทั้งสองดูหน้าตาไม่คุ้นเลย เพิ่งเคยมาที่หอบุปผาเมามายเป็นครั้งแรกหรือเจ้าคะ"
มู่หรงเซี่ยจู๋โบกมือ "เลิกพูดพร่ำทำเพลงได้แล้ว ไปเรียกหญิงสาวทั้งหมดในหอของพวกเจ้ามาให้คุณชายของข้าเลือกเถอะ"
นางดึงตั๋วเงินออกมาใบหนึ่งแล้วยัดเข้าไปในร่องอกของแม่เล้าด้วยท่าทางกะล่อน
"คุณชายของข้าไม่ขาดแคลนเงินทอง ขอเพียงคุณชายของข้าถูกใจ พวกเจ้าก็จะได้ผลประโยชน์อย่างงามแน่นอน!"
แม่เล้าผู้นั้นรู้สึกแต่แรกแล้วว่ามู่หรงเซี่ยจู๋ดูงดงามเกินบุรุษ พอได้ยินนางเปิดปากพูดก็มั่นใจทันทีว่านางคือสตรี
หรือว่าจะเป็นเชื้อพระวงศ์หรือขุนนางใหญ่โตที่พาสาวใช้คนสนิทออกมาเที่ยวเล่นกันนะ
เมื่อเห็นมูลค่าบนตั๋วเงินใบนั้น แม่เล้าก็ยิ่งยิ้มกว้างมากขึ้นไปอีก
"คุณชายทั้งสองเชิญไปรอที่ห้องรับรองชั้นบนก่อนนะเจ้าคะ ประเดี๋ยวพวกเด็กๆ ก็จะตามขึ้นไป รับรองว่าจะต้องถูกใจแน่นอนเจ้าค่ะ!"
หลินลั่วเฉินถูกห้อมล้อมเข้าไปในห้องรับรองอย่างงงๆ เขาขมวดคิ้วจ้องมองมู่หรงเซี่ยจู๋
"เจ้าทำแบบนี้เพื่ออะไร"
มู่หรงเซี่ยจู๋หัวเราะคิกคัก "ข้าไม่อยากเปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับนาง แล้วก็อยากจะถือโอกาสนี้ช่วยสร้างกระแสให้นางด้วยอย่างไรเล่า"
หลินลั่วเฉินอ้าปากคล้ายอยากจะพูดอะไรแต่ก็เงียบไป การสร้างกระแสของเจ้าคือการทำให้มีคนมาเรียกใช้นางมากขึ้นอย่างนั้นหรือ
ทว่าสถานที่แห่งนี้ก็ยึดสิ่งนี้เป็นอาชีพ พวกเขาก็แค่หาความสำราญแบบสมยอมกันทั้งสองฝ่าย
ตนเองไม่ใช่คนแบบเดียวกับพวกเขา จึงไม่ค่อยเหมาะที่จะพูดอะไรมากนัก
ครู่ต่อมา หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรากลุ่มหนึ่งก็มายืนอยู่ในห้องรับรอง พวกนางลอบสังเกตหลินลั่วเฉินที่นั่งตัวตรงแหน่วด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เมื่อเห็นหลินลั่วเฉิน หญิงสาวหลายคนก็ตาลุกวาว พวกนางรู้สึกว่าตนเองกลับมาเชื่อในความรักอีกครั้ง
คุณชายผู้นี้หล่อเหลาราวกับเซียนจุติ ต่อให้ต้องเป็นฝ่ายจ่ายเงินเพื่อร่วมหลับนอนกับเขาสักคืนก็ยังนับว่าคุ้มค่า!
พวกนางส่งสายตาหวานเชื่อมให้หลินลั่วเฉิน พลางแอ่นอกอวดทรวดทรงองค์เอวอย่างเต็มที่ พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะคิกคักออกมาเป็นระยะ
หลินลั่วเฉินรู้สึกอึดอัดราวกับนั่งอยู่บนเข็มในทันที เขารู้สึกเหมือนถูกฝูงหมาป่ารุมล้อมจนแทบอยากจะลุกวิ่งหนี
มู่หรงเซี่ยจู๋เดินไปหาหญิงสาวกว่าสามสิบคนนั้นแล้วถามเรียบๆ "มากันแค่นี้หรือ"
หลินลั่วเฉินอยากจะเดินตามไป แต่เมื่อเห็นหญิงสาวเหล่านั้นจ้องมองมาตาเป็นมัน เขาก็ต้องหยุดเท้าลงอีกครั้ง
เหตุใดหญิงสาวพวกนี้ถึงทำท่าเหมือนจะกินคนแบบนั้นเล่า
แม่เล้ายิ้มประจบประแจง "นอกจากเด็กๆ ที่รับแขกอยู่ก็รวมอยู่ที่นี่หมดแล้วเจ้าค่ะ"
มู่หรงเซี่ยจู๋นำปึกตั๋วเงินปึกใหญ่กวาดโชว์ให้หญิงสาวทุกคนดูหนึ่งรอบ ก่อนจะส่งมอบให้แม่เล้า
"พวกเรามาเล่นเกมเล็กๆ น้อยๆ กันก่อน วันนี้ใครหอมแก้มคุณชายของข้าได้เป็นคนแรก เงินหนึ่งหมื่นตำลึงนี่ก็ตกเป็นของนางไปเลย!"
สิ้นเสียงคำพูด หญิงสาวที่จ้องหลินลั่วเฉินตาเป็นมันอยู่แล้วก็กรูกันเข้าไปทันที แม้แต่แม่เล้ายังฉวยโอกาสพุ่งเข้าไปด้วย
คุณชายผู้นี้ไม่เพียงแต่หล่อเหลา แต่หอมแก้มทีเดียวยังได้ตั้งหนึ่งหมื่นตำลึงเชียวนะ!
"คุณชายของข้าค่อนข้างขี้อาย แม่นางทุกคนต้องปรนนิบัติให้ดีล่ะ!"
มู่หรงเซี่ยจู๋วิ่งออกไปพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง นางยังไม่ลืมหันกลับมาแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เขา
ขอตัวล่ะนะ!
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"
หลินลั่วเฉินอยากจะวิ่งตามออกไปแต่กลับถูกหญิงคณิกาจำนวนมากตลุมบอน ใบมีดหักในมือก็ถูกกำแพงเนื้อบังเอาไว้จนไม่สามารถลงมือได้
"หลีกไป อย่ามาขวางทางสิ!"
เขาแหวกหญิงสาวเหล่านั้นออกด้วยความโมโห ทว่ากลับมีหญิงสาวพุ่งเข้ามาอีกมากมาย แต่ละคนต่างทำปากจู๋เตรียมจะหอมแก้มเขา
"ข้าก่อน ข้าก่อน!"
"อย่าเบียดสิ เสื้อผ้าข้าหลุดหมดแล้ว!"
"คุณชาย จุ๊บ ... "
หลินลั่วเฉินถูกฝูงหญิงคณิกากลืนกิน ภาพคลื่นยักษ์ที่ซัดสาดกระเพื่อมขึ้นลงอยู่เบื้องหน้านั้นช่างดูละลานตาเหลือเกิน
ไม่ว่าเขาจะปัดป่ายไปทางใดก็สัมผัสโดนแต่ความนุ่มนิ่มไปเสียหมด ทำให้เขาไม่รู้จะเอามือไปวางไว้ที่ใดเพราะกลัวจะไปโดนสิ่งที่ไม่ควรโดนเข้า
"พวกเจ้าถอยไป ข้ายกเงินให้พวกเจ้าทั้งหมดเลย พวกเจ้าอย่ามาจับตัวข้า อย่าเอามือมาลูบคลำมั่วซั่วสิ!"
แต่เมื่อหญิงสาวเหล่านั้นเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งได้ใจ พวกนางส่งเสียงหัวเราะคิกคักพร้อมกับเอามือลูบคลำไปทั่วตัวเขา
"คุณชายอย่าอายไปเลยเจ้าค่ะ!"
"พี่สาวไม่เพียงแต่ไม่คิดเงิน แต่ประเดี๋ยวจะให้ซองแดงก้อนโตแก่ท่านด้วยนะ!"
"โอ๊ย ตัวอะไรกัดข้าเนี่ย"
แม้แต่สู่สู่ที่กำลังเมามายอยู่ในอกเสื้อของหลินลั่วเฉินก็ยังถูกดึงทึ้งไปหลายที มันโผล่หัวออกมาจากอกเสื้อของเขาด้วยความงุนงง
สิ่งที่เห็นมีเพียงสีขาวโพลนละลานตาไปหมด เกลียวคลื่นสีขาวที่ซัดสาดทำเอามันถึงกับมึนงงไปเลยทีเดียว
นี่ข้าอยู่ที่ไหนกันเนี่ย
...
ครู่ต่อมา หญิงสาวทีละคนก็ส่งเสียงหวีดร้องแล้ววิ่งหนีออกมาจากด้านใน
หญิงสาวหลายคนนอนสลบไสลอยู่ในห้องรับรอง ซึ่งก็เป็นฝีมือของหลินลั่วเฉินที่สับต้นคอพวกนางจนสลบไปนั่นเอง
หลินลั่วเฉินที่เกือบจะเสียท่าจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เขาเดินออกมาจากห้องด้วยความหวาดผวา
เฒ่าหลินพูดไม่ผิด สถานที่แห่งนี้คือรังมาร ผู้หญิงล้วนเป็นพยัคฆ์ร้ายกินคน!
หากถูกบีบคั้น พวกนางก็ทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ!
ฉวีหลิงอินหัวเราะคิกคัก "เจ้าหนู มาถึงขนาดนี้แถมเงินก็เสียไปแล้ว ทำไมไม่หาความสำราญเสียหน่อยเล่า"
หลินลั่วเฉินหน้าดำทะมึน "ไสหัวไป ข้าไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อย!"
สถานที่แห่งนี้ไม่มีอะไรดีเลย เขาไม่อยากพลาดท่าเสียทีที่นี่หรอกนะ
หลินลั่วเฉินกวาดสายตามองไปรอบๆ สถานที่แห่งนี้วุ่นวายไปหมด แต่เขากลับไม่เห็นแม้แต่เงาของมู่หรงเซี่ยจู๋เลย
ในตอนนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวมาจากห้องข้างๆ
หลินลั่วเฉินใช้เท้าถีบประตูห้องข้างๆ จนเปิดออก ทันใดนั้นก็มีเสียงหวีดร้องของหญิงสาวดังออกมาจากด้านใน
ชายอ้วนคนหนึ่งกำลังโหมกระหน่ำอยู่บนเตียง เมื่อเห็นเขาบุกเข้ามาก็เริ่มสบถด่าทันที
"ไอ้หนุ่ม เจ้าเป็นใครกัน กล้า ... "
หลินลั่วเฉินมีสีหน้าเย็นชา ประกายแสงสว่างวาบขึ้นในมือของเขา ทันใดนั้นกระบี่ยาวเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้น
ชายอ้วนผู้นั้นตัวสั่นเทา เขาดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงอย่างเงียบๆ
"ลูกพี่ เชิญท่านตามสบายเลย หากท่านถูกใจก็เชิญท่านก่อนเลย ... "
หลินลั่วเฉินไม่มีความสนใจจะไปสานต่อจากใคร เมื่อเห็นว่าคนด้านในไม่ใช่มู่หรงเซี่ยจู๋เขาก็หันหลังเดินจากไปทันที
เขาเตะประตูห้องที่ปิดอยู่จนเปิดออกทั้งหมด แต่กลับเห็นเพียงแขกสองสามคนที่กำลังยุ่งวุ่นวายกับหญิงสาวที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นมิตร
สถานที่แห่งนี้ช่างจัดการได้เป็นระบบระเบียบเสียจริง!
หลินลั่วเฉินเดินหน้าดำทะมึนออกจากหอบุปผาเมามายก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง เขาทั้งโมโหและทั้งขบขัน
"ยัยผู้หญิงบ้า ฝากไว้ก่อนเถอะ!"
สู่สู่จ้องมองเขาอย่างไม่เข้าใจ ดวงตากลมโตของมันเต็มไปด้วยความงุนงง
หลินลั่วเฉินยื่นมือไปจิ้มหัวเล็กๆ ของมันเบาๆ แล้วเอ่ยอย่างหงุดหงิด "เจ้าปีศาจสุราตัวน้อยเอ๊ย!"
จู่ๆ เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ดวงตาของเขาเปล่งประกายขึ้นทันที เขาดึงกระโปรงผ้าโปร่งสีดำตัวหนึ่งออกมาจากถุงมิติ
นี่เป็นแบบที่คล้ายคลึงกับที่มู่หรงเซี่ยจู๋สวมใส่ในวันนี้ ซึ่งมีค่อนข้างน้อยในบรรดาเสื้อผ้าของนาง
"สู่สู่ จมูกเจ้าดีมากไม่ใช่หรือ มีวิธีตามหานางจากกลิ่นหรือไม่"
สู่สู่พยักหน้าหงึกหงัก มันยื่นจมูกเล็กๆ เข้าไปดมเสื้อผ้าตัวนั้นฟุดฟิด จากนั้นก็กระโดดลงไปดมกลิ่นบนพื้น
แต่ไม่นานมันก็เงยหน้าขึ้นมองหลินลั่วเฉินด้วยความงุนงง ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความสงสัย
เจ้านายตัวน้อย ท่านแน่ใจนะว่าเป็นกลิ่นนี้
หลินลั่วเฉินไม่เข้าใจความหมายของมันจึงเอ่ยถาม "เป็นอย่างไรบ้าง ได้เบาะแสอะไรหรือไม่"
สู่สู่ได้แต่ฝืนใจนำทางหลินลั่วเฉินเดินวนไปวนมาในเมืองรอบแล้วรอบเล่า ทว่ากลับคว้าน้ำเหลว
หลินลั่วเฉินจำใจต้องหาโรงเตี๊ยมพักแรม และในเช้าวันรุ่งขึ้นเขาก็มารอดักซุ่มอยู่ที่ประตูเมืองตั้งแต่เช้าตรู่
เมืองเล็กๆ แห่งนี้มีประตูเมืองสองแห่ง เขาก็ทำได้เพียงพึ่งพาโชคชะตาแล้ว
ฉวีหลิงอินอดรนทนไม่ไหวจนต้องระเบิดเสียงหัวเราะออกมา "เจ้าหนู หากเจ้าใช้วิธีนี้แล้วดักรอนางได้ล่ะก็ จะให้ข้าทำอะไรข้าก็ยอม!"
หลินลั่วเฉินหน้าดำทะมึน ทว่าในตอนนั้นเอง รถม้าเทียมอสูรคันหนึ่งก็แล่นจากนอกเมืองเข้ามาในเมือง
ทันใดนั้นสู่สู่ก็ส่งเสียงร้องขึ้นมา มันกระโดดลงจากตัวเขาด้วยความตื่นเต้นแล้ววิ่งตามรถม้าคันนั้นไป
"สู่สู่!"
หลินลั่วเฉินรีบวิ่งตามไป สู่สู่ทำท่าทางบุ้ยใบ้เพื่อบอกว่าคนที่เขาตามหาอยู่บนรถคันนั้น
ฉวีหลิงอินถึงกับอึ้งไปเลย ช่วงนี้ปากข้าศักดิ์สิทธิ์ขนาดนั้นเชียวหรือ
หลินลั่วเฉินกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย เขาเดินตามรถม้าเทียมอสูรไปพร้อมกับชะเง้อมองเข้าไปด้านในเป็นระยะ
แต่ห้องโดยสารถูกปิดบังไว้อย่างมิดชิด เขาจึงมองไม่เห็นสิ่งใดเลย หนำซ้ำยังดึงดูดสายตาหวาดระแวงจากหญิงวัยกลางคนที่กำลังบังคับรถม้าอีกด้วย
ในตอนนั้นเอง เสียงที่คุ้นเคยก็ดังออกมาจากห้องโดยสาร "ป้าโจว ถึงเมืองชิงซานแล้วใช่หรือไม่"
หลินลั่วเฉินตาลุกวาวทันที เขาก้าวเท้ายาวๆ ตามรถม้าคันนั้นให้ทันแล้วกระโดดขึ้นไป
หญิงขับรถม้าผู้นั้นเอ่ยด้วยความตกตะลึง "เจ้าเป็นใคร ... "
นางยังพูดไม่ทันจบ หลินลั่วเฉินก็เปิดประตูห้องโดยสารแล้วมุดเข้าไปด้านในทันที
ภายในห้องโดยสารมีหญิงสาวในชุดกระโปรงสีดำนั่งตัวตรงอยู่ ใบหน้าของนางมีผ้าโปร่งปิดบังเอาไว้และสวมถุงมือไหมสีดำ เมื่อเห็นเขาเข้ามานางก็มีท่าทีตื่นตระหนกเล็กน้อย
แม้จะปกปิดร่างกายไว้อย่างมิดชิด แต่หลินลั่วเฉินก็จดจำได้ในปราดเดียวว่านี่คือสตรีที่ปั่นหัวเขาเมื่อวาน!
เขาฉีกยิ้มกว้าง "หึ คาดไม่ถึงล่ะสิว่าพวกเราจะได้พบกันเร็วปานนี้!"
หญิงสาวมีใบหน้าลุกลี้ลุกลน "เจ้า ... เจ้าเป็นใคร"
หลินลั่วเฉินแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "เจ้าคิดว่าปิดบังใบหน้าแล้วข้าจะจำเจ้าไม่ได้หรือ"
เขายื่นมือไปกระชากผ้าคลุมหน้านั้นออก เผยให้เห็นใบหน้าขาวผ่องงดงามไร้ที่ติที่ดูอ่อนแอและแฝงไปด้วยความน่าทะนุถนอม
แต่หลินลั่วเฉินไม่มีทางหลงกลอีกแล้ว ผู้หญิงคนนี้เจ้าเล่ห์จะตายไป!
[จบแล้ว]