- หน้าแรก
- โคโนฮะ ผมรีเฟรชสกิลติดตัวทุกเดือน
- บทที่ 13 โลกของอัจฉริยะ
บทที่ 13 โลกของอัจฉริยะ
บทที่ 13 โลกของอัจฉริยะ
บทที่ 13 โลกของอัจฉริยะ
“พวกนายนี่มัน... เซอร์ไพรส์คนได้ตลอดจริงๆ” อุจิวะ โอบิโตะ รีบเดินตามเท็ตสึกะกับคาคาชิให้ทัน สายตาเต็มไปด้วยความอิจฉาปนทึ่ง “ทำได้ยังไงกันน่ะ?”
คาคาชิเงียบกริบ เขาไม่อยากพูดอะไรให้โอบิโตะเสียกำลังใจไปมากกว่านี้
เท็ตสึกะเองก็อยากจะเงียบเหมือนกัน แต่โอบิโตะไม่ยอมเลิกรา “บอกหน่อยน่า! เป็นเพื่อนกันแท้ๆ อย่ากั๊กวิชาสิพวกนาย!”
“โอบิโตะ มันไม่เกี่ยวกับเทคนิคหรือวิธีการหรอกนะ” เท็ตสึกะส่ายหัว “การสังเกต เรียนรู้ และคิดให้เยอะๆ มันช่วยให้นายสอบผ่านหรือทำคะแนนดีได้แน่ๆ”
“แต่ถ้าอยากไปให้ไกลกว่านั้น นายต้องมีพรสวรรค์... ซึ่งของแบบนี้มันสอนกันไม่ได้หรอก”
“เชอะ! ฉันก็ทำได้เหมือนกันน่า” โอบิโตะยังรั้นไม่เลิก “อย่าลืมสิว่าฉันเป็นอุจิวะนะเว้ย! ถ้าเบิกเนตรวงแหวนได้เมื่อไหร่ รับรองว่าทุกอย่างเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือแน่”
“แทนที่จะเอาความหวังทั้งหมดไปฝากไว้กับเนตรวงแหวน นายควรจะลองหาจุดเด่นด้านอื่นดูบ้างนะ” คาคาชิแทรกขึ้นมา
“เนตรวงแหวนมันเก่งก็จริง แต่มันไม่ใช่ทุกอย่าง และไม่ใช่สิ่งเดียวในโลกนินจาด้วย”
“อย่างน้อยที่สุด... ก่อนที่นายจะเบิกเนตรได้ นายต้องมีฝีมือพอตัวที่จะเอาชีวิตรอดไปให้ถึงวันนั้นให้ได้ก่อน”
สิ่งที่คาคาชิพูดนั้นถูกต้องทุกประการ แต่เท็ตสึกะเลือกที่จะสงวนท่าที
โอบิโตะเป็นอุจิวะประเภทที่สวรรค์รักเป็นพิเศษ คำว่า “เซอร์ไพรส์คนได้ตลอด” นี่แหละที่เหมาะกับเขาที่สุดแล้ว
เมื่อเทียบกับคนมีสูตรโกงติดตัว คำว่าอัจฉริยะก็ดูหมองไปถนัดตา
แต่ก็นะ... สมัยนี้ใครบ้างไม่มีสูตรโกง? เท็ตสึกะเองก็ไม่ได้กังวลเรื่องอนาคตของตัวเองเหมือนกัน
ทว่าโอบิโตะไม่เห็นด้วยกับคาคาชิ เขารู้สถานะตัวเองดี ทางเดียวที่จะพลิกเกมได้คือต้องเบิกเนตรวงแหวนเท่านั้น อย่างอื่นพึ่งพาไม่ได้สักอย่าง
“คอยดูเถอะ ปีนี้แหละ... ไม่สิ ปีหน้า! ฉันจะเบิกเนตรวงแหวนให้ได้ แล้วฉันจะตามพวกนายให้ทัน!”
เห็นโอบิโตะวกกลับมาเรื่องเนตรวงแหวนอีกแล้ว คาคาชิอ้าปากจะพูดแต่ก็กลืนคำพูดลงคอไป
นี่คือข้อได้เปรียบโดยกำเนิดของตระกูลอุจิวะ คนนอกอย่างพวกเขาเทียบไม่ติดและเข้าไปยุ่งไม่ได้
คาคาชิเหลือบมองโอบิโตะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วเลิกสนใจ เท็ตสึกะก็ทำแบบเดียวกัน
ไม่ได้จะกีดกันโอบิโตะนะ แต่จุดสตาร์ทมันต่างกันเกินไป จะให้สามคนนี้จูงมือกันเดินไปพร้อมกันได้ยังไงไหว?
ลองคิดดูสิ... คุณคุยเรื่องความพยายามกับอุจิวะ อุจิวะก็คุยเรื่องเนตรวงแหวน คุณคุยเรื่องพรสวรรค์ อุจิวะก็คุยเรื่องเนตรวงแหวน พอคุยเรื่องความสามารถ อุจิวะก็ยังวนกลับมาที่เนตรวงแหวนอยู่ดี
คุยกันไม่รู้เรื่องหรอก ไม่มีทาง
หลังจากเงียบกันไปพักใหญ่ ในที่สุดครูโทริอิก็พานักเรียนทั้งหมดมาถึงลานฝึกกว้างขวาง
ที่นี่มีทั้งเครื่องเล่นอย่างชิงช้า สไลเดอร์ อุปกรณ์ออกกำลังกายอย่างบาร์เดี่ยว บาร์คู่ และอุปกรณ์ฝึกซ้อมอย่างหุ่นฟางและเป้ายิง
ครูโทริอิสั่งให้นักเรียนเข้าแถว ชี้ไปที่เป้าฝึกซ้อมไกลๆ แล้วประกาศเนื้อหาการสอบรอบสอง
การสอบรอบนี้ง่ายมาก: นักเรียนแต่ละคนจะได้รับคุไน 5 เล่ม และดาวกระจาย 5 เล่ม เข้าเป้ากลางได้สิบคะแนน วงถัดมาได้เก้าคะแนน ไล่ลงไปเรื่อยๆ ปาครบหมดแล้วค่อยรวมคะแนน
“ฮานาดะ คัปปะ” ครูโทริอิเรียกชื่อคนแรก “ออกมารับอุปกรณ์”
ฮานาดะ คัปปะ พยักหน้าอย่างตื่นเต้น รับคุไนจากมือครู ไปยืนหลังเส้นขาวที่ขีดไว้ เล็งอย่างตั้งใจ แล้วปาคุไนกับดาวกระจายออกไปทีละชิ้น
“เจ็ดสิบเก้าคะแนน ผ่าน” ครูโทริอิจดคะแนน “คนต่อไป อาซามิ อิตสึ”
ปึก ปึก ปึก
“ดาวกระจายหลุดเป้าหนึ่งอัน หกสิบสามคะแนน ผ่าน”
ครูโทริอิเรียกชื่อไปเรื่อยๆ นักเรียนทยอยออกไปสอบ บรรยากาศอึมครึมจากห้องสอบข้อเขียนเริ่มจางหายไป
พวกนี้อาจจะหัวทึบเรื่องเรียน แต่เรื่องภาคปฏิบัติน้อยคนนักที่จะทำได้แย่ ส่วนใหญ่ก็สอบผ่านกันทั้งนั้น
แม้แต่อุจิวะ โอบิโตะ กับไมท์ ไก ที่สอบข้อเขียนได้คะแนนเลขตัวเดียว ก็ทำผลงานในรอบนี้ได้ดีเยี่ยม
โดยเฉพาะไมท์ ไก เขาปาเข้าเป้ากลางทั้งสิบครั้ง ทำคะแนนเต็มคนแรกของการสอบรอบนี้
ครูโทริอิเริ่มมองไมท์ ไก ดีขึ้นทันตา รู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่ได้แย่ไปซะทุกเรื่อง อย่างน้อยในด้านกระบวนท่า พรสวรรค์ของไมท์ ไก ก็ยอดเยี่ยมทีเดียว
และด้วยผลงานที่ดีเยี่ยม สายตาดูถูกที่มองมายังไมท์ ไก ก็ลดน้อยลงไปเยอะ
ไมท์ ไก พิสูจน์ตัวเองแล้ว แต่เท็ตสึกะกับคาคาชิยัง... ทั้งคู่เลยตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งสนามทันที
ไม่ใช่ว่าเพื่อนๆ จะแช่งชักหักกระดูกนะ แต่พฤติกรรมในโรงเรียนที่ผ่านๆ มาของเท็ตสึกะกับคาคาชิมันไม่ชวนให้ใครคาดหวังผลงานดีๆ ได้เลย
“พวกเราพยายามแทบตายได้แค่เจ็ดสิบแปดสิบ พวกมันวันๆ เอาแต่ยืนหน้าห้องกับโดดเรียน จะเอาอะไรมาได้ร้อยคะแนนวะ?”
“ฮาตาเกะ คาคาชิ ออกมารับอุปกรณ์”
มาแล้ว! ในที่สุดก็ถึงคิว!
เพื่อนร่วมชั้นตื่นตัวกันทันที ยืดคอชะเง้อมองรอดูผลงานของคาคาชิกันตาไม่กระพริบ
คาคาชิไม่ปล่อยให้ใครต้องรอนาน ทันทีที่รับคุไนกับดาวกระจายมา เขาก็ซัดออกไปพร้อมกันทั้งสองมือในรวดเดียว
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ปึก ปึก ปึก...
ยังไม่ทันที่ครูโทริอิจะประกาศคะแนน เสียงฮือฮาก็ดังลั่นสนาม
โดยเฉพาะพวกสาวๆ ที่เคยกรี๊ดคาคาชิตอนเปิดเทอมใหม่ๆ แต่เริ่มซาลงไปในช่วงเดือนที่ผ่านมา ตอนนี้กลับมากระดี๊กระด๊ากันอีกรอบ โบกไม้โบกมือเชียร์กันยกใหญ่
“คะแนนเต็ม!”
“คาคาชิปาออกไปทีเดียวหมดเลย แถมเข้าเป้ากลางหมดทุกอันด้วย! ระดับความยากคนละเรื่องกับพวกที่ได้คะแนนเต็มก่อนหน้านี้เลยนะ!”
“ของจริงว่ะ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด คาคาชิน่าจะได้ที่หนึ่งรอบนี้แหละ”
“ลืมเท็ตสึกะไปรึเปล่า?”
“หมอนั่นน่ะเหรอ? วันๆ ทำหน้าเหมือนคนง่วงนอน ไม่มีทางเก่งกว่าคาคาชิหรอก” อีกคนส่ายหน้าดูแคลน ก่อนจะกระซิบกับคนข้างๆ “จะบอกให้นะ คาคาชิเป็นลูกชายของ ‘เขี้ยวขาวแห่งโคโนฮะ’ เชียวนะ ถึงจะโดดเรียนแต่...”
ความจริงเรื่องการโดดเรียนของคาคาชิถูกเปิดเผย ข่าวลือเสียๆ หายๆ หายวับไปทันที แทนที่ด้วยคำสรรเสริญเยินยอในความเป็น "อัจฉริยะ"
“เท็ตสึกะ ออกมารับอุปกรณ์”
ถึงคิวเท็ตสึกะจนได้ แม้จะไม่ใช่คนสุดท้าย แต่ลำดับการสอบก็อยู่ท้ายๆ
เหมือนกับตอนคาคาชิ ทุกคนกลั้นหายใจรอดูผลงานของเท็ตสึกะ
คราวนี้จะได้รู้กันสักทีว่าเท็ตสึกะมีดีแค่ไหน
คาคาชิเองก็ตั้งตารอคอยวินาทีนี้เหมือนกัน
เท็ตสึกะเดาะคุไนกับดาวกระจายในมือเล่น เตรียมตัวเอาจริง
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ
เท็ตสึกะลงมือแล้ว ท่าทางราวกับนางฟ้าโปรยดอกไม้ วิถีของคุไน 5 เล่มและดาวกระจาย 5 เล่มดูสะเปะสะปะชอบกล
“ฮ่า...”
เสียงหัวเราะกำลังจะหลุดจากปากคนดู แต่ทันใดนั้น คุไนและดาวกระจายที่บินเปะปะก็เปลี่ยนทิศทางกะทันหัน พุ่งเข้าชนกันเองเป็นคู่ๆ
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
ประกายไฟแลบแปลบ ทุกเสียงเงียบกริบ คนที่กำลังจะหัวเราะอ้าปากค้างเหมือนคนเป็นใบ้
ปึก ปึก ปึก
คุไน 5 เล่มปักเข้ากลางเป้าแดงพอดิบพอดี ส่วนดาวกระจายอีก 5 เล่มบินเลยเป้าไป
“ฮ่า...”
คิดว่าเท็ตสึกะพลาดแล้ว เสียงหัวเราะที่อั้นไว้เมื่อกี้กำลังจะระเบิดออกมา แต่ก็หลุดมาได้แค่คำเดียว แล้วทุกคนก็ต้องหุบปากฉับ ทำหน้าเหมือนกลืนแมลงวันเข้าไป หน้าแดงเถือกด้วยความอับอาย
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
ดาวกระจาย 5 เล่มที่บินเลยไป พุ่งชนกันเองอีกรอบ เปลี่ยนทิศทางหักศอก วนกลับมาเป็นวิถีโค้งขนาดใหญ่ แล้วหลังจากชนกันอีกครั้ง... ปึก ปึก ปึก! พวกมันก็ปักเข้าที่จุดกึ่งกลางเป้าแดงอย่างแม่นยำ
“วิชาปาดาวกระจายสไตล์อุจิวะ?!”
เห็นแบบนี้ คาคาชิกับโอบิโตะอุทานออกมาพร้อมกัน “เป็นไปได้ไง?! เท็ตสึกะไปเรียนมาจากไหน?!”
“ไม่ใช่วิชาสไตล์อุจิวะของแท้หรอก” ครูโทริอิส่ายหน้า “แค่เทคนิคคล้ายๆ กัน แต่เมื่อเทียบกับของจริง ยังขาดความซับซ้อนไปสามส่วน และขาดความพลิกแพลงอันน่าสะพรึงกลัวไปอีกเจ็ดส่วน”
โอบิโตะนึกย้อนภาพการฝึกของคนในตระกูล ก็พบว่าจริงอย่างที่ครูบอก แม้เทคนิคของเท็ตสึกะจะยอดเยี่ยม แต่ยังไม่ถึงขั้น “วิปริตผิดมนุษย์” แบบที่พวกมีเนตรวงแหวนทำได้
คิดได้ดังนั้น โอบิโตะก็ถอนหายใจโล่งอก แต่แล้วก็กลับมาหายใจติดขัดอีกครั้ง
เขาที่เป็นอุจิวะแท้ๆ ยังทำไม่ได้ขนาดนี้เลย แต่เท็ตสึกะกลับทำได้... โอบิโตะกำหมัดแน่น ความมั่นใจแตกสลายยับเยินอีกครั้ง ก้มหน้าซ่อนความเจ็บใจ
“ฉายา ‘ความอัปยศแห่งอุจิวะ’ จะติดตัวฉันไปตลอดเลยรึไงนะ?”
“เอาล่ะ สอบต่อได้” ครูโทริอิให้สัญญาณ เท็ตสึกะหลบฉากออกมา เตรียมเรียกคนต่อไป
ทว่าด้วยผลงานระเบิดฟอร์มของเท็ตสึกะ ทำให้นักเรียนคนต่อๆ มาเสียสมาธิ ผลงานเลยออกมาแกวๆ กันไปหมด
และในการสอบรอบสองนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเท็ตสึกะเฉือนชนะคาคาชิ คว้าที่หนึ่งไปครองได้อีกครั้ง
“เท็ตสึกะ นายซ่อนเขี้ยวเล็บเก่งจริงๆ”
ช่วงพักรอสอบรอบสาม คาคาชิเดินเข้ามาหาเท็ตสึกะ “แต่ต่อให้นายซ่อนเก่งแค่ไหน รอบสามนี้ชั้นมั่นใจว่าจะขุดความลับนายออกมาให้หมดเปลือก”
“ยินดีต้อนรับเสมอ”
เท็ตสึกะยิ้ม “คาคาชิ ชั้นเองก็อยากเห็นเหมือนกันว่านายพัฒนาไปแค่ไหน ตั้งแต่ไปทำตัวดำปิ๊ดปี๋มา”
คาคาชิกรอกตาปลาตาย หน้าบอกบุญไม่รับ “ช่วยเลิกพูดเรื่องตัวดำสักทีได้มั้ย?”
“ทำไมจะพูดไม่ได้?” เท็ตสึกะหรี่ตายิ้ม “ตัวดำขึ้น ก็เก่งขึ้น เป็นเรื่องจริงไม่ใช่เหรอ?”
“เมื่อก่อนอยากฉีกปากนายแต่ทำไม่ได้ แต่วันนี้... หึๆ คอยดูเถอะ!”
“จำข้อตกลงของเราไว้ให้ดีนะ คาคาชิ” เท็ตสึกะทำท่าจะเอื้อมมือไปจับหน้ากาก “ถ้านายแพ้ หน้าหล่อๆ ของนายไม่รอดแน่”
“บางทีการสอบรอบสาม ไม่ควรเรียกว่าสอบแล้วมั้ง เรียกว่า ‘ศึกพิทักษ์หน้ากาก’ น่าจะเหมาะกว่า”
คาคาชิกลอกตา หันหลังหนี ไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับเท็ตสึกะ เถียงด้วยทีไรไม่เคยชนะสักที... น่ารำคาญชะมัด!
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═