- หน้าแรก
- บันทึกอสูรบรรพกาล: ปั้นกวางพิการสู่เทพอสูร
- บทที่ 30 - มิติเร้นลับปฐมภูมิ
บทที่ 30 - มิติเร้นลับปฐมภูมิ
บทที่ 30 - มิติเร้นลับปฐมภูมิ
บทที่ 30 - มิติเร้นลับปฐมภูมิ
หลังจากพาเสวี่ยอิงตระเวนเล่นเครื่องเล่นในสำนักฝึกยุทธ์จนครบทุกเครื่อง พอกลับมาถึงบ้านลู่หลีก็พูดขึ้น
"เสวี่ยอิง รีบมานี่เร็ว วันนี้ฉันจะพาแกไปเล่นอะไรสนุกๆ!"
ลู่หลีถูมือไปมาด้วยความตื่นเต้น รอคอยมาตั้งนาน ในที่สุดก็ถึงเวลาลองใช้ระบบส่งสำรวจมิติเร้นลับสักที!
เสวี่ยอิงทำหน้างง เพิ่งจะกลับมาจากสำนักฝึกยุทธ์แท้ๆ ข้างนอกก็มืดตึ๊ดตื๋อแล้ว จะมีอะไรสนุกๆ ให้เล่นอีกล่ะ?
"เดี๋ยวแกก็รู้!" ลู่หลีจงใจอุบไว้ก่อน จากนั้นก็ส่งจิตสำนึกเข้าไปในมิติห้วงสมอง เลือกส่งสำรวจมิติเร้นลับ เป้าหมายคือเสวี่ยอิง!
ความเจ็บปวดที่คิดว่าจะต้องเจอเวลานำสัตว์อสูรเข้ามิติกลับไม่เกิดขึ้น ลู่หลีลืมตาขึ้นด้วยความงุนงง แล้วก็พบว่าเสวี่ยอิงหายตัวไปแล้ว
"เสวี่ยอิง? เสวี่ยอิง!"
ลู่หลีเริ่มร้อนใจขึ้นมาทันที ไม่สิ! เสวี่ยอิงถูกฉันส่งไปมิติเร้นลับแล้วนี่นา หรือว่า... จู่ๆ เขาก็นึกถึงความเป็นไปได้บางอย่างขึ้นมา
เขาส่งจิตสำนึกเข้าไปในมิติห้วงสมองอีกครั้ง กดเลือกไอคอน [มิติเร้นลับปฐมภูมิ] ซึ่งเป็นมิติเร้นลับเพียงแห่งเดียวที่มีอยู่ในตอนนี้
ภาพรอบด้านพร่ามัวไปชั่วขณะ ลู่หลีก็เห็นร่างเล็กๆ น่ารักของเสวี่ยอิงกำลังวิ่งเหยาะๆ วนรอบบ่อน้ำอยู่
ลู่หลีถอนหายใจอย่างโล่งอกพร้อมกับเกิดความสงสัย หรือว่าเสวี่ยอิงจะถูกส่งเข้ามาทั้งตัวเลย? แต่ทำไมเขาถึงแทบไม่รู้สึกว่าสูญเสียพลังจิตไปเลยล่ะ?
ระบบส่งสำรวจมิติเร้นลับมันเป็นแบบนี้ทุกที่ หรือว่าเป็นแค่กับมิติเร้นลับปฐมภูมิกันแน่?
"เสวี่ยอิง!" ลู่หลีลองตะโกนเรียกดู เขาไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเสวี่ยอิงจะได้ยินเสียงเขาไหม เพราะเขาจับต้องอะไรในนี้ไม่ได้เลย ราวกับเป็นพระเจ้าที่มองลงมาจากอีกมิติหนึ่ง
เสวี่ยอิงเงยหน้าขึ้นทันที มันมองไปทางต้นเสียงที่คุ้นเคยด้วยความดีใจ พอแน่ใจว่าเป็นร่างของลู่หลีจริงๆ มันก็ร้องออกมาอย่างร่าเริง
ลู่หลี นายก็มาด้วยเหรอ! รีบมานี่เร็ว! ตรงนี้มีของหอมๆ ด้วยแหละ!
"ไม่ต้องรีบ เดี๋ยวฉันจะเล่นมายากลให้ดู!" ลู่หลียิ้มมุมปาก ก่อนจะชูมือขึ้นข้างหนึ่ง "กระบี่จงมา!"
ทันใดนั้นหมอกสีเทาก็ม้วนตัวอย่างรุนแรง กระบี่เซวียนหยวนเล่มหนึ่งพุ่งทะยานออกมา วาดเป็นเส้นโค้งอันงดงามกลางอากาศ ก่อนจะร่วงแปะลงแทบเท้าลู่หลี
ลู่หลีถึงกับอึ้งไปเลย...
แผนโชว์เท่ล้มไม่เป็นท่า!
เดิมทีลู่หลีตั้งใจจะให้กระบี่เซวียนหยวนพุ่งออกมาแล้วปักลงพื้นตรงหน้าเขาอย่างสง่างาม แต่ดันนึกไม่ถึงว่าสปริงที่เขาสร้างขึ้นมาดีดส่งมันจะห่วยแตกขนาดนี้...
ส่วนเสวี่ยอิงกลับตาลุกวาว มันวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาด้วยความตื่นเต้น
ลู่หลีทำได้ยังไงอ่ะ?
ลู่หลียิ้มกริ่ม ดูท่าผลลัพธ์จะออกมาตามเป้า "อยากเรียนไหมล่ะ?"
"อิง!" อยากเรียน! ลู่หลีสอนเสวี่ยอิงหน่อยนะ!
ถึงลู่หลีจะไม่แน่ใจว่าในมิติเร้นลับปฐมภูมินี้มีแค่เขาคนเดียวหรือเปล่าที่ควบคุมหมอกสีเทาสร้างสิ่งของได้ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ถือซะว่าเป็นการทดสอบไปในตัว ถ้าไม่ได้จริงๆ เขาก็แค่แกล้งทำเนียนสร้างของหลอกเสวี่ยอิงไปก็พอ
"มา เสวี่ยอิง ลองจินตนาการรูปร่างของกระบี่เล่มนี้ในหัวดูนะ" เพื่อป้องกันไม่ให้เสวี่ยอิงคิดอะไรแปลกประหลาดออกมา ลู่หลีเลยล็อกเป้าหมายให้ชัดเจนไปเลย แบบนี้ต่อให้เสวี่ยอิงสร้างของไม่ได้ เขาก็ยังเนรมิตของขึ้นมาเอาใจมันได้อยู่ดี
เสวี่ยอิงจ้องมองรูปลักษณ์ของกระบี่เซวียนหยวนอย่างละเอียด ก่อนจะหันมามองลู่หลีด้วยสีหน้าจริงจังสุดๆ
ฉันจำได้แล้ว แล้วไงต่ออ่ะ?
"จากนั้นก็จินตนาการว่าแกกำลังจะสร้างมันขึ้นมา"
สิ้นเสียงของลู่หลี หมอกสีเทาก็ปั่นป่วน กระบี่เซวียนหยวนที่หน้าตาเหมือนกับในมือลู่หลีเป๊ะก็ปรากฏขึ้นมาจริงๆ
เย้! เสวี่ยอิงก็เล่นมายากลเป็นแล้ว!
เสวี่ยอิงกระโดดโลดเต้นหมุนตัวไปมาด้วยความดีใจ
ลู่หลีเห็นแบบนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ดูเหมือนว่าใครก็ตามที่เข้ามาในมิตินี้จะสามารถสร้างสิ่งของได้ แบบนี้ก็แปลว่ามิตินี้มีประโยชน์ให้ประยุกต์ใช้ได้อีกเพียบเลยสิ
เมื่อคลายความกังวล ลู่หลีก็หัวเราะเบาๆ
"เสวี่ยอิง มายากลนี้ไม่ได้เสกได้แค่กระบี่นะ ขอแค่แกนึกภาพออก ที่นี่ก็เสกของออกมาได้หมดแหละ แต่ถ้าใหญ่เกินไปจนยัดลงมิตินี้ไม่พอก็อดนะ"
"อิง!" จริงดิ! สุดยอดไปเลย! งั้นฉัน... ขอของอร่อย!
หมอกสีเทาก่อตัวเป็นอาหารเม็ดวนารัญรสจานเบ้อเริ่มขึ้นมาทันที เสวี่ยอิงทำท่าจะพุ่งเข้าไปกิน ลู่หลีรีบตะโกนห้ามลั่น
"เสวี่ยอิง! หยุด! กินไม่ได้นะ!"
ขืนให้กินเข้าไปมีหวังซวยแน่ ถึงหมอกสีเทาพวกนี้จะสร้างของออกมาได้เหมือนจริง เอามาใช้เล่นคงไม่เป็นไร แต่ถ้าให้เอาเข้าปากลู่หลีไม่เสี่ยงเด็ดขาด เขากลัวเสวี่ยอิงจะกินแล้วเป็นอันตราย
พอลู่หลีเห็นเสวี่ยอิงคอตกทำหน้าสลด เขาก็รีบปลอบใจ
"ของที่เสกขึ้นมาในนี้เอาไปกินไม่ได้นะ แต่แกเสกของเล่นมาเล่นได้"
พูดจบลู่หลีก็สร้างลูกบอลพลังจิตแบบเดียวกับในห้องรับแขกขึ้นมา
"อย่างเช่นลูกบอลพลังจิตนี่ไง..."
เสวี่ยอิงเริ่มมีแรงฮึดขึ้นมานิดหน่อย มันลองใช้พลังจิตควบคุมดู ก็พบว่ามันเหมือนกับลูกบอลที่อยู่ข้างนอกเป๊ะ
"อิง" เขาวงกตอันนี้เล่นมาหลายรอบแล้ว ฉันอยากเล่นอันที่สำนักฝึกยุทธ์มากกว่า...
เสวี่ยอิงนึกถึงลูกบอลพลังจิตเวอร์ชันซูเปอร์อัปเกรดที่สำนักฝึกยุทธ์ มันรู้สึกว่าอันนั้นสนุกกว่าเยอะ... ถ้าเสกอันนั้นมาเล่นที่นี่ได้ก็คงดี
วินาทีต่อมา หมอกสีเทาก็ม้วนตัวก่อร่างเป็นเขาวงกตลูกบอลพลังจิตแบบเดียวกับที่สำนักฝึกยุทธ์ขึ้นมาตรงหน้า เสวี่ยอิงกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ เย้!
แทบจะในเวลาเดียวกัน เสวี่ยอิงก็นึกถึงเครื่องเล่นแปลกๆ ชิ้นอื่นที่มันเพิ่งเคยเล่นแค่ครั้งเดียวและยังเล่นไม่จุใจ ถ้ามีให้เล่นหมดนี่ก็คงดีสิ
ทันใดนั้น หมอกสีเทารอบด้านก็เริ่มปั่นป่วนอย่างบ้าคลั่ง
ลู่หลีหน้าถอดสี รีบใช้คำสั่ง [คืนสภาพ] ส่งพวกเครื่องเล่นที่เพิ่งจะโผล่หัวออกมากลับไปเป็นหมอกตามเดิม จากนั้นเขาก็อบรมเสวี่ยอิงอย่างจริงจัง จนมันเข้าใจว่าเสกเครื่องเล่นออกมาได้ทีละเครื่องเท่านั้น แต่จะเปลี่ยนเครื่องเมื่อไหร่ก็ได้ แล้วลู่หลียังแถมวิธีใช้เวทมนตร์ลบของหรือ [คืนสภาพ] ให้ด้วย
หลังจากเสกเครื่องเล่นออกมาเล่นซะครบทุกเครื่องอย่างเมามัน เสวี่ยอิงก็รู้สึกว่าพลังจิตของตัวเองเหนื่อยล้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การเล่นมายากลนี่มันเหนื่อยยิ่งกว่าฝึกใช้พลังจิตเพียวๆ ซะอีก
เสวี่ยอิงเดินคอตกอย่างหมดสภาพไปหมอบอยู่ข้างบ่อหยาดทิพย์จิตวิญญาณ มันส่งเสียงครางอ้อนเบาๆ
ลู่หลี ฉันลงไปในนี้ได้ไหม?
ลู่หลีคิดอยู่ครู่หนึ่ง บ่อหยาดทิพย์จิตวิญญาณนี่ไม่ได้สร้างมาจากหมอกสีเทา คงไม่มีอันตรายอะไร เขาจึงพยักหน้าอนุญาต
เสวี่ยอิงใช้ขาหลังถีบตัวเบาๆ ไถลตัวลงไปในบ่อด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มีฟองอากาศผุดขึ้นมาให้เห็นเป็นระยะ
แทบจะพร้อมๆ กับที่เสวี่ยอิงลงบ่อ ลู่หลีก็สัมผัสได้ว่าพลังจิตของตัวเองถูกสูบออกไปอย่างมหาศาลแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
แม้จะยังอยู่ในระดับที่เขารับไหว แต่การสูญเสียพลังจิตกะทันหันก็ทำเอาลู่หลีมึนงงไปเหมือนกัน สุดท้ายสายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่บ่อหยาดทิพย์จิตวิญญาณ
อย่าบอกนะว่า... หยาดทิพย์จิตวิญญาณทั้งบ่อนี่มันถูกหล่อเลี้ยงด้วยพลังจิตของฉัน?!
ห้านาทีต่อมา ลู่หลีรู้สึกว่าสายตาเริ่มพร่ามัว
สิบนาทีต่อมา ลู่หลีรู้สึกปวดหัวแปล๊บๆ
สิบห้านาทีต่อมา ลู่หลีหน้าซีดเผือด ตะโกนเสียงหลง
"เสวี่ยอิง... รีบขึ้นมาเร็ว!"
เสวี่ยอิงที่กำลังแช่น้ำอย่างสบายอารมณ์อยู่ก้นบ่อหูผึ่ง พอรู้ว่าเป็นเสียงลู่หลีเรียก มันก็รีบกระโดดขึ้นมาจากบ่อทันที แต่พอเห็นลู่หลีหน้าซีดเซียวดูอ่อนแรง มันก็ตกใจสุดขีด ทำไมพอมันลงไปแช่บ่อน้ำหอมๆ นี่แป๊บเดียว ลู่หลีถึงกลายสภาพเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ?
"อิง?" ลู่หลีไม่เป็นไรใช่ไหม?
พอเสวี่ยอิงขึ้นมาจากบ่อ ลู่หลีก็รู้สึกว่าความเร็วในการสูญเสียพลังจิตกลับมาเป็นปกติ เขาลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกพลางส่ายหน้า
"ฉันไม่เป็นไร พวกเราออกไปกันเถอะ"
พูดจบลู่หลีก็ถอนตัวออกมาจากมิติ พร้อมกับดึงเสวี่ยอิงออกมาด้วยความตั้งใจของตัวเองในเวลาเดียวกัน
ลู่หลีมองเหตุการณ์นี้ด้วยดวงตาที่เป็นประกาย ดึงเข้าดึงออกได้ตลอดเวลาแถมแทบไม่เสียพลังจิตเลยงั้นเหรอ? แบบนี้มันคล้ายกับมิติควบคุมอสูรเลยนี่หว่า แต่ในแง่ของประโยชน์ใช้สอยแล้ว ไอ้ระบบนี้มันกินขาดมิติควบคุมอสูรแบบไม่เห็นฝุ่นเลย!
[จบแล้ว]