เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 - ภารกิจเพาะพันธุ์แรก!

บทที่ 5 - ภารกิจเพาะพันธุ์แรก!

บทที่ 5 - ภารกิจเพาะพันธุ์แรก!


บทที่ 5 - ภารกิจเพาะพันธุ์แรก!

ก๊อก ก๊อก ก๊อก—

หูของเสวี่ยอิงกระดิก มันกระโดดลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว วิ่งไปที่หน้าประตูแล้วจ้องเขม็งไปที่ประตูด้วยความระแวดระวัง ขาหน้าย่อลงต่ำเล็กน้อยเตรียมพร้อมโจมตีได้ทุกเมื่อ

ลู่หลีเดินมาที่ประตูด้วยความสงสัย พลางลูบหัวเสวี่ยอิงเบาๆ เช้าตรู่แบบนี้ใครมากันนะ? เสียงเคาะประตูก็เบาหวิวซะขนาดนี้ ถ้าไม่มีเสวี่ยอิง เขาคงไม่ได้ยินแน่ๆ

ลู่หลีส่องตาแมวดูอย่างระมัดระวัง แล้วก็พบว่าเป็นลุงจาง แกกำลังยืนลุกลี้ลุกลนอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าที่ดูหนักใจสุดๆ

"ลุงจาง มีอะไรหรือเปล่าครับ?" ลู่หลีรีบเปิดประตูเชิญลุงจางเข้ามาข้างใน

"เอ่อๆ เสี่ยวลู่ ลุงไม่ได้ปลุกเอ็งใช่ไหม?" ลุงจางพูดพลางสังเกตสีหน้าของลู่หลีอย่างละเอียด ราวกับพยายามค้นหาความเศร้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มนั้น

เสี่ยวลู่? หูของเสวี่ยอิงตั้งชันทันที มันมองชายที่เพิ่งเรียกชื่อมันด้วยความสงสัย ดูท่าทางจะสนิทกับลู่หลีมากเลยนะเนี่ย หรือว่าจะเป็นพี่น้องของลู่หลี?!

"โธ่! ผมตื่นตั้งนานแล้วครับ ลุงจางนั่งก่อนเลย เดี๋ยวผมไปรินน้ำให้" พูดจบ ลู่หลีก็หันหลังเดินไปหยิบเหยือกน้ำ

"อิ๋ง" เสวี่ยอิงเอียงคอเล็กน้อยแล้วส่งเสียงทักทายลุงจาง

ลุงจางสะดุ้งโหยงกับเสียงที่ดังขึ้นกะทันหัน เมื่อกี้แกมัวแต่จ้องหน้าลู่หลีจนไม่ได้สังเกตเห็นเจ้าตัวเล็กนี่เลย

ลู่หลีได้ยินเสียงเคลื่อนไหวข้างหลังก็หัวเราะร่า "อ้อใช่ ลืมแนะนำไปเลย ลุงจางครับ นี่คือสัตว์อสูรของผม ชื่อเสวี่ยอิงครับ"

วินาทีที่ลุงจางเห็นเสวี่ยอิง ก้อนความกังวลที่ทับถมอยู่ในใจก็พลันมลายหายไป เมื่อคืนแกรอจนดึกดื่นแต่ก็ไม่มีข่าวคราวจากลู่หลีเลย แกนึกว่าลู่หลีปลุกพลังล้มเหลวซะแล้ว เช้านี้แค่นั่งคิดว่าจะปลอบใจลู่หลียังไงก็ทำเอาแกปวดหัวจนผมแทบร่วงหมดหัว

"เสวี่ยอิง..." ลุงจางพึมพำชื่อนี้ รอยยิ้มกว้างจนหน้ายับย่น "เสี่ยวลู่ยังไม่ได้กินข้าวเช้าใช่ไหม? เดี๋ยวลุงต้มบะหมี่ให้กินนะ" พูดจบแกก็เดินดุ่มๆ เข้าครัวไปวุ่นวายทำอาหารทันที

"ปลุกพลังได้ก็ดีแล้ว ปลุกพลังได้ก็ดีแล้วล่ะนะ" ลุงจางฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี

บนโต๊ะอาหาร ภาพที่เห็นดูราวกับครอบครัวสามคน ทั้งสองคนกับอีกหนึ่งตัวมีอาหารเช้าวางอยู่ตรงหน้า และเพราะกลัวเสวี่ยอิงจะกินไม่ถนัด ลุงจางถึงกับไปหาเบาะมารองนั่งให้บนเก้าอี้ของมัน

ค่าความประทับใจของเสวี่ยอิงที่มีต่อลุงจางพุ่งปรี๊ดขึ้นทันที ก่อนที่มันจะสะบัดหน้าขวับไปมองลู่หลีอย่างงอนๆ ของหอมๆ ของฉันเมื่อไหร่จะได้กินสักที!

ลู่หลีเห็นแบบนั้นก็ขยี้หัวกวางน้อยยิ้มๆ แล้วหันไปถามลุงจาง "ลุงจาง วันนี้ลุงมาบ้านผม แล้วร้านอาหารเช้าล่ะครับ?"

"ไม่เป็นไรหรอก ลุงบอกในกลุ่มลูกค้าไว้ล่วงหน้าแล้ว อ้อ เสี่ยวลู่ ยังไม่ได้ไปลงทะเบียนที่สมาคมผู้ควบคุมอสูรใช่ไหม?" ลุงจางมองเสวี่ยอิง ยิ่งมองก็ยิ่งถูกใจ บางทียังช่วยจัดแจงทิศทางของต้นหม่อนเก็บเกี่ยวให้เสวี่ยอิงกินได้ง่ายขึ้นอีกต่างหาก

ลู่หลี: ...

เหอะๆ ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าสัตว์อสูรไปลงทะเบียนที่สมาคมเองไม่ได้ ผมคงนึกว่าลุงกำลังคุยกับเสวี่ยอิงอยู่ซะอีกนะเนี่ย

แม้ในใจจะแอบบ่น แต่ลุงจางก็ถือเป็นเหมือนคนในครอบครัวของเขา การที่เสวี่ยอิงได้รับการยอมรับและเป็นที่รักของลุงจาง ทำให้ลู่หลีดีใจมากๆ

"กินข้าวเสร็จเดี๋ยวไปเลยครับ!" พูดจบลู่หลีก็เร่งสปีดซู้ดบะหมี่ให้ไวขึ้นไปอีกระดับ เงินจ๋า! พ่อมาแล้วจ้ะ!

ทั้งหนึ่งคนและหนึ่งกวางปรากฏตัวที่สมาคมผู้ควบคุมอสูร ถึงแม้เสวี่ยอิงจะตัวเล็กจิ๋วและดูไม่มีพิษมีภัย แต่มันก็ยังเรียกสายตาและเสียงซุบซิบนินทาจากคนรอบข้างอยู่ดี

เสวี่ยอิงไม่สนใจคนที่จ้องมองและกระซิบกระซาบกันเลยแม้แต่น้อย ในใจมันนิ่งสงบ ดินตามติดลู่หลีไปเงียบๆ ก็ตอนที่อยู่ศูนย์เพาะพันธุ์ พวกเพื่อนๆ ของมันก็ทำตัวแบบนี้นี่นา

ลุงจางมองเสวี่ยอิงกับลู่หลีด้วยความกังวลนิดๆ "เสี่ยวลู่..."

ลู่หลียิ้มแล้วพูดแทรกขึ้นมา "ไม่เป็นไรครับลุงจาง ไม่ต้องห่วง ผมคิดวิธีแก้ปัญหาไว้แล้วครับ"

เนื่องจากเมืองหนานเฉิงมีประชากรทั่วไปค่อนข้างเยอะ เพื่อป้องกันเหตุการณ์สัตว์อสูรทำร้ายคน ในสถานการณ์ที่ไม่มีการต่อสู้ สัตว์อสูรจึงไม่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยออกมาเพ่นพ่านตามใจชอบ

ลุงจางมองรอยยิ้มของลู่หลีแล้วแอบถอนหายใจในใจ ถ้าไม่ใช่เพราะร่างกายของเสี่ยวลู่...

คนเราถ้าอยากใช้ชีวิตให้สบาย ก็ต้องรู้จักโชว์จุดเด่นปกปิดจุดด้อย! สิบปีมานี้ลู่หลีเชี่ยวชาญเรื่องนี้จนทะลุปรุโปร่ง ในเมื่อร่างกายมันสู้เขาไม่ได้ ก็ต้องใช้หน้าตาให้เป็นประโยชน์สิ!

"สวัสดีครับพี่สาวคนสวย ผมมาลงทะเบียนเป็นผู้ควบคุมอสูรฝึกหัดครับ" ลู่หลีเดินไปที่เคาน์เตอร์ลงทะเบียนเฉพาะ พร้อมกับฉีกยิ้มระดับมาตรฐาน

"ด-ได้ค่ะ รบกวนขอหลักฐานยืนยันตัวผู้ควบคุมอสูรด้วยนะคะ" พนักงานสาวที่เพิ่งมาฝึกงาน พอเห็นชายหนุ่มผมขาวส่งยิ้มสดใสสะอาดตามาให้ หัวใจก็เต้นตึกตักราวกับกวางน้อยวิ่งชน ใบหูแดงเถือกไปหมด

ลู่หลีหยิบใบรับรองที่รุ่นพี่กรอกให้เมื่อคืนส่งให้ พนักงานสาวฝึกงานคนนั้นก็จัดการดำเนินการตามขั้นตอนอย่างคล่องแคล่วลื่นไหล พอตอนที่ลู่หลีเดินจากไป เธอถึงได้พึมพำเบาๆ "ลู่หลี... ชื่อเพราะจังเลย..."

ลุงจางที่นั่งรออยู่ในโซนพักผ่อนมองลู่หลีที่เดินกลับมาด้วยความประหลาดใจ "เสี่ยวลู่ ทำไมเสร็จเร็วจัง ลืมเอาอะไรมาหรือเปล่าลูก?"

เมื่อกี้แกเห็นคนสองคนเข้าไปก่อนลู่หลี ป่านนี้ยังไม่โผล่หัวออกมาเลย

ลู่หลียิ้มส่ายหน้า "ผมลงทะเบียนเสร็จแล้วครับ ไปเถอะครับลุงจาง ผมอยากไปดูที่บอร์ดภารกิจสักหน่อย"

พอเดินมาถึงบอร์ดภารกิจ ลู่หลีก็เห็นพนักงานคนหนึ่งกำลังเอาใบมอบหมายงานแผ่นใหม่มาแปะลงบอร์ด ลู่หลีรีบพุ่งเข้าไปดูทันที

[ภารกิจเพาะพันธุ์]

[สอนสกิลขยายร่างให้หมีวายุคลั่ง]

[ค่าตอบแทนภารกิจ 5,000 หยวน]

ข้อมูลของหมีวายุคลั่งปรากฏขึ้นในหัวลู่หลีทันที

[สกิลสายพันธุ์]: กรงเล็บวายุหมุน (ขั้นกลาง), คลุ้มคลั่ง (ขั้นกลาง)

[ระดับสายพันธุ์]: ผู้บัญชาการขั้นต่ำ

พอเห็นว่าต้องสอนสกิลขยายร่าง ลู่หลีก็ตาเป็นประกายวาววับ ตอนแรกเขาตั้งใจจะเอาเงินอุดหนุนรายเดือนของผู้ควบคุมอสูรฝึกหัด ไปซื้อคัมภีร์สกิลย่อส่วนมาให้เสวี่ยอิงเรียน ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอสกิลขยายร่างที่เป็นสกิลระดับสูงกว่า!

ภารกิจเพาะพันธุ์ที่ค่าตอบแทนไม่ถึงหมื่นแบบนี้ ปกติมักจะหมายความว่าผู้จ้างวานจะเตรียมคัมภีร์สกิลไว้ให้ด้วย ถือเป็นโบนัสแอบแฝงที่นักเพาะพันธุ์หน้าใหม่ที่ยังขาดแคลนทุนทรัพย์และประสบการณ์โปรดปรานเป็นอย่างมาก

ลู่หลีดึงใบภารกิจออกมาโดยไม่ลังเล ท่ามกลางเสียงถอนหายใจเสียดายของคนข้างหลัง ลู่หลียกยิ้มมุมปาก สกิลขยายร่างนี่มันเป็นสกิลระดับกลางเลยนะเนี่ย งานนี้กำไรเห็นๆ!

"คุณลู่หลีครับ นี่คือหมีวายุคลั่งที่ต้องเพาะพันธุ์ตามใบมอบหมายครับ มันค่อนข้างชอบเล่นซนหน่อย รบกวนคุณเหนื่อยด้วยนะครับ นี่คือคัมภีร์สกิลขยายร่าง ถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติมเรียกผมได้เลยนะครับ" พ่อบ้านในชุดสูทเนี้ยบยื่นคัมภีร์ให้ลู่หลีด้วยสองมือ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป

ทิ้งให้หนึ่งคนกับหนึ่งกวางยืนอึ้งรับประทาน มองดูเจ้าหมีอ้วนน้อยที่กำลังเล่นลูกบอลอยู่ไม่ไกล หมีวายุคลั่งตัวนี้มีขนสีขาวบริสุทธิ์เหมือนหิมะ ที่แขนขา หน้าผาก และหน้าอกมีลวดลายเส้นสีเขียวอมฟ้าพาดผ่าน ดูสง่างามไม่เบาเลย

แต่ที่บอกว่าชอบเล่นซนนี่คือแบบนี้เหรอ?

ปัง! ปัง! ปัง!

กรงเล็บของหมีวายุคลั่งทุกการตะปบ ล้วนทิ้งรอยบุบบนลูกบอลที่สร้างมาพิเศษสำหรับสัตว์อสูรระดับเหนือธรรมชาติ แถมบางทียังพุ่งเข้าไปกัดกระชากอย่าง 'น่ารักน่าชัง' อีกต่างหาก... พลังโจมตีระดับนี้น่าจะใกล้เคียงกับระดับเหนือธรรมชาติขั้นต่ำแล้วมั้ง

ระดับของสัตว์อสูรแบ่งออกเป็น เจ็ดระดับ ได้แก่ ปลุกพลัง เหนือธรรมชาติ ผู้บัญชาการ ราชัน จ้าวปฐพี โทเทม และ ตำนาน โดยระดับปลุกพลังจะแบ่งย่อยเป็นสิบขั้น ส่วนระดับอื่นๆ แบ่งเป็น ขั้นต่ำ ขั้นกลาง ขั้นสูง และตอนนี้เสวี่ยอิงที่มีปัญหาสุขภาพก็เพิ่งจะอยู่แค่ระดับปลุกพลังขั้นสองเอง...

ลู่หลีกับเสวี่ยอิงหันมาสบตากัน งานนี้มีหวังได้ตายคู่รึเปล่าวะเนี่ย? ทั้งคนทั้งกวางรวมกัน ยังไม่รู้จะทนฝ่ามือหมีวายุคลั่งได้สักทีไหมเลย

ในที่สุดลู่หลีก็ซึ้งถึงสัจธรรมที่ว่า อ่านหนังสือหมื่นเล่มไม่สู้เดินทางหมื่นลี้ ทฤษฎีกับปฏิบัติมันคนละเรื่องกันเลย... สรุปสั้นๆ คือ งานเพาะพันธุ์มีความเสี่ยง คิดจะเข้าวงการต้องประเมินชีวิตให้ดี การจะเป็นนักเพาะพันธุ์ก็ต้องมีพลังไว้ป้องกันตัวด้วย!

ภาพลักษณ์นักเพาะพันธุ์ที่ดูสุขุมนุ่มลึกใช้เหตุผลสั่งสอนสัตว์อสูร พังทลายลงอย่างราบคาบในใจลู่หลี ภาพที่เข้ามาแทนที่คือชายฉกรรจ์ร่างยักษ์สูงเก้าฟุต มือซ้ายรัดคอมังกร มือขวาแบกพระอาทิตย์พระจันทร์ พูดยานคางกับเขาว่า "เฮ้! พ่อหนุ่ม โครงสร้างร่างกายเอ็งดูไม่เลวนี่ สนใจอยากเป็นนักเพาะพันธุ์ไหมล่ะ?"

คิดมาถึงตรงนี้ ลู่หลีก็ขนลุกซู่ ไม่เอาเว้ย! แต่ว่า... สายตาของลู่หลีที่มองเสวี่ยอิงก็เริ่มทอประกายตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ

เลือกนายแล้ว! เสวี่ยอิง! เอ้ย ไม่ใช่! เจ้ากวางน้อย!

ในเมื่อให้ผู้ควบคุมอสูรไปเพาะพันธุ์สัตว์อสูรมันอันตราย งั้นให้สัตว์อสูรไปเพาะพันธุ์สัตว์อสูรแทนก็สิ้นเรื่อง!

เสวี่ยอิง: ตัวสั่นงันงก สายตาจ้องเขม็งไปที่หมีขาวน้อยอย่างระแวดระวัง แข็งแกร่งมาก! ยืนอยู่ไกลขนาดนี้ยังสัมผัสได้ถึงแรงกดดันเลย!

เสวี่ยอิงที่ไม่เคยลิ้มรสความโหดร้ายของโลกมนุษย์ หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วจิตสังหารที่แท้จริงมาจากผู้ควบคุมอสูรต่างหาก และยังไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าชะตากรรมที่น่ารันทดในอนาคตกำลังรอคอยมันอยู่

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 5 - ภารกิจเพาะพันธุ์แรก!

คัดลอกลิงก์แล้ว