- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอก้าวเป็นที่หนึ่งเหนือผู้ใด
- บทที่ 40 - คลื่นลมก่อตัวในเมืองหลวง! ดัชนีอัสนีทลายฟ้าสำเร็จ
บทที่ 40 - คลื่นลมก่อตัวในเมืองหลวง! ดัชนีอัสนีทลายฟ้าสำเร็จ
บทที่ 40 - คลื่นลมก่อตัวในเมืองหลวง! ดัชนีอัสนีทลายฟ้าสำเร็จ
บทที่ 40 - คลื่นลมก่อตัวในเมืองหลวง! ดัชนีอัสนีทลายฟ้าสำเร็จ
"เรื่องนี้เจ้าคิดเห็นเช่นไร เจ้าคิดว่าพวกเจ้าสองคนจะได้ครองคู่กันอย่างนั้นหรือ"
เจียสิงเทียนมองใบหน้าเหลนสาวของตน แววตาเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ยากจะอธิบาย
"ย่อมต้องพิจารณาอย่างรอบด้านอยู่แล้วเจ้าค่ะ"
เยาเยี่ยปักหอกยาวลงบนพื้นอย่างลวกๆ หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากแหวนมิติเพื่อซับเหงื่อที่ลำคอ ดวงตากลมโตทอประกายขณะอธิบาย "ข้าเคยเห็นภาพวาดของจางหยวนแล้ว เขาหน้าตาหล่อเหลาเอาการ ตรงสเปกข้าเลยล่ะ"
"ใช้เพียงอุบายเดียวกำจัดตระกูลเจียเลี่ยและตระกูลอ้าวปาที่เป็นคู่แข่งของตระกูลเซียว แถมยังกวาดล้างโจรเก้าขุนเขาหมอกมายาที่แม้แต่ยอดฝีมือระดับราชันปราณยังถอนรากถอนโคนไม่ได้ จนทำให้ท่านผู้บัญชาการฉินเจิ้นตงต้องมองเขาใหม่หมด สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงสติปัญญาอันเฉียบแหลมของเขา"
"ด้วยความสำเร็จในวันนี้ แม้จะเป็นเพียงญาติห่างๆ แต่เขาก็ยังคงทุ่มเทวางแผนเพื่อตระกูลเซียวอย่างสุดความสามารถ แสดงให้เห็นถึงนิสัยใจคอที่หนักแน่นและให้ความสำคัญกับความผูกพัน"
"อายุสิบหกปีก็เป็นถึงมหาคุรุปราณห้าดาว ทั้งยังมีพลังต่อสู้ที่สามารถเอาชนะมหาคุรุปราณเก้าดาวได้จากการเผชิญหน้าตรงๆ แสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์อันล้ำเลิศ"
"แม้เขาจะนับเป็นคนของตระกูลเซียวอยู่ครึ่งหนึ่ง แต่เขาก็แซ่จาง จึงถือเป็นตัวของตัวเอง ไม่มีขุมอำนาจใดหนุนหลังให้ซับซ้อน"
"หากราชวงศ์ของเรารับปากว่าจะสนับสนุนเขา ข้ามั่นใจว่าเขาจะสามารถบรรลุระดับจอมราชันปราณได้ภายในสิบปีเป็นอย่างช้า และความสำเร็จของเขาจะก้าวข้ามอวิ๋นยวิ่นไปไกล"
"เมื่อถึงเวลานั้น หากเขาแต่งงานกับข้าและมีทายาทด้วยกัน สถานะของราชวงศ์เราก็จะมั่นคงดั่งหินผา"
"..."
เยาเยี่ยวิเคราะห์อย่างเป็นฉากๆ
นี่คือสิ่งที่นางเริ่มขบคิดมาตั้งแต่หกวันก่อน ตอนที่ได้รับจดหมายด่วนจากฉินเจิ้นตง
ในฐานะองค์หญิงแห่งจักรวรรดิ ผู้ซึ่งอนาคตจะได้ก้าวขึ้นเป็นจักรพรรดินี นางย่อมไม่เลือกคู่ครองส่งเดชอย่างแน่นอน
ท่านทวดเจียสิงเทียนยังมีชีวิตอยู่ เขาเป็นถึงจอมราชันปราณขั้นสูงสุด จึงยังพอจะค้ำจุนสถานะของราชวงศ์ให้มั่นคงได้ในตอนนี้ แต่ก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าอุบัติเหตุหรือวันพรุ่งนี้อะไรจะมาถึงก่อนกัน
นางจำเป็นต้องเริ่มเฟ้นหาเสาหลักคนใหม่ของคนรุ่นต่อไปได้แล้ว
เดิมทีนางก็ยังไม่เจอคนที่เหมาะสม แม้แต่คนที่พอจะถูไถไปได้ก็ยังหายาก
แต่แล้วในจังหวะนี้ จางหยวนก็ปรากฏตัวขึ้นมาในสายตาของนาง เขาคือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบที่สุด
"..." เจียสิงเทียนฟังการวิเคราะห์อย่างกระตือรือร้นของเหลนสาวแล้ว สีหน้าก็ยิ่งดูพิลึกพิลั่นขึ้นเรื่อยๆ
จนกระทั่งเยาเยี่ยพูดจบ เขาถึงได้เอ่ยปาก "เยาเยี่ย ดูเหมือนเจ้าจะยังไม่เข้าใจความหมายของข้านะ"
"ข้าไม่ได้ถามว่าจางหยวนคู่ควรกับเจ้าหรือไม่ แต่ข้ากำลังถามว่า เจ้าเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าจางหยวนจะยอมแต่งเข้ามาราชวงศ์ของเรา"
รอยยิ้มบนใบหน้าของเยาเยี่ยแข็งค้าง ???
หมายความว่ายังไงกัน นางเป็นถึงว่าที่จักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิเจียหม่าที่ยอมเป็นฝ่ายเข้าหา แถมยังมาพร้อมกับสินสอดทองหมั้นมหาศาลที่ใครๆ ก็ไม่อาจประเมินค่าได้ แล้วนางจะพลาดเป้าได้อย่างไร
ท่านเป็นทวดของข้าหรือว่าเป็นทวดของจางหยวนกันแน่
"เยาเยี่ย วิสัยทัศน์ของเจ้ายังต้องพัฒนาอีกนะ" เจียสิงเทียนถอนหายใจยาวก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง "อวิ๋นผัวเทียน ผู้ก่อตั้งและเจ้าสำนักคนแรกของสำนักเมฆาคราม เคยสร้างชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งทวีป ขาดอีกเพียงก้าวเดียวก็จะก้าวเข้าสู่ระดับมหาปรมาจารย์ปราณ"
"นับจากยุคของเขาเป็นต้นมา แม้ว่าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักเมฆาครามจะยังไม่เคยมีใครบรรลุระดับปรมาจารย์ปราณเลย โดยหยุดอยู่ที่ระดับจอมราชันปราณขั้นสูงสุดมาตลอด แต่รากฐานความแข็งแกร่งของพวกเขาก็หยั่งรากลึกลงไปเรื่อยๆ"
"ส่วนอวิ๋นยวิ่น นางเป็นผู้สืบสายเลือดโดยตรงของอวิ๋นผัวเทียน ว่ากันว่านางมีพรสวรรค์ทัดเทียมกับอวิ๋นผัวเทียนในอดีต นางได้รับการสั่งสอนจากอวิ๋นซานผู้เป็นจอมราชันปราณขั้นสูงสุดมาตั้งแต่เด็ก ทั้งยังได้รับการสนับสนุนทรัพยากรอย่างมหาศาลจากสำนักเมฆาคราม แต่นางก็บรรลุระดับมหาคุรุปราณตอนอายุสิบหก บรรลุระดับวิญญาณปราณตอนอายุสิบเก้า บรรลุระดับราชันปราณตอนอายุยี่สิบสาม และบรรลุระดับจอมราชันปราณตอนอายุยี่สิบเจ็ดปี"
"แต่ความเร็วในการฝึกฝนที่จางหยวนแสดงให้เห็นในตอนนี้กลับเหนือกว่าอวิ๋นยวิ่นเสียอีก เจ้ารู้ไหมว่านี่หมายความว่าอย่างไร"
เยาเยี่ยขมวดคิ้วโดยสัญชาตญาณ นางเริ่มจับเค้าลางอะไรบางอย่างได้แล้ว
เจียสิงเทียนไม่ปล่อยให้นางคิดนาน เขาพูดต่อทันที "สมมติว่าจางหยวนไม่มีใครคอยหนุนหลัง แต่ความเร็วในการฝึกฝนของเขากลับแซงหน้าอวิ๋นยวิ่น นั่นแสดงว่าเขามีพรสวรรค์ที่เหนือล้ำจินตนาการของคนทั่วไป ขุมอำนาจทั่วทั้งทวีปที่มีปรมาจารย์ปราณคอยคุ้มครอง หรือแม้แต่ขุมอำนาจที่มีระดับมหาปรมาจารย์ปราณ อาจจะยื่นข้อเสนอรับเขาเข้าสำนัก เขายังสามารถเลือกสมัครเข้าสถานศึกษาเจียหนานได้ด้วยตนเอง เมื่อถึงเวลานั้น เขาก็จะเป็นดั่งมังกรที่ผงาดขึ้นจากน้ำ ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่"
สีหน้าของเยาเยี่ยเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ในที่สุดนางก็เข้าใจความหมายของเจียสิงเทียน นางสรุปให้ฟังว่า "แต่ถ้าจางหยวนมีคนคอยหนุนหลัง คนที่สามารถผลักดันให้เขามีพลังเหนือกว่าอวิ๋นยวิ่นได้ตั้งแต่อายุสิบหก ก็ต้องมาจากขุมอำนาจที่ไม่ด้อยไปกว่าสำนักเมฆาคราม หรืออาจจะยิ่งใหญ่กว่าด้วยซ้ำ"
เจียสิงเทียนพยักหน้ารับ "นั่นแหละคือสิ่งที่ข้าต้องการจะสื่อ"
"เหลนเอ๋ย อัจฉริยะระดับนี้ เจ้ารั้งเขาไว้ไม่อยู่หรอก"
เยาเยี่ยขบกรามแน่นจนริมฝีปากห้อเลือด ภายในใจเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมและอึดอัดใจ ทว่านางก็รู้ดีว่าเจียสิงเทียนพูดถูก
จางหยวนไม่ใช่อัจฉริยะธรรมดา แต่เป็นอัจฉริยะระดับปีศาจ เขาไม่มีทางยอมแต่งเข้ามาราชวงศ์แห่งจักรวรรดิเจียหม่าอย่างแน่นอน
บรรดายอดฝีมือในทวีปปราณยุทธ์ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการสร้างสัมพันธ์ทางการเมืองหรือเพื่อการมีทายาทที่สืบทอดพรสวรรค์อันล้ำเลิศ มีใครบ้างที่ไม่มีภรรยาหลายคน
"ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ท่านทวด" เยาเยี่ยสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วกล่าว "ในเมื่อมีโอกาส เราก็แค่ผูกมิตรกับเขาไว้ ลงทุนล่วงหน้า มอบผลประโยชน์ให้เขาอย่างเต็มที่ก็พอ"
เมื่อได้ยินดังนั้น เจียสิงเทียนก็ส่ายหน้าอีกครั้งพลางเอ่ยว่า "ความเป็นไปได้สองข้อนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นสูงที่สุด แต่ก็เป็นเพียงการคาดเดาของพวกเราเท่านั้น บางทีเขาอาจจะแค่โชคดีได้รับมรดกตกทอดมาจากยอดฝีมือในอดีต และอาจจะไม่รังเกียจที่จะน้อมรับไมตรีจากราชวงศ์ของเราก็ได้นะ ใครจะไปรู้"
เยาเยี่ย ???
ท่านทวด ท่านต้องการจะบอกอะไรข้ากันแน่
"ข้าแค่คิดว่า เจ้าควรไปทำความรู้จักมักคุ้นกับจางหยวนก่อน แล้วค่อยตัดสินใจก็ยังไม่สาย" เจียสิงเทียนหัวเราะเบาๆ "บางทีเขาอาจจะยอดเยี่ยมมากจนเจ้าถึงกับยอมเป็นหนึ่งในผู้หญิงของเขาก็ได้นะ"
"หรือบางที เยาเยี่ยของข้าอาจจะมีเสน่ห์มากพอที่จะทำให้เขาตกหลุมรักจนยอมแต่งเข้ามาอยู่กับเราก็ได้"
"มันมีความเป็นไปได้อีกตั้งมากมาย เจ้าสามารถจินตนาการล่วงหน้าได้ แต่เจ้าไม่ควรตัดสินใจล่วงหน้า"
"ท่านทวดแค่จะเตือนเจ้าว่า อย่าดูถูกตัวเอง และอย่ามองคนด้วยสายตาที่เย่อหยิ่ง มิฉะนั้นเจ้าอาจจะพลาดโอกาสสานสัมพันธ์กับคนดีๆ ไปได้"
เยาเยี่ยเข้าใจแล้วว่า เจียสิงเทียนกำลังชี้แนะนางเรื่องการคบหาสมาคมและศิลปะการครองใจคน
"เยาเยี่ยเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ท่านทวด"
ในขณะเดียวกัน ณ ภายในเมืองหลวงเช่นกัน
ตระกูลมู่ ผู้นำตระกูลมู่อ่านจดหมายของมู่คุนจบ เขาก็รีบเขียนจดหมายส่งถึงลูกชายตัวดีของเขาทันที
อัจฉริยะผู้ให้ความสำคัญกับความผูกพันอย่างจางหยวน หากเป็นศัตรูคู่อาฆาตกัน เขาคงต้องลงมือสังหารอีกฝ่ายด้วยตัวเองให้สิ้นซาก
ทว่าตอนนี้มันเป็นเพียงแค่ความขัดแย้งของวัยรุ่น การเร่งผูกมิตรลงทุนไว้ล่วงหน้าต่างหากคือสิ่งที่ควรทำ
เหตุการณ์ทำนองเดียวกันก็เกิดขึ้นในตระกูลมิเทียร์ ผู้นำตระกูลส่งจดหมายตรงถึงหยาเฟยทันที
อัจฉริยะระดับนี้ ต้องสร้างความสัมพันธ์อันดีไว้ให้ได้
ทว่าบรรยากาศภายในตระกูลน่าหลันกลับดูแปลกประหลาด
น่าหลันเยียนหรานคิดว่าตัวเองจะต้องถูกด่าเปิง นางเตรียมใจรับมือไว้เรียบร้อยแล้ว
ทว่าน่าหลันซู่กลับถามเพียงว่า "เจ้ากับจางหยวนมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งแค่ไหนแล้ว"
"หา" น่าหลันเยียนหรานที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกหน้าแดงก่ำ แต่นางก็ตอบเสียงอ้อมแอ้มว่า "ก็คงจะสนิทกันมากกว่าเพื่อนธรรมดาอยู่สักหน่อยล่ะมั้ง"
น่าหลันซู่ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า "แค่ดีกว่าเพื่อนธรรมดายังไม่พอ ในเมื่อเจ้าชอบเขา ก็เดินหน้าจีบเขาให้เต็มที่ไปเลย ไม่ต้องมีกังวลอะไรทั้งนั้น ส่วนเรื่องสัญญาสามปีกับเซียวเหยียน ในเมื่อพวกเจ้าตกลงวิธีจัดการกันได้แล้ว ก็จงทำตามนั้นเถอะ ส่วนเรื่องค่าทำขวัญและเงินชดเชย อีกไม่กี่วันข้าจะเอาส่วนแรกไปให้เขาเอง และถ้าเจ้าแพ้ ข้าก็จะเอาส่วนที่เหลือไปให้"
น่าหลันเยียนหราน ???
น่าหลันเยียนหราน "..."
นางเข้าใจแล้ว นี่เป็นการเห็นคุณค่าในพรสวรรค์ของพี่จางหยวน และต้องการใช้นางไปเป็นเครื่องมือลงทุนสินะ แถมยังไม่ถือว่าผิดคำสาบานในอดีต และยังรักษาหน้าของท่านปู่เอาไว้ได้อีก
ทั้งท่านปู่และท่านพ่อ ท้ายที่สุดแล้วก็ยังคงเห็นแก่ผลประโยชน์ของตระกูลเป็นสำคัญ
น่าหลันเยียนหรานรู้สึกขมขื่นในใจ ทว่านางก็ไม่ได้ขัดขืน
อย่างไรเสียนี่ก็ตรงกับความต้องการของนางพอดี
ในช่วงเวลานี้ ขุมอำนาจระดับสูงในจักรวรรดิเจียหม่าต่างก็จับจ้องมาที่จางหยวนเป็นตาเดียว
ส่วนเขานั้นกำลังปิดด่านฝึกตนอยู่บนยอดเขาสูงแห่งหนึ่งใกล้กับเมืองชิงอวิ๋น
โดยมีหลิงอิ่งคอยคุ้มกันอยู่ เขาจึงไม่ต้องกังวลเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น
พริบตาเดียวก็ผ่านไปอีกสามวัน
บนหน้าผาสูงชันท่ามกลางหมู่เมฆสีขาว จางหยวนลืมตาขึ้น เขาชี้ดัชนีไปเบื้องหน้า
เปรี้ยง
สายฟ้าสีม่วงสายหนึ่งแลบแปลบปลาบออกมาจากปลายนิ้วของเขา ข้ามระยะทางหลายสิบจั้งในชั่วพริบตา ก่อนจะแตกแขนงออกและบ้าคลั่งอย่างรุนแรง
ไม่เพียงเท่านั้น บนท้องฟ้ายังมีสายฟ้าก่อตัวขึ้นก่อนจะฟาดสายฟ้าขนาดใหญ่เท่าต้นเสาลงมาถึงเก้าสาย
สายฟ้าเหล่านั้นผสานเข้ากับสายฟ้าสีม่วง ยิ่งทำให้พลังสายฟ้าอาละวาดหนักขึ้นไปอีก
ท้ายที่สุด สายฟ้าทั้งเก้าสายก็รวมตัวกันและกวาดล้างพื้นที่โดยรอบตามการขยับนิ้วของจางหยวน
เพียงไม่กี่ลมหายใจ หมู่เมฆในรัศมีร้อยจั้งก็ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น
หลิงอิ่งที่แอบคุ้มกันอยู่ในมุมมืด ???
อานุภาพระดับนี้ แม้แต่วิญญาณปราณก็ยังมีน้อยคนนักที่จะรับมือไหว
ทักษะยุทธ์ระดับตี้งั้นรึ
แอบไปฝึกสำเร็จตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย ทำไมข้าถึงไม่รู้เรื่องเลย
[จบแล้ว]