- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในอเมริกา เริ่มต้นปาดหน้าเฟซบุ๊กสู่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง
- บทที่ 18 แอมบาสเดอร์มหาวิทยาลัยแห่งเบิร์กลีย์
บทที่ 18 แอมบาสเดอร์มหาวิทยาลัยแห่งเบิร์กลีย์
บทที่ 18 แอมบาสเดอร์มหาวิทยาลัยแห่งเบิร์กลีย์
บทที่ 18 แอมบาสเดอร์มหาวิทยาลัยแห่งเบิร์กลีย์
เดวิดตบหน้าผากตัวเอง รีบแก้ไขโค้ดให้กลับเป็นเหมือนเดิม แล้วติดตั้งระบบใหม่อีกครั้ง
จากนั้นเขาก็โทรกลับหาหญิงสาวคนนั้น "แก้ไขเรียบร้อยแล้วครับ ลองดูอีกครั้งนะ"
สองนาทีต่อมา หญิงสาวก็โทรกลับมา "เข้าได้แล้วค่ะ! ขอบคุณมากนะคะ! คุณสุดยอดไปเลย!"
เดวิดหัวเราะ "ด้วยความยินดีครับ แค่ช่วยชวนเพื่อนร่วมชั้นมาสมัครเพิ่มก็พอแล้ว"
หญิงสาวตอบกลับอย่างมีความสุข "ได้เลยค่ะ แน่นอน!"
หลังจากวางสาย แคลร์ก็เอนตัวซบลงบนไหล่ของเขาและถามขึ้น "มีเรื่องอะไรเหรอคะ?"
เดวิดชี้ไปที่หน้าจอ "ผมเขียนโค้ดผิดน่ะ นักศึกษาที่เบิร์กลีย์ก็เลยสมัครไม่ได้"
แคลร์มองดูโค้ดที่อัดแน่นอยู่บนหน้าจอ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสน "คุณอ่านพวกนี้รู้เรื่องทั้งหมดเลยเหรอคะ? สุดยอดไปเลย!"
เดวิดยิ้ม "มันเป็นวิชาบังคับของคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์น่ะครับ"
แคลร์จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "คุณเก่งจริงๆ เลยค่ะ อายุแค่ 19 แต่กลับทำแพลตฟอร์มจนฮิตได้ขนาดนี้ เก่งกว่าคนรุ่นเดียวกันตั้งเยอะ"
เดวิดมองดูแววตาที่จริงจังของเธอ
ผู้หญิงคนนี้ชื่นชมเขาจากใจจริง
แต่เขารู้ดีว่าตัวเองไม่ได้วิเศษวิโสอะไรเลย
เขาก็แค่อาศัยความทรงจำจากการเกิดใหม่ ทำให้รู้มากกว่าคนอื่นนิดหน่อยก็เท่านั้น
เดวิดกุมมือเธอ นวดคลึงปลายนิ้วของเธอเบาๆ ความรู้สึกอบอุ่นก่อตัวขึ้นในใจของเขา
เขารู้ว่าความนิยมในตอนนี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น และเส้นทางการโปรโมทข้ามมหาวิทยาลัยยังคงต้องก้าวเดินต่อไปทีละก้าว
...
บ่ายสองโมงตรง เดวิดมาถึงคาเฟ่ของมหาวิทยาลัย
เบนมานั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่างก่อนแล้ว และมีคนแปลกหน้านั่งอยู่ข้างๆ เขา
ผู้ชายคนนั้นมีผมหยิกสีน้ำตาล ใบหน้าเต็มไปด้วยกระ สวมเสื้อเชิ้ตลายสกอตยับยู่ยี่ ดูเป็นพวกเนิร์ดเทคโนโลยีขนานแท้
"เดวิด นี่เควินที่ฉันเคยเล่าให้ฟัง เขาอยู่ปีสองคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่เบิร์กลีย์" เบนลุกขึ้นยืนเพื่อแนะนำตัว
เควินลุกขึ้น ยื่นมือออกมา และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูประหม่าเล็กน้อย "สวัสดีครับคุณร็อค ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้วครับ"
เดวิดจับมือกับเขาแล้วผายมือเชิญให้นั่งลงพร้อมกับยิ้ม "ไม่ต้องเป็นทางการขนาดนั้นหรอก เรียกฉันว่าเดวิดก็พอ"
ทั้งสามคนนั่งลง และพนักงานเสิร์ฟก็เดินเข้ามารับออเดอร์
เควินสั่งอเมริกาโน่ เดวิดกับเบนก็สั่งอเมริกาโน่คนละแก้วเช่นกัน
ระหว่างรอแกาแฟ เควินหยิบสมุดจดออกจากเป้ เปิดออก แล้วยื่นให้เดวิด
"นี่คือข้อมูลผู้ใช้งานของเบิร์กลีย์ที่ฉันรวบรวมมา นายลองดูสิ"
เดวิดรับสมุดจดมาและกวาดสายตามอง
มันอัดแน่นไปด้วยตัวเลขยอดลงทะเบียน การกระจายตัวตามคณะ ระดับความเคลื่อนไหว การสร้างกลุ่มความสนใจ และเขายังวาดกราฟมาให้ดูอีกสองสามรูปด้วย
"นายทำเองทั้งหมดนี่เลยเหรอ?" เดวิดประหลาดใจเล็กน้อย
เควินพยักหน้า "ยังไงฉันก็กะจะทำวิเคราะห์ข้อมูลอยู่แล้ว ก็เลยจัดการรวบรวมมาให้ด้วยเลย"
เดวิดมองดูข้อมูลในสมุดจด ประเมินค่าเควินคนนี้สูงขึ้นมาอีกหน่อย
เขาเป็นคนละเอียดรอบคอบ มีหัวด้านการวิเคราะห์ข้อมูล และเป็นฝ่ายริเริ่มรวบรวมข้อมูลด้วยตัวเอง
สำหรับคนแบบเขา การเป็นแค่แอมบาสเดอร์ประจำมหาลัยดูจะเสียของไปหน่อย
"เควิน นายคิดยังไงกับเฟซบุ๊กล่ะ?"
เดวิดปิดสมุดจดและเงยหน้าขึ้นมองเขา
เควินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวอย่างจริงจัง "ฉันคิดว่าแพลตฟอร์มนี้มีศักยภาพมากเลย เว็บบอร์ดแบบดั้งเดิมมันเก่าเกินไป ส่วนเครื่องมือแชทก็เป็นส่วนตัวเกินไป สิ่งที่ขาดหายไปคือพื้นที่โซเชียลกึ่งสาธารณะแบบนี้ โดยเฉพาะกำแพงสารภาพรักแบบไม่ระบุตัวตน มันตอบโจทย์และแก้ปัญหาจุดบอดของใครหลายๆ คนได้ตรงจุดมาก"
เดวิดพยักหน้า "ว่าต่อสิ"
เมื่อได้รับการสนับสนุน เควินก็พูดเร็วขึ้นอีกนิด "ฉันทำแบบสำรวจเล็กๆ ที่เบิร์กลีย์ ลองถามเพื่อนร่วมชั้นหลายสิบคน ทุกคนประเมินเฟซบุ๊กไว้สูงมาก ข้อตำหนิที่ใหญ่ที่สุดคือเกณฑ์การสมัครที่สูงเกินไป ก่อนหน้านี้ใช้ได้แค่อีเมลสแตนฟอร์ด คนที่อยากเล่นหลายคนก็เลยสมัครไม่ได้"
เดวิดยิ้ม "ตอนนี้มันก็เปิดแล้วนี่ไงล่ะ?"
เควินยิ้มเช่นกัน "ใช่ เพราะงั้นเมื่อคืนนี้ก็เลยมีคนสมัครเกือบพันคนชั่วข้ามคืน ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ภายในหนึ่งสัปดาห์ จำนวนผู้ใช้ในเบิร์กลีย์อาจจะทะลุสามพันคนเลยก็ได้"
เดวิดหยิบกาแฟขึ้นมาจิบ พลางมองเควิน "ถ้าฉันให้นายรับผิดชอบเรื่องโปรโมทที่เบิร์กลีย์ นายจะหาผู้ใช้ได้กี่คน?"
เควินอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเป็นประกาย "นายหมายความว่า..."
"แอมบาสเดอร์ประจำมหาลัย" เดวิดวางถ้วยกาแฟลง "ช่วยฉันโปรโมทเฟซบุ๊กและรับผิดชอบเรื่องการเติบโตและการดำเนินงานกับผู้ใช้ในเบิร์กลีย์ สำหรับค่าตอบแทน ทุกๆ ผู้ใช้ใหม่หนึ่งคนที่นายหามาได้ ฉันจะให้ 1 ดอลลาร์ ถ้าหาได้ครบ 100 คน ฉันจะให้โบนัสเพิ่มอีก 50 ดอลลาร์ และถ้าหาได้ครบ 500 คน ฉันจะจ่ายเงินสดให้ 1,000 ดอลลาร์ทันที"
เควินสูดลมหายใจเฮือกใหญ่
เบนที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็เบิกตากว้างเช่นกัน "พระเจ้าช่วย! เดวิด ค่าตอบแทนมันไม่สูงเกินไปหน่อยเหรอ?"
เดวิดยิ้ม "ถ้าอยากให้ม้าวิ่ง มันก็ต้องให้หญ้ากินสิ"
เควินสูดหายใจลึก พยายามสงบสติอารมณ์ "เดวิด ฉันขอถามหน่อยได้ไหมว่าค่าตอบแทนนี้มีให้แค่ฉันคนเดียว หรือว่าแอมบาสเดอร์ประจำมหาลัยทุกคนก็ได้เหมือนกัน?"
"ทุกคนได้เหมือนกันหมด" เดวิดมองเขาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม "แต่ฉันให้สิทธิพิเศษนายเพิ่มได้นะ นายสามารถแนะนำแอมบาสเดอร์สำหรับมหาลัยอื่นๆ ได้ และสำหรับทุกคนที่นายแนะนำมาจนสำเร็จ ฉันจะให้โบนัสนาย 200 ดอลลาร์"
ดวงตาของเควินสว่างวาบยิ่งขึ้นไปอีก
สมองของเขาหมุนจี๋ เริ่มคำนวณว่าตัวเองจะทำเงินได้เท่าไหร่
เบิร์กลีย์มีนักศึกษากว่า 20,000 คน ต่อให้ครอบคลุมได้แค่ครึ่งเดียว ก็ปาเข้าไปตั้ง 10,000 คนแล้ว
นี่มันเป็นเงินหลักหมื่นดอลลาร์เป็นอย่างน้อย มากพอที่จะจ่ายค่าเทอมให้เขาได้ตั้งสองปี
"ฉันตกลง"
เควินพยักหน้าอย่างเด็ดขาด
เดวิดยิ้มและหยิบเอกสารสองชุดออกจากกระเป๋า ส่งให้เขา "นี่คือสัญญาแอมบาสเดอร์ประจำมหาลัย ลองดูสิ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็เซ็นซะ"
เควินรับสัญญามาและเริ่มพลิกอ่านอย่างละเอียดถี่ถ้วน
เบนชะโงกหน้าเข้ามาดูด้วย พลางพึมพำ "ชี้แจงทีละข้อ... โบนัสการหาผู้ใช้... ความรับผิดชอบในการดำเนินงาน... ข้อตกลงการรักษาความลับ เดวิด นายจ้างทนายมาเขียนสัญญานี้เลยเหรอ?"
เดวิดพยักหน้า "ใช่ สำนักงานกฎหมายที่แม่ฉันช่วยหาให้น่ะ"
เบนเดาะลิ้นด้วยความทึ่ง "ครอบครัวคนรวยนี่มันต่างออกไปจริงๆ แฮะ"
เควินอ่านสัญญาจนจบ ยืนยันว่าไม่มีปัญหาอะไร แล้วก็หยิบปากกาขึ้นมาเซ็น
เดวิดเซ็นชื่อเช่นกันและยื่นสำเนาให้เขาชุดหนึ่ง "เก็บสัญญาไว้ให้ดีนะ โบนัสการหาผู้ใช้จะเริ่มนับอย่างเป็นทางการในวันจันทร์หน้า ใช้เวลาสัปดาห์นี้เตรียมตัวให้พร้อม ไปจัดการพวกโปสเตอร์ สโลแกน และทุกอย่างให้เรียบร้อยล่ะ"
เควินพยักหน้า "ไม่มีปัญหา"
เดวิดหันไปมองเบนอีกครั้ง "เบน นายก็เซ็นด้วยสิ ฉันมอบหมายหน้าที่แอมบาสเดอร์ประจำมหาลัยที่สแตนฟอร์ดนี่ให้นายนะ"
เบนชะงัก "ฉันก็ได้ด้วยเหรอ?"
เดวิดหัวเราะ "แหงสิ นายเป็นสมาชิกรุ่นบุกเบิกนะ ถ้าไม่ให้นายแล้วจะให้ใครล่ะ?"
เบนรับสัญญามาด้วยความดีใจและเซ็นชื่อลงไปโดยไม่แม้แต่จะอ่าน
หลังจากเซ็นเสร็จ เขาก็ยกถ้วยกาแฟขึ้น "มามะ ฉลองกันหน่อย ตอนนี้พวกเราสามคนกลายเป็นเพื่อนร่วมงานกันแล้วนะ"
เควินยกถ้วยขึ้นเช่นกัน และทั้งสามก็ชนแก้วกัน
หลังจากดื่มกาแฟหมด เควินก็รีบกลับเบิร์กลีย์เพื่อไปเตรียมตัวสำหรับการโปรโมท เขาจึงขอตัวกลับไปก่อน
เบนนั่งอยู่ที่เดิม มองดูเดวิด อยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ลังเล
เดวิดเลิกคิ้ว "มีอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะ"
เบนเกาหัวแล้วพูดว่า "เดวิด ฉันอยากจะถามอะไรนายหน่อย นายอย่าโกรธนะ"
"ว่ามาสิ"
"ค่าตอบแทนการโปรโมทที่นายให้นี่มันไม่สูงไปหน่อยเหรอ? 1 ดอลลาร์ต่อ 1 คน 1,000 ดอลลาร์เงินสดสำหรับ 500 คน รวมกันก็ 1,500 ดอลลาร์ต่อ 500 คนแล้วนะ ถ้ามีใครที่เบิร์กลีย์ดึงคนมาได้เป็นพันๆ คนจริงๆ พวกเขาไม่ฟันกำไรไปเป็นหมื่นๆ เลยเหรอ?"
เดวิดถามเขายิ้มๆ "นายคิดว่ามันเยอะไปเหรอ?"
เบนพยักหน้า "เยอะสิ งานพาร์ทไทม์ได้แค่ห้าหรือหกดอลลาร์ต่อชั่วโมงเองนะ แต่นี่นายหาคนแป๊บเดียวก็ได้เป็นร้อยต่อวันแล้ว มันบ้าเกินไปแล้ว"
เดวิดเอนหลังพิงเก้าอี้ มองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เบน นายคิดว่าเฟซบุ๊กมีมูลค่าเท่าไหร่?"
เบนอึ้งไป "เรื่องนี้... มันพูดยากแฮะ"
เดวิดหันหน้ามามองเขา "ถ้าฉันบอกว่าในอนาคต เฟซบุ๊กอาจจะมีมูลค่าเป็นพันล้าน หรือแม้กระทั่งหลายหมื่นล้านดอลลาร์ นายจะเชื่อฉันไหมล่ะ?"
เบนอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว
จบบท