เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 411 - พี่ต่ง

บทที่ 411 - พี่ต่ง

บทที่ 411 - พี่ต่ง


บทที่ 411 - พี่ต่ง

ไม่นานนัก หลินฝานก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงและหลับสนิทไป

เช้าวันรุ่งขึ้น โฉวหงเซวียนออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่ เขาไม่ได้พาใครไปด้วย แต่ขับรถออกจากฐานฝึกอบรมไปเพียงลำพัง

ทว่า ตอนที่ขับผ่านประตูใหญ่ของฐาน เขากลับบังเอิญเจอรถอีกคันหนึ่งพอดี รถคันนี้เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี มันคือรถของเฝิงคังเต๋อ

เฝิงคังเต๋อย่อมสังเกตเห็นโฉวหงเซวียนเช่นกัน ทั้งสองฝ่ายขับรถเข้าไปใกล้กันแล้วลดกระจกลง

"เหล่าโฉว จะไปไหนล่ะนั่น" เฝิงคังเต๋อมองไปที่โฉวหงเซวียนแล้วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม

โฉวหงเซวียนสบตากับเฝิงคังเต๋อ เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้นโดยตรง แต่กลับถามสวนไปว่า "นายถามฉันว่าจะไปไหน ฉันอยากถามนายมากกว่าว่าเช้าตรู่ขนาดนี้ออกไปทำอะไรมา ถึงได้กลับมาจากข้างนอกแต่เช้าแบบนี้"

"ฮ่าๆ ฉันก็แค่ออกไปขับรถเล่นเรื่อยเปื่อยเท่านั้นแหละ" เฝิงคังเต๋อหัวเราะร่วน

"ถ้าฉันเชื่อนาย ฉันก็คงเป็นไอ้โง่แล้ว" โฉวหงเซวียนส่งสายตาให้เฝิงคังเต๋อไปทำความเข้าใจเอาเอง

โฉวหงเซวียนไม่มีทางเชื่อคำพูดที่บอกว่าออกไปขับรถเล่นเรื่อยเปื่อยของเฝิงคังเต๋ออย่างแน่นอน ท้ายที่สุดแล้วเขากับเฝิงคังเต๋อก็รู้จักกันมาตั้งหลายปี ย่อมรู้ดีว่าอีกฝ่ายมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างไร

อย่างน้อยที่สุด เฝิงคังเต๋อก็ไม่มีทางออกไปขับรถเล่นเรื่อยเปื่อยในเวลาเช้าตรู่ขนาดนี้แน่ๆ

และการที่เฝิงคังเต๋อออกไปตั้งแต่เช้าตรู่ แถมยังขับรถออกไปอีก มันอธิบายได้เพียงเหตุผลเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ เฝิงคังเต๋อก็ไปเข้าพบผู้บัญชาการมาเหมือนกัน

เพราะผู้บัญชาการมีนิสัยชอบตื่นเช้า โดยปกติแล้วจะตื่นนอนตอนตีสี่ครึ่ง

อย่างไรก็ตาม ในเมื่อเฝิงคังเต๋อไม่ยอมพูดออกมาตรงๆ เขาก็จะไม่ซักไซ้ไล่เลียงให้มากความ ถึงยังไงถามไปเฝิงคังเต๋อก็ไม่ยอมคายความจริงออกมาอยู่ดี

"เหล่าโฉว ที่ฉันพูดน่ะความจริงทั้งนั้นนะ! ถ้านายไม่เชื่อฉันก็จนใจแล้วล่ะ แล้วนายล่ะ ขับรถออกไปแต่เช้าขนาดนี้จะไปที่ไหน" เฝิงคังเต๋อถามย้ำอีกครั้ง

โฉวหงเซวียนยิ้มบางๆ แล้วตอบว่า "ฉันเองก็ว่างจนเบื่อเหมือนกัน เลยจะขับรถออกไปร่อนเสียหน่อย"

ในเมื่อเฝิงคังเต๋อพูดมาแบบนี้ เขาก็ย่อมต้องหนามยอกเอาหนามบ่ง คืนสนองด้วยวิธีเดียวกัน

"ฮ่าๆ เหล่าโฉว นายนี่มันร้ายจริงๆ" เฝิงคังเต๋อระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอีกครั้ง "เอาเถอะ งั้นนายก็ไปขับรถเล่นซะ ฉันร่อนเสร็จแล้ว ขอตัวกลับไปก่อนล่ะ"

"โอเค ไว้คุยกัน" โฉวหงเซวียนพยักหน้า พวกเขาสองคนจิกกัดกันแบบนี้มานานหลายปีจนชินกับรูปแบบการคบหากันแบบนี้ไปเสียแล้ว

ทั้งสองคนไม่ได้มัวเสียเวลากันอีก เฝิงคังเต๋อขับรถกลับเข้าไปในฐาน ส่วนโฉวหงเซวียนก็ขับรถออกจากฐานไป

สถานที่ที่ผู้บัญชาการพักอาศัยอยู่นั้นเร้นลับและปลอดภัยเป็นอย่างมาก หากไม่ใช่คนที่มีฐานะตำแหน่งสูงส่ง ย่อมไม่มีทางรู้และไม่มีทางเข้าใกล้ได้อย่างเด็ดขาด

แน่นอนว่า ตัวผู้บัญชาการเองก็เป็นผู้วิวัฒนาการที่แข็งแกร่งที่สุดในปัจจุบัน ด้วยความแข็งแกร่งระดับนั้น การอยู่ที่ไหนก็ล้วนปลอดภัยทั้งสิ้น แต่ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงสถานะที่สูงส่งต่างหาก

ฐานฝึกอบรมอยู่ห่างจากสถานที่พักของผู้บัญชาการไม่ไกลนัก ในสถานการณ์ปกติ ขับรถประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว

ห้าสิบห้านาทีต่อมา รถที่โฉวหงเซวียนขับก็มาจอดลงที่นี่

โฉวหงเซวียนก้าวลงจากรถ แล้วเดินตรงไปยังประตูใหญ่อย่างเป็นธรรมชาติ

จากประตูใหญ่ มีร่างสองร่างเดินออกมา ในมือของทั้งสองคนถือเครื่องสแกนตรวจจับเอาไว้

"ครูฝึกโฉว ขอตรวจตามธรรมเนียมนะครับ" ทั้งสองคนเอ่ยขึ้นพร้อมกัน

โฉวหงเซวียนพยักหน้า "รู้แล้ว"

สิ้นเสียง เขาก็กางแขนออกทั้งสองข้าง ปล่อยให้ชายสองคนนั้นถือเครื่องสแกนเข้ามาตรวจร่างกาย

อย่ามองว่าสองคนนี้เป็นแค่ยามเฝ้าประตูที่คอยตรวจคนเข้าออก แต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาทั้งสองคนคือผู้วิวัฒนาการระดับสี่ของแท้

ต้องรู้ไว้ว่า ผู้วิวัฒนาการระดับสี่ในเวลานี้ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนก็ถือเป็นตัวตนระดับยอดฝีมืออย่างแท้จริง แต่ที่นี่กลับกลายมาเป็นแค่คนเฝ้าประตูเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม มีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้นที่รู้ดีว่า การจะได้มาเป็นคนเฝ้าประตูให้กับผู้บัญชาการนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากแค่ไหน ต้องผ่านการคัดกรองอย่างเข้มงวดหลายต่อหลายชั้น ไม่ใช่ว่าอยากจะมาเฝ้าก็มาเฝ้าได้

"เรียบร้อยครับ ครูฝึกโฉว ตรวจเสร็จแล้ว" หนึ่งในนั้นเอ่ยปากขึ้น

โฉวหงเซวียนพยักหน้าอีกครั้ง หลังจากลดมือลง เขากำลังจะเดินเข้าไปข้างใน แต่จู่ๆ ก็นึกคำถามหนึ่งขึ้นมาได้ จึงรีบถามว่า "จริงสิ พวกนาย ก่อนหน้านี้ครูฝึกเฝิงก็เพิ่งมาที่นี่ใช่ไหม ตอนที่ฉันกำลังมา ฉันเห็นรถเขาอยู่ไกลๆ แต่ไม่ได้เข้าไปทักทาย"

"ใช่ครับ ครูฝึกเฝิงเพิ่งมาที่นี่" ยามคนนั้นตอบ

"โอเค ขอบใจมาก" โฉวหงเซวียนยิ้มบางๆ เมื่อครู่นี้เขาก็ไม่กล้าถามให้โจ่งแจ้งเกินไปนัก จึงต้องใช้วิธีอ้อมค้อมนิดหน่อย

แน่นอนว่า สำหรับยามเฝ้าประตูทั้งสองคนนี้ พวกเขารู้ดีว่าโฉวหงเซวียนกับเฝิงคังเต๋อมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน การที่โฉวหงเซวียนถามแบบนี้ ในสายตาของพวกเขาก็มองว่าเป็นแค่ความห่วงใยระหว่างเพื่อนฝูงเท่านั้น

หลังจากได้รับคำตอบ โฉวหงเซวียนก็ไม่รอช้า ก้าวเท้าเดินเข้าไปข้างใน เขาพอจะเดาออกคร่าวๆ แล้วว่า การที่เฝิงคังเต๋อมาหาผู้บัญชาการที่นี่ ก็คงมารายงานสถานการณ์การฝึกในค่ายของตัวเองเหมือนกัน และบางทีอาจจะเน้นย้ำเรื่องของหลี่ชิวสุ่ยเป็นพิเศษด้วย

ท้ายที่สุดแล้ว หลี่ชิวสุ่ยก็ถือเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับยากคนหนึ่งจริงๆ

ห้องทำงานของผู้บัญชาการตั้งอยู่ใจกลางของพื้นที่บริเวณนี้ โฉวหงเซวียนเดินตรงดิ่งไปยังห้องทำงาน และไม่นานก็มาถึงหน้าห้อง

"ครูฝึกโฉว" ตรงโถงทางเดินหน้าห้องทำงาน มีชายหนุ่มสวมชุดสูทคนหนึ่งกำลังเดินสวนออกมาพอดี

"เสี่ยวจาง จะออกไปข้างนอกเหรอ" โฉวหงเซวียนเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม

พวกเขาทุกคนคุ้นเคยกับเสี่ยวจางคนนี้เป็นอย่างดี เขาคือเลขานุการของผู้บัญชาการ

ยิ่งไปกว่านั้น ความแข็งแกร่งของเสี่ยวจางยังไปถึงจุดสูงสุดของผู้วิวัฒนาการระดับสี่แล้ว ขาดอีกเพียงก้าวเดียวก็จะกลายเป็นผู้วิวัฒนาการระดับห้า

เสี่ยวจางพยักหน้าแล้วตอบว่า "ใช่ครับ ต้องออกไปทำธุระสักหน่อย"

"แล้วผู้บัญชาการยังอยู่ในห้องทำงานหรือเปล่า" โฉวหงเซวียนถามต่อ

"อยู่ครับ" เสี่ยวจางพยักหน้า

"โอเค งั้นฉันเข้าไปหาผู้บัญชาการก่อนนะ" โฉวหงเซวียนพูด

"เชิญครับ" เสี่ยวจางพูดจบก็ไม่เสียเวลาอีก เขาเดินมุ่งหน้าออกไปด้านนอก

ในฐานะเลขานุการของผู้บัญชาการ อำนาจของเสี่ยวจางในที่แห่งนี้ถือว่ายิ่งใหญ่กว่าโฉวหงเซวียนและเฝิงคังเต๋อเสียอีก อย่างน้อยที่สุด เวลาเข้าออกสถานที่แห่งนี้ เขาก็มีอิสระมากกว่ามาก

รอจนกระทั่งเสี่ยวจางเดินจากไป โฉวหงเซวียนถึงได้เดินไปที่หน้าประตูห้องทำงาน แล้วยื่นมือออกไปเคาะประตู

"เข้ามาได้" เสียงทุ้มต่ำและหนักแน่นดังลอดออกมาจากในห้อง

เมื่อได้ยินเสียงนั้น โฉวหงเซวียนจึงผลักประตูเดินเข้าไป

พอเข้าไปในห้อง สายตาของโฉวหงเซวียนก็ตกลงบนร่างของคนเพียงคนเดียวในนั้น

นั่นคือชายชราที่ดูอายุราวๆ หกสิบปี แม้จะอายุไม่น้อยแล้ว แต่กลับดูไม่แก่เลยสักนิด ถ้าคนไม่รู้ แล้วมีใครไปบอกว่าเขาเพิ่งจะอายุสี่สิบก็คงมีคนเชื่อ

เพราะดูจากภายนอกแล้ว เขาให้ความรู้สึกที่อ่อนเยาว์มากจริงๆ

"หงเซวียน มาแล้วรึ" ชายชราเงยหน้าขึ้นมองโฉวหงเซวียนที่เดินเข้ามาในห้อง แล้วเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม

รอยยิ้มของเขาดูเป็นมิตรและอ่อนโยนเป็นอย่างมาก มองไม่ออกเลยแม้แต่น้อยว่าเขาวางมาดสูงส่ง

"ผู้บัญชาการ!" โฉวหงเซวียนทักทายด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง

"บอกแล้วไงว่าเวลาอยู่กันตามลำพัง ไม่ต้องมาเรียกผู้บัญชากงผู้บัญชาการอะไรนั่นหรอก" ชายชราส่ายหัวอย่างอ่อนใจ

"เอ่อ..." โฉวหงเซวียนลังเลเล็กน้อย ก่อนจะยอมเรียกออกมาคำหนึ่งว่า "พี่ต่ง"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 411 - พี่ต่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว