เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 410 - พัฒนาการก้าวกระโดด

บทที่ 410 - พัฒนาการก้าวกระโดด

บทที่ 410 - พัฒนาการก้าวกระโดด


บทที่ 410 - พัฒนาการก้าวกระโดด

หลังจากออกจากห้องทำงานของโฉวหงเซวียน หลินฝานก็ไม่ได้ไปเถลไถลที่ไหน เขากลับไปที่โซนที่พักทันที

หลังจากผ่านการฝึกมาทั้งวัน ผู้เข้ารับการฝึกหลายคนต่างก็เหนื่อยล้า และส่วนใหญ่ก็กลับไปพักผ่อนที่ห้องของตัวเองกันแล้ว

แต่มู่หรงเสวี่ย มู่หรงซาน ลี่จื่อหาน และแอนดี้ กลับยังไม่เข้าห้องพัก พวกเธอนั่งรออยู่บนม้านั่งตรงลานพักผ่อนข้างนอก เดาได้ไม่ยากเลยว่า พวกเธอกำลังรอหลินฝานอยู่

หลินฝานเหลือบไปเห็นพวกเธอ จึงเดินเข้าไปหาทันที

"ทำไมพวกเธอถึงยังไม่ไปพักผ่อนอีกล่ะ?" หลินฝานเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม

"พี่หลินฝาน พวกเราก็นั่งพักผ่อนอยู่ตรงนี้ไงคะ!" มู่หรงซานหัวเราะคิกคัก

"หลินฝาน ครูฝึกโฉวเรียกคุณไปคุยเรื่องอะไรเหรอคะ?" มู่หรงเสวี่ยจ้องมองหลินฝานด้วยความอยากรู้อยากเห็น

พอได้ยินมู่หรงเสวี่ยถาม มู่หรงซานและลี่จื่อหานก็อยากรู้เช่นกัน สายตาของพวกเธอจึงจับจ้องไปที่หลินฝาน

หลินฝานส่ายหัวอย่างหมดปัญญา "จะว่าไปแล้ว เรื่องที่ครูฝึกโฉวเรียกฉันไปคุย ก็เกี่ยวกับเสี่ยวซานด้วยนะ"

"ห๊า?" มู่หรงซานอ้าปากค้างด้วยความตกใจ เธอชี้หน้าตัวเอง แล้วพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า "พี่หลินฝาน หนูหูฝาดไปหรือเปล่าคะ? พี่บอกว่าเรื่องที่ครูฝึกโฉวคุยกับพี่เกี่ยวกับหนูเหรอ? มันจะไปเกี่ยวกับหนูได้ยังไงอ่ะคะ?"

มู่หรงซานประหลาดใจมากจริงๆ ไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องที่โฉวหงเซวียนเรียกหลินฝานไปคุยจะมาเกี่ยวกับเธอได้

มู่หรงเสวี่ยและลี่จื่อหานก็รู้สึกประหลาดใจไม่แพ้กัน เห็นได้ชัดว่าคำตอบนี้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของพวกเธอ

หลินฝานกวาดตามองพวกเธอ ก่อนจะถามว่า "เสี่ยวซาน วันนี้เธอได้พูดถึงเรื่องที่ฉันสังหารผู้วิวัฒนาการระดับสี่บ้างไหมล่ะ?"

มู่หรงซานนึกทบทวนดู ก่อนจะพยักหน้าแล้วตอบว่า "พูดค่ะ แต่ก็พูดกันเงียบๆ แค่สามคนเองนะ หนูพูดเบามากเลยนะ!"

"ก็นั่นแหละ" หลินฝานผายมือออกอย่างจนใจ "ถึงเธอจะพูดเสียงเบามาก และคิดว่ามีแค่พวกเธอสามคนที่ได้ยิน แต่ก็อย่าลืมนะว่า ครูฝึกโฉวเป็นถึงผู้วิวัฒนาการระดับห้า การได้ยินของเขาดีกว่าพวกเราหลายเท่า ในระยะแค่นั้น เขาได้ยินสิ่งที่เธอพูดก็เป็นเรื่องปกติมาก"

พอได้ยินดังนั้น มู่หรงซานถึงได้นึกขึ้นมาได้ "พี่หลินฝาน หนูลืมไปซะสนิทเลยว่าครูฝึกโฉวเป็นถึงผู้วิวัฒนาการระดับห้า แล้วครูฝึกโฉวจะหาเรื่องพี่เพราะเรื่องนี้หรือเปล่าคะ?"

"จะมาหาเรื่องฉันได้ยังไงล่ะ" หลินฝานยิ้ม "พอฉันไปถึง เขาก็แค่ถามว่าเรื่องนี้เป็นความจริงไหม ฉันก็บอกไปว่าเป็นความจริง แล้วเขาก็ถามต่อว่าฉันสังหารผู้วิวัฒนาการระดับสี่ได้ยังไง ฉันก็เลยเล่าเรื่องที่ฉันมีพลังพิเศษให้เขาฟัง แถมยังแสดงพลังให้เขาดูนิดหน่อยด้วย"

"พอเขาเห็นพลังพิเศษของฉัน เขาก็ตื่นเต้นยิ่งกว่าฉันซะอีก แล้วก็ถามว่าทำไมก่อนหน้านี้ฉันถึงไม่เคยพูดเรื่องนี้เลย ฉันก็บอกว่าเพราะไม่มีใครถาม ฉันก็เลยไม่ได้บอก"

"จากนั้น เขาก็บอกว่าความสามารถที่ฉันมีมันเจ๋งมาก แล้วเขาก็จะเอาเรื่องของฉันไปรายงานผู้บัญชาการสูงสุดให้รู้ด้วย"

พอหลินฝานเล่าจบ มู่หรงเสวี่ย มู่หรงซาน และลี่จื่อหานก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

ลี่จื่อหานถามอย่างแทบไม่อยากจะเชื่อว่า "ครูฝึกโฉวจะรายงานเรื่องของคุณให้ผู้บัญชาการสูงสุดรู้เลยเหรอ? ผู้บัญชาการสูงสุดที่ว่า คือผู้บัญชาการคนเดียวกับที่เราเข้าใจใช่ไหมคะ?"

"ใช่ครับ ก็คือผู้บัญชาการคนนั้นที่เราเข้าใจนั่นแหละ" หลินฝานพยักหน้าตอบอย่างจริงจัง

คราวนี้ทั้งสามคนถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงอีกครั้ง

ผู้บัญชาการสูงสุดคนนั้น! นั่นคือผู้มีอำนาจสูงสุดเลยนะ! พูดง่ายๆ ก็คือ มีคนอีกตั้งมากมายที่ทั้งชีวิตนี้ก็ไม่มีทางได้พบปะพูดคุยกับผู้บัญชาการระดับนั้น นี่แหละคือความห่างชั้น!

"ถ้าครูฝึกโฉวรายงานเรื่องของพี่หลินฝานให้ผู้บัญชาการสูงสุดทราบ ก็อาจจะดึงดูดความสนใจจากผู้บัญชาการได้นะคะ ถึงตอนนั้น ตำแหน่งของพี่ก็จะเลื่อนขึ้นสูงปรื๊ดเลย" มู่หรงซานพูด

"ตำแหน่งอะไรนั่นน่ะ มันก็ไม่ได้สำคัญอะไรหรอก แต่ถ้าได้รู้จักมักคุ้นกับผู้บัญชาการระดับนั้น สำหรับพวกเราแล้ว ก็ถือว่ามีแต่ข้อดี ไม่มีข้อเสียอะไรหรอก อย่างที่เขาว่ากันนั่นแหละ มีคนรู้จักก็ทำงานง่าย" หลินฝานตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม

สิ่งที่หลินฝานพูดก็คือความจริง เขาไม่ต้องการตำแหน่งทางการอะไรหรอก เพราะถ้าเขารับตำแหน่งทางการมา ก็หมายความว่าเขาต้องเชื่อฟังคำสั่งของทางการ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบที่สุด ท้ายที่สุดแล้ว เขามีแหวนวงนี้อยู่ ขอเพียงแค่ไม่เกิดเรื่องไม่คาดฝันอะไรขึ้นมา สักวันหนึ่งเขาก็จะต้องก้าวขึ้นเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในโลกนี้อย่างแน่นอน

และในโลกแห่งวันสิ้นโลกเช่นนี้ ความแข็งแกร่งคือสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด หากมีความแข็งแกร่งมากพอ ก็เท่ากับมีตำแหน่งที่สูงส่งเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องรอให้ทางการมาแต่งตั้งให้หรอก

"เอาล่ะ วันนี้ฝึกมาทั้งวันแล้ว ก็คงจะเหนื่อยกันแล้วแหละ พวกเรากลับไปพักผ่อนที่ห้องกันเถอะ!" หลินฝานพูดตัดบท

"ได้เลยค่ะ" สำหรับเรื่องนี้ มู่หรงเสวี่ย มู่หรงซาน และลี่จื่อหานย่อมไม่มีข้อขัดข้อง ถึงแม้นั่งอยู่ตรงนี้ก็ถือเป็นการพักผ่อนเหมือนกัน แต่มันก็คงไม่สบายเท่ากับการได้เอนหลังนอนบนเตียงหรอก

ทั้งสี่คนกับอีกหนึ่งตัวไม่รอช้า พากันเดินกลับไปยังอาคารที่พัก หลังจากที่มู่หรงเสวี่ย มู่หรงซาน และลี่จื่อหานแยกย้ายเข้าห้องของตัวเองไปแล้ว หลินฝานก็พาแอนดี้เดินกลับเข้าห้องของเขาเช่นกัน

"แอนดี้ แกก็ไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ไม่ต้องฝึกแล้ว พักผ่อนให้เยอะๆ ล่ะ" หลินฝานพูดกับแอนดี้

เมื่อได้ยินคำพูดของหลินฝาน แอนดี้ก็ผงกหัวรับคำ แล้วไม่รอช้า มันเดินไปหมอบพักตรงข้างเตียงทันที แม้ว่าแอนดี้จะมีความระแวดระวังตัวสูง แต่ความเร็วในการผล็อยหลับของมันก็สูงมากเช่นกัน แค่เดินไปนอนหมอบ ไม่ถึงสองนาที มันก็หลับสนิทไปเรียบร้อยแล้ว

เมื่อเห็นแอนดี้หลับปุ๋ยไปอย่างรวดเร็ว หลินฝานก็อดที่จะยิ้มอย่างจนใจไม่ได้ การฝึกหนักขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับแอนดี้เลยจริงๆ

ไม่นาน หลินฝานก็ไม่รอช้า เขาไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันอย่างรวดเร็ว ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียง

ข้อดีที่สุดของฐานนี้ก็คือ ความสะดวกสบายเรื่องน้ำใช้นี่แหละ อาบน้ำล้างหน้าได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาการขาดแคลนน้ำเลย ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อมีกลไกของรัฐเป็นผู้คอยดูแลจัดการอยู่เบื้องหลัง เรื่องพวกนี้ก็ย่อมได้รับการรับประกันอย่างดีอยู่แล้ว

'เพิ่งจะสัปดาห์แรกของการฝึก ฉันก็รู้สึกได้เลยว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นมาก ถ้ายังฝึกแบบนี้ต่อไป ฉันว่าภายในหนึ่งเดือน ฝีมือของฉันน่าจะทะลุระดับสี่ได้แน่ๆ' หลินฝานมองเพดานพลางคิดในใจ

ในช่วงสัปดาห์แรกของการฝึก เขารับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นในทุกๆ วัน ซึ่งนั่นก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า รูปแบบการฝึกที่โฉวหงเซวียนจัดเตรียมไว้นั้นมีประสิทธิภาพสูงมาก

ผลลัพธ์ที่ได้จากการฝึก แม้ว่าจะไม่ได้ทำให้ฝีมือพัฒนาได้รวดเร็วเท่ากับการต่อสู้เสี่ยงตายก็ตาม แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า การต่อสู้เสี่ยงตายนั้นมีอันตรายถึงชีวิต หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว สิ่งที่จะต้องจ่ายก็คือชีวิตของตัวเอง แต่การฝึกซ้อมแบบนี้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงมากมายขนาดนั้น

อย่างน้อย เมื่อรู้สึกว่าร่างกายรับไม่ไหวแล้ว ก็แค่หยุดพักไม่ต้องฝึกต่อ แต่ในการต่อสู้เสี่ยงตาย จะไปบอกอีกฝ่ายให้หยุดสู้เพื่อขอพักสักครู่ได้ซะที่ไหนล่ะ? เห็นได้ชัดว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 410 - พัฒนาการก้าวกระโดด

คัดลอกลิงก์แล้ว