- หน้าแรก
- แหวนระบบสยบซอมบี้
- บทที่ 312 - ยังมีลมหายใจอยู่
บทที่ 312 - ยังมีลมหายใจอยู่
บทที่ 312 - ยังมีลมหายใจอยู่
บทที่ 312 - ยังมีลมหายใจอยู่
เบื้องล่างภายในสวนสนุก เมื่อเห็นชายหนุ่มตระกูลเมิ่งพุ่งพรวดออกจากกลุ่มคน ตรงดิ่งมายังฝั่งตัวเอง ในแววตาของหลินฝานก็ปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันขึ้นมาทันที
ไอ้หมอนี่ วันนี้เขาจะต้องสั่งสอนให้มันได้รู้ซึ้งถึงความต่างชั้นของพลังเสียให้เข็ด
คิดได้ดังนั้น หลินฝานก็ไม่รอช้า กระโดดตีลังกาลงมาจากหลังคารถ ลงมายืนจังก้าอยู่บนพื้นดินอย่างมั่นคง
ชายหนุ่มตระกูลเมิ่งพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูง ใบหน้าฉายแววอำมหิตดุดัน เขากำหมัดแน่นแล้วชกออกไปสุดแรงเกิด
หมัดนี้อัดแน่นไปด้วยพละกำลังมหาศาล แถมยังเล็งเป้าหมายไปที่ศีรษะของหลินฝานอย่างแม่นยำ เห็นได้ชัดเจนเลยว่า เขาตั้งใจจะชกหลินฝานให้ล้มคว่ำลงไปกองกับพื้น และไม่ให้มีโอกาสได้ลุกขึ้นมายืนได้อีกเลย
ปัง!
ในจังหวะที่หมัดของชายหนุ่มตระกูลเมิ่งกำลังจะพุ่งกระแทกเข้าที่ใบหน้า หลินฝานก็ยื่นมือออกไปคว้าหมัดนั้นเอาไว้ได้อย่างแม่นยำไร้ที่ติ
หลังจากที่ก้าวขึ้นเป็นผู้วิวัฒนาการระดับสาม การโจมตีของคนที่เพิ่งจะเลื่อนระดับเป็นผู้วิวัฒนาการระดับสองได้ไม่นานอย่างชายหนุ่มตระกูลเมิ่ง สำหรับหลินฝานแล้ว มันช่างเชื่องช้าซะเหลือเกิน
ความเร็วในการโจมตีระดับนี้ เขาสามารถจับทิศทางและมองเห็นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
เมื่อหมัดถูกหลินฝานคว้าเอาไว้ได้ สีหน้าของชายหนุ่มตระกูลเมิ่งก็แปรเปลี่ยนเป็นตกตะลึงในพริบตา เขาไม่คิดเลยว่าหลินฝานจะตอบสนองได้รวดเร็วขนาดนี้
วินาทีต่อมา เขาพยายามจะชักหมัดกลับ เพื่อเตรียมตั้งหลักโจมตีหลินฝานใหม่อีกครั้ง
แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องตกตะลึงยิ่งกว่าเดิมก็คือ หลังจากที่หมัดของเขาตกไปอยู่ในกำมือของหลินฝานแล้ว มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนถูกดูดกลืนลงไปในปลักโคลน ไม่ว่าเขาจะออกแรงดึงมากแค่ไหน ก็ไม่อาจชักหมัดกลับมาได้เลย
'ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้?' ความคิดหนึ่งแล่นวาบเข้ามาในหัวของชายหนุ่มตระกูลเมิ่ง
หลินฝานเป็นแค่ผู้วิวัฒนาการระดับหนึ่งไม่ใช่หรือไง? ทำไมถึงมีพละกำลังมหาศาลได้ขนาดนี้?
"เป็นไปไม่ได้!" ชายหนุ่มตระกูลเมิ่งกัดฟันกรอด เขาไม่อาจยอมรับความจริงตรงหน้าได้
ในเมื่อชักหมัดกลับมาไม่ได้ เขาก็ยกเท้าขึ้น เตรียมจะถีบเข้าใส่ร่างของหลินฝานอย่างจัง
เพียะ!
การเคลื่อนไหวของเขายังคงตกอยู่ในสายตาของหลินฝานอย่างชัดเจน หลินฝานตอบสนองด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ใช้มืออีกข้างปัดป้าบเข้าที่ท่อนขาของอีกฝ่ายอย่างแรง จนขาที่เพิ่งจะยกขึ้นมานั้น ต้องร่วงหล่นกลับไปอยู่ที่เดิมทันที
"ซี๊ดดด!"
ความเจ็บปวดร้าวลึกแล่นพล่านมาจากบริเวณท่อนขาที่ถูกตบ ทำให้ร่างของชายหนุ่มตระกูลเมิ่งสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความเจ็บปวด
แม้จะเจ็บปวดเพียงใด แต่สิ่งที่ก่อตัวขึ้นในใจกลับเป็นความตื่นตะลึงเสียมากกว่า
ให้ตายเขาก็ไม่คิดเลยว่า ฝีมือของหลินฝานจะร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้
นี่มันไม่ใช่พละกำลังที่ผู้วิวัฒนาการระดับหนึ่งจะสามารถมีได้อย่างแน่นอน!
เพียะ!
หลินฝานไม่ได้ปล่อยให้ชายหนุ่มตระกูลเมิ่งมีเวลาได้หยุดคิดนานนัก มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตวัดมืออีกข้างตบฉาดเข้าที่ใบหน้าของชายหนุ่มตระกูลเมิ่งอย่างแรง
เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของชายหนุ่มตระกูลเมิ่งปลิวละลิ่วกระเด็นไปด้านข้าง ล้มกลิ้งคลุกฝุ่นอยู่บนพื้นหลายตลบกว่าจะหยุดนิ่งลงได้
เมื่อชายหนุ่มตระกูลเมิ่งเงยหน้าขึ้นมา ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่อง ก็เผยให้เห็นใบหน้าซีกนั้นอย่างชัดเจน ไม่เพียงแต่จะมีรอยนิ้วมือทั้งห้าประทับอยู่จนแดงเถือก แต่ยังบวมเป่งปูดโปนขึ้นมาอย่างน่ากลัว
"เสี่ยวเมิ่ง!" เมิ่งหยวนเต๋อที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ถึงกับใจคอไม่ดี
นั่นคือว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไปของพวกเขาเลยนะ หากต้องมาบาดเจ็บสาหัสอะไรไป แล้วพอกลับไปถึงตระกูล เขาจะเอาหน้าไปตอบคำถามคนในตระกูลได้อย่างไร
"คุณลุง ผมไม่เป็นไรครับ" เมื่อเห็นเมิ่งหยวนเต๋อทำท่าจะวิ่งเข้ามาหา ชายหนุ่มตระกูลเมิ่งก็รีบกัดฟันข่มความเจ็บปวดแล้วร้องบอก ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืนจากพื้น
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตระกูลเมิ่งลุกขึ้นยืนได้ เมิ่งหยวนเต๋อถึงได้หยุดฝีเท้าลง
ชายหนุ่มตระกูลเมิ่งจ้องเขม็งไปที่หลินฝาน เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เมื่อกี้นี้ฉันประมาทแกไปหน่อย นึกไม่ถึงเลยว่าแกจะไม่ได้มีระดับความแข็งแกร่งแค่ผู้วิวัฒนาการระดับหนึ่งจริงๆ ด้วย"
"ไม่ได้เป็นผู้วิวัฒนาการระดับหนึ่ง?" ทันทีที่เมิ่งหยวนเต๋อได้ยิน ก็หันขวับไปมองหลิวเฟิงทันที
สายตาของเขาบ่งบอกอย่างชัดเจนว่ากำลังถามหลิวเฟิงว่าตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
หลิวเฟิงเองก็รู้สึกประหลาดใจกับเรื่องนี้ไม่แพ้กัน วันนั้นที่เขาเห็นหลินฝานสู้กับพวกซอมบี้ หมอนั่นก็ยังเป็นแค่ผู้วิวัฒนาการระดับหนึ่งอยู่เลย เขาไม่มีทางมองพลาดไปแน่ๆ
"ไอ้เด็กนี่มันต้องเพิ่งจะทะลวงระดับได้แน่ๆ!" หลิวเฟิงยืนยันด้วยความมั่นใจ "สามวันก่อนฉันเห็นมันลงมือกับตา ตอนนั้นมันยังไม่มีความแข็งแกร่งถึงขั้นผู้วิวัฒนาการระดับสองด้วยซ้ำ มันต้องมาอาศัยช่วงเวลาสามวันนี้ทะลวงระดับขึ้นมาได้แหงๆ"
จากน้ำเสียงและท่าทีของหลิวเฟิง เมิ่งหยวนเต๋อก็ไม่พบพิรุธว่าอีกฝ่ายกำลังโกหก ดังนั้นคำพูดนี้ก็น่าจะเป็นความจริง
แน่นอนว่า ต่อให้หลิวเฟิงจะโกหก เขาก็ไม่กล้าไปหาเรื่องหลิวเฟิงอยู่ดี อย่างมากก็ทำได้แค่จดจำเรื่องนี้ฝังใจไว้เท่านั้น
"ฉันไม่เคยพูดสักคำว่าฉันเป็นผู้วิวัฒนาการระดับหนึ่ง พวกนายทึกทักกันไปเองทั้งนั้น" หลินฝานยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ "นายบอกว่าเมื่อกี้ประมาทไป งั้นฉันจะให้โอกาสนายอีกครั้ง คราวนี้ก็อย่าประมาทอีกล่ะ เพราะถ้าขืนประมาทอีก จุดจบของนายจะยิ่งอนาถกว่านี้แน่"
ชายหนุ่มตระกูลเมิ่งแค่นเสียงฮึดฮัด สลัดความเจ็บปวดทิ้งไป แล้วพุ่งทะยานเข้าหาหลินฝานอีกครั้ง
จากประสบการณ์ที่เพิ่งพลาดท่าไปหมาดๆ ครั้งนี้เขาก็ฉลาดขึ้นมาหน่อย เมื่อวิ่งเข้ามาจนเหลือระยะห่างจากหลินฝานอีกประมาณสามเมตร เขาก็กระโดดลอยตัวขึ้นกลางอากาศ แล้วตวัดขาเตะออกไปเต็มแรง โดยไม่ใช้หมัดเป็นอาวุธในการโจมตีหลินฝานอีก
และด้วยความเร็วในการวิ่งพุ่งเข้ามา ผนวกกับแรงส่งจากการกระโดด พลังทำลายล้างจากการเตะครั้งนี้ ย่อมต้องรุนแรงกว่าการโจมตีแบบปกติทั่วไปอย่างแน่นอน
'คราวนี้กูจะรอดูว่ามึงจะป้องกันยังไง!' ชายหนุ่มตระกูลเมิ่งลอบยิ้มเยาะในใจ เขาไม่เชื่อหรอกว่าหลินฝานจะสามารถสกัดกั้นการโจมตีของเขาในครั้งนี้ได้
"แค่ลูกไม้ปาหี่ ยังกล้าเอามาโชว์ห่วยอีกนะ" เมื่อเผชิญหน้ากับลูกเตะของชายหนุ่มตระกูลเมิ่ง หลินฝานก็เพียงแค่ส่งรอยยิ้มเย้ยหยันกลับไป
ปั้ก!
สิ้นเสียงคำพูด เขาก็ตวัดขาขวาเตะสวนกลับไปด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่า เข้าปะทะที่บริเวณเป้ากางเกงของชายหนุ่มตระกูลเมิ่งอย่างจัง ราวกับมีเสียงแตกหักที่ฟังดูพิลึกพิลั่นดังขึ้นมาด้วย
"อ๊ากกก!!!"
เสียงร้องโหยหวนดั่งหมูถูกเชือดเล็ดลอดออกมาจากปากของชายหนุ่มตระกูลเมิ่ง ร่างของเขาร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นตามเสียงร้องนั้น สองมือกุมเป้าแน่น นอนดิ้นทุรนทุรายเกลือกกลิ้งไปมาบนพื้นดินด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว สภาพของเขาในตอนนี้ดูน่าสมเพชเวทนายิ่งนัก
ก็ช่วยไม่ได้นี่นา ลูกเตะของหลินฝานเมื่อครู่นี้ ไม่ได้ออมแรงไว้เลยแม้แต่น้อย
การโดนลูกเตะอัดเข้าที่จุดยุทธศาสตร์เต็มเปาแบบนั้น ต่อให้ใช้แค่นิ้วเท้าคิดก็คงพอนึกภาพออกว่ามันจะเจ็บปวดร้าวรานสักแค่ไหน
เมิ่งหยวนเต๋อและหลิวเฟิงถึงกับยืนอึ้งตาค้างไปอีกรอบ
ครั้งแรกอาจจะบอกว่าประมาทจนประเมินฝีมือของหลินฝานต่ำไป
แต่ครั้งนี้ไม่มีคำว่าประมาทแล้วแน่นอนใช่ไหมล่ะ? แต่ทำไมผลลัพธ์มันถึงยังออกมาอีหรอบเดิมอยู่อีก?
แถมดูเหมือนว่า... สภาพจะดูเละเทะยิ่งกว่าเดิมซะด้วยซ้ำ
ขนาดยังไม่ทันจะได้เข้าถึงตัวหลินฝานเลยด้วยซ้ำ ก็โดนหลินฝานเตะกระเด็นซะแล้ว!
"เสี่ยวเมิ่ง!" เมิ่งหยวนเต๋อในตอนนี้ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนอีกแล้ว รีบสับเท้าวิ่งเข้าไปหาชายหนุ่มตระกูลเมิ่งทันที
คนของตระกูลเมิ่งอีกสองคนก็รีบวิ่งตามไปติดๆ
เมื่อเมิ่งหยวนเต๋อทั้งสามคนไปถึงตัวชายหนุ่มตระกูลเมิ่ง ก็รีบพยุงร่างของเขาขึ้นมาจากพื้น
ในเวลานี้ ชายหนุ่มตระกูลเมิ่งน้ำตานองหน้า ร้องไห้ฟูมฟายอย่างน่าเวทนา
เหตุผลแรกคือความเจ็บปวดแสนสาหัส เหตุผลที่สองคือเขารู้ตัวดีว่า ลูกเตะของหลินฝานในครั้งนี้ มันได้พรากความสามารถในการสืบพันธุ์ของเขาไปตลอดกาลแล้ว
"คุณลุง... ฆ่า... ฆ่ามันให้ผมที... ผมอยากให้มันตาย..." ท่ามกลางความเจ็บปวดทรมาน สายตาของชายหนุ่มตระกูลเมิ่งก็ยังคงจ้องอาฆาตไปที่หลินฝาน เขามองหน้าหลินฝาน น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด
พูดจบ ร่างของเขาก็หมดสติล้มพับไปทันที ไม่ว่าเมิ่งหยวนเต๋อหรือใครจะพยายามเขย่าตัวเรียกแค่ไหน เขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมาเลย
"ไม่ต้องห่วง เขายังไม่ตาย ยังมีลมหายใจอยู่" หลินฝานแสยะยิ้มบางๆ
(จบแล้ว)