- หน้าแรก
- แหวนระบบสยบซอมบี้
- บทที่ 311 - ยั่วโมโห
บทที่ 311 - ยั่วโมโห
บทที่ 311 - ยั่วโมโห
บทที่ 311 - ยั่วโมโห
"ไอ้หนู หนีสิวะ ทำไมไม่หนีต่อล่ะ?" หลิวเฟิงทอดสายตามองหลินฝานที่อยู่บนหลังคารถ น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ต่อให้เป็นคนประสาทสัมผัสบกพร่องก็ยังฟังออก
เขาถูกหลินฝานยั่วโมโหจนเลือดขึ้นหน้า แทบอยากจะถลกหนังหลินฝานออกมาสับเป็นชิ้นๆ
"ถังจู่หลิว คุณพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะ" หลินฝานยิ้มบางๆ "พวกเรามาเข้าร่วมงานประมูลแลกเปลี่ยนสินค้า ถือว่าเป็นอิสระชน อยากจะไปตอนไหนก็ไปได้ แค่บังเอิญว่าพวกเราเลือกที่จะไปคืนนี้ก็เท่านั้นเอง"
"แต่ในระหว่างที่พวกเรากำลังขับรถไปที่ประตูหลัง พวกคุณกลับเล่นใหญ่โตแถมยังสั่งให้คนยิงปืนใส่พวกเราอีก นี่คือวิธีต้อนรับแขกของพวกคุณงั้นเหรอ?"
ที่หลินฝานยอมต่อปากต่อคำกับหลิวเฟิง ไม่ใช่เพราะเขาอยากจะเสวนาด้วยหรอก แต่เขากำลังรอให้คนในรถพวกนั้นลงมาให้หมดต่างหาก
ถึงแม้เขาจะคาดเดาไว้แล้วว่าในกลุ่มของหลิวเฟิงคงไม่มีผู้วิวัฒนาการระดับสามของแก๊งชิงหลงตามมาด้วย แต่นั่นก็เป็นเพียงการคาดเดา เขาต้องเห็นด้วยตาตัวเองถึงจะแน่ใจ
อีกอย่าง มู่หรงเสวี่ยทั้งสามคนที่เพิ่งขึ้นไปบนดาดฟ้าตึก ก็จำเป็นต้องใช้เวลาสักหน่อยในการหาจุดซุ่มยิงที่เหมาะสม การถ่วงเวลาต่อปากต่อคำกับหลิวเฟิงไปก่อน จึงไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร
"ไอ้หนู! แกไม่ต้องมาเล่นลิ้นเล่นคำอะไรทั้งนั้น จู่ๆ ก็หนีไปกลางดึกกลางดื่นแบบนี้ ฉันว่าพวกแกต้องทำเรื่องเลวร้ายอะไรไว้แล้วกลัวพวกเราจับได้แน่ๆ" หลิวเฟิงแค่นเสียงเย็นชา "เอาเป็นว่า วันนี้ต่อให้แกจะพ่นน้ำลายออกมาเป็นคุ้งเป็นแคว มันก็ไม่มีความหมายหรอก ยอมจำนนแล้วกลับไปที่ฐานกับฉันดีๆ บางทีจุดจบของแกอาจจะสวยกว่านี้ก็ได้"
"แล้วถ้าฉันไม่กลับล่ะ?" หลินฝานถามกลับ
"ไม่กลับงั้นเหรอ?" หลิวเฟิงแค่นเสียงขึ้นจมูก "งั้นก็อย่าหาว่าฉันโหดเหี้ยมอำมหิตก็แล้วกัน!"
"พูดแบบนี้ หมายความว่าถังจู่หลิวตั้งใจจะใช้กำลังบังคับพาฉันกลับไปสินะ?" หลินฝานถามกลั้วรอยยิ้ม
"ไม่ใช่แค่แก แต่เป็นพวกแกทั้งสี่คนต่างหาก" หลิวเฟิงกวาดสายตามองไปรอบๆ "พวกลี่จื่อหานไปซ่อนอยู่ที่ไหน? เรียกพวกเธอออกมาเดี๋ยวนี้!"
เขาพยายามสังเกตดูแล้ว แต่กลับไม่เห็นวี่แววของลี่จื่อหาน มู่หรงเสวี่ย และมู่หรงซานอยู่ภายในรถบ้านเลย
แม้ว่าเขาจะเกลียดชังหลินฝานเข้ากระดูกดำ และคนที่เขาอยากจะฆ่าทิ้งมากที่สุดก็คือหลินฝาน แต่ในมุมมองของแก๊งชิงหลง สิ่งที่พวกเขาต้องรับมือคือตระกูลลี่ ลี่จื่อหานจึงเป็นตัวหมากที่สำคัญที่สุด
หากเขาไม่สามารถนำตัวลี่จื่อหานกลับไปได้ ต่อให้เขาจะลากคอหลินฝานกลับไปได้เพียงคนเดียว เขาก็ยังต้องรับโทษสถานหนักอยู่ดี
"พวกเธอไปกันหมดแล้ว เหลือแค่ฉันคนเดียวที่รอพวกคุณอยู่ที่นี่" หลินฝานยิ้มจางๆ
"แกว่าไงนะ?" สีหน้าของหลิวเฟิงแปรเปลี่ยนเป็นมืดครึ้มลงในพริบตา
แต่ไม่นานเขาก็คิดทบทวนดูอีกครั้ง พวกลี่จื่อหานไม่มีทางทิ้งหลินฝานไว้แล้วหนีไปเองแน่ๆ เพราะตลอดเวลาที่เขาคลุกคลีกับพวกนี้ เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่าพวกลี่จื่อหานเป็นห่วงเป็นใยหลินฝานมากแค่ไหน
ดังนั้น เขาจึงเดาว่าพวกลี่จื่อหานน่าจะซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่ง
แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร
ขอเพียงแค่พวกเขาจับตัวหลินฝานไว้ได้ ก็ไม่ต้องกลัวเลยว่าพวกลี่จื่อหานจะไม่ยอมโผล่หัวออกมา
"ถังจู่หลิว ผมว่าอย่าไปเสียเวลาพูดพร่ำทำเพลงกับมันเลย จับตัวมันมาเลยไม่ดีกว่าเหรอ?" ชายหนุ่มตระกูลเมิ่งก้าวออกมายืนข้างหน้า พร้อมกับแสยะยิ้มเย็นชา
ความแค้นที่เขามีต่อหลินฝาน ไม่ได้น้อยไปกว่าหลิวเฟิงเลยแม้แต่นิดเดียว
ถ้าไม่ใช่เพราะหลินฝาน เขาก็คงไม่ต้องสูญเสียปัจจัยกลายพันธุ์ไปมากมายก่ายกองขนาดนั้นเพื่อประมูลผลึกพลังงานระดับสามหรอก
พอรวมกับส่วนที่ต้องใช้คืนเป็นสองเท่าแล้ว นั่นมันเท่ากับปัจจัยกลายพันธุ์ห้าสิบสี่หลอดเต็มๆ เลยนะ! แค่คิดก็ปวดใจจะแย่แล้ว
"อ้าว? ถังจู่หลิว พาผู้ช่วยมาด้วยเหรอเนี่ย?" หลินฝานปรายตามองชายหนุ่มตระกูลเมิ่งด้วยสายตาเรียบเฉย แล้วพูดจาเยาะเย้ย "แต่น่าเสียดายนะ คนแบบนี้น่ะ ไม่ใช่คู่มือของฉันหรอก ฉันใช้แค่มือเดียวก็ล้มมันได้สบายๆ แล้ว"
"ไอ้หนู! แกพล่ามบ้าอะไรวะ!?" สีหน้าของชายหนุ่มตระกูลเมิ่งเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว ตวาดกลับไปอย่างเหลืออด
การที่หลินฝานกล้าพูดต่อหน้าคนตั้งมากมายว่าสามารถใช้มือเดียวล้มเขาได้ นี่มันจงใจดูถูกเหยียดหยามกันชัดๆ!
ไม่ว่ายังไงเขาก็เป็นถึงผู้วิวัฒนาการระดับสอง การที่หลินฝานมาย่ำยีศักดิ์ศรีของเขาแบบนี้ จะให้เขาทนรับได้ยังไง
"ไม่เชื่อเหรอ?" หลินฝานหัวเราะเบาๆ "งั้นนายก็เข้ามาลองดูสิ ถ้าฉันใช้มือเดียวล้มนายไม่ได้ ฉันยินดีจะยอมกลับไปกับพวกคุณแต่โดยดีเลย"
อันที่จริง หลินฝานเองก็หมั่นไส้ชายหนุ่มตระกูลเมิ่งมานานแล้ว ในเมื่อมีโอกาสดีๆ แบบนี้ จะขอหยามหน้ามันสักหน่อยก็ไม่เลวเหมือนกัน
"ดี! วันนี้กูจะขอดูหน่อยเถอะ ว่ามึงจะใช้แค่มือเดียวล้มกูได้ยังไง!" ชายหนุ่มตระกูลเมิ่งโกรธจนควันออกหู พุ่งทะยานตรงดิ่งไปยังรถบ้านทันที
"เสี่ยวเมิ่ง!" เมิ่งหยวนเต๋อรีบร้องเรียก
"คุณลุงไม่ต้องห่วง! ผมจะให้มันได้เห็นดีกัน!" ชายหนุ่มตระกูลเมิ่งไม่ได้หันกลับมามอง และไม่ได้หยุดฝีเท้าลงเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่ตะโกนตอบกลับมาประโยคหนึ่ง
"ไอ้เด็กนั่นมันมีระดับความแข็งแกร่งแค่ผู้วิวัฒนาการระดับหนึ่ง นายไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก" หลิวเฟิงปรายตามองเมิ่งหยวนเต๋อ แล้วเอ่ยขึ้น "ตอนนี้ยังไม่รู้แน่ชัดว่าพวกลี่จื่อหานไปซ่อนอยู่ที่ไหน รอดูสถานการณ์ไปก่อนก็แล้วกัน ทางที่ดีก็ใช้ไอ้เด็กนี่เป็นตัวล่อให้พวกลี่จื่อหานยอมโผล่หัวออกมาจะดีที่สุด"
"ตกลง" เมิ่งหยวนเต๋อพยักหน้ารับ
ถึงแม้ว่าฝีมือของเขาจะไม่ด้อยไปกว่าหลิวเฟิง แต่ก็ต้องยอมรับว่าหลิวเฟิงมีตำแหน่งเป็นถึงถังจู่ของแก๊งชิงหลง การที่พวกเขาร่วมขบวนไล่ล่ามาด้วยกัน ก็ต้องให้เกียรติและยกให้หลิวเฟิงเป็นผู้นำ ไม่อย่างนั้นถ้าหลิวเฟิงเอาเรื่องนี้ไปฟ้องตงฟางหลิงหรือเถียนเสี่ยวปิง ตระกูลเมิ่งของพวกเขาคงได้อยู่ยากแน่
...
บนดาดฟ้าตึก
มู่หรงเสวี่ย มู่หรงซาน และลี่จื่อหาน ยืนหลบอยู่หลังลูกกรงระเบียง สายตาทั้งสามคู่ต่างจับจ้องไปยังใจกลางของสวนสนุก
ในมือของพวกเธอทั้งสามคน ต่างก็ถือปืนไรเฟิลซุ่มยิงเอาไว้แน่น เตรียมพร้อมที่จะเหนี่ยวไกได้ทุกเมื่อ
"พี่คะ ไอ้หมอนั่นมันคือคนของตระกูลเมิ่งใช่ไหม? มันพุ่งตรงไปหาพี่หลินฝานแล้ว ดูท่าทางกะจะลงมือกับพี่หลินฝานแน่ๆ พวกเราควรจะยิงมันเลยไหมคะ?" มู่หรงซานเอ่ยถาม
"อย่าเพิ่งใจร้อน" แววตาของมู่หรงเสวี่ยแน่วแน่ "หมอนั่นพุ่งเข้าไปหาคนเดียว น่าจะถูกหลินฝานพูดยั่วโมโหเอา แสดงว่าหลินฝานจงใจล่อให้มันลงมือเองแหละ"
"จงใจเหรอคะ?" มู่หรงซานชะงัก
"ใช่" มู่หรงเสวี่ยพยักหน้าเบาๆ "เธอจำไม่ได้เหรอ? ในงานประมูลน่ะ ถึงแม้มันจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่ท่าทางที่มันแสดงออกมาก็ชวนให้หมั่นไส้สุดๆ ฉันเดาว่าหลินฝานคงอยากจะอัดมันสักตั้งเป็นการสั่งสอนนั่นแหละ เอาเป็นว่าตอนนี้ยังไม่ต้องยิง รอให้หลินฝานส่งสัญญาณมาเมื่อไหร่ พวกเราค่อยยิงก็ยังไม่สาย ฉันเชื่อว่าเดี๋ยวเขาต้องส่งสัญญาณมาให้เราแน่ๆ"
มู่หรงเสวี่ยถือเป็นคนที่เข้าใจความคิดของหลินฝานมากที่สุดในบรรดาสามคนนี้เลยก็ว่าได้
การคาดเดาของเธอ ตรงกับสิ่งที่หลินฝานกำลังคิดอยู่อย่างพอดิบพอดี
เมื่อได้ฟังคำอธิบาย มู่หรงซานก็เลือกที่จะทำตามคำแนะนำของพี่สาว
ลี่จื่อหานเองก็มีความรู้สึกแบบเดียวกัน เธอเอ่ยขึ้นว่า "อืม พี่เสวี่ยพูดถูก อีกอย่าง ตอนนี้หลินฝานก็เป็นถึงผู้วิวัฒนาการระดับสามแล้ว ส่วนไอ้หมอนั่นจากตระกูลเมิ่ง ก็เป็นแค่ผู้วิวัฒนาการระดับสองเท่านั้น ไม่มีทางสู้หลินฝานได้หรอก การที่มันเสนอหน้าวิ่งเข้าไปหาหลินฝานเองแบบนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย"
"จริงด้วยสิ! พี่หลินฝานเป็นผู้วิวัฒนาการระดับสามแล้วนี่นา หนูเกือบจะลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทเลย!" มู่หรงซานยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเองเบาๆ เมื่อกี้นี้เธอลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่ถามขึ้นมาหรอกว่าจะให้ยิงเลยดีไหม
(จบแล้ว)