เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 - ยาคาทิคโตะ

บทที่ 14 - ยาคาทิคโตะ

บทที่ 14 - ยาคาทิคโตะ


บทที่ 14 - ยาคาทิคโตะ

༺༻

"เดือนแห่งการเก็บเกี่ยว?" ลู่ชางถามด้วยน้ำเสียงสงสัย

อิซหันมามองลู่ชาง สีหน้าดูประหลาดใจไม่น้อย...

"เจ้าไม่รู้จักเดือนแห่งการเก็บเกี่ยวงั้นรึ?"

แย่แล้ว เหมือนจะเผลอถามคำถามที่ดูน่าประหลาดเกินไปออกไปเสียแล้ว

ยังระมัดระวังคำพูดไม่พอจริงๆ ด้วยแฮะ

ในขณะที่ลู่ชางกำลังคิดว่าจะหาทางแถไปยังไงดี อิซกลับลูบคางทำท่าครุ่นคิด: "ก็นั่นสินะ... บนโลกใบนี้อาจจะมีสถานที่ที่อำนาจของเทพเจ้าแผ่ไปไม่ถึงอยู่ด้วยก็ได้"

"เจ้าข้ามมาจากที่ที่ไกลขนาดนั้นเลยงั้นรึ..."

อิซทอดถอนใจเบาๆ

รอดตัวไป...

ดูเหมือนจะยังพอถูไถไปได้สินะ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนดี แต่ถ้าเกิดเขารู้ว่าความจริงแล้วผมไม่ได้เป็นคนของโลกใบนี้ขึ้นมา รู้สึกว่ามันคงจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่...

อย่างน้อยก่อนจะคุ้นชินกับโลกนี้โดยสมบูรณ์ ควรจะเก็บซ่อนตัวตนของผู้ข้ามมิติไว้ให้ดีจะดีกว่า

"เดือนแห่งการเก็บเกี่ยว ชื่อเต็มคือเดือนแห่งการเก็บเกี่ยวโชคดี"

"มักจะเกิดขึ้นในเดือนที่เก้าของปี ยาคาทิคโตะคือชื่อของเดือน"

ยาคาทิคโตะคืออะไรกันนะ...

ลู่ชางเองก็สงสัยเรื่องเหล่านี้มากเหมือนกัน แต่เอาไว้รอตอนที่มีเวลาค่อยไปหาหนังสืออ่านเอาแล้วกัน

สิ่งที่อิซพูดมา น่าจะเป็นความรู้ทั่วไป

งั้นก็น่าจะหาอ่านได้ไม่ยากจากในหนังสือ

อิซยังคงอธิบายต่อไปว่า: "ในเดือนนี้ ทรัพยากรจากแหล่งต่างๆ จะออกมามากขึ้น สามารถได้รับสมบัติที่มีมูลค่าสูงขึ้นได้ง่ายกว่าเดิม และยังมีของดรอปที่หายากยิ่งกว่าเดิมซึ่งเดิมทีไม่ควรจะมีออกมาจากมอนสเตอร์ธรรมดาๆ ได้อีกด้วย"

"เพราะฉะนั้น ในช่วงเทศกาลนี้เหล่านักผญภัยจึงมักจะแห่กันเข้าไปสำรวจในดันเจี้ยนกันยกใหญ่เลยล่ะ"

ฟังดูเหมือนจะเป็นอีเวนต์เพิ่มอัตราการดรอปอะไรประมาณนั้นเลยแฮะ...

แต่ก็รู้สึกว่ามันแฝงไปด้วยอันตรายไม่น้อยเลยเหมือนกัน

การกระตุ้นความปรารถนาในการสำรวจดันเจี้ยนของนักผจญภัย ความโลภอาจจะทำให้พวกเขาต้องไปตายได้...

รู้สึกเหมือนจะเป็นกับดักบางอย่างด้วยแฮะ

"ถ้าเดือนแห่งการเก็บเกี่ยวมาถึงก่อนกำหนด พวกเราก็ต้องเตรียมตัวสำรวจดันเจี้ยนขนาดใหญ่ไว้ให้พร้อมแล้วล่ะ"

"แต่ว่า แน่นอนว่าไม่ใช่ตอนนี้หรอกนะ"

อิซเก็บศพเสือดาวล่าเงาทั้งหมดเข้าสู่พื้นที่เก็บของ

ลู่ชางเดินลึกเข้าไปข้างในต่อพร้อมกับเขา

ดันเจี้ยนนี้แตกต่างจากดันเจี้ยนที่เจอตอนที่เพิ่งข้ามมิติมาใหม่ๆ

เท่าที่เดินมาจนถึงตอนนี้ ยังไม่เห็นทางแยกเลยแม้แต่ทางเดียว

ตอนที่เพิ่งข้ามมิติมาใหม่ๆ ดันเจี้ยนแห่งนั้นมันไปได้ทุกทิศทุกทาง มีทางแยกอยู่เต็มไปหมด แค่มองไปก็รู้สึกตาลายแล้ว

ทว่าดันเจี้ยนในตอนนี้ เกือบจะเป็นทางเดินที่ตรงดิ่งเลยล่ะ แถมภายใต้เวทส่องสว่าง กับดักต่างๆ ก็เห็นได้อย่างชัดเจน

ลู่ชางและอิซสำรวจเข้าไปข้างในอีกระยะหนึ่ง ก็เจอมอนสเตอร์ชนิดอื่นบ้างเหมือนกัน

เสือดาวล่าเงา 8 ตัว

แมงมุมเงา 2 ตัว...

แมงมุมน่ะเหรอ พริบตาแรกที่เห็นแมงมุมที่ตัวใหญ่กว่าเขาหลายเท่า ลู่ชางก็ตกใจจนตัวลอยเลยล่ะ

แต่ในวินาทีถัดมา ลู่ชางก็ยกมือขึ้นร่ายบอลไฟเจ็ดลูกฟาดใส่ตัวแมงมุมพร้อมๆ กันทันที

แสงเพลิงที่ปะทุขึ้นปกคลุมไปทั่ว

เผาแมงมุมจนกลายเป็นถ่านดำไปโดยตรง

บอลไฟที่ลู่ชางร่ายออกมานั้น มีพลังทำลายล้างมากกว่านักเวทปกติทั่วไปมากนัก

จนถึงตอนนี้ในดันเจี้ยนแห่งนี้ ลู่ชางยังไม่เจอมอนสเตอร์ตัวไหนที่สามารถทนรับเวทมนตร์เพียงครั้งเดียวของเขาได้เลย

ดูเหมือนว่า...

เมื่อเลเวลค่าความชำนาญเพิ่มขึ้น พลังของเวทมนตร์ที่เพิ่มขึ้นตามมานั้นก็ไม่ใช่เล่นๆ เลย

ตามคำพูดของอิซ ถ้าเป็นแมงมุมเงาตัวนี้ หากเป็นนักเวทเลเวล 1 ทั่วไปมาสู้

อย่างน้อยต้องใช้บอลไฟถึงสามสิบถึงสี่สิบลูกถึงจะฆ่ามันได้

ทว่าบอลไฟยิงต่อเนื่องเจ็ดลูกของลู่ชาง กลับสามารถฆ่ามันได้ในพริบตาเดียว

ตอนที่เจอแมงมุมเงาตัวที่สอง ลู่ชางได้จงใจควบคุมจำนวนของบอลไฟที่โจมตีถูก

บอลไฟลูกเดียว...

ไม่ถึงกับตายในทีเดียว แต่มันก็ถูกเผาไปทั้งตัวจนต้องร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

ในจังหวะที่มันพยายามพ่นใยแมงมุมเงาออกมาจากส่วนท้ายใส่ลู่ชาง บอลไฟลูกที่สองของลู่ชางก็ตามติดเข้าไปในทันที

ใยแมงมุมในวินาทีที่สัมผัสถูกบอลไฟ ก็ถูกเผาจนเกลี้ยงในพริบตา

ส่วนบอลไฟนั้นพลังยังไม่ลดละ มันยังคงกระแทกเข้าที่ตัวของแมงมุมเงาต่อไป

ตูม!

แมงมุมเงาหงายหลังลงไปบนพื้นดินท่ามกลางเปลวเพลิงในการโจมตีครั้งนี้ และไม่ขยับเขยื้อนอีกต่อไป

บอลไฟสองลูก... ก็สามารถกำจัดแมงมุมเงาได้แล้ว

นักเวทเลเวล 1 คนอื่นต้องใช้ประมาณ 30 ถึง 40 ลูกสินะ

พูดอีกอย่างก็คือ โดยเฉลี่ยแล้วบอลไฟ 1 ลูกของผม ก็เท่ากับความแข็งแกร่ง 15 ถึง 20 ลูกของคนอื่น ส่วนถ้ายิงต่อเนื่อง 7 ลูก...

ลู่ชางคำนวณในใจ ก็น่าจะเท่ากับความแข็งแกร่ง 95 ถึง 140 ลูกเลยทีเดียว

แถมเหมือนว่าบอลไฟลูกแรกจะทำให้มันเกือบตายอยู่แล้วด้วย ลูกที่สองแค่ช่วยเสริมดาเมจส่วนสุดท้ายเข้าไปเท่านั้น การคาดการณ์จริงๆ ก็น่าจะสูงกว่านี้อีกนิดหน่อย

นั่นก็คือการร่ายเวทเพียงครั้งเดียวของตนเอง พลังทำลายล้างนั้นเหนือกว่านักเวทในระดับเดียวกันถึงกว่าร้อยเท่าตัว

นี่คือผลประโยชน์ของพรสวรรค์ระดับเทพสินะ

ลู่ชางทอดถอนใจในใจเงียบๆ

จะว่าไป เรื่องที่เกี่ยวกับพรสวรรค์นี้ ตนเองก็ยังไม่ได้เข้าใจมันลึกซึ้งขึ้นเท่าไหร่นัก

ตอนที่เพิ่งเปลี่ยนอาชีพใหม่ๆ ดูจากความหมายที่คูมิโรนีพูด พรสวรรค์น่าจะมีกลไกที่ซับซ้อนกว่านี้อีกนะ

ไว้หาเวลาวิจัยดูหน่อยแล้วกัน...

ถ้าหาเอกสารที่เกี่ยวข้องไม่เจอ ค่อยไปถามพวกคูมิโรนีเอาแล้วกัน

ลู่ชางยังไม่อยากเปิดเผยจุดบอดด้าน "ความรู้ทั่วไป" ของตนเองตามใจชอบ

และถ้าต้องคอยถามไปเสียทุกเรื่อง มันก็จะทำให้คนอื่นรู้สึกรำคาญได้ ลู่ชางจึงอยากพยายามลดภาระที่จะไปรบกวนพวกอิซให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

แมงมุมเงา เสือดาวล่าเงา นอกเหนือจากนั้น...

ยังเจอปีศาจเงาตัวหนึ่งด้วย

มันคือเงาล้วนๆ ต่อให้จะอยู่ภายใต้เวทส่องสว่าง มันก็ยังคงเป็นกลุ่มเงาดำที่ปรากฏอยู่บนผนังถ้ำ

พูดอีกอย่างก็คือ โชคดีที่มีเวทส่องสว่าง ไม่อย่างนั้นมันจะกลมกลืนไปกับเงาอย่างสมบูรณ์จนมองไม่เห็นเลยล่ะ

"ปีศาจเงา"

"มอนสเตอร์ระดับสอง ในตอนที่มันอยู่ในสถานะเงามัน การโจมตีทางกายภาพจะไม่มีผลกับมันเลยแม้แต่นิดเดียว เวทมนตร์ที่เน้นการโจมตีทางกายภาพเอง ก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับมันได้ มีเพียงการโจมตีสายธาตุแสงเท่านั้นที่เป็นวิธีการจัดการที่ได้ผล"

"แต่ในสถานะเงามัน มันก็ไม่สามารถสร้างอันตรายให้กับร่างกายที่มีตัวตนอย่างพวกเราได้เช่นกัน"

"มันจะออกจากเงามาโจมตีพวกเรา ก็ต่อเมื่อพวกเราละสายตาไปจากมันเท่านั้นแหละ"

เงาเดินตามลู่ชางไปตามผนังถ้ำ

บางครั้งก็อ้อมมาข้างหลังลู่ชาง แต่สายตาของลู่ชางก็มักจะตามมันไปได้ทัน และเห็นการดำรงอยู่ของมัน

ความเร็วในการเคลื่อนที่ของมันไม่ได้เร็วมากนัก จึงสังเกตเห็นได้ง่าย

อิซ: "พูดอีกอย่างก็คือ ขอเพียงเจ้าคอยสังเกตมันไว้อยู่ตลอดเวลา ต่อให้เจ้าจะสร้างความเสียหายให้มันไม่ได้ เจ้าก็ยังปลอดภัยอยู่ดี"

"แต่ในการต่อสู้จริงๆ การที่มีศัตรูแบบนี้อยู่ย่อมถือเป็นภัยคุกคามอย่างหนึ่ง"

"มา ท่องตามข้านะ"

"เทพเจ้าแห่งแสงรุ่งอรุณ ข้าขอกเรียกหาแสงสว่างสักสายหนึ่ง เพื่อจารึกลงในความมืดมิดให้แก่ข้า"

ลู่ชางท่องตามภาษาของอิซพารัลต์

ดาบกางเขนแสงเล่มหนึ่งได้ควบแน่นขึ้นในมือ

「กางเขนแสง (เลเวล: 5)」

ลู่ชางสัมผัสได้ว่า ดาบกางเขนแสงเล่มนี้ สามารถถือมันไว้ในมือได้ช่วงเวลาหนึ่ง... เพื่อใช้เป็นอาวุธ

หรือจะขว้างมันออกไปโดยตรงก็ได้เหมือนกัน

ลู่ชางถือดาบแสง แล้วขว้างใส่ปีศาจเงา!

ปิ๊ง!

"อ๊าก——!!"

แสงกางเขนปักลงบนร่างกายของปีศาจเงา เงานั้นส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดออกมา

จากนั้น เงานี้ก็ยื่นมือที่เป็นเงาความมืดทั้งสองข้างออกมา แล้วพุ่งเข้าหาลู่ชางอย่างรวดเร็ว!

ลู่ชางก้าวถอยหลังรัวๆ

"ข้าขอแสงสว่าง เพื่อจารึกลงในความมืด"

ดาบแสงควบแน่นขึ้นในมืออีกครั้ง!

ปิ๊ง——

ดาบแสงปักลงบนแขนข้างหนึ่งของมัน แขนข้างนั้นถูกแสงปักเข้าไว้ จึงไม่สามารถขยับเขยื้อนต่อได้

"แสง"

วึ่ม——

ในมือของลู่ชาง กางเขนแสงได้ควบแน่นขึ้นมาอีกครั้ง สว่างขึ้นและใหญ่ขึ้นกว่าเดิม!

ทว่าในคราวนี้ เงากลับขยายตัวกว้างขึ้น และมาถึงใต้เท้าของลู่ชางในพริบตา

จู่ๆ ก็มีมือเล็กๆ แห่งความมืดพ่นออกมาจากแผ่นดินมากมาย!

ลู่ชางรีบกระโดดถอยหลัง พร้อมกับปักดาบแสงลงไปข้างล่างทันที!

「กางเขนแสง (เลเวล: 10)——ไร้บทร่าย กางเขนใหญ่ขึ้น」

กางเขนแสงบทนี้แตกต่างจากเวทส่องสว่าง มันสามารถร่ายแบบไร้บทสวดได้

ฟิ้ว!

ปัง!

ปัง ปัง ปัง!

เงาเริ่มไล่ล่าลู่ชางอย่างรวดเร็ว ส่วนลู่ชางก็เริ่มวิ่งหนีไปพลาง และขว้างกางเขนแสงลงไปข้างหลังไปพลาง!

เงาพยายามยืดตัวตามไปทางที่ลู่ชางอยู่ตลอดเวลา แต่ทุกครั้งที่ถูกกางเขนแสงฟาดใส่ มันก็ต้องหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง

แถมกางเขนแสงของลู่ชางในทุกๆ ครั้งที่ร่ายออกมา พลังทำลายล้างนั้นก็รุนแรงกว่าครั้งก่อนหน้ามากนัก

ไม่นานนัก ปีศาจเงาที่ถูกกางเขนแสงสิบสามเล่มตอกไว้กับพื้นดิน ก็ไม่ขยับเขยื้อนอีกต่อไปอย่างถาวร

เงาค่อยๆ หดสั้นลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็กลายเป็นคราบหนังสีดำสนิทแผ่นหนึ่ง ตกลงบนพื้นถ้ำ

༺༻

จบบทที่ บทที่ 14 - ยาคาทิคโตะ

คัดลอกลิงก์แล้ว