เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 550 เรื่องราวในอดีต

บทที่ 550 เรื่องราวในอดีต

บทที่ 550 เรื่องราวในอดีต


เสี่ยวฟู่และหวังไห่โปเมื่อเห็นดังนั้น ต่างก็ยอมเสี่ยงอันตรายพุ่งตัวไปข้างหน้า ช่วยกันถีบประตูเหล็กบานนั้นพร้อมกัน

ตูม! ในที่สุดประตูเหล็กก็พังทลายลง กำแพงไม้ด้านบนร่วงกราวลงมา เกือบจะกระแทกใส่เสี่ยวฟู่

“พวกเรา รีบหนีเร็ว!” ฮั่วฉงจวินเร่งเร้าเสี่ยวฟู่และหวังไห่โป ในขณะที่ตัวเองวิ่งกลับไปยังมุมทิศตะวันตกเฉียงใต้ ร่วมแรงกับเซียวเซิงและจางว่าน แบกเสี่ยวอู๋พุ่งออกไปข้างนอกอย่างสุดชีวิต

เปลวเพลิงม้วนตัวครอบคลุมห้องขุมขังไว้ทั้งหมด เส้นผมและขนตามตัวของพวกฮั่วฉงจวินถูกความร้อนเผาจนหยิกงอ ริมฝีปากแห้งผากจนแทบจะปริแตก

ในนาทีเป็นนาทีตาย ทุกคนไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ต่างฝ่าออกมาอย่างไม่คิดชีวิต โดยไม่สนใจว่าจะมีลูกไฟร่วงใส่ตัวหรือไม่

โครมครม! ทันทีที่พวกเขาพุ่งออกมาพ้นตัวอาคาร หลังคาไม้ของห้องคุมขังก็พังครืนลงมาเบื้องหลัง

ในขณะนี้ พวกเขากลับยิ่งตกอยู่ในอันตราย กลุ่มอาคารทั้งหมดเกิดไฟไหม้ขึ้นแล้ว เรียกได้ว่าถูกล้อมกรอบไว้ทั้งสี่ทิศ หากไม่รีบฝ่าวงล้อมนี้ออกไป ไม่ช้าก็คงถูกความร้อนแผดเผาจนแห้งตาย!

“เร็ว ถอยไปทางทิศตะวันออก!” เซียวเซิงลองกะทิศทางลมดูแล้ว ก่อนจะตะโกนบอกและวิ่งนำไปทางทิศตะวันออก

ทุกคนรีดเค้นพละกำลังทั้งหมดออกมา แม้แต่เสี่ยวอู๋ก็เริ่มได้สติและวิ่งตามไปทางทิศตะวันออก

เปลวเพลิงพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า โชคดีที่ห้องคุมขังอยู่ตรงมุมทิศตะวันออกเฉียงใต้พอดี ซึ่งมีพื้นที่ว่างกั้นระหว่างกลุ่มอาคารและยุ้งฉาง พวกฮั่วฉงจวินจึงสามารถฝ่าวงล้อมเปลวไฟออกมาได้อย่างปลอดภัย พวกเขารีบล้มตัวลงนอนกลิ้งบนพื้นทันทีเพื่อดับไฟที่ติดอยู่ตามตัว

ยังไม่ทันจะลุกขึ้นยืน ก็เห็นหญิงสาวผู้ศรัทธาคนหนึ่งกระโดดลงมาจากชั้นสองของกลุ่มอาคาร แต่เธอกลับไม่ได้วิ่งหนีออกจากทะเลเพลิงเหมือนพวกเรา กลับหันหลังวิ่งกลับเข้าไปในกลุ่มอาคารอีกครั้ง

ภาพนี้ทำให้พวกฮั่วฉงจวินถึงกับตะลึง “นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” ทุกคนต่างไม่เข้าใจ

ทันใดนั้นเอง ทางทิศตะวันออกก็มีเสียงประกาศจากลำโพงขยายเสียงดังขึ้น เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด

ทุกคนหันมองไปทางทิศตะวันออก เห็นรถหุ้มเกราะสองคันจอดอยู่ที่นั่น ด้านหลังรถคันนั้นมีกองกำลังขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ชุดดำ ตำรวจท้องที่ และกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ (National Guard) นับร้อยนาย

เสี่ยวอู๋ช่วยแปลว่า: “พวกเขาสั่งให้เราเข้าไปหาเดี๋ยวนี้ และบอกว่าจะไม่ทำอันตรายพวกเรา!”

ในสถานการณ์เช่นนี้ พวกฮั่วฉงจวินทำได้เพียงเข้าไปขอความช่วยเหลือ ทุกคนต่างพยุงกันเดินเข้าไป ชายที่ดูเหมือนหัวหน้าทีมออกมาพูดประโยคยาวเหยียด โดยมีเสี่ยวอู๋เป็นคนสื่อสารตอบโต้ไป

จากนั้น หัวหน้าทีมคนนั้นก็เรียกผู้ใต้บังคับบัญชามาสองสามคน นำตัวพวกฮั่วฉงจวินขึ้นรถทหารและขับออกจากไร่ไป

จนกระทั่งตอนนี้ ทุกคนถึงเริ่มรู้สึกถึงความปลอดภัย พวกเขาต่างสำรวจบาดแผลของกันและกันบนรถ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรอยไหม้และรอยถลอกเพียงเล็กน้อย ไม่ได้เป็นอันตรายรุนแรงอะไร

หลังจากขับรถมาได้สองสามชั่วโมง รถทหารก็กลับเข้าสู่ตัวเมือง แต่ไม่ได้ปล่อยพวกฮั่วฉงจวินลง กลับพาพวกเขาไปยังสถานที่ทำงานแห่งหนึ่ง เรียกหมอมาตรวจร่างกายและทำแผลให้ พร้อมทั้งนำอาหารและน้ำมาให้

หลังจากไม่ได้กินอิ่มมาหลายวัน แม้จะเป็นเพียงแฮมเบอร์เกอร์และมันบดธรรมดาๆ แต่ทุกคนก็กินกันอย่างเอร็ดอร่อย เสี่ยวอู๋เองก็กินยาลดไข้ไปแล้ว ทำให้จิตใจดูสดชื่นขึ้นมาก

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ คนเหล่านั้นก็เริ่มทำการสอบสวนพวกเขาทีละคน

ตอนนี้ทุกคนถึงได้รู้ว่า คนที่สอบสวนพวกเขา รวมถึงหัวหน้าทีมและเจ้าหน้าที่ชุดดำเหล่านั้น ล้วนเป็นคนของ FBI ดูท่าเรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เสียแล้ว

“ภายในหนึ่งสัปดาห์นี้ พวกคุณควรพักอยู่ในโรงแรม อย่าเดินไปไหนมาไหนสุ่มสี่สุ่มห้า หากมีสถานการณ์อะไร เราจะไปสอบสวนเพิ่มเติมอีก”

เจ้าหน้าที่สอบสวนกำชับเช่นนั้น ก่อนจะขับรถส่งพวกเขากลับไปยังโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์

จนกระทั่งกลับถึงโรงแรม และได้ดูรายงานข่าว พวกฮั่วฉงจวินถึงได้เข้าใจแจ่มชัดว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่

ลัทธิที่จับตัวพวกเขาไปเรียกว่า ลัทธิเดวิดเดียน เป็นลัทธิเล็กๆ ที่แยกตัวออกมาจากศาสนาตะวันตก ลัทธิประเภทที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดแบบนี้ ในสหรัฐอเมริกามีอยู่หลายร้อยลัทธิ และมีกลุ่มที่แยกย่อยออกมานับล้านกลุ่ม ลัทธิเดวิดเดียนก็คือหนึ่งในนั้น

เมื่อกว่า 60 ปีก่อน ชายคนหนึ่งชื่อวิกเตอร์ได้ตั้งตัวเป็นอิสระ ก่อตั้งลัทธิเดวิดเดียนดั้งเดิมขึ้น และได้ซื้อคฤหาสน์หรูในรัฐเท็กซัสเพื่อใช้เป็นกองบัญชาการของลัทธิ โดยตั้งตนเป็นประมุข

ในปี 1955 วิกเตอร์เสียชีวิต ตำแหน่งประมุขจึงเปลี่ยนมือมาเป็นเบนจามิน

เช่นเดียวกับวิกเตอร์และประมุขลัทธิศาสนาตะวันตกทั้งหลาย เบนจามินชอบเรียกตัวเองว่าเป็นศาสดาพยากรณ์ และมักจะส่งต่อคำทำนายบางอย่างให้กับเหล่าสาวกอยู่เสมอ

ลัทธิเดวิดเดียนทั้งหมดยังคงรักษาธรรมเนียมตั้งแต่สมัยวิกเตอร์ไว้ คือวันเสาร์ไม่ทำงาน และเคร่งครัดเรื่องอาหารการกิน

แต่เมื่อเวนปรากฏตัวขึ้น ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไป

เช่นเดียวกับจีซัส เวนไม่รู้ว่าพ่อที่แท้จริงคือใครมาตั้งแต่เด็ก ส่วนแม่ของเขาก็คลอดเขาออกมาตอนที่มีอายุเพียง 14 ปีเท่านั้น

เด็กหญิงอายุ 14 ปี ลำพังแค่การเอาชีวิตรอดก็เป็นปัญหาแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการทุ่มเทแรงกายแรงใจในการเลี้ยงดูลูกที่เกิดมา

ในช่วงเวลานั้น แม่ของเวนมัวแต่ยุ่งกับการหาแฟน ไปเดท และดื่มเหล้าอย่างหนัก เวนที่เติบโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ จึงซึมซับประเพณีและนิสัย "อันดีงาม" ของชาวอเมริกันมาตั้งแต่เด็ก นั่นคือ การโกหก การหลอกลวง ความรุนแรง และแน่นอนว่ารวมถึงเรื่องชู้สาว

ตอนอายุ 19 ปี เวนทำเด็กหญิงวัย 15 ปีตั้งท้องอีกครั้ง นิสัยเดิมๆ นี้ทำให้เวนจำต้องจากบ้านเกิดพเนจรไปทั่ว ในที่สุดวัยรุ่นที่ตกต่ำคนนี้ก็ถูกแสงรัศมีของจีซัสอาบไล้ และได้รับความรอด ซึ่งก็คือการเข้าร่วมลัทธิเดวิดเดียนนั่นเอง

ในตอนนั้น ลัทธิเดวิดเดียนกำลังรับสมัครสาวกไปทั่วเพื่อขยายอิทธิพลให้เร็วขึ้น สาเหตุที่เกิดความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้เป็นเพราะเบนจามินได้เสียชีวิตลงแล้ว และปัจจุบันประมุขของลัทธิเดวิดเดียนคือ หลุยส์ ภรรยาของเขา

หญิงชราวัย 60 กว่าปีคนนี้ยังมีพละกำลังล้นเหลือ นิสัยประเภท "สามสิบดั่งหมาป่า สี่สิบดั่งเสือ" ได้รับการยกระดับขึ้นไปอีกในตัวเธอ เธอถูกตาต้องใจเวน วัยรุ่นหนุ่มผู้แข็งแกร่งและเลือดร้อนในทันที จึงรับเขาไว้ภายใต้ชายกระโปรง และเลื่อนตำแหน่งให้กลายเป็นแกนนำของลัทธิเดวิดเดียนอย่างรวดเร็ว

เดิมทีหลุยส์และเบนจามินมีลูกชายของตัวเอง หากไม่มีอะไรผิดพลาด หลังจากหลุยส์สิ้นอายุขัย ลูกชายของพวกเขาก็ควรจะเป็นผู้สืบทอดลัทธิเดวิดเดียนทั้งหมด

แต่เวนได้ปรากฏตัวขึ้น เขาอาศัยความโปรดปรานที่หลุยส์มีต่อเขา เริ่มสร้างอำนาจของตัวเอง และค่อยๆ กลายเป็นขุมกำลังที่สามารถคานอำนาจกันได้

หลังจากหลุยส์เสียชีวิต เวนก็เนรเทศลูกชายและพรรคพวกของเธอไปอย่างรวดเร็ว ตั้งตนเป็นประมุขคนใหม่ และเปลี่ยนชื่อตัวเองเป็น เดวิด

ชายสวมแว่นผมหยิกที่พวกฮั่วฉงจวินพบเห็น ก็คือเดวิดคนนี้นี่เอง

ตั้งแต่นั้นมา ลัทธิเดวิดเดียนก็เริ่มเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ นอกจากจะชอบกล่าวคำพยากรณ์เหมือนกับประมุขคนก่อนๆ แล้ว เดวิดยังมีนิสัยดีๆ ที่ฝึกฝนมาตั้งแต่วัยเยาว์ นั่นคือเรื่องชู้สาว

เขามีจิตใจที่กว้างขวางเหลือเกิน ผู้หญิงตั้งแต่รุ่นทวดอายุ 99 ปี ไปจนถึงเด็กที่เพิ่งจะเดินได้ ล้วนเป็นเป้าหมายของเขาทั้งสิ้น

ด้วยรัศมีของประมุขลัทธิที่สวมไว้อยู่ พฤติกรรมเช่นนี้ของเดวิดสำหรับสาวกแล้ว ไม่ต่างอะไรกับการ "ชำระล้าง" ระดับสูง สาวกหญิงทุกคนต่างหวังว่าจะได้รับความเมตตาจากเขา เพื่อที่จะได้ชำระล้างตัวเองให้ดียิ่งขึ้นและรวดเร็วยิ่งขึ้น

ด้วยเหตุนี้ เดวิดจึงมีฮาเร็มขนาดใหญ่ และได้จัดพิธีวิวาห์กับสาวกหญิงหลายคน หญิงสาวสวยสี่คนที่เดินตามหลังเดวิดที่พวกฮั่วฉงจวินเห็นนั้น ก็คือภรรยาบางส่วนของเขานั่นเอง

เขายังได้ขยายกองบัญชาการใหม่ เพื่อความสะดวกในการพักอาศัยร่วมกับเหล่าสาวกหญิง

อย่าเห็นว่าเดวิดเป็นคนที่มี "เมตตา" ต่อผู้หญิงขนาดนี้ สำหรับสาวกชายในลัทธิแล้ว เขากลับมีรูปแบบที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง นั่นคือ การถือเพศพรหมจรรย์

จบบท

จบบทที่ บทที่ 550 เรื่องราวในอดีต

คัดลอกลิงก์แล้ว