- หน้าแรก
- รีสตาร์ทชีวิต พลิกชะตาสร้างจักรวรรดิการเงิน
- บทที่ 6 อัปเกรดระบบ
บทที่ 6 อัปเกรดระบบ
บทที่ 6 อัปเกรดระบบ
บทที่ 6 อัปเกรดระบบ
ตลอดสี่วันหลังจากนั้น เขาทำทุกอย่างเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยนจากวันก่อนหน้า และทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างราบรื่นโดยไม่มีอุบัติเหตุใดๆ
ในช่วงเที่ยงของวันที่ 15 กรกฎาคม หลังจากขายน้ำและหมวกของวันนั้นจนหมดเกลี้ยง ในที่สุดเขาก็รวบรวมเงินได้ 10,000 หยวน ซึ่งเพียงพอสำหรับการอัปเกรดระบบเป็นเวอร์ชันทดลอง
ฉินอวิ๋นข่มความรู้สึกตื่นเต้นที่พลุ่งพล่านเอาไว้ และนั่งกินข้าวกล่องริมทางเท้ากับซุนเจิ้นซินตามปกติ ก่อนจะเดินทางกลับบ้าน
เมื่อซุนเจิ้นซินหลับไปแล้ว ฉินอวิ๋นก็เดินเข้าไปในห้องน้ำ ล็อกประตู แล้วกระซิบด้วยเสียงที่เบาราวกับยุงบินว่า "อัปเกรดระบบ"
"เริ่มการอัปเกรดระบบ นับถอยหลัง 60 วินาที..."
ฉินอวิ๋นลอบผ่อนลมหายใจออกมา จากนั้นก็จ้องมองหน้าจอเสมือนจริงที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าด้วยความประหม่า
"5, 4, 3, 2, 1... อัปเกรดสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่อัปเกรดระบบเป็นเวอร์ชันทดลอง คุณจะได้รับเงิน 1,000 หยวนโดยอัตโนมัติทุกวัน ร้านค้ายังไม่เปิดให้บริการ คุณจะได้รับรางวัลเป็นทักษะแบบสุ่ม"
"ติ๊ง! เงิน 1,000 หยวนถูกโอนเข้าบัญชีบัตรธนาคารของโฮสต์แล้ว เนื่องจากประสบการณ์การเล่นหุ้นระดับ 'แมงเม่า' ของโฮสต์ โฮสต์จึงได้รับรางวัลพิเศษเป็น 'ทักษะการลงทุนทางการเงินระดับเริ่มต้น' (หมายเหตุ: การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุน)"
"นอกจากนี้ ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป โฮสต์เพียงแค่เรียกหาระบบในใจก็พอ ไม่จำเป็นต้องพูดออกมาเป็นเสียง เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดเผยตัวตนของระบบ"
เขาเป็นแค่แมงเม่าไม่ใช่หรือไง? พอเข้ามาในตลาดหุ้น มันก็เหมือนกับมหาสมุทรอันลึกล้ำ ตั้งแต่นั้นมา เงินเก็บก็กลายเป็นคนแปลกหน้าไปเลย
ขาดทุนแล้วขาดทุนเล่า ช่างเป็นเวรกรรมอะไรเช่นนี้! ขาดทุนซ้ำซาก ขอบคุณมาก! นี่แหละความต้อยต่ำของนักลงทุนรายย่อย
"ระบบ แล้วทักษะอยู่ไหนล่ะ? ฉันจะเรียนรู้มันได้ยังไง?" ฉินอวิ๋นถามในใจ
"โฮสต์ได้เชี่ยวชาญทักษะนี้แล้วและไม่จำเป็นต้องเรียนซ้ำอีก โปรดค้นหาผลลัพธ์ของมันผ่านการลงมือปฏิบัติจริง"
"เอ่อ ฉันเรียนรู้ไปแล้วงั้นเหรอ? ทำไมถึงไม่รู้สึกอะไรเลยล่ะ? อย่างน้อยหัวมันก็น่าจะรู้สึกบวมๆ หรือปวดนิดๆ สิ?"
"โฮสต์ คุณอ่านนิยายมากเกินไปแล้วใช่ไหม? สมองของมนุษย์มีความจุที่ไร้ขีดจำกัด มีความสามารถในการขยายและศักยภาพในการพัฒนาสูงมาก ดังนั้นความรู้เรื่องการลงทุนทางการเงินแค่นั้นมันไม่ได้ระคายเคืองอะไรเลยสักนิด!"
ในเมื่อระบบพูดมาแบบนี้ แล้วเขาจะทำอะไรได้อีกล่ะ? แน่นอนว่าเขาก็ต้องเลือกที่จะเชื่อมัน
ฉินอวิ๋นเปิดโทรศัพท์โนเกียของเขาขึ้นมา และกดเข้าไปในแอปพลิเคชันเทรดหุ้น 'ถงฮวาสุ่น' ที่ติดตั้งไว้ล่วงหน้า
ไม่ต้องสงสัยเลย ตอนนี้โทรศัพท์มือถือสามารถใช้เทรดหุ้นได้แล้วจริงๆ ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมของปีนี้ พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองชุนมีเครือข่าย 3G ครอบคลุมแล้ว และแอปพลิเคชันถงฮวาสุ่นก็ให้บริการต่างๆ แก่ผู้ใช้มือถือ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล ข่าวสาร แนวโน้มตลาด และช่องทางการซื้อขาย
เขาค้นหาหุ้นตัวที่ดีที่สุดจากชาติที่แล้ว 'หุ้นเหมาไถ'
เขามองดูแผนภูมิแนวโน้มล่าสุด พร้อมกับวิเคราะห์ข่าวสารและรายงานทางการเงินต่างๆ ในช่วงนี้
เขาพบว่าตัวเขาซึ่งเป็นแค่นักเล่นหุ้นมือสมัครเล่น จู่ๆ ก็เข้าใจอะไรหลายๆ อย่างขึ้นมาอย่างทะลุปรุโปร่ง และสามารถสรุปได้อย่างมั่นใจว่ามีกองทุนสถาบันกำลังปั่นหุ้นตัวนี้อยู่ มันยังไม่ถึงเวลาที่จะเทขายทำกำไร และยังมีช่องว่างให้ราคาปรับตัวขึ้นไปได้อีก ปัจจุบันหุ้นตัวนี้กำลังจะเข้าสู่ช่วงพักฐานในระดับสูงเป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์ เพื่อรอจังหวะทะลุแนวต้าน
หุ้นตัวนี้ปรับตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดที่ 112 หยวน มาอยู่ที่กว่า 150 หยวน ต่อให้มีการพักฐาน การเขย่าหุ้นก็คงไม่รุนแรงนัก อย่างมากก็ลดลงไปแตะเส้นค่าเฉลี่ย 30 วันที่ประมาณ 145 หยวน ไม่ลึกไปกว่านี้ เพราะถ้าลึกเกินไปอาจทำให้เกิดแรงเทขายมากเกินไปได้ง่ายๆ
เมื่อพิจารณาจากลักษณะทางประวัติศาสตร์ของหุ้นตัวนี้แล้ว ในระยะสั้นมันน่าจะขึ้นไปได้ถึงแค่ประมาณ 175 หยวนเท่านั้น
การจะดันให้สูงกว่านี้คงเป็นเรื่องยากมาก ซึ่งมันจะเสี่ยงเกินไปสำหรับผู้เล่นรายใหญ่ และราคานั้นก็น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขาในการเทขาย
ฉินอวิ๋นคิดด้วยว่าตอนนี้เขาสามารถรับเงิน 1,000 หยวนจากระบบได้ทุกวัน ซึ่งกว่าจะถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม เขาก็จะมีเงินทุนเพียง 15,000 หยวนเท่านั้น
เขาซื้อหุ้นได้มากสุดแค่ 100 หุ้น และการเทรดเป็นเวลาครึ่งเดือนอย่างมากก็จะทำกำไรให้เขาได้แค่ 3,000 หยวน เงินทุนที่น้อยเกินไปทำให้การซื้อหุ้นบลูชิพไม่คุ้มค่านัก แม้ว่ามันจะเหมาะสำหรับนักลงทุนระยะยาวทั่วไปก็ตาม
"เฮ้อ ตอนแรกฉันนึกว่าหลังจากอัปเกรดระบบแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น ไม่ต้องทำงานหนัก และเงินทองจะไหลมาเทมาซะอีก แต่กลายเป็นว่าฉันยังต้องทำธุรกิจเล็กๆ อย่างการขายหมวกกับน้ำต่อไป ไม่อย่างนั้นฉันจะเอาทุนที่ไหนไปเล่นหุ้นล่ะ?"
หลังจากนั้น ฉินอวิ๋นก็ตัดสินใจว่าจะไม่นอนพักกลางวัน และเตรียมตัวไปเปิดบัญชีที่บริษัทหลักทรัพย์ก่อน
เขาเลือกไปเปิดบัญชีที่สาขาของบริษัทหลักทรัพย์อันผิง เหมือนกับในชาติที่แล้ว ในฐานะบัญชีชั่วคราวสำหรับช่วงเริ่มต้น ค่าคอมมิชชันอยู่ที่ 0.025% โดยมีขั้นต่ำในการเก็บอยู่ที่ 5 หยวน หากค่าคอมมิชชันน้อยกว่า 5 หยวน
อย่าคิดว่ามันถูกนะ พอเป็นเงินก้อนใหญ่ มันก็แพงเอาเรื่องเหมือนกัน การเทรดระยะสั้นบ่อยๆ ก็ทำให้ต้องเสียค่าคอมมิชชันให้บริษัทหลักทรัพย์ทุกครั้ง
เหตุผลที่ฉินอวิ๋นเลือกใช้อันผิงเป็นบัญชีชั่วคราว ก็เพราะว่าแอปพลิเคชันของบริษัทหลักทรัพย์อันผิงนั้นมันแย่เกินทน มักจะค้างและมีบั๊กต่างๆ นาๆ
ในชาติที่แล้ว เขาต้องทนทุกข์ทรมานกับมันมาก เวลาที่เขากดส่งคำสั่งขาย มันก็จะค้างไปชั่วขณะ ส่งผลให้เขาขายหุ้นในราคาสูงไม่ทัน และเงินหลายพันหยวนก็มลายหายไปในพริบตา
เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว แต่เกิดขึ้นหลายครั้งมาก ภายหลังเมื่อเขาใช้แอปถงฮวาสุ่นล็อกอินเข้าบัญชีของอันผิง ปัญหานี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลย
ฉินอวิ๋นจำมันได้ฝังใจและเกลียดชังมันเข้ากระดูกดำ
เขาวางแผนไว้ว่าเมื่อเงินทุนของเขาเริ่มก้อนใหญ่ขึ้น เขาจะเปลี่ยนไปใช้บัญชีของบริษัทหลักทรัพย์อื่น ข้อดีของการทำเช่นนี้คือ มันสามารถซ่อนจำนวนเงินทุนดั้งเดิมของเขาเอาไว้ได้
ไม่อย่างนั้น ถ้าเขาเทรดจากเงินทุนแค่ 10,000 ถึง 20,000 หยวนจนกลายเป็นหลายร้อยล้านหยวน ฉินอวิ๋นจะต้องดังเป็นพลุแตกอย่างแน่นอน อย่าคิดนะว่าคนอื่นเขาหูหนวกตาบอด พวกเขามีข้อมูลเกี่ยวกับตัวคุณเยอะแยะไปหมด!
หลังจากจัดการเรื่องทั้งหมดนี้เสร็จเรียบร้อย ในวันที่หก สองพี่น้องก็ไปรับของมาตุนและเริ่มขายน้ำกันอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม หลังจากการขายรอบนี้ ฉินอวิ๋นไม่ได้เก็บเงินที่หามาได้ไว้คนเดียวทั้งหมด แต่เขาแบ่งกำไรครึ่งหนึ่งให้กับซุนเจิ้นซินทันที
"วันนี้เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? ทำไมถึงเอาเงินมาแบ่งให้ฉันล่ะ? นายเก็บเงินได้ครบแล้วเหรอ?" ซุนเจิ้นซินถาม พลางรับเงินมาด้วยสีหน้างุนงง
"ฉันเก็บเงินครบแล้วล่ะ เอาไปลงทุนตั้งแต่ตอนที่ออกไปข้างนอกเมื่อบ่ายวานนี้แล้ว" ฉินอวิ๋นตอบ
"ถ้าเก็บเงินครบแล้ว ทำไมพวกเราถึงยังต้องมาขายน้ำอีกล่ะ?"
"นายโง่หรือเปล่าเนี่ย? ยังไงช่วงปิดเทอมพวกเราก็ว่างอยู่แล้ว แค่มานั่งขายของช่วงเช้า พวกเราก็ได้เงินกันคนละ 170 หยวนแล้วนะ เดือนนึงก็ตกห้าพันกว่าหยวนเชียว ทำไมจะไม่ขายล่ะ? มีเงินเก็บส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ เอาไว้ พอนายเข้ามหาวิทยาลัย จะได้มีเงินไปเลี้ยงข้าวแฟนไง"
ซุนเจิ้นซินตบหน้าขาตัวเองด้วยความตื่นเต้น แล้วพูดว่า "นายพูดถูก! ทำไมฉันถึงคิดไม่ถึงนะ! การไปเดทนี่มันต้องใช้เงินเยอะจริงๆ ด้วย เสี่ยวอวิ๋นจื่อ นายพูดถูกเผงเลย ทำไมพวกเราไม่เริ่มขายตอนบ่ายด้วยล่ะ? ความสุขคูณสองไปเลย! ตอนบ่ายอากาศร้อนขนาดนั้น ฉันพนันได้เลยว่าต้องมีคนมาซื้อน้ำเยอะขึ้นแน่ๆ"
"ดูนายสิ พอได้ยินเรื่องจีบสาวนี่ถึงกับตื่นเต้นจนตาเป็นประกายเชียวนะ เวลาอยู่ข้างนอกอย่าไปบอกใครเชียวว่านายเป็นพี่น้องกับฉัน ฉันทนรับความอับอายไม่ไหวหรอกนะ แล้วฉันก็จะไม่ขายตอนบ่ายด้วย แดดมันร้อนเปรี้ยงซะขนาดนั้น ยังกับอยู่ในซึ้งนึ่งขนมจีบแหนะ"
"พวกเราก็ขายแค่สองชั่วโมงแล้วค่อยกลับ ดีมั้ย--"
"อ้าว ฉินอวิ๋น?"
ซุนเจิ้นซินยังพูดไม่ทันจบ เขาก็ถูกขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงอันไพเราะเสียงหนึ่ง
ฉินอวิ๋นหันไปมองตามเสียง และพบว่าคนที่พูดคือเฉินซือซือ ดาวโรงเรียนที่เขาบังเอิญเจอเธอบนรถบัสเมื่อวันก่อนนั่นเอง
"เอ๊ะ...? เฉินซือซือ! ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ? มาเที่ยวที่สวนสาธารณะหนานหูเหมือนกันเหรอ?"
"ใช่จ้ะ พอดีวันนี้คุณน้าของฉันว่าง ก็เลยพามาเดินเล่นแถวๆ นี้น่ะ ตอนนี้ฉันคุยกับนายไม่ได้แล้วนะ คุณน้ากำลังรออยู่น่ะ เอาไว้วันหลังค่อยคุยกันนะ"
"โอเค พวกเธอไปเถอะ ฉันไม่รบกวนแล้วล่ะ ช่วงสองสามวันนี้ฉันว่าง ยังไงก็ติดต่อกันทางโทรศัพท์นะ"
"ได้จ้ะ บ๊ายบาย~"
"บ๊ายบาย ไว้เจอกันใหม่นะ"