- หน้าแรก
- แผนการตบหน้าฉบับมืออาชีพ
- บทที่ 40 ตบหน้าสาวเกิดใหม่ (40)
บทที่ 40 ตบหน้าสาวเกิดใหม่ (40)
บทที่ 40 ตบหน้าสาวเกิดใหม่ (40)
จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม อันหนิงเห็นว่าหลินอันเจี๋ยได้รู้จักกับกู่อาหู ที่ปักกิ่ง
กู่อาหู... ก็คือไอ้สารเลวที่ใช้ความรุนแรงในครอบครัวและทุบตีเจ้าของร่างเดิมจนตายนั่นเอง
บ้านของกู่อาหู่อยู่ในอำเภอไป๋สือเช่นกัน แต่ไม่ได้ใกล้กับหมู่บ้านเสี่ยวกู ตระกูลกู่เป็นเศรษฐีที่มีชื่อเสียงในแถบนั้น และครอบครัวนี้ก็มีภาพลักษณ์ในหมู่บ้านค่อนข้างดี
เวลาชาวบ้านพูดถึงตระกูลกู่ มักจะชื่นชมว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้ บอกว่าพ่อแม่ของกู่อาหูเป็นคนซื่อสัตย์เจียมตัว ส่วนกู่อาหูเองก็กตัญญูและขยันขันแข็ง
ไม่มีใครคาดคิดเลยว่ากู่อาหูจะเป็นพวกหน้าเนื้อใจเสือ
เขามีนิสัยบ้าคลั่งและมีแนวโน้มความรุนแรงซ่อนอยู่ ต่อหน้าผู้คนเขาจะไม่แสดงอาการออกมา แต่เมื่ออยู่ที่บ้านเขาจะควบคุมตัวเองไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น พ่อแม่ของกู่อาหูก็ไม่ใช่คนดีเด่อะไร คนหนึ่งปากคอเราะร้าย อีกคนก็ซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้ภายใน
เจ้าของร่างเดิมแต่งเข้าบ้านตระกูลกู่ ไม่รู้ว่าต้องทนทุกข์ทรมานและรับกรรมไปมากเท่าไหร่ ถึงกระนั้น ผู้คนรอบข้างตระกูลกู่กลับพากันพูดว่ากู่อาหูและครอบครัวดีกับเธอมาก เป็นเพราะตัวเธอเองที่ไม่เอาถ่านถึงใช้ชีวิตให้รุ่งเรืองไม่ได้
ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม เมื่อเธอถูกกู่อาหูทุบตีจนทนไม่ไหว เธอไม่กล้าบอกหลินอ้ายกั๋วและคนอื่นๆ จึงเลือกที่จะบอกหลินอันเจี๋ยเพื่อหวังจะให้พี่สาวช่วย ใครจะไปรู้ว่าหลินอันเจี๋ยกลับเอาเรื่องนี้ไปบอกกู่อาหูทันที ตั้งแต่นั้นมา ตระกูลกู่ก็เฝ้าจับตาเจ้าของร่างเดิมอย่างเข้มงวดราวกับนักโทษ จนกระทั่งวินาทีที่เธอตาย เธอก็ไม่ได้กลับบ้านอีกเลย
เมื่อได้เห็นความทรงจำเหล่านั้น แม้แต่คนใจเย็นอย่างอันหนิงยังโกรธจนกัดฟันกรอด
หลินอันเจี๋ยรู้ทั้งรู้ว่าอันหนิงใช้ชีวิตในบ้านตระกูลกู่อย่างลำบากยากเข็ญ ต้องถูกทุบตีและรองรับอารมณ์ทุกวัน แต่ต่อหน้าหลินอ้ายกั๋วและหวังชุ่ยฮวา เธอกลับปั้นน้ำเป็นตัวว่าอันหนิงอยู่อย่างสุขสบาย ตระกูลกู่ดีกับอันหนิงอย่างนั้นอย่างนี้ เธอเพียรพูดแต่ข้อดีของบ้านกู่ และยังใส่ร้ายว่าอันหนิงรังเกียจที่กู่อาหูไม่มีการศึกษาจึงหาเรื่องทะเลาะกับเขา บอกว่าอันหนิงเป็นเด็กไม่รู้จักความ
ต่อหน้าคนนอก หลินอันเจี๋ยก็พูดเช่นนี้เหมือนกัน เธอป่าวประกาศว่าอันหนิงแต่งเข้าบ้านกู่เหมือนได้ตกถังข้าวสาร มีแต่ตัวอันหนิงเองที่ไม่รู้จักพอและชอบหาเรื่องใส่ตัว
พูดได้ว่าความตายอันน่าอนาถของเจ้าของร่างเดิม ทั้งหมดเป็นฝีมือของหลินอันเจี๋ยเพียงคนเดียว
เริ่มจากการวางยา แล้วขโมยใบแจ้งผลการเรียน จากนั้นก็ผลักไสให้น้องสาวแต่งเข้าบ้านตระกูลกู่ และร่วมมือกับคนบ้านนั้นรุมทำร้ายน้องสาวตัวเอง หลินอันเจี๋ยมีจิตใจที่อำมหิตสิ้นดี
ครั้งนี้ อันหนิงตั้งใจจะให้หลินอันเจี๋ยได้รับผลกรรมที่ตัวเองก่อไว้ ความชั่วช้าที่เธอเคยทำไว้กับเจ้าของร่างเดิม อันหนิงจะให้เธอได้ลิ้มรสทั้งหมดด้วยตัวเอง
จากการเปิดโปงเรื่องขโมยใบแจ้งผลการเรียน ชื่อเสียงของหลินอันเจี๋ยก็ป่นปี้ไปแล้ว ต่อมาอันหนิงทำให้หลินอันเจี๋ยรู้ซึ้งว่าซูจื้อเฉียงเป็นเพียงไอ้ขี้แพ้ที่ไร้น้ำยา จนหลินอันเจี๋ยเลิกเพ้อฝันและหอบข้าวของหนีมา หลังจากนี้หลินอันเจี๋ยต้องกลับมาปักกิ่งแน่นอน และเธอคงจะใช้ชีวิตแบบเสเพล สร้างเรื่องวุ่นวายไปวันๆ
และในตอนนี้ กู่อาหูก็อยู่ที่ปักกิ่งเช่นกัน
อันหนิงต้องการให้หลินอันเจี๋ยได้แต่งงานกับกู่อาหู และให้เธอได้สัมผัสกับความทุกข์ทรมานที่เจ้าของร่างเดิมเคยได้รับในชาติก่อนทั้งหมด เรื่องนี้... จำเป็นต้องวางแผนจัดการอย่างรัดกุม
เมื่ออันหนิงถึงปักกิ่ง เธอรีบตามเก็บวิชาที่ขาดเรียนไปให้ครบก่อน จากนั้นจึงเริ่มออกตามหาเบาะแสของหลินอันเจี๋ย
ปักกิ่งในช่วงเวลานี้ยังมีกลุ่มเยาวชนว่างงานเดินเตร่ไปมาตามท้องถนนมากมาย พวกเขาไม่มีงานทำและไม่มีเงินติดตัว จึงเต็มใจมากที่จะรับงานเล็กๆ น้อยๆ เพื่อแลกกับเงินค่าขนม อันหนิงจึงหาคนกลุ่มนี้มาช่วยสะกดรอยตามหลินอันเจี๋ยและกู่อาหู
ผ่านไปประมาณหนึ่งสัปดาห์ ทางนั้นก็ส่งข่าวมาให้อันหนิง ตอนนี้หลินอันเจี๋ยไปเกาะติดกับเถ้าแก่ใหญ่คนหนึ่ง คอยติดตามเขาไปกินหรูอยู่สบาย ส่วนกู่อาหูตอนนี้เป็นหัวหน้าคนงานก่อสร้างรายย่อยอยู่ในปักกิ่ง และพอจะหาเงินได้บ้าง
เมื่อได้รับข่าวสารเหล่านี้ อันหนิงจึงสั่งให้คนเหล่านั้นจับตาดูต่อไป ส่วนตัวเธอเอง เริ่มหาหนทางตรวจสอบประวัติของกู่อาหูอย่างละเอียด
อันหนิงมักจะรู้สึกอยู่เสมอว่ากู่อาหูคนนี้ไม่ธรรมดา เขาไม่น่าจะเป็นแค่หัวหน้าคนงานก่อสร้างรายย่อยง่ายๆแบบนั้น
เพื่อที่จะสืบประวัติของกู่อาหู อันหนิงถึงขั้นต้องงัดเอาพลังบางอย่างที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในโลกยุคนี้ออกมาใช้
เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเหมือนกัน เพราะตอนนี้เธอไม่มีทั้งคนสมุนและไม่มีอำนาจในมือ หากต้องการขุดรากถอนโคนกู่อาหู เธอจึงต้องพึ่งพาความสามารถพิเศษเหล่านี้
โลกในยุคนี้ยังไม่มีเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และการสื่อสารก็ยังล้าหลังมาก แต่โครงข่ายสายโทรศัพท์ในปักกิ่งกลับถือว่าใช้ได้ทีเดียว
อันหนิงอาศัยการดักสัญญาณผ่านสายโทรศัพท์เหล่านี้เพื่อเฝ้าจับตากู่อาหู
หลังจากตรวจสอบอยู่ไม่กี่วัน ในที่สุดเธอก็สืบจนรู้ว่ากู่อาหูกำลังทำอะไรอยู่กันแน่
อาชีพหัวหน้าคนงานบังหน้าเป็นเพียงฉากหน้าเท่านั้น เบื้องหลังกู่อาหูแอบร่วมมือกับพรรคพวกทำขบวนการค้ามนุษย์ ลักพาตัวผู้หญิงและเด็กเพื่อแสวงหากำไรมหาศาล
เขาคงจะทำเรื่องระยำแบบนี้มาหลายปีแล้ว เพราะเขามีเงินเก็บก้อนโตทีเดียว ตอนนี้เขากำลังวางแผนจะล้างมือจากวงการ นำเงินกลับไปบ้านเกิดเพื่อแต่งงานมีลูกสร้างครอบครัว
เมื่ออันหนิงรู้ว่ากู่อาหูเตรียมตัวจะกลับบ้านเกิด เธอจึงต้องเร่งเครื่องแผนการของเธอให้เร็วขึ้น
อันดับแรก เธอหาคนให้ไปปล่อยข่าวเรื่องที่หลินอันเจี๋ยยอมเป็นเมียน้อยของเถ้าแก่ฟางให้เข้าหูเมียของเถ้าแก่ฟางโดยตรง
เถ้าแก่ฟางคนนี้ เวลาอยู่ข้างนอกมักจะทำตัวกร่าง วางท่าเป็นเจ้าพ่อผู้ยิ่งใหญ่ แต่ความจริงแล้วตาแก่นี่เป็นพวกกลัวเมียขึ้นสมอง
ในสมัยก่อนครอบครัวของเถ้าแก่ฟางยากจนข้นแค้นมาก แถมปูมหลังครอบครัวก็ไม่ค่อยดี ทำให้เขาหาเมียไม่ได้เลย ครอบครัวกังวลจนแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับ จนกระทั่งเมียคนปัจจุบันที่ไม่รังเกียจยอมแต่งงานด้วย
หลังจากนั้น เมียเขาก็เป็นคนคอยดูแลปรนนิบัติพ่อแม่และเลี้ยงดูลูกๆ เรียกได้ว่าเป็นคู่ทุกข์คู่ยากที่ฝ่าฟันอุปสรรคมาด้วยกัน
เถ้าแก่ฟางเองก็พอจะมีจิตสำนึกอยู่บ้าง การแอบกินนอกบ้านก็เรื่องหนึ่ง แต่เขาจะทำอย่างลับๆมาตลอด ไม่กล้าให้เมียรู้ และไม่เคยมีความคิดที่จะหย่าขาดกับเมียเลยแม้แต่น้อย
อีกประการหนึ่ง เมียของเถ้าแก่ฟางก็ไม่ใช่คนธรรมดา
เธอเกิดมาพร้อมกับพละกำลังมหาศาล แรงเยอะจนน่าตกใจ แค่สู้กับผู้ชายตัวโตๆห้าหกคนพร้อมกันเธอก็จัดการได้เหมือนเล่นๆ
เถ้าแก่ฟางเคยถูกเมียสั่งสอนมาแล้วตอนหนุ่มๆ เขาจึงขยาดเมียคนนี้จริงๆ
และอันหนิงก็ได้ส่งคนไปแจ้งข่าวเรื่องการนอกใจของเถ้าแก่ฟางให้เมียจอมพลังคนนี้รับทราบ
ทันทีที่เมียเถ้าแก่ฟางรู้เรื่องเข้า เธอโกรธจนหน้าเขียวหน้าม่วง
เธอไม่ได้โกรธแค่ที่เถ้าแก่ฟางไปมั่วผู้หญิงข้างนอก แต่เธอโกรธที่ไอ้ผัวตัวแสบทำตัวเป็นนักเลงหัวไม้ผลาญสมบัติ เอาเงินในบ้านไปเปย์ให้ผู้หญิงอื่นราวกับน้ำไหล
ในตอนนั้นเอง เมียเถ้าแก่ฟางยกหูโทรศัพท์เรียกญาติพี่น้องมาสมทบอีกหลายคน จากนั้นก็คว้ามีดอีโต้ในครัว บุกไปยังห้องเช่าที่เถ้าแก่ฟางเช่าไว้ให้หลินอันเจี๋ยทันที
และมันก็ช่างประจวบเหมาะเหลือเกิน ในเวลานั้นเถ้าแก่ฟางกำลังนัวเนียพลอดรักอยู่กับหลินอันเจี๋ยอยู่ในห้องพอดี
หลินอันเจี๋ยซบอยู่ในอ้อมกอดของเถ้าแก่ฟาง เธอมองดูใบหน้าที่อ้วนฉุจนผิดรูปของเขา แล้วเลื่อนสายตาไปมองพุงพลุ้ยที่เหมือนหม้อข้าวใบใหญ่ ความจริงเธอรู้สึกสะอิดสะเอียนแทบแย่
แต่เพื่อเงิน หลินอันเจี๋ยจึงฝืนทนความคลื่นไส้และออดอ้อนเถ้าแก่ฟาง "ที่รักคะ ฉันต้องเช่าห้องอยู่แบบนี้ไปตลอดมันไม่ค่อยดีเลยนะคะ ฉันอยากจะตกแต่งห้องให้มันสวยๆก็ทำไม่ได้ คุณมาหาฉันที่นี่ก็ดูจะลำบากเกินไปหน่อย"
เถ้าแก่ฟางเพิ่งจะได้รับความสุขสมมาหมาดๆจึงกำลังอารมณ์ดี
เขาหัวเราะร่าพลางเอื้อมมือไปลูบไล้ร่างกายของหลินอันเจี๋ย "อยากได้บ้านงั้นเหรอ? เรื่องเล็กน้อยน่า แค่หนูปรนนิบัติให้ถึงใจ บ้านน่ะมีให้เลือกเพียบ หนูอยากได้อะไรป๋าก็จะซื้อให้หมดเลย"
ในขณะที่เขากำลังให้คำมั่นสัญญาอย่างดิบดีอยู่นั้น...
ด้านนอกห้อง เมียของเขาก็สั่งให้คนสะเดาะกุญแจเรียบร้อยแล้ว
ใช่แล้ว เมียเถ้าแก่ฟางเตรียมตัวมาพร้อมสรรพ เธอพาญาติคนหนึ่งที่เคยทำงานช่างกุญแจและมีฝีมือดีมาด้วย เธอพาเขามาที่หน้าห้องโดยไม่ต้องเสียเวลาเคาะประตูให้เสียเรื่อง แค่แป๊บเดียวกลอนประตูก็ถูกเปิดออกทันที!