เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 ตบหน้าสาวเกิดใหม่ (33)

บทที่ 33 ตบหน้าสาวเกิดใหม่ (33)

บทที่ 33 ตบหน้าสาวเกิดใหม่ (33)


หวังชุ่ยฮวาได้ยินเสียงร้องไห้ของอันหนิงก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก

หลินอ้ายกั๋วเองก็สะดุ้งสุดตัวเช่นกัน

ทั้งคู่ไม่สนว่าอากาศข้างนอกจะร้อนระอุเพียงใด ต่างพากันรีบวิ่งพรวดพราดออกไปรับลูกสาวทันที

เมื่อเห็นสภาพอันหนิงที่ดูอ่อนแรงจนแทบจะยืนไม่อยู่ เสื้อผ้าชุ่มไปด้วยเหงื่อจนเกิดคราบเกลือขาวโพลนเพราะแดดเผา ใบหน้าแดงก่ำ และเส้นผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง หัวใจของหวังชุ่ยฮวาก็บีบรัดด้วยความสงสารจนแทบขาดใจ

หลินอ้ายกั๋วรีบดึงตัวอันหนิงมาสำรวจดูซ้ายขวา "เกิดอะไรขึ้น? ไปเจอเรื่องอะไรมา แล้วเซวียเฟิงล่ะ"

"พ่อคะ..."

อันหนิงโฮออกมาเสียงดังลั่น

อันหนิงเป็นเด็กที่รู้ความเสมอมา ตั้งแต่เข้าเรียนมัธยมปลาย ไม่ว่าจะเจอเรื่องใหญ่แค่ไหนหรืออุปสรรคยากเย็นเพียงใดเธอไม่เคยร้องไห้เลยสักครั้ง พอเธอมาปล่อยโฮแบบนี้ หลินอ้ายกั๋วถึงกับทำตัวไม่ถูก มือไม้สั่นไปหมด

หวังชุ่ยฮวารีบประคองพ่อลูกคู่นี้เข้าบ้าน แล้วกุลีกุจอไปรินน้ำต้มสุกที่เย็นแล้วมาให้อันหนิงหนึ่งแก้ว "หนิงหนิง เป็นอะไรไปลูก? ใครรังแกหนู"

อันหนิงไม่ยอมรับแก้วน้ำ เธอเอาแต่ก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นจนดวงตาแดงก่ำบวมเป่ง "แม่คะ จะทำยังไงดี? พี่... พี่สาวแอบเอาใบแจ้งผลการเรียนของหนูไปค่ะ เธอเอาไปตั้งหลายวันแล้วแต่ไม่ยอมบอกหนูเลยสักคำ ตอนนี้ก็หาตัวเธอไม่เจอแล้ว..."

"ว่าไงนะ?!"

หลินอ้ายกั๋วได้ยินดังนั้นถึงกับลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ "อันเจี๋ยเอาใบแจ้งผลของแกไปงั้นเหรอ? แกไปได้ยินมาจากใคร"

อันหนิงปาดน้ำตาเบาๆ "หนูไปเจอสหายจางมาค่ะ เขาเป็นคนบอกหนูเอง"

หลินอ้ายกั๋วรู้ดีว่าสหายจางที่อันหนิงพูดถึงคือเสี่ยวจาง บุรุษไปรษณีย์ ในเมื่อเขาเป็นคนพูดเอง เรื่องนี้ย่อมเป็นความจริงอย่างไม่ต้องสงสัย

"ยัยเด็กสารเลว!"

หวังชุ่ยฮวาเริ่มด่ากราดออกมาทันที "เธอจะแอบเอาใบแจ้งผลของแกไปทำไมโดยไม่มีเหตุผล? ไม่ได้การละ ฉันต้องไปลากคอเธอมาให้ได้"

อันหนิงรีบคว้ามือหวังชุ่ยฮวาไว้ "แม่คะ อย่าไปหาเลยค่ะ ตอนนี้ไม่รู้เธอหนีไปอยู่ที่ไหนแล้ว อีกอย่างถึงจะเจอตัวแล้วจะทำอะไรได้? เธออาจจะฉีกใบแจ้งผลของหนูทิ้งไปนานแล้วก็ได้"

อันหนิงพูดจุกอยู่ในลำคอ ท่าทางดูโศกเศร้าอย่างถึงที่สุด "ตอนสอบเกาข่าว เธอก็แอบวางยาในน้ำเพราะไม่อยากให้หนูสอบติดมหาวิทยาลัย พอตอนนี้หนูสอบติด เธอคงแค้นจัดเลยขโมยใบแจ้งผลไปเพื่อไม่ให้หนูได้ไปเรียน"

หลินอ้ายกั๋วฟังแล้วก็รู้สึกว่าทุกคำที่อันหนิงพูดมานั้นถูกต้องที่สุด

หลินอันเจี๋ยแอบเอาใบแจ้งผลไปโดยไม่ปริปากบอกใครสักคำ มั่นใจได้เลยว่าเธอต้องเอาไปทิ้งหรือทำลายทิ้งไปแล้วแน่ๆ เธอมีเจตนาชั่วร้ายชัดเจน คือต้องการดับอนาคตการศึกษาของอันหนิง

"พอเถอะ ไม่ต้องไปตามหาเธอแล้ว"

หลินอ้ายกั๋วตบโต๊ะดังปัง! เขามองไปที่หวังชุ่ยฮวาด้วยแววตาเคร่งขรึมดุดัน เอ่ยย้ำทีละคำอย่างหนักแน่น "นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตระกูลหลินของเราไม่มีลูกสาวที่ชื่อหลินอันเจี๋ยอีก ต่อไปถ้าเธอโผล่หัวกลับมา ก็ไม่ต้องให้เข้าบ้านเด็ดขาด! ฟังฉันให้ชัดนะ ถ้าคุณกล้าแอบติดต่อกับเธอลับหลัง คุณก็ไม่ต้องอยู่ในบ้านตระกูลหลินอีกเหมือนกัน!"

ที่หลินอ้ายกั๋วต้องพูดตัดขาดอย่างเด็ดขาดและใจดำขนาดนี้ ก็เพราะเขากลัวว่าหวังชุ่ยฮวาจะใจอ่อน กลัวว่าวันข้างหน้าพอหลินอันเจี๋ยมาบีบน้ำตาอ้อนวอนเข้าหน่อย เมียเขาจะยอมใจอ่อนไปช่วยเหลือเธออีก

หลินอันเจี๋ยถึงขนาดเหยียบย่ำน้องสาวแท้ๆของตัวเองให้จมดินได้ จิตใจของเธอช่างอำมหิตเกินคน แถมยังทำเรื่อแบบนี้โดยไม่เลือกวิธีการ ถ้าขืนปล่อยให้เข้าบ้านมาอีก หรือยังข้องแวะกับเธอต่อไป ใครจะรู้ว่าคราวหน้าเธอจะหันมาแว้งกัดทำร้ายใครอีก?

คราวนี้หลินอ้ายกั๋วรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจริงๆแล้ว

หวังชุ่ยฮวายืนกำมือแน่น แววตามีร่องรอยของการฝืนใจอยู่บ้าง แต่เมื่อเหลือบไปเห็นสภาพอันน่าเวทนาของอันหนิง เธอก็ขบฟันพยักหน้าตกลง "คุณ... ฉัน... ต่อไปฉันจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเธออีก วันนี้เธอทำร้ายหนิงหนิงได้ วันหน้าเธอก็ต้องทำร้ายอันผิงแน่ๆ หรือดีไม่ดี... สักวันเธออาจจะหันมาทำร้ายพวกเราด้วยซ้ำ"

หลินอ้ายกั๋วพยักหน้า "คุณเข้าใจได้แบบนี้ก็ดีแล้ว"

เขาลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก "ผมจะไปบ้านพี่ใหญ่ ไปบอกเรื่องนี้ให้พ่อรู้ นับจากนี้ตระกูลหลินของเราจะตัดขาดกับหลินอันเจี๋ยอย่างเป็นทางการ!"

อันหนิงมองตามแผ่นหลังของหลินอ้ายกั๋วไป เธอรู้ดีว่าครั้งนี้พ่อของเธอตัดสินใจเด็ดขาดแล้วจริงๆ

เธอแอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกในใจ แบบนี้ก็ดีแล้ว ต่อไปตระกูลหลินจะได้ไม่ต้องข้องเกี่ยวกับหลินอันเจี๋ย และจะได้ไม่ถูกเธอลากไปติดร่างแหความซวยในอนาคต

ถือว่าสิ่งที่อันหนิงอุตส่าห์วางแผนมาทั้งหมดนี้... ไม่เสียเปล่าจริงๆ

อันหนิงอาศัยการค้นหาจากความทรงจำของร่างเดิม ประกอบกับการวิเคราะห์อย่างละเอียด จนมั่นใจว่าในชาติก่อน หลินอันเจี๋ยต้องเป็นคนแอบขโมยใบแจ้งผลการเรียนของร่างเดิมไปแน่นอน

ผลการเรียนของร่างเดิมนั้นดีมากมาโดยตลอด แม้ในตอนสอบเกาเข่าครั้งนั้นสติจะเบลอ แต่เธอก็ยังกัดฟันฝืนใช้สมาธิที่เหลืออยู่ตอบคำถามจนครบ

ถึงแม้ร่างเดิมจะจำไม่ค่อยได้ แต่อันหนิงที่มีพลังจิตวิญญาณแก่กล้าสามารถดึงความทรงจำนั้นออกมาดูสิ่งที่เธอเขียนตอบไปได้อย่างชัดเจนทุกตัวอักษร

อันหนิงลองคำนวณคะแนนที่ร่างเดิมควรจะได้ ผลปรากฏว่าแม้คะแนนจะไม่สูงลิ่ว แต่ก็เพียงพอที่จะติดมหาวิทยาลัยสายวิชาชีพได้อย่างแน่นอน

ซึ่งในช่วงต้นทศวรรษที่ 80 การสอบติดมหาวิทยาลัยสายวิชาชีพก็นับว่ามีหน้ามีตามากพอแล้ว

ทว่า ร่างเดิมกลับต้องรอคอยใบแจ้งผลการเรียนไปทั้งชีวิตโดยไม่มีวี่แววว่าจะมาถึง

นี่คือจุดที่ผิดปกติอย่างยิ่ง อันหนิงจึงปักใจเชื่อว่าต้องเป็นฝีมือหลินอันเจี๋ยที่เล่นตุกติก โดยการสวมรอยรับใบแจ้งผลแทนแล้วไม่ยอมบอกให้ร่างเดิมรู้ จนทำให้ความปรารถนาตลอดชีวิตของร่างเดิมต้องพังทลายลง

ครั้งนี้ อันหนิงจึงตัดสินใจเดิมพันว่าหลินอันเจี๋ยจะทำแบบเดิมอีก

เธอคำนวณทุกอย่างผ่านความทรงจำของร่างเดิม และพยายามทำคะแนนสอบให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อแฉความจริงของหลินอันเจี๋ยออกมา

ทว่าเรื่องนี้ก็ถือเป็นความประจวบเหมาะที่พอดีกันอย่างเหลือเชื่อ

ตามปกติแล้ว ใบแจ้งผลการเรียนไม่ควรจะส่งมาถึงเร็วขนาดนี้ เพราะคะแนนเพิ่งจะประกาศออกมาได้ไม่นาน แต่เหตุผลที่ใบแจ้งผลของอันหนิงมาถึงเร็วกว่าใครเพื่อนนั้นมีที่มาที่ไป

เรื่องมีอยู่ว่าศาสตราจารย์ท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แห่งปักกิ่ง มีบ้านเกิดอยู่ที่มณฑล H และเมื่อไม่นานมานี้เขาเพิ่งเดินทางกลับมาเยี่ยมญาติที่ตัวมณฑล ซึ่งประจวบเหมาะกับช่วงที่มีการรวบรวมคะแนนสอบเกาเข่าพอดี ศาสตราจารย์ท่านนี้จึงได้รับทราบเป็นคนแรกๆว่ามีนักเรียนคนหนึ่งที่เลือกสอบเข้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ตำแหน่อันดับหนึ่งของมณฑล

เขาตื่นเต้นดีใจมากและกลัวว่ามหาวิทยาลัยอื่นจะมาชิงตัวนักเรียนคนนี้ไปเสียก่อน จึงรีบโทรศัพท์ไปรายงานอธิการบดีที่ปักกิ่งทันที จากนั้นอธิการบดีจึงสั่งการให้ศาสตราจารย์ทำการรับหลินอันหนิงเข้าเรียนล่วงหน้าเป็นกรณีพิเศษ

ด้วยเหตุนี้ ใบแจ้งผลของอันหนิงจึงถูกออกให้เร็วกว่าปกติ และตกไปอยู่ในมือของหลินอันเจี๋ยเข้าพอดี

หลินอันเจี๋ยรู้ว่าอันหนิงเรียนเก่ง แต่เธอไม่คิดเลยว่าอันหนิงจะเก่งถึงขั้นได้เป็นอันดับหนึ่งของมณฑล ด้วยความอิจฉาริษยาที่พุ่งพล่าน เธอจึงตัดสินใจขโมยใบแจ้งผลไปฉีกทิ้งเพียงเพราะหวังจะให้อันหนิงต้องผิดหวังซ้ำรอยเดิม

แต่ผลปรากฏว่าทันทีที่หลินอันเจี๋ยกลับถึงบ้าน เธอดันมาเจอคณะผู้นำที่แห่มาแจ้งข่าวดีพอดี

พอได้ยินว่าอันหนิงสอบได้อันดับหนึ่ง เธอก็แทบจะขวัญกระเจิง

นั่นคือคะแนนที่สูงที่สุดในมณฑลเชียวนะ! หากนักเรียนที่ได้คะแนนสูงขนาดนี้ไม่ได้รับใบแจ้งผลการเรียนเข้ามหาวิทยาลัย ย่อมต้องมีเงื่อนงำแน่นอน ถ้าอันหนิงรอไปอีกไม่กี่วันแล้วยังไม่ได้ใบแจ้งผล เธอต้องถามหาแน่ และทางการย่อมต้องสืบสวนตามหาจดหมายฉบับนั้น เมื่อถึงตอนนั้น เรื่องชั่วร้ายที่เธอทำไว้ก็จะถูกเปิดโปงจนหมดเปลือก

หลินอันเจี๋ยพอคิดถึงจุดนี้ก็กลัวจนเสียสติ ทำอะไรไม่ถูก จึงได้แต่รีบหอบกระเป๋าหนีออกจากหมู่บ้านเสี่ยวกูไป เธอไม่กล้าแม้แต่จะอยู่ในมณฑล H ต่อไป จึงรีบหอบข้าวของหนีลงใต้ไปทันที

ทั้งหมดนี้... เป็นสิ่งที่อันหนิงคำนวณไว้หมดแล้ว

ในช่วงไม่กี่ปีต่อจากนี้ เธอตั้งใจจะนำพาตระกูลหลินไปสู่ความร่ำรวยมั่งคั่ง หากยังมีตัวป่วนอย่างหลินอันเจี๋ยอยู่ใกล้ๆ คงจะมีแต่เรื่องวุ่นวายไม่จบสิ้น เพื่อความสงบสุข อันหนิงจึงต้องหาทางกำจัดหลินอันเจี๋ยออกไปให้พ้นทาง

นอกจากนี้ เธอยังทำเพื่อให้คนตระกูลหลินผิดหวังในตัวหลินอันเจี๋ยอย่างสิ้นเชิง

และตอนนี้ ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่เธอปรารถนา

หลังจากหลินอ้ายกั๋วเดินออกไปแล้ว อันหนิงก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นพลางเอ่ยกับหวังชุ่ยฮวา "แม่คะ อย่าหาว่าหนูใจดำเลยนะคะ ตั้งแต่นี้ไปหนูขอไม่นับหลินอันเจี๋ยเป็นพี่สาวอีก ต่อไปเธอจะเป็นตายร้ายดียังไงหนูจะไม่ขอเข้าไปยุ่ง ถ้าเธออยู่ดีมีสุขหนูจะไม่ขอพึ่งพาบารมี แต่ถ้าเธอลำบาก ก็อย่าได้หวังว่าหนูจะยื่นมือเข้าไปช่วยเลยค่ะ"

หวังชุ่ยฮวาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ "แม่รู้จ้ะ ทั้งหมดนี้มันเป็นความผิดของเธอเอง ไม่ใช่ความผิดของลูกเลย... ต่อให้ลูกจะเกลียดเธอแค่ไหน แม่ก็ไม่มีวันโทษลูกหรอกจ้ะ"

หวังชุ่ยฮวาเองก็เข้าใจดี จากสิ่งที่หลินอันเจี๋ยทำกับอันหนิงไว้ ต่อให้อันหนิงจะเป็นคนนิสัยดีแค่ไหน ก็ย่อมไม่มีวันให้อภัยได้ลง

การที่อันหนิงขอเพียงแค่ตัดขาดความสัมพันธ์ก็นับว่ามีเมตตามากพอแล้ว หากไปเจอคนใจคออำมหิตเข้าจริงๆ ป่านนี้หลินอันเจี๋ยคงโดนเอาคืนอย่างหนักไปแล้วแน่นอน

จบบทที่ บทที่ 33 ตบหน้าสาวเกิดใหม่ (33)

คัดลอกลิงก์แล้ว