เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 400 เติบโตเป็นโรงแรมสุดหรู

บทที่ 400 เติบโตเป็นโรงแรมสุดหรู

บทที่ 400 เติบโตเป็นโรงแรมสุดหรู


เผิงเฉิงตั้งอยู่ใกล้กับเซียงเจียงมากที่สุด ไม่แปลกที่พวกเราจะได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมจากเซียงเจียงมา โดยเฉพาะเรื่องด้านการแต่งกาย

ยุคนี้แฟชั่นในประเทศจีนยังไม่ค่อยหลากหลายสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่แล้วเสื้อผ้ามักจะเป็นสีเข้มสุภาพ

ลวดลายอะไรก็แทบจะไม่มี เป็นสไตล์การแต่งกายที่ดูเรียบง่ายและสุภาพไปพร้อมกัน

แต่เซียงเจียงนั้นแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง แฟชั่นสำหรับเซียงเจียงนั้นจะดูทันสมัยกว่า เรียบร้อยกว่า และดูสุภาพมากกว่า

ลู่กั๋วเฉียงเองก็ได้รับอิทธิพลการแต่งตัวจากเซียงเจียงมากเต็มๆ เขาใส่ชุดสูทผูกเนคไทพร้อมกันรองเท้าหนังที่ดูเป็นนักธุรกิจมากขึ้น

ซูข่านพอใจกับชุดของลู่กั๋วเฉียงมากจึงเอ่ยปากชมด้วยรอยยิ้ม

"ใส่สูทแล้วดูดีขึ้นเยอะเลย"

ต่อไปในอนาคต ไม่ว่าจะในโอกาสไหน ผู้ชายหรือแม้กระทั่งผู้หญิงก็ตาม ชุดที่นิยมใส่กันมากที่สุดก็คือสูทกับรองเท้าหนัง

ยิ่งแต่งตัวได้ดีเท่าไหร่ โอกาสก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น เครื่องแต่งกายเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ถึงความน่าเชื่อถือในตัวของผู้ใส่มัน อย่างจางหม่านก็ใส่สูทผูกไทมาโดยตลอด จนกลายเป็นภาพจำแม่มดในชุดสูทไปซะแล้ว

"ขอบคุณมากครับพี่สาม"

ลู่กั๋วเฉียงตอบรับด้วยรอยยิ้ม

ตอนแรกลู่กั๋วเฉียงกลัวว่าซูข่านจะดุเขาเนื่องจากได้ทิ้งวัฒนธรรมการแต่งตัวของหนานจิงไป แต่กลับกันซูข่านไม่ได้ดุแถมยังชมลู่กั๋วเฉียงอีกด้วย

"เหลาสู ช่วงที่ผ่านมานายคงทำงานหนักมากสินะ"

ซูข่านเอามือออกจากไหล่ของลู่กั๋วเฉียงและหันไปมองที่สูเจิ้งเหมาที่ยืนอยู่ข้างหลัง

แม้ว่าซูข่านจะอายุน้อยกว่าสูเจิ้งเหมาก็ตาม แต่สูเจิ้งเหมาก็เคารพและวางตัวให้ต่ำกว่าซูข่านเสมอ

ก่อนหน้านี้ที่คุณซูได้มอบหมายให้ลู่กั๋วเฉียงมาเปิดโรงงานที่เผิงเฉิง ตอนนั้นเขาใช้ทุนแค่ไม่เท่าไหร่เอง ในปีแรกโรงงานกั๋วเฉียงของคุณซูก็สามารถทำเงินไปได้แล้วกว่าหนึ่งล้านหยวน

หลังจากนั้นมูลค่าโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงก็ได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดอีก จากปีแรกที่โรงงานมีมูลค่าล้านหยวน ปัจจุบันตอนนี้อาจจะสูงถึง 10 ล้านหยวนเข้าไปแล้ว

การที่มูลค่าของโรงงานเติบโตได้เร็วขนาดนี้ ก็เป็นเพราะชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขา

ถ้าหากยอดขายรายเดือนของโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ถึงเดือนละ 10 ล้านเมื่อไหร่ อีกไม่นานมูลค่าโรงงานกั๋วเฉียงก็จะกลายเป็น 100 ล้านแน่ๆ

นี่เป็นการเติบโตอย่างรวดเร็วที่น่าทึ่งมาก

และในตอนนี้ที่ตึกซิงซีกำลังจะเปิดตัว ยอดขายของโรงงานอาจจะทวีคูณเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัวก็ได้ใครจะไปรู้

"ผมหวังว่าจะได้ทำงานหนักแบบนี้ให้กับคุณซูอีกครับ"

สูเจิ้งเหมาพูดด้วยรอยยิ้ม

"ฮ่าๆๆๆ"

ซูข่านหัวเราะเสียงดัง

"ได้สิเหลาสู"

แน่นอนว่าในอนาคตจะต้องมีงานหนักแบบนี้ให้สูเจิ้งเหมาทำอีกมาก ถ้าซิงซีกรุ๊ปสามารถผลิตเสื้อผ้าส่งออกให้กับแบรนด์ระดับกลางไปจนถึงสูงได้ละก็

แบรนด์เสื้อผ้าอื่นๆในโลกใบนี้ก็จะต้องการโรงงานของทางซิงซีกรุ๊ปอย่างแน่นอน ซึ่งตลาดระดับกลางเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย เท่านี้สูเจิ้งเหมาก็จะไม่มีเวลาว่างเลยสักวันเดียว

"ไปจากที่นี่กันเถอะ"

จากนั้นซูข่านก็สังเกตเห็นผู้คนโดยรอบเริ่มหันมามองพวกเขามากขึ้นแล้ว ซูข่านเลยพูดกับทั้งสองคน

โชคดีที่ในยุคนี้ยังไม่มีโทรศัพท์ที่ถ่ายรูปได้ ไม่อย่างงั้นคงจะมีรูปของเขากับสูเจิ้งเหมาและลู่กั๋วเฉียงในอินเตอร์เน็ตแน่นอน

และอาจจะเป็นประเด็นในเมืองขึ้นมาเลยก็ได้ คนระดับลู่กั๋วเฉียงกับสูเจิ้งเหมาต้องมารอรับใครสักคนที่สถานนีรถไฟเนี่ย คนๆนั้นจะต้องเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน

"ครับคุณซู ผมได้เตรียมโรงแรมไว้ให้คุณแล้ว"

สูเจิ้งเหมาพยักหน้าและพูดอย่างรวดเร็ว

ไม่ช้าทุกคนก็ขึ้นรถและมุ่งหน้าไปยังโรงแรมทันที เมืองเผิงเฉิงเองก็มีเศรษฐกิจที่ไม่ได้แย่ จึงไม่แปลกที่จะมีโรงแรมดีๆเปิดให้บริการในเมืองนี้

อย่างไรก็ตามซูข่านจำเป็นต้องไปพักอยู่ที่โรงแรม เพราะทั้งสูเจิ้งเหมาและลู่กั๋วเฉียงต่างเป็นคนที่มีชื่อเสียงในเมืองแห่งนี้ การไปที่บ้านของพวกทั้งสองจะไม่เป็นการดีเท่าไหร่

หากว่าตึกซิงซีสร้างเสร็จ บนชั้นสูงๆสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นโรงแรมหรูได้

การทำโรงแรมควบคู่ไปกับการสร้างตึกสูงนั้น ยังไงก็ไม่ขาดทุนแน่ๆ แม้ขนาดโรงแรมที่อยู่ในตึกสูงตึกอื่นที่ไม่ใช่ตึกซิงซี พวกเขายังไม่เคยประสบภาวะขาดทุนเลยสักปีเดียว

ธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรมนั้นเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจเลยล่ะ

โดยเฉพาะโรงแรมที่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆในประเทศจีน โรงแรมพวกนี้ส่วนใหญ่มักจะโดนจองอย่างต่อเนื่องไปตลอดทั้งปีเลยทีเดียว

ขนาดเป็นโรงแรมที่มีดาวเพียง 2-3 ดาวก็ตาม นักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามามันเยอะจนห้องพักในโรงแรมหรูๆไม่สามารถรองรับพวกเขาได้

โรงแรมที่นักท่องเที่ยวมาเยอะก็ต้องพัฒนาโรงแรมตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ จากโรงแรมที่มีแค่ 2-3 ดาวก็ได้เติบโตจนกลายเป็นโรงแรมสุดหรูก็มี

เห็นได้ชัดว่าธุรกิจโรงแรมนั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหนในประเทศจีน ส่วนแบ่งทางการตลาดของธุรกิจนี้ก็เยอะมากๆเช่นกัน

การเติบโตที่เห็นได้ชัดที่สุดเลยก็อยู่ในช่วงปี 1990-2000 ช่วงนั้นเป็นช่วงที่โรงแรมหรูๆได้เกิดขึ้นมากมายในประเทศจีน

นอกจากนี้ยังมีโรงแรมจำนวนมากถูกสร้างขึ้นในช่วงนั้นอีกด้วย หากว่าทำโรงแรมหรูๆเป็นเครือก็ยังจะยิ่งทำให้มูลค่าของโรงแรมเพิ่มสูงไปอีก

ดังนั้นหากว่าเปิดโรงแรมบนตึกซิงซีได้ละก็ มูลค่าของโรงแรมที่อยู่ในตึกซิงซีก็จะไม่น้อยหน้าโรงแรมหรูๆพวกนั้น

แล้วถ้าหากว่าทำโรงแรมให้เป็นเครือได้อีก มูลค่าทางการตลาดของโรงแรมก็จะยิ่งสูงมากขึ้น

เหมือนกับโรงแรมชื่อดังป่ายเทียนเอ๋อที่อยู่ในกว่างโจว โรงแรมแห่งนั้นเป็นโรงแรมที่ยอดเยี่ยมมากๆ ถึงแม้ว่าโรงแรมที่จะสร้างขึ้นในตึกซิงซีจะมีขนาดเล็กกว่า แต่เรื่องคุณภาพละก็ไม่ด้อยไปกว่าแน่นอน

ซูข่านจำได้ว่าสถานที่ตรงนั้นจะเปิดทำการอย่างเป็นทางการในปีหน้า แต่ตอนนี้ตึกซิงซีได้สร้างเสร็จแล้ว หากใช้เวลาตกแต่งอีกสักหน่อย บางทีอาจจะเปิดก่อนโรงแรมป่ายเทียนเอ๋อก็ได้

หลังจากนั้นซูข่านก็นั่งรถไปเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงด้วยกัน แล้วรถก็ได้มาจอดที่ตึกสูงแห่งหนึ่ง ซูข่านเงยหน้ามองก็เห็นความสูงของตึกนี้สูงกว่า 10 ชั้น การตกแต่งของมันก็สวยงามมากๆ

"ถึงแล้วครับ นี่เป็นโรงแรมเปิดใหม่ที่ร่วมทุนสร้างระหว่างนักลงทุนจากเผิงเฉิงและเซียงเจียงครับ เพิ่งเปิดให้บริการได้ไม่กี่เดือนก่อนคุณซูมาเอง"

สูเจิ้งเหมาได้อธิบาย

"อืม"

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย

จากนั้นก็มีคนมาเปิดประตูให้ซูข่าน ทั้งหมดจึงได้ลงจากรถและเข้าไปในโรงแรม สูเจิ้งเหมาได้จองห้องพักให้แล้ว เขาจึงไปที่แผนกต้อนรับเพื่อทำการเช็คอินให้กับซูข่าน

จากนั้นเขาก็มาเดินนำซูข่านไปยังลิฟต์ของโรงแรม

"ชั้นแรกของที่นี่เป็นห้องโถงสำหรับแขกที่มาติดต่อเช็คอิน-เช็คเอาท์โรงแรมครับ จะมีส่วนของที่นั่งพัก และแผนกต้อนรับไว้ด้วย"

"ส่วนชั้นสองของโรงแรมเป็นห้องอาหาร ซึ่งจะรวบรวมร้านอาหารจีนกวางตุ้งชื่อดังมากมายหมุนเปลี่ยนไปไม่ซ้ำแต่ละวันครับ"

ระหว่างที่เดินสูเจิ้งเหมาก็ได้อธิบายกับซูข่าน

ซูข่านได้ยินก็หัวเราะออกมาและพูดด้วยรอยยิ้ม

"ดูเหมือนว่านักลงทุนจากเซียงเจียงจะเอารูปแบบของโรงแรมเพนนินซูล่ามาใช้กับโรงแรมแห่งนี้นะ"

"ผมก็ว่างั้นแหละครับ"

แล้วสูเจิ้งเหมาหัวเราะเสียงดัง

จากนั้นก็มาถึงยังห้องพักของซูข่าน สูเจิ้งเหมาได้เปิดประตูและยืนรออยู่ที่ข้างนอก ซูข่านเดินผ่านสูเจิ้งเหมาเข้าไปก็พบกับห้องที่ตกแต่งไว้อย่างดี

มีการแยกสัดส่วนของห้องนอน ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่นไว้อย่างเป็นระเบียบ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆก็เลือกได้เข้ากับขนาดของห้องพัก ดูรวมๆแล้วเหมือนกับห้องพักโรงแรมเพนนินซูล่ามาก

ถึงแม้ว่าโรงแรมนี้จะไม่ได้สูงมาก แต่วิวข้างนอกก็ยังสามารถมองเห็นเผิงเฉิงได้ทั้งเมือง

ซูข่านมองไปรอบๆห้องและยิ้มออกมาที่มุมปากเล็กน้อย

จบบทที่ บทที่ 400 เติบโตเป็นโรงแรมสุดหรู

คัดลอกลิงก์แล้ว