เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 399 การแต่งกายจากเซียงเจียง

บทที่ 399 การแต่งกายจากเซียงเจียง

บทที่ 399 การแต่งกายจากเซียงเจียง


การมาที่เผิงเฉิงในครั้งนี้ ซูข่านรู้สึกว่าเส้นทางการเดินทางนั้นมันเปลี่ยนไปจากเดิมมาก รถไฟสามารถเดินทางมาที่เผิงเฉิงได้โดยที่แทบจะไม่มีปัญหาเลย

ซึ่งมันก็เป็นหนึ่งในแผนการเร่งความเร็วรถไฟที่ซูข่านเคยได้เขียนให้พ่อไป รัฐบาลน่าจะเริ่มทำการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของรถไฟภายในประเทศแล้ว

หากว่าปรับเปลี่ยนรูปแบบรถไฟได้เสร็จทุกอย่าง

เรียกได้ว่าเป็นการปฏิรูปการเดินทางภายในประเทศด้วยรถไฟเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ

ทุกอย่างจำเป็นต้องใช้เวลาในการทำอย่างมาก เต็มที่เลยก็อาจจะกินเวลาถึง 10 ปีเป็นอย่างน้อย

นี่ยังแค่เป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบรถไฟในประเทศปัจจุบันเท่านั้นนะ ยังไม่รวมกับการสร้างทางรถไฟย่อยๆเพื่อทำให้สายหลักใช้เวลาน้อยลงอีก

ที่รถไฟในประเทศยังใช้เวลาในการเดินทางค่อนข้างนาน ส่วนใหญ่ก็เพราะเป็นว่ายังใช้ทางรถไฟเส้นทางเก่าอยู่ บางครั้งมันก็ต้องอ้อมเยอะจนเกินไป

โครงการรถไฟที่ซูข่านเขียนให้พ่อไปนั้น มันจึงเป็นแค่โครงการในระยะแรก โครงการนี้จำเป็นต้องได้รับการทำอย่างต่อเนื่องอีกหลายครั้งจนกว่ามันจะสมบูรณ์แบบ

คราวก่อนที่พ่อของซูข่านได้ยื่นโครงการแรกเสนอไป ตอนนั้นพ่อซูข่านได้รับการเลื่อนตำแหน่งถึง 2 ขั้นด้วยกัน

เมื่อมาถึงที่เผิงเฉิงนั้น ซูข่านก็มองเข้าไปในตัวเมือง

เขาเห็นตึกที่มีความสูงอยู่เต็มไปหมด ส่วนใหญ่แล้วความสูงของตึกก็อยู่ที่ประมาณ 5-6 ชั้นซะส่วนใหญ่

ในยุคนี้ยังไม่ค่อยมีตึกสูงระฟ้าอยู่เมือง ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะเป็นตึกห้องแถววธรรมดาที่มีความสูงเฉลี่ยแค่ 3-4 ชั้นเท่านั้น

คนกลุ่มแรกที่มาตั้งรกรากกันที่เผิงเฉิงแห่งนี้ ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะเป็นคนค่อนข้างมีฐานะพอตัว

ดังนั้นการเห็นตึกที่สูงอยู่ในเมืองนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่ แตกต่างกันหนานจิงอย่างเห็นได้ชัด ที่นั่นเต็มที่เลยบ้านก็มีขนาดแค่ 2 ชั้นเท่านั้น

แต่หลังการประกาศสร้างตึกซิงซีในเผิงเฉิงนั้น ซูข่านก็ได้เห็นเขตก่อสร้างเยอะขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ เป็นไปได้ว่าพวกนักธุรกิจอาจมองเห็นอะไรบางอย่าง

เมื่ออกจากสถานีรถไฟ ซูข่านก็เห็นรถยนต์สุดหรูจอดเรียงกันอยู่ 3 คันด้วยกัน

ใกล้ๆนั้นก็มีสูเจิ้งเหมา ลู่กั๋วเฉียง และคนติดตามของทั้งสองคนยืนอยู่

พวกเขาทั้งหมดมาที่สถานีรถไฟแห่งนี้เพื่อรับซูข่านโดยเฉพาะ ก่อนหน้านี้ที่ซูข่านมาที่เผิงเฉิง หลังจากลงรถที่สถานนีรถไฟแล้ว ยังจำเป็นต้องนั่งรถต่อเข้าไปในตัวเมืองอีก

ซึ่งมันกินเวลาอย่างมาก การได้รถมารับที่สถานนี้ มันเป็นอะไรที่สะดวกสบายสุดๆ

ถึงแม้ว่าที่นี่จะเป็นที่เผิงเฉิงก็ตาม แต่รถยนต์หรูทั้ง 3 คันก็ดึงดูดสายตาของคนรอบๆอย่างมาก

คนที่นี่ส่วนใหญ่ก็มีเงินพอที่จะซื้อรถยนต์เหมือนกัน แต่รถยนต์ที่พวกเขาซื้อนั้นไม่ใช่รถหรูหราแบบ 3 คันที่จอดอยู่หน้าสถานีตอนนี้

รถที่เผิงเฉิงมักจะเป็นรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ คนที่มาที่นี่คือจะมารับสินค้าและเอาไปขายต่อ ดังนั้นพวกเขาจึงได้เลือกรถที่มาขนาดใหญ่ไว้สำหรับขนของด้วย

พ่อค้าแม่ค้าที่นี่มักจะมีรายได้ต่อปีอยู่ที่ประมาณปีละ 10,000 หยวน ถ้าคนไหนขยันและเก่งหน่อยก็อาจจะได้มากกว่านั้น

งานที่พวกเขาทำกันคือขับรถจากที่แสนไกลมาเพื่อรับของและก็กลับไป

เรียกได้ว่าเป็นงานที่เหนื่อยและเสียเวลาสุดๆ

ถ้าการคมนาคมดีขึ้นพวกเขาอาจจะไม่จำเป็นต้องขับรถไกลขนาดนี้ รถไฟเองก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับการขนส่งที่ดีอันดับต้นๆ

ปกติโดยทั่วไป คนก็มักจะนิยมเดินทางไกลด้วยรถไฟกันส่วนใหญ่ แล้วถ้าเปลี่ยนจำนวนคนเป็นสินค้าที่ส่งออกไปทั่วประเทศได้ล่ะ?

ลองคิดดูสิว่าเงินมันจะหมนุเวียนภายในประเทศมากขึ้นขนาดไหน

พ่อค้าคนกลางก็มีของที่สามารถขายให้กับกลุ่มคนได้มากขึ้น จากนั้นพ่อค้าคนกลางก็สั่งของที่จำเป็นต้องใช้รถไฟขนส่ง

เงินที่พ่อค้าจ้างก็เป็นเงินที่ทางรถไฟจะเอาไปพัฒนาและต่อยอด แล้วรถไฟก็จะทำเวลาได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เงินแต่ละส่วนมันก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกันหมด

การคมนาคมนั้นเป็นหัวใจหลักสำคัญในการพัฒนาประเทศให้มีเศรษฐกิจที่เติบโตได้

ซูข่านสามารถมองเห็นสูเจิ้งเหมากับลู่กั๋วเฉียงผ่านกลุ่มคนได้ทันทีโดยไม่ต้องสังเกตรถยนต์ด้วยซ้ำ

การสังเกตสูเจิ้งเหมาหรือลู่กั๋วเฉียงนั้นไม่ได้ยากอะไรเลย แค่ลงจากรถไฟซูข่านก็รู้แล้วว่าจะต้องเป็นพวกเขา

คนที่เดินทางด้วยรถไฟส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นคนที่มีเสื้อผ้าค่อนข้างเก่า การแต่งกายของคนที่นี่มักจะคล้ายๆกันหมด ยกเว้นก็แต่พวกสูเจิ้งเหมาและลู่กั๋วเฉียง

พวกเขาทั้งคู่เรียกได้ว่าเป็นการแต่งกายไปเป็นแบบตามเซียงเจียงเลยด้วยซ้ำ เสื้อผ้าที่พวกเขาใส่นั้นหาซื้อไม่ได้เลยในเผิงเฉิง

แว่บแรกที่มองไปก็สามารถรู้ได้เลยว่าคนพวกนี้จะต้องมีอะไรยิ่งใหญ่มากๆในเผิงเฉิง

"สวัสดีครับพี่สาม"

ลู่กั๋วเฉียงเห็นซูข่านเดินเข้ามาเขาจึงรีบวิ่งไปทักทายซูข่านความเคารพ

สูเจิ้งเหมาเองก็ไม่รอช้าและรีบเดินไปทักทายซูข่านเช่นเดียวกัน

สูเจิ้งเหมาได้เปลี่ยนการแต่งตัวไปมาก ครั้งนี้เขามาพร้อมกับชุดสูทและรองเท้าหนัง ซึ่งมันก็สมกับเป็นเจ้าของตึกซิงซีจริงๆ

ซูข่านพยักหน้าให้ทั้งสองเล็กน้อย

จากนั้นเขาก็เดินไปตบที่ไหล่ของลู่กั๋วเฉียงเบาๆ คนที่ติดตามของลู่กั๋วเฉียงก็ได้หันไปมองหน้ากันด้วยความงุนงง

พวกเขาคิดมาโดยตลอดว่าลู่กั๋วเฉียงนั้นเป็นเจ้านายเพียงคนเดียวของพวกเขา การได้เห็นเจ้านายวางตัวกับคนอื่นอย่างกับเป็นลูกน้องแบบนี้ ทำให้คนติดตามของลู่กั๋วเฉียงทำตัวไม่ถูก

ลู่กั๋วเฉียงเองก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจทันทีที่ได้พบกับซูข่านอีกครั้งหนึ่ง

ตอนนี้เขาเป็นถึงเจ้าของโรงงานอิเล็กทรอนิกส์กั๋วเฉียงแล้ว การที่ผลิตภัณฑ์ของเขาสามารถเอาไปขายทั่วประเทศได้ เป็นเพราะเจ้านายของเขาได้เป็นคนจัดการ

ส่วนตัวของลู่กั๋วเฉียงนั้นทำหน้าที่แค่ควบคุมและผลิตสินค้าส่งออกให้ทันเท่านั้น

ด้วยการทำเงินมากมายให้กับเผิงเฉิง ลู่กั๋วเฉียงจึงได้มีชื่อเสียงขึ้นมาบ้างเล็กน้อย แต่ยังไงก็ไม่สามารถเทียบกับสูเจิ้งเหมาได้อยู่ดี

ชุดของลู่กั๋วเฉียงนั้นก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากสูเจิ้งเหมาสักเท่าไหร่ เท่าที่ดูก็เหมือนจะซื้อมาจากเซียงเจียงเหมือนกันด้วย

จบบทที่ บทที่ 399 การแต่งกายจากเซียงเจียง

คัดลอกลิงก์แล้ว