เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 380 นับซอง

บทที่ 380 นับซอง

บทที่ 380 นับซอง


เมื่อซูข่านได้นั่งลงแล้ว คนอื่นๆในห้องก็นั่งตาม ซูข่านได้นั่งโต๊ะเดียวกับหวางเอ๋อ เฒ่าจาง และก็คนอื่นอีกนิดหน่อย

ถัดจากโต๊ะของซูข่านก็เป็นโต๊ะของกั๋วเฟยและคนของเขา

ภายในห้องนี้มีเพื่อนของซงหมิงเจียงที่ซูข่านคุ้นหน้าอยู่หลายคน ยกเว้นแต่พวกเหลาหลี่ ต้าชุน ไทเกอร์หรือเสี่ยวจุน แม้กระทั่งลู่กั๋วเฉียงก็ไม่ได้มา

งานที่พวกเขากำลังทำอยู่นั้นอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากหนานจิงมาก และนี่ก็เป็นช่วงเวลาหลังเทศกาลตรุษจีนอีก ไม่แปลกที่จะไม่เห็นพวกเขาในงานนี้

ไม่ช้างานเลี้ยงก็ได้เริ่มต้นขึ้น

อาหารที่ถูกทำขึ้นโดยเซฟจากร้านอาหารวังหลวงก็ได้ถูกนำมาเสิร์ฟ แม้ว่าจะไม่ได้ถูกปรุงเฒ่าจางแต่รสชาติของอาหารนั้นดีมาก

คนที่ได้ไปร้านอาหารวังหลวงบ่อยๆ พวกเขาจะรู้ได้เลยว่ารสชาติของมันก็เหมือนกับไปกินที่ร้าน แต่สำหรับเพื่อนบ้านของซงหมิงเจียง พวกเขาคงจะไม่เคยได้กินรสชาตินี้มาก่อน

หมูสองตัว เนื้อแกะ เนื้อวัว ไก่ เป็ดและห่าน ถูกนำมาทำเป็นอาหารมากมายสำหรับงานเลี้ยงนี้

ซงหมิงเจียงน่าจะใช้เงินประมาณ 2,000 หยวนสำหรับงานแต่งงาน เพื่อนบ้านของเขาไม่มีใครที่สามารถจัดงานยิ่งใหญ่แบบซงหมิงเจียงได้เลยสักคน ทุกคนต่างยกนิ้วและชื่นชมในงานนี้

นี่เป็นงานเลี้ยงที่ดีที่สุดเท่าที่พวกเขาได้เคยเจอมาเลยในชีวิตนี้ นอกจากอาหารที่เต็มไปด้วยเนื้อสัตว์จำนวนมากแล้ว งานเลี้ยงยังมีเหล้าที่สามารถดื่มได้ไม่อั้นอีกด้วย

เหล้าที่ซงหมิงเจียงจัดเตรียมสำหรับงานเลี้ยงนั้น ไม่ใช่เหล้าเหมาไถที่ซูข่านชื่นชอบแต่อย่างใด แต่เป็นเหล้าเอ่อกัวโถว

ราคาของเหล้าเอ่อกัวโถวนั้นถูกกว่าเหล้าเหมาไถหลายเท่า ดังนั้นเหล้าชนิดนี้จึงเป็นที่นิยมในหมู่ของคนผู้ใช้แรงงาน รสชาติของมันก็ไม่ได้ถือว่าแย่เลยทีเดียว

ในภายหลังเหล้าเอ่อกัวโถวจะกลายเป็นเหล้าที่มีชื่อเสียงโด่งดังไม่แพ้กับเหล้าเหมาไถ

จากนั้นซงหมิงเจียงก็ได้เข้ามาในห้องพร้อมกับเจ้าสาวของเขา ซูข่านและคนอื่นๆก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับชูแก้วเพื่อดื่มอวยพรให้กับทั้งคู่

ซงหมิงเจียงไม่ได้แนะนำเจ้าสาวให้รู้จักกับซูข่านหรือคนอื่นๆอย่างเป็นทางการ เจ้าสาวได้มองมาในห้องแล้วก็เห็นว่าคนในห้องนี้แต่งตัวดีกว่าคนข้างนอกตั้งเยอะ

สีหน้าของเธอแสดงออกได้อย่างชัดเจนว่าสงสัยเกี่ยวกับพวกของซูข่านอย่างมาก แต่เธอก็ฉลาดพอที่จะไม่ถามซงหมิงเจียงเกี่ยวกับเรื่องราวของคนพวกนี้

ซูข่านมองไปยังเจ้าสาว แม้ว่าเธอจะไม่ใช่ผู้หญิงที่มีหน้าตาสวยเหมือนกับดารา แต่เธอก็ดูเป็นผู้หญิงที่พร้อมจะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นให้กับซงหมิงเจียงได้

ท้ายที่สุดแล้วซูข่านก็มีความสุขมากเช่นกันที่ซงหมิงเจียงได้พบเจอกับเธอคนนี้ นี่เป็นการการันตีแล้วว่าหากทำงานกับซูข่าน ทุกคนก็สามารถมีครอบครัวที่อบอุ่นได้

เมื่องานเลี้ยงจบลง ซูข่านได้บอกให้กั่วเฟยนำห่อสีแดงที่เตรียมไว้จากบ้านมามอบให้กับซงหมิงเจียงเป็นการส่วนตัว จากนั้นซูข่านและคนอื่นๆก็เดินทางกลับ

ในยุคนี้ชาวบ้านยังมีความอยากรู้อยากเห็นกันอยู่มาก พวกเขายังอยากจะรู้เกี่ยวกับเงินใส่ซองที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวได้รับ

ถ้าตามหลักทั่วไปแล้วเงินที่ซงหมิงเจียงควรจะได้รับจากซองก็น่าจะตกอยู่ที่ประมาณ 100-200 หยวนเท่านั้นสำหรับงานใหญ่แบบนี้

แต่ถ้ามีคนรู้ว่าซงหมิงเจียงได้เงินจากซอง 10,000 ละก็… ซูข่านคิดว่าคนจำนวนมากจะต้องอิจฉาซงหมิงเจียงและทำเรื่องให้เขาปวดหัวหลังจากนี้แน่ๆ

มันจะเป็นการดีกว่าหากว่ามอบให้กับซงหมิงเจียงเป็นการส่วนตัว

หลังจากที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวได้ร่ำลากับญาติและเพื่อนเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็จะกลับมากินข้าวกับครอบครัวก่อนจะที่แยกกันไปตั้งเป็นครอบครัวใหม่

ในยุคนี้มักจะกินเลี้ยงกันเป็นเวลาหลายวันตั้งแต่ก่อนวันแต่งงานแล้ว พอถึงวันแต่งงาน เจ้าบ่าวจะได้ทำหน้าที่ในการดูแลเจ้าสาวเต็มที่

บางครอบครัวได้จัดงานกินเลี้ยงฉลองเป็นอาทิตย์เลยก็มี งานแต่งงานนี่เป็นความทรงจำดีๆของใครหลายๆคนในช่วงวัยเด็กเลยทีเดียว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานแต่งงานตามบ้านนอก มันมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก

"จะได้ซองเท่าไหร่กันนะ?"

แม่ของซงหมิงเจียงพูดด้วยความตื่นเต้น หลายวันที่ผ่านมาเธอได้จัดงานตลอดจนแทบไม่ได้นอนพักผ่อนเลย เมื่อเห็นซองที่ได้รับในวันนี้ เธอก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที

"เท่าไหร่ก็เท่านั้นแหละ หมิงเจียงไม่มีปัญหาเรื่องนี้สักหน่อย"

พ่อของซงหมิงเจียงพูดด้วยรอยยิ้ม

ถึงแม้ว่าซองที่ได้รับมาในวันนี้จะได้ไม่เท่ากับเงินที่ลงไปในงานแต่งงาน แต่การได้จัดงานที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ มันช่วยให้หน้าตาของตระกูลซงดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ในงานเลี้ยงพ่อของซงหมิงเจียงนั้นยิ้มไม่หุบเลย ทั้งญาติ เพื่อน และเพื่อนบ้าน ทุกคนต่างชื่นชมในงานแต่งงานของลูกชายเขา

พ่อของซงหมิงเจียงเลยรู้สึกว่าคุ้มค่ากับเงินที่ลูกชายของเขาเสียไปจริงๆ เรื่องนี้สามารถคุยโม้โอ้อวดไปได้อีกหลายปี หรือไม่ก็จนกว่าจะมีคนจัดงานใหญ่กว่าซงหมิงเจียงได้อีก

เมื่อมองไปที่รอยยิ้มของพ่อ ซงหมิงเจียงเองก็มีรู้สึกอบอุ่นเล็กๆในใจของเขา นานมากแล้วที่ไม่ได้เห็นพ่อกับแม่มีความสุขขนาดนี้

"พ่อคะแม่คะ?"

ภรรยาของซงหมิงเจียงได้หัวเราะและพูดด้วยรอยยิ้ม

"จากที่หนูลองนับดู เงินที่ได้จากซองเยอะกว่าเงินที่เสียไปสำหรับงานนี้นะคะ"

"จริงเหรอ?"

พ่อกับแม่ของซงหมิงเจียงมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ พวกเขาทั้งสองได้ใช้เงินที่ซงหมิงเจียงมอบให้กับพวกเขาจัดงานแต่งครั้งนี้ถึง 2,000 หยวนเลยทีเดียว

แล้วคนทั่วไปก็ใส่ซองกันแค่ 1-2 หยวนเท่านั้น มันจะเยอะกว่า 2,000 หยวนได้ยังไง เต็มที่เลยก็ไม่เกิน 100-200 หยวนหรอก

"นี่ครับ"

ซงหมิงเจียงยิ้มเจื่อนๆ เขาไม่รู้เลยว่าห่อสีแดงที่พี่สามได้มอบกับเขานั้นเป็นเงิน ตอนแรกเขาคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งของด้วยซ้ำ

จากนั้นซงหมิงเจียงก็หยิบห่อสีแดงของซูข่านขึ้นมาวาง ภรรยาของซงหมิงเจียงก็ได้ช่วยซงหมิงเจียงแกะห่อสีแดงอันนี้ออก

"พ่อคะแม่คะ นี่คือเงิน 10,000 หยวนที่เจ้านายของพี่หมิงเจียงได้มอบให้กับพวกเราในงานแต่งงานวันนี้ค่ะ"

ภรรยาของซงหมิงเจียงพูดด้วยความภาคภูมิใจในตัวสามีของเธอ

"ห้ะ!!"

พ่อกับแม่ของซงหมิงเจียงอุทานออกมาเสียงดังพร้อมกัน ตอนนี้ทั้งสองคนโดนเงินที่วางอยู่ตรงหน้าสะกดเข้าให้แล้ว

"จะ…เจ้านายอะไรกันเนี่ย?"

แม่ของซงหมิงเจียงพูดเสียงสั่นด้วยความตกใจ

"พระเจ้าช่วย เกิดมาเพิ่งจะได้เห็นเงินหมื่นก็วันนี้ล่ะ"

พ่อของซงหมิงเจียงเองก็พูดด้วยความตกใจเช่นกัน

แม้ว่าครอบครัวของซงหมิงเจียงจะมีสภาพความเป็นอยู่ดีขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่พวกเขาก็ยังไม่เคยเห็นเงินเยอะขนาดนี้มาก่อน

"เจ้านายของแกช่างใจกว้างจริงๆ"

"ยังไม่หมดนะคะ"

ภรรยาของซงหมิงเจียงหยิบซองขึ้นมาอีกกองหนึ่งละวางลงบนโต๊ะ ซองที่ภรรยาของซงหมิงเจียงนั้นทุกซองล้วนแล้วแต่เป็นซองที่มีขนาดใหญ่

แค่มองด้วยตาก็รู้ได้เลยว่าข้างในมีเงินอยู่เยอะมาก

พ่อแม่ของซงหมิงเจียงก็ยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่ ลูกชายและลูกสะใภ้ของพวกเขาได้รับซองในงานแต่งงานเยอะมาก

ซงหมิงเจียงพูดด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย

"ซองพวกนี้เป็นซองที่ผมได้มาจากเพื่อนร่วมงานครับ ถึงจะไม่ได้ทำงานหน้าที่เดียวกันแต่ก็ทำให้กับเจ้านายคนเดียวกันครับ"

ซองที่ซงหมิงเจียงพูดนั้นคือซองที่ได้จากพวกของหวางเอ๋อ จางเฉียง ฯลฯ

จบบทที่ บทที่ 380 นับซอง

คัดลอกลิงก์แล้ว