เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 379 เจ้านายใหญ่มาถึง

บทที่ 379 เจ้านายใหญ่มาถึง

บทที่ 379 เจ้านายใหญ่มาถึง


แม้จะเป็นเงิน 10,000 หยวนก็ตาม แต่กั๋วเฟยก็รู้สึกอิจฉามาก เขาต้องใช้เวลาตั้งหลายปีกว่าจะหาเงินก้อนโตขนาดนี้ได้ ขนาดทำงานที่ได้เงินเยอะกับพี่สามแล้วก็เถอะ

ถ้าเป็นเงินที่ได้จากการทำนาหรือว่าแบกข้าวสาร บางทีอาจจะใช้เวลาทั้งชีวิตเลยก็ได้กว่าจะหาได้ถึง 10,000 หยวนเนี่ย

ยิ่งไปกว่านั้นเวลาที่คนอื่นเขาแต่งงานกัน เงินที่คนทั่วไปจะใส่ซองจะใส่กันแค่ 0.5 หยวนเท่านั้น ถ้าสนิทกับเจ้าของงานแต่ง อาจจะใส่กันสัก 1 หยวน

กระทั่งพี่ชายแท้ๆหรือไม่ก็คนก็สนิท อย่างมากเลยก็แค่ 2-5 หยวนเท่านั้น

แต่พี่สามนั้นมอบเงินให้กับซงหมิงเจียงถึง 10,000 หยวนเลยในครั้งเดียว น่าจะเป็นคนเดียวในประเทศที่กล้าทำอะไรแบบนี้แล้ว

ใครก็ตามที่ตั้งใจทำงานให้กับพี่สาม คนๆนั้นก็จะถูกพี่สามปฏิบัติดีด้วยเสมอ

"ไปกันเถอะ"

ซูข่านเห็นกั๋วเฟ่ยตะลึงกับห่อเงินของเขาก็ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ เงิน 10,000 หยวนถือว่าเยอะจริงๆสำหรับยุคนี้ ด้วยเงินจำนวนนี้จะสามารถซื้อบ้านได้ตั้งหลายหลังเลยในหนานจิง

ในอีก 10 ปีข้างหน้า บ้านหลังนั้นจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นหลายล้านหยวน

ซงหมิงเจียงเองก็ทำงานกับซูข่านมาเป็นเวลานาน เงิน 10,000 หยวนไม่ได้มากเกินไปเลยที่ซูข่านจะมอบให้กับเขา

จากนั้นซูข่านและกั๋วเฟยก็เดินออกจากบ้าน ที่หน้าบ้านมีรถตู้มือสองของซูข่านจอดรออยู่ มีบอดี้การ์ดคนหนึ่งเปิดประตูให้กับซูข่าน ทั้งซูข่านและกั๋วเฟยก็เข้าไปนั่งในรถตู้

รถตู้ได้ขับออกจากบ้านของซูข่านช้าๆ มุ่งหน้าไปยังบ้านของซงหมิงเจียง

จากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมง รถก็ได้ถึงยังซอยบ้านของซงหมิงเจียง ซูข่านได้ยินเสียงประทัดจากที่ไกลๆมา ดูเหมือนงานแต่งจะเริ่มขึ้นมาสักพักหนึ่งแล้ว

ซูข่านและคนอื่นๆก็ลงจากรถ พวกเขาทั้งหมดเดินเข้าไปในซอย ระหว่างเข้าซอยนั้น ผู้คนก็เริ่มที่จะเยอะขึ้นเรื่อยๆ มีเสียงพูดคุยกันเสียงดังตลอดทั้งทาง

"ลูกชายของบ้านซงนี่โคตรสุดยอดเลย เขาเอารถไปรับเจ้าสาวที่บ้านตั้ง 9 คันแน่ะ"

"ในซอยนี้ไม่มีใครสุดยอดเท่ากับลูกชายบ้านนั้นแล้ว"

"ในซอยนี้ที่ไหนกันเล่า!! ในอำเภอนี้ต่างหากล่ะ"

"ฉันได้ยินมาว่าเจ้านายของเขาเป็นคนเอารถมาให้เขาเองด้วย เจ้านายที่ไหนกันทำไมใจกว้างแบบนี่เนี่ย"

"ไอ้เด็กคนนั้นแต่งงานแล้วงั้นรึ? ข้าเห็นมันตั้งแต่ยังวิ่งเล่นในซอยนี่อยู่เลย"

"วันนี้ตระกูลซงดูเหมือนจะมีเนื้อหมูกินเลี้ยงด้วย เห็นว่าพวกเขาไปซื้อหมูที่ตลาดมาตั้ง 2 ตัวแน่ะ"

"ใช่ๆๆ และคนที่มาทำอาหารในงานนี้ก็คือเซฟจากร้านวังหลวงชื่อดังยังไงล่ะ"

ซูข่านได้ยินคนในซอยต่างพูดคุยเกี่ยวกับการแต่งงานของซงหมิงเจียงตลอดทั้งทาง พวกเขาทั้งหลายต่างชื่นชมในตัวของซงหมิงเจียงมาก

และที่พวกคนในซอยต่างรู้จักกับร้านอาหารวังหลวง คงเป็นเพราะร้านอาหารวังหลวงได้ออกทีวีแน่ๆ

ช่วงก่อนหน้านี้ก็มีรายการอากาศหลายรายการได้ไปถ่ายทำที่ร้าน

พอรายการที่ไปถ่ายออกอากาศปุ้ป คนทั่วทั้งเมืองเลยเห็นถึงความสวยงามของร้านและหน้าตาอาหารที่น่ารับประทาน ไม่แปลกหรอกที่ผู้คนทั่วทั้งเมืองจะไม่รู้จักกับร้านอาหารวังหลวงแห่งนี้

เมื่อเดินเข้าไปในซอยลึกขึ้นเรื่อยๆ ซูข่านก็สังเกตเห็นเศษประทัดสีแดงอยู่ตามพื้น ตรงหน้าของเขาเต็มไปด้วยโต๊ะและเก้าอี้จำนวนมาก

โต๊ะกับเก้าอี้เยอะขนาดนี้ น่าจะเป็นสถานที่ให้แขกในงานได้กินเลี้ยงฉลองกัน

จากนั้นซูข่านก็เห็นหม้อขนาดใหญ่ใบหนึ่งวางอยู่ ใกล้ๆนั้นก็มีฉู่เฟิงยืนอยู่ด้วย เด็กคนนี้โตขึ้นมากหลังจากทำงานที่ร้านอาหารวังหลวง

ส่วนสูงของเขาใกล้จะถึงคิ้วของซูข่านเข้าไปแล้ว และยังจะสูงกว่านี้ได้อีก

ฉู่เฟิงกำลังเตรียมอาหารสำหรับงานเลี้ยงวันแต่งงานของซงหมิงเจียง เขาวุ่นวายอยู่กับการสั่งลูกน้องของเขาให้เตรียมอาหารให้ทัน

ที่ซูข่านสัมผัสจากฉู่เฟิงได้ มันคล้ายๆกับการได้อยู่กับเฒ่าจางที่ร้านวังหลวงเลย เด็กคนนี้ซึมซับทุกอย่างมาจากเฒ่าจางจริงๆ และดูเหมือนว่าเขาจะทำได้ดีอีกด้วย

"พี่สาม!!"

ฉู่เฟิงเห็นซูข่านที่มุมสายตา เขารีบคุยกับพ่อครัวข้างๆก่อนจะรีบวิ่งมาหาซูข่านอย่างรวดเร็ว

"ใช้ได้เลยฉู่เฟิง นายโตขึ้นมากเลยนะ"

ซูข่านมองไปที่ฉู่เฟิงที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นจากก่อนหน้านี้ แม้ว่าเขาจะทำตัวเหมือนเป็นพ่อครัวใหญ่แค่ไหน แต่ใบหน้าของเขาก็ยังเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ

"แฮะๆ"

ฉู่เฟิงเกาหัวและหัวเราะด้วยความอายเล็กน้อย จากนั้นเขาก็พูดด้วยรอยยิ้ม

"พี่สามเพิ่งมาถึงเหรอครับ?"

"พี่จางเฉียง พี่หวาง และก็คนอื่นๆมาถึงก่อนหน้าพี่สามไม่นานนี่เองครับ อาจารย์จางเองก็มาที่งานนี้ด้วย เดี๋ยวผมพาพี่สามไปหาพวกเขานะครับ"

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นเขาก็เดินตามฉู่เฟิงไป

เรียกเฒ่าจางว่าอาจารย์แบบนี้ แสดงว่าเฒ่าจางยอมรับฉู่เฟิงเป็นลูกศิษย์แล้วแน่ๆ วันก่อนที่เจอเฒ่าจางก็ชื่นชมในพรสรรค์ของฉู่เฟิงอย่างมาก ไม่แปลกหรอกที่เขาจะไม่ยอมรับ

ไม่นานฉู่เฟิงก็เดินนำซูข่านมาถึงห้องๆหนึ่ง

"ห้องนี่พี่หมิงเจียงได้เตรียมให้กับพวกเราโดยเฉพาะเลยครับ ไม่มีใครมารบกวนพี่สามกับคนอื่นแน่ๆครับ"

"อืม"

ซูข่านพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

ซงหมิงเจียงคงเข้าใจความรู้สึกของซูข่านเป็นอย่างดี เขาทำงานกับซูข่านมาเป็นเวลานาน ซงหมิงเจียงเลยรู้ว่าซูข่านไม่ชอบที่จะตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่นเท่าไหร่

สิ่งนี้ทำให้ซูข่านพอใจมาก

มันจะเป็นจุดสนใจเกินไปถ้าหากว่านั่งอยู่ข้างนอก ทั้งเฒ่าจาง หวางเอ๋อ จางเฉียงเองก็เป็นคนที่มีชื่อเสียงในเมือง พวกเขาคงจะปฏิบัติกับซูข่านเหมือนกับที่เคยทำ

และยิ่งจะเป็นจุดสนใจเข้าไปอีกหากรู้ว่าซูข่านเป็นเจ้านายที่มอบรถมาให้ซงหมิงเจียงใช้ในงานแต่งงานถึง 9 คัน

ทุกวันนี้แค่รถมอไซค์ คนทั่วไปยังแทบไม่มีปัญหาจะซื้อเลย

ไม่ต้องพูดถึงรถจำนวน 9 คันหรอก

จากนั้นฉู่เฟิงก็เปิดประตูให้ซูข่าน

มีคนคุ้นหน้าคุ้นตานั่งอยู่ในห้องมากมาย

"คุณซู.."

"พี่สาม"

"พี่สามครับ"

เมื่อซูข่านเดินเข้าไปในห้อง เฒ่าจาง หวางเอ๋อ จางเฉียง เสี่ยวเว่ย เสี่ยวหู่ และคนอื่นๆก็ได้ลุกขึ้นยืนและยิ้มให้กับซูข่าน

"นั่งเหมือนเดิมเถอะ"

ซูข่านพูดกับคนทั้งห้องเบาๆ

"วันนี้เรามาเลี้ยงฉลองในงานแต่งงานของซงหมิงเจียง ไม่จำเป็นต้องมากพิธีก็ได้ เรามากินเลี้ยงกันให้เต็มที่เถอะ"

ซูข่านพูดจบก็มองไปรอบๆ ไม่มีใครในห้องที่จะกล้านั่งตามคำสั่งของซูข่านเลยสักคนเดียว แม้กระทั่งเฒ่าจางก็ยังไม่กล้า

หวางเอ่อและคนอื่นยิ่งแล้วใหญ่ พวกเขาดูเหมือนจะกลัวด้วยซ้ำ

ถ้าพวกเขานั่งลง พวกเขาจะรู้สึกว่าไม่ให้เกียรติกับซูข่าน แต่ถ้าไม่นั่งก็เป็นการขัดคำสั่งของซูข่านอีก ตอนนี้ทุกคนในห้องเริ่มทำตัวไม่ถูกขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว

ซูข่านเห็นแบบนั้นก็ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ เขาสังเกตเห็นเก้าอี้ตัวหนึ่งที่ว่างอยู่ ซูข่านจึงเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวนั้น

จบบทที่ บทที่ 379 เจ้านายใหญ่มาถึง

คัดลอกลิงก์แล้ว