เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 356 สี่นายน้อยแห่งหนานจิง

บทที่ 356 สี่นายน้อยแห่งหนานจิง

บทที่ 356 สี่นายน้อยแห่งหนานจิง


บริษัทรถยนต์ที่เพิ่งซื้อมาได้นั้นจะถูกปรับโครงสร้างให้เป็นโรงงานผลิตรถ BMW ซึ่งชื่อจะไปตรงกับ BMW ของเยอรมันในยุโรป

แต่ในตลาดประเทศจีนนั้น พวกเขาจะไม่สามารถใช้ชื่อ BMW ดั่งเดิมของพวกเขาได้ ซูข่านได้จดทะเบียนชื่อนี้ไว้ก่อนแล้ว

ถ้าพวกเขาอยากได้ชื่อแบรนด์เดิมคืนจะต้องซื้อต่อชื่อนี้จากซูข่าน ไม่อย่างงั้น BMW ก็ไม่มีสิทธิใช้ชื่อหรือสัญลักษณ์นี้ในประเทศจีน

ซูข่ายขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดกับตัวเอง

"กว่าที่ทุกอย่างจะลงตัวอาจต้องใช้เวลาอีกหนึ่งเดือน"

แม้ว่าบริษัทรถยนต์จะถูกซื้อกิจการโดยบริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงแล้ว แต่ในแง่ของการส่งมอบยังคงต้องใช้เวลาระยะหนึ่งอยู่

แต่ก็ไม่เป็นไร….

เพราะยังไงก็ต้องเลือกสถานที่ตั้งโรงงานรถยนต์ BMW ในประเทศจีนก่อน ซูข่านยังไม่มีความคิดเลยว่าจะตั้งโรงงานนี้ไว้ที่ไหน

ตอนนี้มีสถานที่ในใจของซูข่านอยู่ไม่กี่แห่งเท่านั้น

ที่แรกก็หนีไม่พ้นริมแม่น้ำแยงซี ส่วนอีกที่ก็ต้องเป็นแห่งอุตสาหกรรมในภาคกลางอยู่แล้ว ที่นั่นเป็นแหล่งที่อุตสาหกรรมยานยนต์กระจุกตัวมากที่สุด

โรงงานผลิตรถยนต์ส่งออกไปขายทั่วโลกก็ตั้งอยู่ที่นั่น รวมไปถึงโรงงานที่ผลิตเกี่ยวกับชิ้นส่วนด้วย

ซูข่านกังวลเล็กน้อยหากว่าจะสร้างโรงงานขึ้นที่นั่น เพราะตอนนี้ที่นั่นยังไม่มีโรงงานรถยนต์อะไรเปิดเลย ส่วนใหญ่ยังคงเป็นพื้นที่รกล้างซะมาก

ถ้าให้ดีก็ต้องเปิดโรงงานที่ริมแม่น้ำแยงซีก่อน พื้นที่รอบตรงนั้นมีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจที่ดีไม่เป็นสองรองใคร แถมยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆครบอีกด้วย

อย่างไรก็ตามพื้นที่ทั้งสองที่ว่านั้นจะเป็นสถานที่อุตสาหกรรมที่ดีที่สุดในประเทศ

อีกประมาณไม่กี่สิบปีสถานที่ตรงนั้นจะเป็นสถานที่โรงงานทั่วทั้งโลกอยากจะมาเปิด

แต่ด้วยสภาพของคมนาคมในประเทศจีนปัจจุบัน ซูข่านจึงได้ตัดส่วนของภาคกลางทิ้งไปก่อน

หากว่าผลิตรถยนต์ได้จริงแต่การขนส่งจากที่นั่นไปจังหวัดอื่นมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ต้องรอให้มีคนเข้าไปอยู่ในตรงนั้นให้มากกว่านี้ หรือรอให้ถนนและคมนาคมดีกว่านี้ซะก่อน

สำหรับพื้นที่ริมแม่น้ำแยงซีนั้น ทุกๆอย่างมันเอื้ออำนวยต่อการสร้างโรงงามมากกว่า แต่ที่ไม่ค่อยเห็นโรงงานในพื้นที่บริเวณนั้นเยอะ

เป็นเรื่องอื่นไปไม่ได้เลยนอกซะจากเรื่องเงิน

พื้นที่บริเวณนั้นส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพื้นที่ที่มีเศรษฐกิจมั่นคงอยู่แล้ว มูลค่าที่ดินแถวนั้นเลยสูงกว่าที่อื่นหลายต่อหลายเท่า ผู้ผลิตรถยนต์ต่างๆจึงไม่สามารถจ่ายค่าที่ดินในบริเวณนั้นได้

ขนาดแค่เช่ายังต้องเสียต่อปีไม่รู้กี่ล้านหยวน

แต่ราคาที่ดินของทั้งประเทศในสมัยนี้แทบไม่ได้เลยกับในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องมาคิดเรื่องราคาได้เลย

สำหรับซูข่านแล้วเขาไม่มีปัญหาเรื่องเงิน

และที่สำคัญเลยหากว่าได้พื้นที่ตรงนั้นมีครอบครอง อนาคตจะย้ายโรงงานไปส่วนของภาคกลางก็ยังได้ แถมพื้นที่ตรงนั้นก็ยังจะขายเพื่อทำเงินได้อีก หรือจะนำไปต่อยอดสร้างโรงแรมก็ไม่เสียหาย

โรงงานผลิตรถยนต์ของซูข่านจึงไม่มีปัญหาเรื่องต้นทุนมากนัก ต่อให้ราคาพื้นที่จะแพงแค่ไหนก็ตาม

ตอนนี้อุตสาหกรรมยานยนต์จะมีเพียงแค่ยุโรปกับญี่ปุ่นเท่านั้นที่กำลังแย่งตลาดกันอยู่ เรียกอีกอย่างหนึ่งก็คือซูข่านเป็นก้าวแรกที่จะบุกเบิกวงการในประเทศนี้

มันเป็นการก้าวล้ำหน้าคนอื่นอีกหนึ่งก้าวอีกครั้งของเขา

ซูข่านที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็ได้หรี่ตาลงเล็กน้อย พร้อมกับคิดทบทวนถึงแผนระยะยาวในธุรกิจรถยนต์

ขณะเดียวกันก็มีเสียงเดินมาจากห้องรับแขกเสียงดัง น่าจะเป็นเสียงของซงหมิงเจียง ซูข่านหันไปมองก็เห็นซงหมิงเจียงเดินเข้ามาพร้อมกับพูดว่า

"คุณหวางมาหาพี่สามครับ"

"หวางเอ๋อ?"

"ให้เขาเข้ามา"

หวางเอ๋อดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นจริงๆ หากเป็นเมื่อ 2 ปีก่อนหน้านี้หวางเอ๋อคงจะเดินเข้ามาหาซูข่านด้วยตัวเองแล้ว

เมื่อเวลาผ่านไปหวางเอ๋อก็ได้รู้ถึงสิ่งที่ซูข่านได้ทำมากขึ้น เขารับรู้ได้เลยว่าตัวของเขานั้นแค่เอ่ยชื่อของซูข่านยังรู้สึกแปลกๆออกมา มันมีความรู้สึกอะไรบางอย่างที่ทรงพลังอย่างมากเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้

จุดที่หวางเอ๋อยืนกับจุดที่ซูข่านยืนนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว เขารู้ดีว่าตัวของเขานั้นไม่สามารถไปยืนเคียงคู่กับซูข่านได้ แค่มองจากจุดที่หวางเอ๋อยืนนั้นก็ไม่สามารถเห็นกระทั่งเงาของซูข่านเลย

นี่สินะ ความต่างชั้น

"ตึกๆๆ"

เสียงรองเท้าหนังดังขึ้นที่ห้องรับแขก

ซูข่านมองไปก็เห็นหวางเอ๋อเดินเข้ามาช้าๆ

ตัวของหวางเอ๋อเองก็มองซูข่านด้วยความเคารพ

"นั่งลงสิ"

ซูข่านชี้ยังเก้าอี้ข้างๆ

"ขอบคุณมากครับพี่สาม"

หวางเอ๋อพูดอย่างสุภาพ

ซูข่านส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และพูดด้วยรอยยิ้ม

"หวางเอ๋อ พวกเราก็เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ นายไม่จำเป็นต้องสุภาพขนาดนั้นก็ได้ นายมาที่นี่อยากให้ฉันช่วยทำอะไรล่ะ"

"อึ้ก"

หวางเอ๋อตกตะลึงกับคำพูดของซูข่านอย่างมาก เขารู้สึกได้ว่าพี่สามคนนี้นั้นยิ่งใหญ่กว่าที่เขารู้จักก่อนหน้านี้อีก ออร่าของพี่สามนั้นเปลี่ยนไปจากก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด

นี่มันเป็นความรู้สึกเหมือนกับตอนที่เขาได้เจอกับปู่ของพี่สามเมื่อเขายังเป็นเด็กอยู่เลย ความรู้สึกที่น่ากลัวและน่าเกรงขาม

แม้ว่าชื่อเสียงของเราจะโด่งดังมากและมีคนจัดอันดับยกให้เป็นหนึ่งในสี่นายน้อยแห่งหนานจิง

แต่ชื่อเสียงทั้งหมดที่ได้รับมามันใช้ไม่ได้เลยต่อหน้าพี่สามคนนี้ ขนาดเป็นนายน้อยแห่งหนานจิงยังรู้สึกว่าเขาเป็นเพียงรองเท้าหรือเศษฝุ่นต่อหน้าชายคนนี้

ความเหลื่อมล้ำนี่มันอะไรกัน?

ก็จริงอยู่ที่พี่สามไม่ติดอันดับพวกนี้เพราะพี่สามชอบเก็บตัวเลยไม่เปิดเผยตัวตน

ไม่อย่างนั้นพี่สามจะต้องกลายเป็นที่หนึ่งในบรรดานายน้อยทั้งสี่แห่งหนานจิงแน่ๆ

หากเป็นเช่นนั้นจริง พวกเขาที่เหลือแทบจะไม่มีสิทธิใช้ชื่อนี้ด้วยซ้ำ

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามาถึงจุดนี้ได้เป็นเพราะการชี้นำของพี่สาม แล้วเขาทำแบบนี้กับใครคนอื่นอีกไหมล่ะ?

หวางเอ๋อเองก็รู้ที่มีแค่ไหนหนานจิงเท่านั้น การที่พี่สามเดินทางไปจังหวัดอื่นบ่อยๆก็คงหนีไม่พ้นเรื่องที่ทำแบบเดียวกับ KFC แน่ๆ

แค่นี้ก็น่าจะการันตีได้แล้วว่าอันดับที่หนึ่งควรจะเป็นใคร

หวางเอ๋อมองไปที่ซูข่านด้วยความเคารพอย่างสุดหัวใจแล้วพูดว่า

"ผมอยากขยายสาขา KFC ครับ"

จบบทที่ บทที่ 356 สี่นายน้อยแห่งหนานจิง

คัดลอกลิงก์แล้ว