เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 337 โรงงานวิกผมบาซาร์

บทที่ 337 โรงงานวิกผมบาซาร์

บทที่ 337 โรงงานวิกผมบาซาร์


"ครับคุณซู"

สูเจิ้งเหมาตอบรับซูข่านทันที เขาประทับใจในคำพูดของซูข่านมาก นาทีนั้นเขาได้คิดว่าซูข่านนี้แหละเป็นวีรบุรุษที่ทำเพื่อส่วนรวมมากกว่าทำเพื่อตัวเอง

"ทุกที่ในประเทศจะต้องเต็มไปด้วยโรงเรียนของซิงซีกรุ๊ป"

"ฮ่าๆๆๆๆ"

ซูข่านหัวเราะเสียงดัง

"พี่สามครับ"

ระหว่างที่ซูข่านคุยอยู่กับสูเจิ้งเหมานั้น ซงหมิงเจียงก็ได้เข้ามาและพูดว่า

"ผู้ใหญ่บ้านได้พาชาวบ้านมาคุยกับหัวหน้าสูเกี่ยวกับเรื่องของโรงงานครับ"

"อืม"

ซูข่านพยักหน้าและมองไปที่สูเจิ้งเหมา

"ฝากชาวบ้านพวกนี้ด้วยนะเหลาสู"

"ครับคุณซู"

สูเจิ้งเหมาพยักหน้า

ขณะที่ซูข่านยืนขึ้นและกำลังจะออกเดิน เสียงของสูเจิ้งเหมาก็ดังขึ้นมาอย่างเร่งรีบ

"คุณซูช่วยเลือกชื่อสำหรับโรงงานวิกผมแห่งนี้ด้วยครับ"

"ชื่อ?"

ซูข่านชะงักไปชั่วขณะ เขาไม่สามารถก้าวขาออกเดินได้

"นั่นสินะ"

ซูข่านครุ่นคิดอยู่ชื่อแล้วก็พูดว่า

"ชื่ออะไรดี?"

มีชื่อมากมายได้หลั่งไหลเข้ามาในหัวของซูข่าน แต่ชื่อพวกนั้นก็ถูกปัดตกไปอย่างรวดเร็ว

"ซาแมตต์?(Shamat)"

นี่คือชื่อที่ซูข่านได้คิดออก หากว่าวิกผมนี้เป็นที่นิยมขึ้นมา ผู้คนต่างก็จะเรียกวิกผมนี่ว่าวิกผมซาแมตต์ ชื่อนี้มันสามารถสื่ออารมณ์ออกมาได้มากมาย แตมันก็ยังไงๆอยู่

เขาสลัดเอาชื่อของซาแมตต์ออกจากหัวทันที ซูข่านรู้สึกว่าชื่อแบรนด์วิกผมนี้จะต้องเป็นชื่อที่เรียกง่ายในยุโรปและอเมริกา

เขาพยายามนึกถึงชื่อของวิกผมที่โด่งดังไปทั่วโลกอย่างแซสซูน(Sassoon)และมินมิน นี่เป็นแบรนด์ที่มีชื่ออย่างมากในเรื่องของแฟชั่นเกี่ยวกับทรงผม

แม้แต่ห้างของพรอคเตอร์แอนด์แกมเบิล(Procter & Gamble) ยังมีวิกผมของแซสซูนขายเลย สมแล้วที่เป็นแบรนด์วิกผมระดับโลก

"ชื่ออะไรดี?"

ซูข่านครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนจะเบิกตากว้างออกมาเหมือนนึกอะไรออก

"ชื่อนี้ละกัน"

ซูข่านยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย

"ชื่ออะไรครับคุณซู"

สูเจิ้งเหมาถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นมาก เขาจ้องมาที่ซูข่านอย่างใจจอใจจ่อ

"บาซาร์(Bazzar)"

ซูข่านตอบด้วยรอยยิ้ม

"โรงงานวิกผมบาซาร์เหรอครับ?"

สูเจิ้งเหมาทวนชื่อซ้ำอีกครั้งด้วยความงุนงง หลังจากออกเสียงแล้ว สูเจิ้งเหมาก็รู้สึกว่าชื่อนี้มันมีเสน่ห์มากๆ เขารู้สึกชอบชื่อนี้

"คุณซูครับ ถ้างั้นเราต้องไปทำการจดเทียนชื่อแบรนด์บาซาร์ไว้ไหมครับ? หรือว่าจะให้ผมเร่งผลิตวิกผมอย่างเดียวก่อน?"

"นายไปจัดการเรื่องจดทะเบียนแบรนด์ละกัน ชื่อนี้มันจะต้องแพร่หลายไปทั่วทั้งโลก"

ซูข่านหัวเราะ

เรื่องชื่อของแบรนด์ต่างๆนั้นบางบริษัทไม่ค่อยจะใส่ใจกันสักเท่าไหร่ เมื่อถึงเวลาที่สินค้าของพวกเขาพร้อมที่จะขายแล้ว ปรากฎว่าชื่อแบรนด์บริษัทของพวกเขานั้นถูกจดทะเบียนโดยพวกเด็กหัวเกรียนบางคน

ซึ่งแบรนด์ต่างๆก็ต้องใช้เงินของพวกเขาในการซื้อชื่อนี้คืน

บริษัทบางประเทศเลือกที่จะเปลี่ยนชื่อเพราะรู้สึกว่ามันไม่คุ้มที่จะต้องไปให้เงินกับเด็กหัวเกรียนพวกนั้น แต่รู้อะไรไหมว่าแบรนด์ใหม่พวกเขาขายสู้คู่แข่งไม่ได้เลย

ทั้งๆที่เป็นผลิตภัณฑ์ตัวเดิมแท้ๆ นี่แหละคือความทรงพลังของชื่อแบรนด์ เวลาที่เรากระหายน้ำและอยากจะดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะหยิบแต่เครื่องดื่มของโคคา-โคล่าหรือโค้กเท่านั้น

ทุกอย่างนี้ซูข่านรู้อยู่แล้วว่ามันจะเป็นยังไงเมื่อแบรนด์ของเขาดัง บริษัทต่างประเทศเองก็มักจะเลียนแบบสินค้าที่ครองตลาดแล้วขายในราคาที่ถูกกว่าอยู่แล้ว

ดังนั้นมันจะต้องทำให้แบรนด์นี้ติดตลาดให้ได้ก่อน คนทั่วทั้งโลกจะได้รู้จักและใช้สินค้าจากแบรนด์ของเรา

จากนั้นเวลาที่ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆออก ผู้คนก็จะต่างไว้ใจเพียงเพราะว่าชื่อแบรนด์ ยกตัวอย่างง่ายๆอย่างสินค้าของแอปเปิ้ล สมาร์ทโฟนของเขาเทคโนโลยีสู้ของจีนหรือเกาหลีไม่ได้เลย

แต่ทำไมผู้คนยังนิยมใช้โทรศัพท์สมาร์โฟนของแอปเปิ้ลล่ะ?

เห็นไหมว่าชื่อแบรนด์นั้นทรงพลังมากๆ

ซูข่านเลยอยากให้สูเจิ้งเหมาไปจัดการลงทะเบียนชื่อแบรนด์พวกนี้ มันจะได้หลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจจะตามมาได้ในภายหลัง

"ครับคุณซู"

สูเจิ้งเหมาพยักหน้าอย่างรวดเร็วและพูดต่อว่า

"คุณซูช่างเป็นเป็นคนที่มองการณ์ไกลจริงๆ สูเจิ้งเหมาผู้นี้ขอชมเชยคุณซูจากใจจริง"

"เฮ้อ"

ซูข่านส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และพูดกับสูเจิ้งเหมา

"เลิกพูดประจบสอพลอฉันได้แล้ว นายรีบไปคุยกับผู้ใหญ่บ้านเกี่ยวกับเรื่องจะจัดตั้งโรงงานดีกว่า"

"ตกลงเรื่องสัดส่วนของโรงงานกับหมู่บ้านให้ดีด้วย จากนั้นก็มาบอกฉันว่าสัดส่วนต่างๆแบ่งเป็นเท่าไหร่ พื้นที่ตรงไหนใช้ทำอะไร"

จากนั้นซูข่านก็เดินออกไปอีกด้านหนึ่ง

การเจรจารายละเอียดเกี่ยวกับโรงงานพวกนี้ซูข่านไม่อยากจะเข้าไปยุ่ง เขามอบเรื่องพวกนี้ให้สูเจิ้งเหมาจัดการเพียงคนเดียว เขามีประสบการณ์มากมายเกี่ยวกับเรื่องโรงงาน มันไม่ยากเกินมือเขาหรอก

ถึงแม้ว่าที่นี่จะเป็นบ้านนอกก็จริงอยู่ แต่ชาวบ้านที่นี่ก็ไม่ได้เป็นคนโง่เหมือนกับในเพลงหรือละครน้ำเน่าหรอกนะ พวกเขาก็พอมีความรู้อยู่บ้าง

ซูข่านไม่ได้อยากจะเอาเปรียบชาวบ้านหมู่บ้านซูเจียเลยแม้แต่น้อย กลับกันเขาอยากจะผลักดันชาวบ้านพวกนี้ให้มีอนาคตมากกว่า

หมู่บ้านซูเจียจะต้องกลายเป็นหมู่บ้านที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศจีน

หลังจากที่ซูข่านออกไปแล้ว ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านก็ได้เข้ามาทันที พวกเขาและสูเจิ้งเหมาก็ได้เริ่มการประชุมตกลงหารือเกี่ยวกับเรื่องของโรงงานในหมู่บ้าน

สำหรับหมู่บ้านซูเจียแล้ว สูเจิ้งเหมาคิดว่าสถานที่ตรงนี้สามารถจัดการผลิตของส่งขายได้เป็นล้านๆหยวน บางทีอาจจะได้เงินดอลล่าห์มาหลายล้านอีกด้วย

ผู้ใหญ่บ้านหรือชาวบ้านเองก็ต่างตกตะลึงกับมูลค่าที่สูเจิ้งเหมาได้ประมาณไว้ พวกเขาไม่คิดเลยว่าหมู่บ้านที่อยู่นอกเมืองแบบนี้จะสามารถทำเงินแบบนั้นได้

ยิ่งไปกว่านั้นการกระทำทุกอย่างใช้เวลาเพียงไม่นาน

ทั่วทั้งห้องต่างตื่นเต้นเกี่ยวกับสัญญาที่สูเจิ้งเหมาได้เสนอ

เขาต้องการที่ตั้งโรงงานในส่วนที่ไกลจากตัวหมู่บ้านออกไปเล็กน้อยเพื่อไม่กระทบกับชาวบ้าน โดยจะเลือกสถานที่รกร้างเป็นหลัก

ซึ่งโรงงานที่จัดตั้งนี้จะออกเงินโดยทางสูเจิ้งเหมาทั้งหมด แต่หมู่บ้านซูเจียจะได้สัดส่วนการถือหุ้นของโรงงานนี้ด้วย

เรียกได้ว่าเป็นข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ การปรับปรุงที่ดินรกร้างให้กลายเป็นโรงงาน ชาวบ้านเองต่างก็ดีใจกับข้อเสนอนี้

แต่ข้อเสนอนี้จะต้องเป็นข้อเสนอที่เซ็นร่วมกันทั้งหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านจึงได้จัดการประชุมหมู่บ้านทันทีและพูดถึงข้อเสนอ

ไม่มีใครในหมู่บ้านซูเจียที่จะปฏิเสธ พวกเขาทั้งหมดลงนามในข้อเสอนนี้

นอกจากเรื่องสัดส่วนเรื่องหุ้นแล้ว ทั้งสองฝ่ายก็ยังได้ลงนามในข้อตกลงที่เหลืออีก เรียกได้ว่าเป็นข้อตกลงเสริมระหว่างทั้งสองฝ่าย

จบบทที่ บทที่ 337 โรงงานวิกผมบาซาร์

คัดลอกลิงก์แล้ว