- หน้าแรก
- ภัณฑารักษ์สยบวิญญาณ ตำนานพยัคฆ์สยบมาร
- ตอนที่ 42 ผู้ชมไลฟ์สตรีม
ตอนที่ 42 ผู้ชมไลฟ์สตรีม
ตอนที่ 42 ผู้ชมไลฟ์สตรีม
ตอนที่ 42 ผู้ชมไลฟ์สตรีม
เสวียนอีหายตัวไป
ข่าวนี้ส่งผ่านมาทางโจวอี๋ถึงมือของเว่ยหยวน
และก่อนหน้านี้ โทรศัพท์มือถือของเว่ยหยวนก็ได้รับไฟล์วิดีโอที่ส่งมาแบบเข้ารหัสแล้ว
ภาพในวิดีโอสั่นไหวเล็กน้อย
เป็นบริเวณตลาดสดแถวๆ นี้
ผู้คนเดินขวักไขว่ จางเยว่ที่รูปลักษณ์ภายนอกเปลี่ยนไปแล้วกำลังนั่งยองๆ คุยกับอากาศธาตุ บางครั้งก็ยิ้ม บางครั้งก็ถอนหายใจ ผู้คนรอบข้างเดินผ่านไปมาด้วยความเร่งรีบ บ้างก็ขมวดคิ้ว บ้างก็ซุบซิบพูดคุยกัน แต่กลับทำเหมือนไม่เห็นจางเยว่เลยสักคน
ภาพในวิดีโอสั่นไหวเล็กน้อย ราวกับถูกแทรกแซง มีเสียงซ่าๆ ดังขึ้น
ฉากนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดจนน่าขนลุก
จางเยว่ลุกขึ้นยืน แฝงตัวเข้าไปในฝูงชนโดยไม่มีท่าทีผิดปกติใดๆ
เมื่อจางเยว่หันหลังกลับ วิดีโอก็จับภาพชายชราที่มีสีหน้าเรียบเฉยคนหนึ่งได้ จากนั้นจอก็มืดดับลงทันที เป็นอันจบวิดีโอ
เว่ยหยวนพ่นลมหายใจออกมา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจางเยว่มีปัญหาแน่ๆ แถมเป็นปัญหาใหญ่ซะด้วย
เขาจำใบหน้าสุดท้ายในวิดีโอได้ นั่นคือชายชราที่เคยเสนอขายเครื่องปรุงรสให้เขานั่นเอง นี่หมายความว่า จริงๆ แล้วเป้าหมายแรกของชายชราคนนั้นไม่ใช่จางเยว่ แต่เป็นเขาอย่างนั้นหรือ?
หากตอนนั้นเขาไปยุ่งเกี่ยวกับชายชราคนนั้น คนที่กลายร่างเป็นภูตผีปีศาจในตอนนี้ก็คงจะเป็นเขา เว่ยหยวน นี่แหละ
แต่อาจจะเป็นไปได้ว่าป้ายเอวพยัคฆ์หมอบอาจจะแผลงฤทธิ์ขึ้นมาทันที แต่ด้วยความสามารถของเขาในตอนนั้น หากต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกวิชาอาคมสายมืดที่แสนจะประหลาดล้ำเช่นนี้ จุดจบก็คงไม่ต่างจากเสวียนอีเท่าไหร่นัก คงจะโดนจัดการจนสลบเหมือด ไม่รู้ชะตากรรม
เสวียนอีเป็นคนรู้จัก แถมยังเคยเจอกันหลายครั้ง จะเรียกว่าเพื่อนก็คงไม่ผิดนัก
แถมสาเหตุที่เสวียนอีไปตามจับตาดูจางเยว่ ก็เพราะเว่ยหยวนรู้สึกว่าจางเยว่มีปัญหา จึงรายงานให้หน่วยปฏิบัติการพิเศษทราบ ดังนั้นเรื่องนี้ ทั้งในแง่ของความสัมพันธ์และเหตุผล เว่ยหยวนก็ไม่อาจจะนิ่งดูดายได้ จึงเป็นฝ่ายติดต่อไปหาโจวอี๋เพื่อสอบถามสถานการณ์ปัจจุบันของจางเยว่
"เขากำลังเตรียมตัวไลฟ์สตรีมอยู่ค่ะ"
น้ำเสียงของโจวอี๋ดูเหนื่อยล้า แต่ก็ยังคงความมีเหตุมีผลอยู่: "เดิมทีเขากะจะไลฟ์เวลานี้แหละค่ะ แต่มีผู้ชมไลฟ์คนนึงบอกว่ามีวิลล่าอยู่แถวชานเมือง สามารถให้จางเยว่ไปใช้สถานที่ไลฟ์ได้ ถึงตอนนั้นก็ค่อยเชือดแกะสดๆ แล้วทำเนื้อแกะกินกันที่นั่นเลย ดูจากเวลาแล้ว ตอนนี้น่าจะไปถึงแล้วล่ะค่ะ"
เว่ยหยวนพยักหน้ารับอย่างเงียบๆ
จากนั้นก็หยิบกระบี่ขึ้นมาสะพายไว้บนหลัง ใช้มือขวาลูบไปที่ป้ายเอวพยัคฆ์หมอบ ขนนกที่ถูกป้ายเอวพยัคฆ์หมอบกลืนกินไปก่อนหน้านี้ก็ปรากฏขึ้นมา
นี่คือของดูต่างหน้าที่นกขนสวยบนภูเขาทิ้งไว้ เป็นร่างปีศาจที่ถูกซานจวินกลืนกินเข้าไป พลังปีศาจอันมหาศาล ความไม่ยินยอม และความเคียดแค้นมารวมตัวกันก่อเกิดเป็นฝีหน้าคน ถือเป็นของวิเศษชิ้นหนึ่ง ภายในนั้นมีกลิ่นอายความอาฆาตพุ่งสูงทะลุฟ้า หากคนธรรมดานำไปใช้ย่อมต้องกลายร่างเป็นปีศาจที่ไร้สติสัมปชัญญะ ถูกความแค้นและความอาฆาตแย่งชิงสติสัมปชัญญะไป ในตอนนั้นเขาผ่าฝีหน้าคนออก และถูกป้ายเอวพยัคฆ์หมอบกลืนกินเข้าไป
หลังจากถูกสะกดไว้หลายวัน ตอนนี้ก็สามารถใช้เคล็ดวิชาพยัคฆ์หมอบและป้ายเอวพยัคฆ์หมอบ ดึงเอาพลังปีศาจส่วนหนึ่งออกมาใช้งานได้แล้ว
พกพากระบี่หักและปืนดัดแปลงอานุภาพสูงติดตัวไว้ ส่วนยันต์ต่างๆ ก็เสียบไว้ที่กระเป๋าคาดเอวด้านข้าง
เว่ยหยวนเอ่ยสั้นๆ ได้ใจความว่า
"พวกคุณต้องหาวิธีระงับการไลฟ์สตรีมของเขาให้ได้นะ"
"วิลล่านั่นอยู่ที่ไหน?"
……………………
เสวียนอีถูกฉีดยาสลบ สติค่อยๆ เลือนรางลง
เขาเป็นถึงผู้มีตบะบารมีแห่งวิถีเต๋าสายซื่อตรง ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับราชาปีศาจที่เปิดอาณาเขตผีได้ ก็ยังไม่ถึงขั้นเสียเปรียบขนาดนี้ แต่ตอนนี้กลับรู้สึกเหมือนถูกหนังแกะผืนนี้ปิดผนึกเอาไว้ ไม่สามารถดึงพลังออกมาใช้ได้เลยสักนิด เสวียนอีรู้สึกเสียวสันหลังวาบ รู้ตัวแล้วว่าคราวนี้เจอกับผู้ฝึกวิชาอาคมสายมืดที่มีฝีมือฉกาจเข้าให้แล้ว
วิชาสร้างสัตว์ เดิมทีเป็นเพียงวิชาชั่วร้ายของพวกแก๊งค้ามนุษย์ระดับล่างๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีปีศาจเฒ่าที่สามารถนำวิชาชั่วร้ายนี้มาประยุกต์ใช้ได้อย่างแยบยลขนาดนี้
เสวียนอีหมดสติไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองมาอยู่ที่วิลล่าบนภูเขาแห่งหนึ่งแล้ว
ตั้งอยู่บริเวณชานเมือง ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก
เมื่อมองออกไปไกลๆ จะเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาที่สลับซับซ้อน และเมื่อมองกลับมา ก็จะเห็นภาพเมืองสมัยใหม่ที่มีรถราขวักไขว่ ทิวทัศน์ดูมีมนต์ขลัง เสวียนอีถูกมัดมือมัดเท้าด้วยเชือกเส้นใหญ่ ถูกโยนทิ้งไว้บนพื้น รู้สึกเจ็บปวดไปหมด จางเยว่อุ้มเด็กน้อยคนหนึ่งลงมา ชี้ไปที่แกะตัวนั้นแล้วพูดว่า: "เสี่ยวอวี่ ดูสิ นี่แหละคือของที่เราจะกินกันวันนี้"
"แกะตัวเบ้อเริ่มขนาดนี้หาดูไม่ได้ง่ายๆ นะเนี่ย เราจะเอาเนื้อแกะตัวนี้มาทำอาหารสักสิบสองอย่างเลยดีไหม ทั้งหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง ผัดเผ็ด กินมือเปล่า ต้มน้ำใส ทำมันให้ครบทุกอย่างเลย..."
จางเสี่ยวอวี่เบิกตากว้าง จ้องมองแกะตัวใหญ่ ในแววตากลับแฝงไปด้วยความหวาดกลัว
จางเยว่ไม่ได้สังเกตเห็น เอาแต่พูดไปเรื่อยๆ พลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ รูม่านตาที่แดงก่ำจ้องเขม็งไปที่แกะตัวใหญ่ สุดท้ายก็พูดอย่างเสียดายว่า: "แต่น่าเสียดายที่ชายชราคนนั้นไม่มีเนื้อลูกแกะ ไม่งั้นนะ ได้กินเนื้อลูกแกะมือเปล่าก็คงจะอร่อยไม่เบา"
เนื้อลูกแกะเหรอ?
เสวียนอีอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรู้สึกโกรธจัดขึ้นมา
วิชาสร้างสัตว์ เขามีร่างกายกำยำแข็งแรง ย่อมไม่มีทางถูกเสกให้กลายเป็นลูกแกะตัวเล็กๆ ได้หรอก การจะเสกให้เป็นลูกแกะได้ ก็ต้องหาเด็กมาทำ นักพรตหนุ่มแทบจะขบกรามแน่น จิตใจที่สงบนิ่งและบริสุทธิ์ซึ่งได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่เด็กแทบจะพังทลายลง ดิ้นรนอย่างรุนแรง แต่เชือกป่านเส้นนี้ดูเหมือนจะผ่านการปรับแต่งมาเป็นพิเศษ เขาจึงดิ้นไม่หลุดเลย พละกำลังก็หมดเกลี้ยง บวกรวมกับฤทธิ์ยาสลบ จึงทำได้เพียงล้มแผ่หลาอยู่บนพื้น ภายในใจเต็มไปด้วยความหนาวเหน็บและโกรธแค้น
จางเยว่ใช้กุญแจวิลล่าที่ได้มาก่อนหน้านี้ ไขกุญแจประตู แล้วขนสัมภาระที่เตรียมไว้เข้าไปข้างใน
เจ้าของวิลล่าวันนี้ไม่ได้มา ใจป้ำมาก โยนกุญแจให้เขาเลย
เขาตั้งใจว่าเดี๋ยวจะต้องโชว์ฝีมือให้เต็มที่เสียหน่อย
จางเยว่ล้วงมือเข้าไปในเสื้อ หยิบเครื่องปรุงรสขวดหนึ่งออกมา วางไว้บนโต๊ะ แล้วเริ่มการไลฟ์สตรีม เริ่มแรกก็เป็นการทักทายพูดคุยตามปกติ เขาลอบมองดูหน้าจอไลฟ์สตรีม อาจจะเป็นเพราะก่อนหน้านี้มีคนท้าพนันเรื่องกินแกะทั้งตัว กระแสของไลฟ์สตรีมถึงได้พุ่งสูงปรี๊ดขนาดนี้ แต่ก็มีชื่อแฟนคลับคุ้นหน้าคุ้นตาหลายคนที่หายไป
จางเยว่รู้สึกเสียดายอยู่ลึกๆ แต่พอเห็นว่ายอดคนดูไลฟ์สตรีมพุ่งสูงกว่าเมื่อก่อนมาก แถมเสี่ยกระเป๋าหนักก็ใจป้ำบริจาคของขวัญชิ้นใหญ่มาให้หลายชิ้น ก็เลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก จัดการไลฟ์สตรีมอย่างคล่องแคล่ว และต่อสายพูดคุยกับผู้ชมที่ขอเข้ามาร่วมไลฟ์ด้วยหลายคน
ตรงกลางหน้าจอไลฟ์สตรีมด้านล่าง มีหน้าต่างย่อยๆ หลายบาน ซึ่งเป็นหน้าของผู้ชมที่กำลังพูดคุยกับเขาอยู่
ตอนแรกก็กินของว่างรองท้องไปก่อน เพื่อเลี้ยงกระแสในไลฟ์สตรีมไว้
จากนั้นค่อยเริ่มเชือดแกะสดๆ
จางเยว่ยกกะละมังใส่หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงใบใหญ่มา โรยเครื่องปรุงรสลงไปนิดหน่อย
พอนึกถึงแกะตัวใหญ่ที่จะตามมา ก็เลยเหยาะเครื่องปรุงเพิ่มลงไปอีกนิด
……………………
เสวียนอีหลับตารอคอยความตาย
ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายจากการไลฟ์สตรีมดังมาจากข้างใน ในใจก็โกรธแค้นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
แต่ไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ
เสวียนอีลืมตาขึ้น ก็เห็นเด็กน้อยหน้าตาซีดเซียว ดวงตาดำขลับ
จางเสี่ยวอวี่นั่งยองๆ ลง มองดูแกะตัวใหญ่ที่แข็งแรงกำยำ ในดวงตาฉายแววหวาดกลัว เอ่ยว่า
"คุณ คุณไม่ใช่แกะ..."
เสวียนอีเบิกตากว้าง ไม่สนว่าเด็กน้อยธรรมดาๆ คนนี้จะมองทะลุวิชาอาคมนี้ได้อย่างไร พยักหน้ารับอย่างเอาเป็นเอาตาย จางเสี่ยวอวี่ขยับเข้ามาใกล้ ใช้มือน้อยๆ ที่ซีดเซียวนั้นพยายามแกะเชือกเส้นใหญ่ เชือกถูกมัดไว้แน่นมาก แถมแรงของจางเสี่ยวอวี่ก็มีน้อยนิด ต้องใช้ความพยายามอย่างมากถึงจะแกะเชือกออกได้หมด เสวียนอีตัวโอนเอน เกือบจะล้มลงไป
มือของจางเสี่ยวอวี่ถูกเชือกรัดจนเกิดรอยแดงเป็นเส้นหนาๆ
เธอโค้งคำนับให้เสวียนอีอย่างสุดซึ้ง แล้วพูดเสียงสั่นๆ ว่า
"หนูขอโทษนะคะ พ่อหนูคงไม่รู้ว่าคุณไม่ใช่แกะ"
"ตอนนี้คุณรีบหนีไปเถอะค่ะ รีบหนีไป"
เสวียนอีพอจะฟื้นฟูพละกำลังกลับมาได้บ้างแล้ว แต่กลับไม่ยอมหนีไป ไม่ว่าจะเป็นลูกศิษย์วิถีเต๋าหรือหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ก็ไม่มีทางปล่อยให้เด็กคนนี้อยู่กะที่นี่คนเดียวแน่ๆ ตอนนี้เสวียนอีอยู่ในร่างของแกะ จึงทำได้เพียงคาบแขนเสื้อของเด็กน้อย แล้วดึงลงมา จางเสี่ยวอวี่ถูกดึงให้เดินไปสองก้าว ก็ยื่นมือออกไปกอดคอแกะไว้ แล้วพูดปลอบใจว่า:
"ไม่ต้องห่วงนะคะ พ่อไม่ทำร้ายหนูหรอกค่ะ..."
"รีบ รีบหนีไปเถอะค่ะ"
……………………
จางเยว่กินหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงคำสุดท้ายอย่างอารมณ์ค้าง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสุดท้ายเหยาะเครื่องปรุงรสลงไปนิดหน่อยหรือเปล่า
เขารู้สึกว่าตัวเองยังกินไม่อิ่มหนำสำราญเลย ในท้องราวกับมีกองไฟกำลังแผดเผา
จางเยว่มองดูยอดคนดูและการบริจาคที่สูงเป็นประวัติการณ์ในไลฟ์สตรีม เลือดสูบฉีดขึ้นหน้า พูดยิ้มๆ ว่า
"ขอบคุณทุกคนสำหรับของขวัญนะครับ งั้นการวอร์มอัพก่อนอาหารมื้อหลักวันนี้ก็ขอจบลงเพียงเท่านี้นะครับ"
"ต่อไปก็จะเป็นไฮไลท์ของรายการเราแล้ว แกะทั้งตัวครับ! เพื่อวันนี้ ผมถึงกับต้องไปเรียนวิธีชำแหละแกะทั้งตัวมาเลยนะครับ ถ้ามีตรงไหนทำไม่ดี ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ"
ในหน้าจอไลฟ์สตรีมข้อความก็ไหลพรวดพราดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
'เร็วๆ เข้า ฉันแทบจะทนไม่ไหวแล้ว'
'รีบๆ เชือดแกะกินเนื้อสิ ถ้าทำอร่อยเดี๋ยวมีรางวัลให้อีกเพียบ!'
'สตรีมเมอร์นายเจ๋งมากเลย! ฮ่าๆๆ ฉันตื่นเต้นจนรอไม่ไหวแล้วเนี่ย!'
'ใจฉันนี่จดจ่ออยู่กับงานเลี้ยงเนื้อแกะวันนี้เลยนะเนี่ย! ไม่ได้เห็นของแบบนี้มานานมากแล้วจริงๆ!'
จางเยว่หยิบอุปกรณ์ไลฟ์สตรีมขึ้นมา ปรับมุมกล้อง เตรียมตัวไปจับแกะ
พลางอธิบายว่าแกะตัวนี้หายากแค่ไหน ไม่เคยมีมาก่อน ปลุกปั่นกระแสในไลฟ์สตรีมให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก พลางเดินหน้าไป เมื่อกล้องจับภาพไปที่หน้าจอ กลับพบเพียงแค่เชือกเส้นหนาที่ถูกแกะออก กับพื้นที่ที่ว่างเปล่า
สีหน้าของจางเยว่และกระแสความนิยมที่พุ่งปรี๊ดในไลฟ์สตรีมหยุดชะงักไปในทันที
แกะหายไปแล้ว
ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาในใจ แต่พอเห็นลูกสาวที่ก้มหน้านิ่งไม่พูดอะไรอยู่ข้างๆ ก็อ้าปากค้าง รู้สึกอับจนหนทาง หันกลับมา หัวเราะแห้งๆ แล้วอธิบายว่า: "เอ่อ... เกิดปัญหาขัดข้องนิดหน่อยน่ะครับ แกะ แกะหายไปแล้ว..."
หน้าจอไลฟ์สตรีมเปลี่ยนจากความคึกคักเมื่อครู่ไปโดยสิ้นเชิง
เงียบสงัดจนน่ากลัว
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ถึงมีข้อความหนึ่งค่อยๆ โผล่ขึ้นมา——
"แกะ ก็อยู่ข้างๆ นายไง?"
ข้างๆ?!
จางเยว่อึ้งไป ข้างๆ มีแค่ลูกสาวของเขานี่นา แต่เขายังไม่ทันได้อธิบาย หน้าจอไลฟ์สตรีมก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง ข้อความมากมายไหลผ่านหน้าจออย่างบ้าคลั่ง:
"ใช่แล้ว นั่นไง เนื้อแกะชั้นยอดชัดๆ?!"
"เนื้อลูกแกะที่หาได้ยากยิ่ง!"
"แกะสองขา! แกะสองขา!"
จางเยว่ดูจนเหงื่อเย็นแตกพลั่กเต็มหน้าผาก สลับกับหันไปมองลูกสาวเป็นระยะๆ แล้วก็เห็นว่าดวงตาสีดำกลมโตของลูกสาวกลายเป็นดวงตาของแกะ ใบหน้าเล็กๆ ที่ซีดเซียวก็มีขนปุยสีขาวงอกออกมา นั่นไม่ใช่ลูกสาวของเขา นั่นมันเนื้อลูกแกะชั้นดีที่หาได้ยากยิ่งไม่ใช่หรือไง?!
จางเยว่ยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่ ตบจนเลือดกลบปาก
ตบตัวเองให้หลุดจากภาพลวงตานี้ แล้วอธิบายอย่างยากลำบากว่า:
"นั่นไม่ใช่แกะ..."
ผู้ชมที่เชื่อมต่อสายกับเขาคนหนึ่งตบโต๊ะอย่างไม่พอใจ ตะโกนลั่นว่า: "ปู่จ่ายเงินไปตั้งเยอะ ก็เพื่อจะดูแกเชือดแกะ มัวแต่มะงุมมะงาหราอยู่ได้ หรือว่ารังเกียจที่ให้เงินน้อยไป? มาๆๆ ปู่จะบริจาคหัวใจให้แกอีกดวง!"
พูดจบก็ชักมีดปอกผลไม้บนโต๊ะออกมา ถลกเสื้อขึ้น แล้วแทงมีดเข้าไปที่หน้าอกฝั่งซ้ายของตัวเองอย่างจัง เลือดพุ่งกระฉูดออกมา แต่เขากลับมีสีหน้าเรียบเฉย:
"พอหรือยัง!"
จางเยว่ตกใจจนหนังหัวชาหนึบ
แต่ในไลฟ์สตรีมกลับมีเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม
ผู้ชมอีกคนที่เชื่อมต่อสาย เป็นเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มอายุราวๆ สิบเจ็ดสิบแปดปี หน้าแดงก่ำ ตะโกนว่า:
"งั้นฉันก็บริจาคให้แกชุดนึงเหมือนกัน!"
เธอก็เอามีดกรีดหน้าท้องตัวเองเช่นกัน แล้วดึงอย่างแรง
แต่น่าเสียดายที่เด็กสาวไม่มีความอึดเหมือนผู้ชายคนก่อนหน้านี้ จึงล้มฟุบลงกับโต๊ะคอมพิวเตอร์และแน่นิ่งไป
บรรยากาศในไลฟ์สตรีมกลับดูบ้าคลั่งและบิดเบี้ยวมากยิ่งขึ้น ตัวอักษรและของบริจาคต่างๆ ไหลผ่านหน้าจออย่างต่อเนื่อง บริจาคกันได้ทุกอย่างจริงๆ ทั้งหัวใจ ตับ ม้าม ปอด ไต บรรยากาศภายในห้องดูบิดเบี้ยวและดุร้ายขึ้นมาทันที สติของจางเยว่เริ่มเลือนรางลงเรื่อยๆ การหายใจก็หอบถี่ขึ้น
เขาค่อยๆ หันหน้าไปมองลูกแกะน้อยที่ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตาอย่างแข็งทื่อ
ในไลฟ์สตรีมเหลือเพียงตัวอักษรสุดท้ายที่พิมพ์ซ้ำไปซ้ำมา
เชือดแกะ
เชือดแกะ!
เชือดแกะ!!!
"เชือด, แกะ..."
……………………
"เป็นยังไงบ้าง?"
"ตัดสัญญาณไลฟ์สตรีมไปแล้วค่ะ ประกาศออกไปว่าสตรีมเมอร์ไม่สบาย เลยไม่สามารถไลฟ์สตรีมต่อได้"
โจวอี๋ใช้นิ้วคีบบุหรี่สำหรับผู้หญิงเอาไว้
หน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้าคือห้องไลฟ์สตรีมของจางเยว่
เพียงแต่ตอนนี้หน้าจอมืดสนิท มีเพียงภาพอวตารขนาดใหญ่กำลังโค้งคำนับขอโทษ พร้อมกับข้อความบอกว่าสตรีมเมอร์ไม่สบาย แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีผู้ชมที่มีตราสัญลักษณ์ผู้บริจาคในไลฟ์สตรีม เฝ้ารออยู่อย่างจดจ่อ
เมื่อทางการยื่นมือเข้ามาแทรกแซง ผลลัพธ์ย่อมยอดเยี่ยมอยู่แล้ว
วันนี้
จะไม่มีใครสามารถเข้ามาในห้องไลฟ์สตรีมของจางเยว่ได้อีก