- หน้าแรก
- ภัณฑารักษ์สยบวิญญาณ ตำนานพยัคฆ์สยบมาร
- ตอนที่ 32 ปราบปีศาจ, กำจัดผี
ตอนที่ 32 ปราบปีศาจ, กำจัดผี
ตอนที่ 32 ปราบปีศาจ, กำจัดผี
ตอนที่ 32 ปราบปีศาจ, กำจัดผี
ไฟหน้าสองดวงสาดส่องถนนเบื้องหน้าจนสว่างจ้า
รถแท็กซี่เร่งความเร็วขึ้นอย่างราบรื่น สองข้างทางค่อยๆ ถอยห่างออกไป ทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองก็ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังอย่างรวดเร็ว
เว่ยหยวนนั่งอยู่เบาะหลัง กระบี่ยาวซ่อนอยู่ในห่อผ้า ไม่ได้โผล่ออกมา เขาพอจะเดาออกแล้วว่าผีร้ายที่เพิ่งเกิดใหม่ตนนั้นกำลังมุ่งหน้าไปที่ไหน จากเส้นทางที่มันไป สถานที่นั้นก็คือหมู่บ้านบนภูเขาที่ชื่อหมู่บ้านต้าเจิ้นนั่นเอง
วิญญาณที่ไม่ยอมแตกซ่านดับสูญ เรียกว่า ผี และเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านบนภูเขาแห่งนั้น ก็คือความยึดติดของผีร้ายตนนี้
เว่ยหยวนหลับตาลง ในหัวนึกถึงคำตักเตือนของอดีตซือลี่เสี้ยวเว่ยในภาพสะท้อนหยาดน้ำค้างใต้แสงจันทร์
ไม่ต้องปรานี ต้องประหารสถานเดียวงั้นหรือ...
เว่ยหยวนเอามือกุมกระบี่ฮั่นแปดเหลี่ยมที่ใช้สังหารภูตผีปีศาจ สีหน้าค่อยๆ เยือกเย็นลง
ในฐานะซือลี่เสี้ยวเว่ย สมควรช่วยเหลือราษฎร ปราบปีศาจกำจัดผี
นี่คือหน้าที่แห่งสวรรค์
………………
ในที่สุดคนขับแท็กซี่ก็จอดรถไว้ข้างทาง เมื่อเห็นว่าสถานที่แห่งนี้ไม่มีหมู่บ้านอยู่ข้างหน้า ไม่มีร้านค้าอยู่ข้างหลังก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมา ระหว่างที่ขับมาตามทางที่เริ่มเปลี่ยวขึ้นเรื่อยๆ ในใจเขาก็กังวลอยู่ตลอดว่าตัวเองกำลังเจอกับพวกโจรปล้นรถหรือเปล่า เพียงแต่เป็นลูกผู้ชายอกสามศอก จะให้เอ่ยปากพูดออกมาก็กระไรอยู่ จึงต้องจำใจขับมาจนถึงที่นี่
เมื่อเว่ยหยวนลงจากรถแล้ว เขาถึงรู้สึกโล่งอก
คนขับจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบ ริมฝีปากที่คาบบุหรี่อยู่สั่นเล็กน้อย เขาสูดควันเข้าปอดลึกๆ สองอึก จากนั้นก็หักหัวรถกลับทันที เหยียบคันเร่งมิดไมล์ หมุนพวงมาลัยกลับรถจนสุด ท่ามกลางเสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่บ่งบอกว่าเร่งเครื่องแรงเกินไป รถแท็กซี่คันเก่าก็พุ่งทะยานลงเขาไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานก็มองเห็นเพียงไฟท้ายสีแดงดวงเดียวในความมืดมิด
เมื่อต้องเผชิญกับถนนบนภูเขาที่คดเคี้ยวตอนลงเขา ก็ไม่มีทีท่าว่าจะชะลอความเร็วลงเลยแม้แต่น้อย ไฟท้ายสีแดงวาดลวดลายเป็นรูปตัว S ในม่านหมอกยามค่ำคืน ก่อนจะหายลับไป
เว่ยหยวนถึงกับอ้าปากค้าง
ดูท่าคงจะทำเอาคนขับตกใจไม่เบาเลยทีเดียว
เขาดึงสายตากลับมา หันไปมองหมู่บ้านบนภูเขาแห่งนี้ แกะผ้าที่ห่อกระบี่ออก หยิบกระบี่ฮั่นแปดเหลี่ยมที่อยู่ข้างในออกมา ชูสองนิ้วคีบยันต์ปราบมารทะลวงสังหารออกมาหนึ่งแผ่น ลูบผ่านคมกระบี่ เพื่อให้คมกระบี่มีพลังวิญญาณในการสังหารภูตผีปีศาจ จากนั้นก็หยิบยันต์คุ้มภัยลิ่วติงลิ่วเจี่ยที่ตัวเองวาดขึ้นมา ทำท่ามุทรา กระตุ้นการทำงานของยันต์
จากนั้นจึงค่อยก้าวเท้าเดินเข้าไปในหมู่บ้าน
ไอมรณะอันเข้มข้นแทบจะพุ่งเข้าใส่ แต่ก็ถูกยันต์ลิ่วติงลิ่วเจี่ยบนร่างของเว่ยหยวนปัดเป่าออกไป ยันต์บนตัวกระบี่ก็แสดงอานุภาพ เปล่งแสงสีแดงออกมา เห็นได้ชัดว่าหมู่บ้านแห่งนี้ถูกครอบงำด้วยอาณาเขตผีอย่างสมบูรณ์แล้ว ที่นี่คือสถานที่ที่ผีร้ายถือกำเนิด และยังเป็นสถานที่ที่ความอาฆาตแค้นของมันรุนแรงที่สุด จึงเป็นสถานที่ที่มันสามารถดึงเอาพลังของตัวเองออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ที่สุด
หมู่บ้านต้าเจิ้นทั้งหมู่บ้านเงียบสงัดราวกับป่าช้า
สรรพสิ่งถูกปกคลุมไปด้วยเงามืดสีเลือดอันเหนียวเหนอะหนะ
เมื่อเว่ยหยวนเหยียบลงไป ก็รู้สึกถึงความเหนียวเหนอะหนะ เสียงด่าทอของผู้ชาย เสียงร้องไห้ของผู้หญิงแว่วมาตามสายลม ไม่รู้ว่าดังมาจากทิศทางใด เมื่อหันไปมอง เสียงนั้นก็จะดังมาจากด้านหลัง ฟังดูน่าขนลุกเป็นอย่างยิ่ง
เว่ยหยวนสีหน้าเรียบเฉย มือซ้ายชักกระบี่หักออกจากเอว
ยันต์แกะรอยพันลี้เริ่มทำงาน ประสาทสัมผัสของเขาจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
แต่เขาไม่ได้รีบตามรอยต่งอวี่ไปในทันที กลับค่อยๆ เดินไปตามหมู่บ้านอย่างไม่รีบร้อน มองเข้าไปทางหน้าต่าง ก็เห็นว่าชาวบ้านถูกดึงเข้าไปในอาณาเขตผี ตกอยู่ในสภาวะถูกไอมรณะครอบงำ ตะเกียงสามดวงบนหัวแทบจะดับไปแล้วหนึ่งดวง ส่วนอีกสองดวงก็ริบหรี่เต็มที
ในสถานการณ์เช่นนี้ ที่เป็นเพียงแค่ถูกไอมรณะครอบงำในขณะหลับใหล
ยันต์ขับไล่สิ่งชั่วร้ายเพียงแผ่นเดียวก็สามารถแก้ไขได้แล้ว
ส่วนผลข้างเคียง ก็สามารถใช้ยันต์สงบใจตั้งสติช่วยบรรเทาอาการได้อย่างดีเยี่ยม
แต่เว่ยหยวนเพียงแค่ปรายตามองชาวบ้านที่แสดงสีหน้าเจ็บปวด แล้วหันหลังกลับด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ฝีเท้าไม่ได้หยุดชะงักเลยแม้แต่น้อย ราวกับไม่ได้ยิน ไม่ได้เห็นอะไรเลย ยังคงถือกระบี่เดินหน้าต่อไป แต่เมื่อเขาเดินมาถึงบ้านหลังหนึ่ง ฝีเท้ากลับหยุดชะงักลง
ไอมรณะจงใจหลีกเลี่ยงบ้านไม้หลังนี้
บนเตียงมีทารกน้อยคนหนึ่งกำลังหลับสนิท
เว่ยหยวนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้
นี่คือลูกที่ผู้หญิงคนนั้นคลอดออกมาตอนที่ยังมีชีวิตอยู่
ยังไงเสียก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง แม้จะถูกหลอกมาขาย ถูกบังคับขืนใจ แต่เด็กที่เพิ่งเกิดมาก็ยังบริสุทธิ์อยู่
เด็กทุกคน ก่อนที่จะมาเกิดบนโลกใบนี้ ล้วนไม่มีสิทธิ์เลือกการมาเกิดของตัวเอง
และก็ไม่มีสิทธิ์เลือกครอบครัวที่จะเกิดมาได้เช่นกัน
แต่โดยปกติแล้ว เมื่อเจอเหตุการณ์เช่นนี้และกลายเป็นผีร้าย ผีร้ายมักจะถูกความเคียดแค้นและความดุร้ายครอบงำ จนกลืนกินเด็กที่เกิดมาแบบนี้เสีย แต่การที่เธอกลายเป็นผีร้ายแล้วแต่ยังคงมีความยับยั้งชั่งใจ ไม่ถูกความเคียดแค้นความดุร้ายกัดกินจิตใจจนหมดสิ้น ไม่ยอมลงมือฆ่าเด็กคนนี้ แสดงว่าตอนที่เธอยังมีชีวิตอยู่ จะต้องเป็นคนดีที่มีจิตใจเมตตามากแน่ๆ...
เว่ยหยวนมองดูเด็กน้อยที่อยู่ข้างใน หยิบยันต์ลิ่วติงลิ่วเจี่ยแผ่นสุดท้ายที่มีติดตัวออกมา แปะไว้ที่หน้าประตู แสงสีทองสว่างวาบขึ้น ไอมรณะในอาณาเขตผีที่เดิมทีก็หลีกเลี่ยงที่นี่อยู่แล้วก็ถูกปัดเป่าออกไปจนหมดสิ้น เด็กน้อยในห้องยังคงหลับสนิท
แบบนี้ ต่อให้เดี๋ยวเกิดการต่อสู้ขึ้น ก็จะไม่ทำอันตรายต่อเด็กคนนี้
เขากระชับกระบี่ หันหลังเดินตรงไปยังใจกลางหมู่บ้าน
ที่นั่นมีวิลล่าหลังเล็กๆ เพียงหลังเดียวในหมู่บ้าน ถูกสร้างขึ้นอย่างหรูหราโอ่อ่า ดูขัดแย้งกับบ้านไม้เตี้ยๆ ล้าสมัยรอบข้างอย่างสิ้นเชิง
……………………
"มา ดื่ม ดื่มสิ!"
"พี่เชา ขอคารวะ มา ดื่มๆ"
ภายในห้องนั่งเล่นของวิลล่า มีโต๊ะจัดเลี้ยงอยู่หนึ่งโต๊ะ อาหารบนโต๊ะดูอุดมสมบูรณ์กว่าตอนที่เลี้ยงต้อนรับพวกตำรวจและเสวียนอีเมื่อหลายวันก่อนมาก สามารถนำไปเทียบกับโรงแรมใหญ่ๆ ในเมืองได้เลย ชายร่างเตี้ยผอมที่ตีเมียจนตายกำลังโค้งคำนับยิ้มประจบประแจงไม่หยุด
ผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านต้าเจิ้นก็นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งเช่นกัน
ที่ตำแหน่งประธานบนโต๊ะ มีผู้ชายท่าทางสุภาพเรียบร้อยสวมแว่นตากรอบทองสวมสูทลำลอง ดูคล้ายกับครูสอนวรรณคดีโบราณ หรือไม่ก็ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย แต่ดูยังไงก็ไม่น่าจะมาอยู่ในสถานที่แบบนี้ เขาจิบเหล้า วางแก้วลง ทำให้ผู้ชายที่อยู่ข้างๆ ซึ่งยังอยากจะคะยั้นคะยอให้ดื่มต่อต้องเอามือลงอย่างเก้อเขิน
หลิวเชาคีบกับข้าวเข้าปาก แล้วพูดว่า: "โจวเอ้อร์ เรื่องไร้สาระไม่ต้องพูดเยอะ เมียแกเป็นอะไรฉันก็ไม่สน แกอยากจะซื้อใหม่ ก็ต้องจ่ายราคานี้"
เขายกมือขึ้นชูห้านิ้ว
โจวเอ้อร์สะดุ้งโหยง เหล้าในแก้วหกไปกว่าครึ่ง ทำหน้าแหยๆ แล้วพูดว่า: "ห้าหมื่น?"
"พี่เชา พี่ไม่ได้พูดผิดใช่ไหมเนี่ย?"
"พี่ขายผมไป ยังไม่ได้เงินเยอะขนาดนี้เลยนะ!"
หลิวเชาพูดเสียงเรียบ: "เศษเนื้อเหม็นๆ อย่างแกใครจะอยากได้ ห้าหมื่น ราคาเดียวขาดตัว ครั้งนี้จะหาคนที่เกิดในหมู่บ้าน นิสัยว่านอนสอนง่ายให้ จะได้คลอดลูกชายให้แกสักคน เป็นไงล่ะ? ฉันมีรูปอยู่ แกดูก่อนสิ ถ้าถูกใจคนไหน ก็จะจัดการพาตัวมาให้"
เขาหยิบรูปปึกหนึ่งออกมา
โจวเอ้อร์พลิกดูอยู่ครู่หนึ่ง ก็รู้สึกว่าคนไหนก็ดีไปหมด ปากคอแห้งผาก แต่พอนึกถึงเงินห้าหมื่น ก็รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจขึ้นมา จึงพูดว่า: "อย่างนี้สิพี่เชา ลดให้หน่อย ลดให้อีกหน่อยได้ไหม? ถ้างานนี้สำเร็จ พี่ก็คือพี่ชายแท้ๆ ของผมเลย พี่จะให้ผมทำอะไรก็ยอมทำหมดแหละ"
หลิวเชาจิบเหล้าช้าๆ โดยไม่พูดอะไร
กะจะทรมานโจวเอ้อร์ให้ยอมก้มหัวประจบประแจงให้หนักขึ้นไปอีก ถึงได้ยิ้มออกมา แล้วค่อยๆ พูดว่า: "นายอายุจะเยอะกว่าฉันอยู่แล้ว ฉันจะรับนายเป็นน้องได้ยังไงล่ะ เอาอย่างนี้สิ นายมีลูกสาวอยู่คนหนึ่งไม่ใช่เหรอ? ยกลูกสาวให้ฉัน แล้วฉันจะคัดของดีๆ ให้ แถมลดราคาให้ด้วย เอาแค่หมื่นเดียว เป็นไง?"
ลูกสาว?
โจวเอ้อร์นึกถึงลูกสาวของตัวเอง สีหน้าก็ปรากฏความลังเลขึ้นมา
ผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามสบโอกาส รีบพูดเกลี้ยกล่อมว่า: "เหลาโจว คิดให้ดีๆ นะ ลูกสาวคนหนึ่ง กับเมียคนหนึ่ง แบบนี้ยังต้องให้เลือกอีกเหรอ? ลูกสาวเดี๋ยววันหลังก็สร้างเอาใหม่ได้ ถ้าแกพลาดโอกาสนี้ไป ชาตินี้จะหาเงินห้าหมื่นได้จากไหน แกไม่อยากจะมีทายาทสืบสกุลแล้วหรือไง?"
สีหน้าของโจวเอ้อร์เต็มไปด้วยความขัดแย้ง กัดฟันกรอด แล้วพูดว่า: "ตกลง!"
"แต่หมื่นนึงมันเยอะไป แปดพันก็พอ!"
"ฮ่าๆๆ แบบนี้สิถึงจะถูก เหลาโจวใจป้ำมาก มาๆ พวกเราชนแก้วกันหน่อย"
"ใช่ๆๆ ชนแก้ว ชนแก้ว!"
หลิวเชาหัวเราะลั่นลุกขึ้นยืน ทั้งสามคนชนแก้วกัน บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่น ทันใดนั้น โคมไฟระย้าที่แขวนอยู่กลางห้องนั่งเล่นก็ดับพรึบลง ภายในห้องมืดสนิทไปชั่วขณะ ทุกคนต่างพากันอึ้งไป เมื่อไฟสว่างขึ้นอีกครั้ง ทุกคนก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเงาร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน
ผู้หญิงคนหนึ่ง สวมชุดสีขาว ดวงตาหลั่งเลือด รูปร่างดูบิดเบี้ยว ภายใต้สภาพศพที่น่าเกลียดน่ากลัว กลับยังคงพอมองเค้าโครงหน้าเดิมที่ดูงดงามแบบใสๆได้
แครก แครก
ไฟทุกดวงในวิลล่าดับพรึบลง
สีหน้าของทั้งสามคนในห้องซีดเผือดลงในพริบตา
………………
เว่ยหยวนยืนอยู่หน้าวิลล่า มือขวากุมด้ามกระบี่ เงยหน้าขึ้นมอง
ความอาฆาตแค้น ไอมรณะ และกลิ่นคาวเลือดพันเกี่ยวกันอยู่ภายในวิลล่าแห่งนี้
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังแว่วออกมาจากข้างในเป็นระยะๆ
………………
หลิวเชาหอบหายใจอย่างหนักหน่วง วิ่งเตลิดเปิดเปิงอย่างทุลักทุเล
ในมือของเขากำเครื่องรางหยกขาวไว้แน่น
เงินของเขา เป็นเงินที่เปื้อนเลือด เป็นเงินสกปรก
เขารู้ตัวเองดี
แต่ถ้าคุณเคยลองสัมผัสกับเงินที่หามาได้อย่างง่ายดายครั้งแล้วครั้งเล่า คุณก็จะทนหาเงินด้วยความสุจริตไม่ได้อีกต่อไป นี่ไม่ใช่ความผิดของฉัน ไม่ใช่ความผิดของฉัน!!
แต่พอทำเรื่องเลวร้ายมากๆ เข้า ก็มักจะเกิดความงมงายขึ้นมา
เขาจึงซื้อเครื่องรางชิ้นนี้มา
เดิมทีก็แค่ซื้อมาเพื่อความสบายใจ แต่ใครจะไปรู้ว่าวันนี้ เครื่องรางชิ้นนี้แหละที่ช่วยชีวิตเขาไว้
ที่แท้บนโลกนี้ก็มีผีอยู่จริงๆ!
ตายหมดแล้ว ตายกันหมดแล้ว
เขาเห็นโจวเอ้อร์ถูกผีผู้หญิงที่อยู่ข้างหลังเอามีดสั้นแทงเข้าที่ท้อง แล้วดึงลำไส้ออกมาเป็นพวงยาว เห็นผู้ใหญ่บ้านพยายามจะวิ่งหนี แต่ก็ถูกผีผู้หญิงจับตัวไว้ แล้วเอามีดแทงเข้าที่คอ เลือดสาดกระเซ็นพุ่งสูงปรี๊ด
คนต่อไป คนต่อไปก็คือฉันเหรอ?
ไม่ ไม่เอา
ฉันไม่อยากตาย!
ฉันจะไม่ทำอาชีพนี้อีกแล้ว ฉันจะไม่ทำอีกแล้ว!
พอฉันออกไปได้ พอฉันออกไปได้ฉันจะบริจาคเงินให้ศาลเจ้า ฉันจะทำความดีทุกวัน ฉันจะชดใช้ความผิด ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย...
เครื่องรางในมือคอยชี้ทาง หลิวเชาสามารถวิ่งฝ่าวงล้อมผีบังตาออกมาได้ มองเห็นประตูใหญ่ของวิลล่า
เขาดีใจสุดขีด รีบวิ่งหนีออกไปอย่างทุลักทุเล
พอเห็นว่ามีคนอยู่ข้างนอก ก็ยิ่งดีใจจนแทบคลั่ง วิ่งไปพลางตะโกนขอความช่วยเหลือไปพลาง
"ช่วยด้วย ช่วย..."
เขาวิ่งตรงไปหาเว่ยหยวน
แต่แล้วก็รู้สึกปวดแปลบที่หน้าท้องอย่างรุนแรง
เว่ยหยวนสีหน้าไร้อารมณ์ ด้ามกระบี่ฮั่นแปดเหลี่ยมที่หนักอึ้งกระแทกเข้าที่หน้าท้องของชายคนนั้นอย่างจัง ด้วยพละกำลังของเขาในตอนนี้ การโจมตีครั้งนี้แทบจะเอาชีวิตหลิวเชาไปได้ครึ่งหลอดเลยทีเดียว จากนั้นก็หมุนตัว แย่งเครื่องรางนั้นมา แล้วตีเข่าเข้าใส่อย่างแรง กระแทกให้หลิวเชากลับเข้าไปในอาณาเขตผีที่มีแต่ผีร้ายอีกครั้ง
หลิวเชาไอค่อกแค่กอย่างรุนแรง มองเห็นประตูใหญ่ตรงหน้ากลายเป็นกำแพงอีกครั้ง
เขาพุ่งตัวเข้าหากำแพงอย่างไม่ยินยอม มีเพียงกำแพงอันแข็งแกร่ง ทุบกำแพงอย่างแรงครั้งแล้วครั้งเล่า ตะโกนอย่างบ้าคลั่งและสิ้นหวัง:
"ไม่ แกทำแบบนี้ไม่ได้!"
"นี่มันฆาตกรรมชัดๆ ฆาตกรรม ปล่อยฉันออกไป ปล่อยฉันออกไป!!"
"แกปล่อยฉันออกไป ฉันจะให้เงินแก ฉันมีเงินเยอะแยะ แกอยากได้เท่าไหร่ สามล้าน ห้าล้าน? ฉันให้แกหมดเลย ให้หมดเลย ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย..."
เสียงหยุดชะงักไปในทันที
ด้านหลัง ชุดสีขาวของผู้หญิงเปลี่ยนเป็นสีเลือด มีดสั้นในมือมีเลือดสดๆ หยดลงมาไม่หยุด
ภายนอกประตู เว่ยหยวนค่อยๆ เก็บกระบี่เข้าฝัก ยันต์แกะรอยพันลี้ยังคงทำงานอยู่ สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ผิดปกติอยู่ข้างๆ น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยว่า
"ใคร?"
นักพรตชราสวมชุดนักพรตแบบโบราณเดินออกมา มองดูอาณาเขตผีนั้น พลางถอนหายใจ จู่ๆ ก็ถามขึ้นมาว่า:
"นักพรตไฉนจึงปล่อยให้ผีฆ่าคน?"
ปล่อยให้ผีฆ่า 'คน'?
เว่ยหยวนน้ำเสียงสงบนิ่ง จับกระบี่ตอบกลับ
"ผิดแล้ว"
"สิ่งผิดปกติบนโลกหล้า เรียกว่า 'ปีศาจ' สิ่งของที่ผิดแปลกพิสดาร เรียกว่า 'สัตว์ประหลาด'"
"ผมก็แค่กำลังปราบปีศาจ กำจัดมารอยู่เท่านั้นเอง"